www.islammore.com หน้าแรก | ติดต่อเรา    
จำนวนผู้เข้าชมบทความนี้ :  12182 คน
ส่งต่อให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้

คัมภีร์อัลกุรอ่าน     คือหนทางแห่งชีวิต    คือแนวทางแห่งความสำเร็จ


อาดิบ  อับดุลเลาะห์


         มุสลิมมีอัลกุรอ่านอยู่ในมือ พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบหมายให้นำมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต แต่เปล่าเลย กลับเพิกเฉย ไม่ใส่ใจ พวกเขา(และรวมทั้งเราด้วย)อาจจะขยันอ่าน แต่ถามว่ารู้ความหมายนัยที่แอบแฝงในทุกอายะฮ์ไหม เปล่าเลย เพราะส่วนใหญ่อ่านเพื่อให้ได้บุญได้กุศล เน้นปริมาณจำนวนหน้าของคัมภีร์อัลกุรอาน มีจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถเข้าใจ และนำความรู้ที่มีในอัลกุรอ่านมาปฏิบัติและประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิต

          เป็นเรื่องตลกและน่าขำมากที่อ่านแล้วแต่กลับไม่รู้ความหมายอะไรเลย อ่านแบบเจ้านกขุนทอง อ่านอัลกุรอ่านมีอะไรมากกว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งบุญกุศล มันมีมากกว่านั้น มิน่าละจนป่านนี้สังคมมุสลิมยังดำรงชีวิตภายใต้สภาวะที่เรียกว่าไม่ก้าวหน้า จมปลักในวังวนแห่งอวิชชา เพราะละทิ้งสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของพวกเขา เปรียบเปรยเสมือนคนเดินทางที่มีเข็มทิศติดตัว แต่ไม่ยอมใช้เป็นแนวทางจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะหลงทาง และไปไม่ถึงเป้าหมาย

          ถึงตรงนี้ ต่อคำถามของนักปราชญ์มุสลิมจากเกาะบอร์เนียวท่านหนึ่งที่เขียนจดหมายไปถามเชค รอซีด ริฏอ(ในฐานะบรรณาธิการอัล-ริสาละห์)เมื่อต้นศตวรรษที่ ๒๐ ข้อความและเนื้อหาในจดหมายมีใจความว่า “ทำไมมุสลิมจึงล้าหลัง และทำไมคนอื่นจึงเจริญ” น่าจะตอบได้แล้วว่า เป็นเพราะเหตุใด

          บุคคลอื่นสามารถรู้คุณค่าอันมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในทุกๆ อายะฮ์ของอัลกุรอ่าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อ Maurice Buicaille นายแพทย์ชาวฝรั่งเศสได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า "The Bible, Al-Qur’an and Science” ซึ่งได้พูดถึงความมหัศจรรย์แห่งอัลกุรอ่าน และท่านพิสูจน์ให้เห็นว่า “Al-Qur’an is the reliable word of God”

          หากเรายึดอัลกุรอ่านเป็นทางดำเนินแห่งชีวิต แน่นอนเราจะไม่หลงทางและหลงกลเล่ห์เหลี่ยมของ"กลุ่มคน"ที่จ้องจะทำร้ายพี่น้องเรา

          เหมือนดั่งนิทานปรัมปราเรื่อง “หนูน้อยหมวกแดง” ที่ไม่ทันเล่ห์กลของเจ้าหมาป่าตัวแสบ เพราะหนูน้อยหมวกแดงลืมคำสั่งสอน คำตักเตือน และคำแนะนำของแม่ที่สั่งหนักสั่งหนาว่า อย่าเดินเถลไถลออกนอกเส้นทางถนนใหญ่ แต่ด้วยวัยอันปวกเปียกที่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทันใดที่สายตาของเด็กน้อยเห็นพุ่มดอกไม้ริมทางอันสวยงาม เธอก็อดใจไม่อยู่ที่จะเด็ดมันใส่ตะกร้าไว้ แต่หารู้ไม่ว่าเสี้ยววินาทีนั้นเอง ทำให้เธอเสียเวลาและจะไปถึงบ้านคุณยายช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้

          เพื่อเลี่ยงมิให้เป็นเช่นนั้น หนูน้อยหมวกแดงจึงเลือกที่จะใช้เส้นทางลัดทันที เธอลืมสิ่งที่แม่ได้บอกไว้ เป็นเหตุให้เธอต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่เห็นเธอเป็นอาหารอันโอชะ ได้มาตีสนิทพูดจาอ่อนหวาน ด้วยความไร้เดียงสาของหนูน้อยหมวกแดง รู้ไม่ทันเจ้าหมาป่า สุดท้ายเธอก็ตกเป็นเหยื่อจนได้

         ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมมุสลิมทุกมุมโลก การทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้งทางความคิดและอุดมการณ์ การแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า คงเพราะมาจากมูลเหตุอันเดียวกัน คือ การละทิ้งหลักคำสอนที่มีอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอ่านนั่นเอง ไม่พยายามและไม่ยอมเข้าใจเนื้อหาทั้งในและระหว่างบรรทัด

          ทำไมหรือ ? ในเมื่อเราทุกคนสามารถทุ่มเทมันสมองและวันเวลาเพื่อให้เข้าใจในแนวคิดและทฤษฏีในศาสตร์ต่างๆ นานาได้ ไฉนเล่ากลับไม่สามารถสละเวลาสักเสี้ยวหนึ่ง เพื่อมานั่งอ่านและเข้าใจความหมายของอัลกุรอ่านให้ทะลุปรุโปร่งและลึกซึ้ง

        ครั้งหนึ่งในรัฐสภาอังกฤษ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษในสมัยนั้น คือ Gladstone เคยปรารภ(พร้อมกับชูอัลกุรอ่านที่อยู่ในมือ)ว่า “ตราบใดที่ชนชาวมุสลิมมีหนังสือเล่มนี้(หมายถึงคัมภีร์อัลกุรอ่าน)อยู่ในมือ ตราบนั้นเราไม่สามารถพิชิตพวกเขาได้”

          เป็นเรื่องแปลกมากที่ต่างอ้างว่าเป็นมุสลิม แต่กลับละทิ้งมรดกอันล้ำค่าที่สุดที่ตนเองมีอยู่ ขณะเดียวกันกลับตะบี้ตะบันเพื่อไขว่คว้าสิ่งอื่น เสมือนว่ายอมทิ้งเพชรเม็ดงามที่มีอยู่ในมือ เพราะ "เห็นกงจักรเป็นดอกบัว"

          เราทุกคนต่างเสียเวลากับสิ่งเหล่านี้มามากแล้ว แต่พูดก็พูดเถอะ มนุษย์ปุถุชนอย่างเรามักจะเจ็บแล้วไม่รู้จักจำ เหมือนดังสุภาษิตที่กล่าวว่า "ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา"

        ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องมาทบทวนตัวเองว่า ณ วินาทีนี้เรายืนอยู่ ณ จุดใด "จุดยืน"ที่ยืนอยู่มันตรงตามเข็มทิศที่อัลกุรอ่านกล่าวไว้หรือไม่ หากยังไม่ตรงก็ปรับเสียใหม่ หันย่างก้าวให้มุ่งไปยังเป้าหมายแห่งชีวิตที่แท้จริง ทั้งชีวิตในโลกนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตในโลกหน้า เพราะนั่นคือที่พำนักพักพิงอันเที่ยงแท้สำหรับมุสลิมทุกคน

          โลกใบนี้เป็นเพียงมายา ไม่จีรังยั่งยืน ไฉนเล่าจึงลืมตัวไปได้ เสมือนว่าเราจะอยู่ยงคงกระพัน จะไม่มีวันจากโลกนี้ไป สิ่งที่ติดตัวเราไปสู่วันปรโลกมิใช่อื่นใด นอกจากอามัลอิบาดะฮ์(ความดี)ที่ได้สั่งสมไว้ เป็นเสบียงที่เราต้องเพียรพยายามหาเพื่อเตรียมพร้อมไว้บริโภคในวันอาคิเราะฮ์                   

         เป็นจริงดังที่ปราชญ์กล่าวไว้ว่า โลกดุนยาคือที่ที่เราแวะเพียงชั่วครู่ยามเพื่อเก็บเสบียงอาหารก่อนที่จะเดินทางไปสู่วันอาคีเราะห์

          หนูน้อยหมวกแดง ตกเป็นเหยื่อของหมาป่าเจ้าเล่ห์ฉันใด เราก็จะกลายเป็นผู้ที่ขาดทุนที่สุดฉันนั้น หากเราไม่พยายามอ่านและเข้าใจทุกถ้อยคำ ทุกอายะฮ์ ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน


          โอ้ ! บรรดามุสลิมทั้งหลาย

         บรรดานักวิชาการผู้มีมันสมองอันปราดเปรื่อง บรรดานิสิตนักศึกษาอันเป็นความหวังแห่งอนาคต พึงรู้เถิด อัลกุรอ่านมีไว้ไม่ใช่เพื่อประดับตู้และหิ้งหนังสือเท่านั้น แล้วยืดอกบอกว่า ฉันมีอัลกุรอ่านอยู่แล้ว แต่กลับไม่เคยอ่าน หรือ หากเคยอ่าน แต่ก็ไม่รู้ความหมาย ช่างน่าหัวเราะเยาะเสียเหลือเกิน

แท้จริงมิใช่เพื่ออื่นใดทั้งนั้น แต่จงอ่าน และจงอ่าน ด้วยพระนามของอัลลอฮ์   ผู้ทรงเกรียงไกรยิ่ง

หน้าแรก | ติดต่อเรา  | ประเด็นร้อน  | อัลกุรอาน  | อัลฮะดิษ  | ฟัตวาปัญหาศาสนา  | มุสลิมะฮ์  | บทสัมภาษณ์  | ประวัติศาสตร์อิสลาม  | บทความศาสนา  | ข่าวประชาสัมพันธ์  | มุมผู้ที่สนใจอิสลาม  | ดาวน์โหลด  | บทความวิชาการ  | จดหมายจากต่างแดน  | ซะกาตวาญิบ  | หนังสือที่ต้องอ่าน  | โลกมุสลิม  | คุตบะฮ์  | ร่วมแสดงความคิดเห็น
Copyrights 2011 www.islammore.com All Rights Reserved.
           
 STATS: counter