www.islammore.com หน้าแรก | ติดต่อเรา    
จำนวนผู้เข้าชมบทความนี้ :  23027 คน
ส่งต่อให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้

คอลีฟะห์อบูบักร

( ฮ.ศ. 11-13 )


เชื้อสาย

                  ท่านอบูบักรมีชื่อจริงว่า อับดุลลอฮฺ ท่านเป็นบุตรของ อบูกุฮาฟะฮฺ ท่านได้รับฉายานามว่า  “อัศศิดดิ๊ก” แปลว่า “ผู้ยืนยันถึงความจริง” สาเหตุที่ท่านได้รับฉายานามเช่นนี้ เนื่องจากว่า ท่านนบีมูฮำหมัด ได้เดินทางอิสรออฺจากมัสยิดหะรอมไปยังมัสยิดอักซอ ในยามค่ำคืนแล้วกลับมาในตอนใกล้รุ่งเช้า แล้วท่านได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พวกกุเรชซึ่งเป็นกาฟิรฟัง พวกเขาไม่เชื่อ พวกเขาจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ท่านอบูบักรฟัง แล้วถามว่าท่านเชื่อเหตุการณ์นี้หรือไม่ ท่านอบูบักรกล่าวว่า “เชื่อ” และเชื่อยิ่งกว่าเหตุการณ์นี้อีก เชื่อข่าวที่มูฮำหมัดนำมาจากฟากฟ้า ” ท่านจึงได้รับฉายานามว่า “อัศศิดดิ๊ก”

                 ท่านอบูบักรสืบเชื้อสายตระกูล ตะมีม เผ่ากุเรช ท่านเกิดในเมืองมักกะห์ หลังจากท่านนบีมูฮำหมัด 2 ปี ท่านเป็นเพื่อนร่วมอพยพของท่านนบีมูฮำหมัด จากเมืองมักกะห์ไปยังเมืองมะดีนะห์ และท่านเป็นที่ปรึกษาของท่านนบีในการบริหารกิจการของอาณาจักรอิสลาม ท่านได้เข้าร่วมทำสงครามกับท่านนบีทุกครั้ง และเป็นซอฮาบะห์เพียงไม่กี่คนที่ยืนหยัดต่อสู้  ในสงครามหุไนนฺ ขณะที่มีข่าวลือว่า ท่านนบีมูฮำหมัด เสียชีวิตแล้ว ท่านได้สละทรัพย์สินจำนวนมากเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮฺ และได้ซื้อทาสมุสลิม จำนวน 7 คน ปล่อยให้เป็นอิสระ ขณะที่พวกเขาถูกกุเรชทรมานอย่างแสนสาหัส เพื่อให้พวกเขาละทิ้งอิสลาม แล้วหันมาบูชารูปเจว็ดเช่นเดิม ในบรรดาทาสเหล่านี้ได้แก่ ท่านบิลาล  อิบนุรอบาหฺ มุอัซซินของท่านนบีมูฮำหมัด ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในบัญญัติศาสนา มีความละเอียดอ่อนในการใช้ความคิด

               ท่านอบูบักรได้รับการแต่งตั้งจากท่านนบีมูฮำหมัด ให้เป็นผู้นำบรรดามุสลิม เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในปี  ฮ.ศ.9 และเป็นอิมามนำบรรดามุสลิมละหมาด ขณะที่ท่านนบีมูฮำหมัดป่วยหนัก
            
               ระว่างที่บรรดามุสลิมทะสงครามยัรมูก ท่านอบูบักรได้ถึงแก่กรรมลง ท่านอุมัรอิบนุคอฏฏอบ ได้ดำรงตะแหน่งคอละฟะห์คนที่ 2 ท่านได้ส่งหนังสือไปแจ้งแก่ท่านคอลิด อิบนุวะลีด ซึ่งเป็นแม่ทัพของบรรดามุสลิม โดยปลดท่านออกจากตำแหน่ง  และหท่านอบูอุบัยดะห์ อิบนุ ญิรรอห์ ดำรงตำแหน่งแทน ท่านคอลิดได้ปกปิดข่าวนี้ไว้ โดยเกรงว่าจะเกิดความระส่ำระส่ายขึ้นภายในกองทัพ ท่านคอลิดได้นำกำลังทหารมุสลิมทำการสู้รบจนกระทั่งประสบชัยชนะ ท่านจึงได้ประกาศการถึงแก่กรรมของท่านอบูบักรและการดำรงตะแหน่งคอลีฟะห์ของท่านอุมัร และได้มอบตำแหน่งแม่ทัพให้แก่ท่าน อบูอุบัยดะห์ อิบนุญิรรอห์
 
              อบูบักรถึงแก่กรรมเดือนญามาดิ้ลอาคิร ฮ.ศ.13 ในเมืองมะดีนะห์ และถูกฝังอยู่เคียงข้างท่านนบีมูฮำหมัด โดยอายุได้ 63 ปี ดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ 2 ปี 3 เดือน

การดำรงตะแหน่งคอลีฟะห์

             หลังจากท่านนบีมูฮำหมัด ถึงแก่กรรม ชาวมุฮาญีรีน (ผู้อพยพ) และชาวอันซอร (ผู้ช่วยเหลือ) มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้ปกครองรัฐอิสลามและชาวมุสลิมต่อจากท่านนบีมูฮำหมัด หลักการขั้นพื้นฐานของอิสลามนั้น จำเป็นที่บรรดามุสลิมจะต้องปรึกษาหารือกันในการดำรงกิจการของพวกเขา อัลเลาะห์ ทรงตรัสในซูเราะห์อัชชูรอ อายะห์ที่ 38 ว่า :

                                     “และกิจการของพวกเขา คือการปรึกษากันระหว่างพวกเขา”

              ชาวอันซอรจึงจัดการประชุมกัน ณ เพิงพักของตระกูลซาอิดะห์ โดยมีความประสงค์ให้คนหนึ่งในพวกเขาดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ ท่านอบูบักรจึงได้พูดแสดงเหตุผลแก่ชาวอันซอรพร้อมทั้งมีท่านอุมัร อิบนุคอฏอบ และท่านอบู อุบัยดะห์ ร่วมอยู่ด้วย ท่านได้กล่าวในตอนสุดท้ายว่า ท่านยินดีให้คนหนึ่งใน 1 คนนี้เป็นคอลีฟะห์ คือ ท่านอุมัร อิบนุคอฏฏอบ หรือ ท่านอบูอุบัยดะห์ ท่านอุมัรจึงกล่าวขึ้นว่า
   
              “หามิได้ ท่านคือผู้เพื่อนร่วมอพยพของท่านนบี ท่านนบีได้ใช้ให้ท่านเป็นผู้นำละหมาด ขณะที่ท่านนบีป่วย ท่านจึงสมควรดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ ”

               แล้วท่านอุมัร อิบนุคอฏฏอบ จึงได้ให้สัตยาบันแก่ท่านบูบักร แล้วท่านอบูอุบัยดะห์ และชาวอันซอรพร้อมกับชาวมุฮาญีรีนอื่นๆ ก็ได้ให้สัตยาบันกับท่านอบูบักร การให้สัตยาบันครั้งนี้เรียกว่า  “การให้สัตยาบันเฉพาะ” แล้วท่านอบูบักรก็รับการให้สัตยาบันทั่วไป ณ มัสยิดของท่านนบี หลังจากนั้นท่านก็กล่าวคำปราศรัยกับประชาชนว่า
 
           “ประชาชนทั้งหลาย ฉันได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองของพวกท่าน ฉันก็มิได้ดีไปกว่าพวกท่าน ถ้าหากว่าฉันทำดี ท่านทั้งหลายจงให้การช่วยเหลือฉันเถิด ถ้าหากว่าฉันทำผิดพลาด ท่านทั้งหลายก็จงนำฉันสู่ทางที่เที่ยงตรงเถิด การพูดจริงเป็นความรับผิดชอบ การพูดเท็จเป็นการบิดพลิ้ว ผู้ที่อ่อนแอในพวกท่านคือผู้ที่แข็งแรงในสายตาฉัน จนกว่าฉันจะเอาสิทธิของเขากลับมาให้แก่เขา และผู้ที่แข็งแรง (ในพวกท่าน) คือผู้ที่อ่อนแอในสายตาของฉันจนกว่าจะเอาสิทธิ (ที่ถูกอธรรม) มาจากเขา –อินชาอัลเลาะห์ คนหนึ่งในพวกท่านอย่าทิ้งการญิฮาด เพราะว่าไม่มีกลุ่มชนใดละทิ้งการญิฮาด นอกจากอัลเลาะห์จะทรงทำให้เขาตกต่ำ ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังฉัน ในเมื่อฉันเชื่อฟังอัลเละห์และร่อซูลของพระองค์ และถ้าหากฉันฝ่าฝืนอัลเลาะห์ ท่านทั้งหลายก็ไม่ต้องเชื่อฟังฉัน”

บุคลิกของคอลีฟะห์อบูบักร

              ท่านอบูบักรเป็นคนแรกที่เข้านับถืออิสลาม และท่านได้เชิญชวนซ่อฮาบะห์อีกจำนวนมากให้เข้านับถือศาสนาอิสลาม เช่น ท่านอุสมาน อิบนุอัฟฟาน ท่านซุเบร อิบนุเอาวาม ท่านฎอลฮะห์ อิบนุอุบัยดิลลาห์ และได้ซื้อทาส 7 คน ที่เข้านับถือศาสนาอิสลามแล้วปล่อยให้เป็นอิสระ ท่านอบูบักรมีรูปร่างผอมบาง ผิวขาว พูดจาฉะฉาน มีความสุภาพอ่อนโยน นอบน้อมถ่อมตน มีความเด็ดขาด หวงแหนในศาสนา ท่านยืนหยัดในความจริง โดยไม่หวาดกลัวสิ่งใด


 

โปรดติดตามตอนต่อไป


คอลีฟะห์อบูบักร 2 >>>Click 

หน้าแรก | ติดต่อเรา  | ประเด็นร้อน  | อัลกุรอาน  | อัลฮะดิษ  | ฟัตวาปัญหาศาสนา  | มุสลิมะฮ์  | บทสัมภาษณ์  | ประวัติศาสตร์อิสลาม  | บทความศาสนา  | ข่าวประชาสัมพันธ์  | มุมผู้ที่สนใจอิสลาม  | ดาวน์โหลด  | บทความวิชาการ  | จดหมายจากต่างแดน  | ซะกาตวาญิบ  | หนังสือที่ต้องอ่าน  | โลกมุสลิม  | คุตบะฮ์  | ร่วมแสดงความคิดเห็น
Copyrights 2011 www.islammore.com All Rights Reserved.
           
 STATS: counter