คุณลักษณะของนรก صفة النار
  จำนวนคนเข้าชม  21819

 

 

คุณลักษณะของนรก ( صفة النار )

มุหัมมัด บิน อิบรอฮีม อัต-ตุวัยญิรีย์
สนง.เผยแพร่และสอนอิสลาม อัร-ร็อบวะฮฺ กรุงริยาด


ลักษณะของนรก

          นรก  เป็นสถานที่สำหรับการลงโทษ ที่อัลลอฮฺได้จัดเตรียมไว้แก่บรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธา  ผู้กลับกลอก (มุนาฟิก)  และบรรดาผู้ที่กระทำความผิด ในโลกอาคิเราะฮฺ

          เราจะกล่าวถึงนรกอันเป็นสถานที่แห่งความหายนะ และการลงโทษในรูปแบบต่างๆ เพื่อมันจะช่วยให้เรามีความสะพรึงกลัวและได้หลีกหนีออกห่าง  เพื่อที่จะได้รับชัยชนะด้วยกับสวนสวรรค์ชั้นบรมสุขและรอดพ้นจากไฟนรกอันทารุณ  ด้วยกับการศรัทธาและการประกอบคุณงามความดี ออกห่างจากการตั้งภาคีและการฝ่าฝืนในรูปแบบต่างๆ เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺซึ่งสวนสวรรค์และขอให้รอดพ้นจากไฟนรก ต่อไปจะนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับไฟนรกตามที่มีปรากฏในอัลกุรอานและสุนนะฮฺ  

ชื่อต่างๆของนรก

นรกมีเพียงแห่งเดียว แต่มีลักษณะที่หลากหลาย ซึ่งชื่อของมันที่เป็นที่รู้จักกันดีก็มีดังนี้

1. อันนารฺ

          “และผู้ใดฝ่าฝืนอัลลอฮฺและรสูลของพระองค์ และละเมิดขอบเขตของพระองค์แล้ว พระองค์ก็จะให้เขาเข้านรกโดยที่เขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และเขาจะได้รับการลงโทษที่ยังความอัปยศให้แก่เขา”

(อันนิสาอ์ 4/14)

2. ญะฮันนัม 

          “และแน่นอนอัลลอฮฺได้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่เจ้าเมื่อพวกเจ้าได้ยินบรรดาโองการของอัลลอฮฺ โองการเหล่านั้นก็ถูกปฏิเสธและถูกเย้ยหยัน ดังนั้นพวกสูเจ้าอย่าได้นั่งร่วมกับพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะพูดคุยในเรื่องอื่นจากนั้น แท้จริงพวกเจ้าถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วก็เหมือนพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงรวบรวมบรรดามุนาฟิกและบรรดาผู้ปฏิเสธทั้งหมดไว้ในนรกญะฮันนัม”

(อันนิสาอฺ 4/140)

3. อัลญะฮีม 

“และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและปฏิเสธบรรดาโองการของเรานั้น พวกเขาเหล่านั้นคือชาวนรก”

(อัลมาอิดะฮฺ 5/10)

4. อัสสะอีรฺ

“แท้จริงอัลลอฮฺทรงสาปแช่งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และทรงจัดเตรียมไฟที่ลุกโชติช่วงไว้สำหรับพวกเขา”

(อัลอะหฺซาบ 33/64)

5. สะก็อรฺ 

“วันที่พวกเขาจะถูกลากบนใบหน้าของพวกเขาลงสู่ไฟนรก (จะมีเสียงกล่าวขึ้นว่า) พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษที่มีการเผาไหม้”

(อัลเกาะมัร 54/48)

6. อัลหุเฏาะมะฮฺ  

           “มิใช่เช่นนั้นแน่นอนเขาจะถูกโยนลงไปในไฟนรก (อัลหุเฏาะมะฮฺ) และอะไรเล่าที่ทำให้เจ้าได้รู้ว่าไฟนรก (อัลหุเฏาะมะฮฺ) นั้นคืออะไร คือไฟของอัลลอฮฺที่จุดให้ลุกโชน”

(อัลฮุมะซะฮฺ 104/4-6)

7. ละซอ  

          “ไม่เลยทีเดียว แท้จริงมันเป็นไฟที่ลุกโชน หนังศรีษะถูกลอกออก (เพราะความร้อนของไฟนรก) มันจะเรียกผู้ที่ผินหลังและหันห่างจากความจริง”

(อัลมะอาริจญ์ 70/15-17)

8. ดารุลบะวาร 

          “เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่าบรรดาผู้เปลี่ยนความโปรดปรานของอัลลอฮฺเป็นการปฏิเสธศรัทธา และได้นำกลุ่มชนของพวกเขาลงสู่ที่พำนักอันหายนะ นรกญะฮันนัมที่มีเปลวไฟร้อนจัดของมันและมันเป็นที่พำนักอันชั่วช้า”

(อิบรอฮีม 14/28-29)

 


ที่ตั้งของนรก

“มิใช่เช่นนั้น แท้จริงบันทึกของบรรดาคนชั่วนั้นอยู่ในสิจญีน”

(อัลมุฏ็อฟฟิฟีน 83/7)

จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮฺอันฮุ กล่าวว่า ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

          “...ส่วนผู้ปฏิเสธศรัทธาเมื่อวิญญาณของเขาถูกปลิดลง และถูกนำไปยังประตูของผืนดิน ผู้เฝ้าประตูกล่าวว่า เราไม่เคยพบกลิ่นใดเหม็นเหมือนกับกลิ่นนี้ ดังนั้นมันกระจายไปยังผืนดินชั้นล่างสุด”

(บันทึกโดยอัลหากิม หะดีษเลขที่ 1304, อิบนุหิบบาน หะดีษเลขที่ 3013)


ชาวนรกจะพำนักในนั้นตลอดกาล

          บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา มุชริกีน และพวกมุนาฟิกต้องพำนักอยู่ในนรกตลอดกาล ส่วนผู้ฝ่าฝืนจากบรรดาผู้ศรัทธาพวกเขาจะอยู่ภายใต้ความประสงค์ของอัลลอฮฺ  หากพระองค์ประสงค์ก็จะอภัยโทษให้แก่พวกเขา หรือไม่พระองค์ก็จะลงโทษพวกเขามากน้อยตามความผิดของพวกเขา

          “อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาแก่บรรดามุนาฟิกชายและบรรดามุนาฟิกหญิงและผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายด้วยไฟนรกญะฮันนัม โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาลมันเป็นสิ่งที่พอเพียงแก่พวกเขาแล้ว และอัลลอฮฺก็ได้ทรงให้พวกเขาห่างไกลจากความเอ็นดูเมตตาของพระองค์และสำหรับพวกเขานั้นคือการลงโทษอันจีรังยั่งยืน”

(อัตเตาบะฮฺ 9/68)

        “แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยแก่ผู้ที่ตั้งภาคีต่อพระองค์ และจะทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺแน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น”

(อันนิสาอ์ 4/48) 


ลักษณะใบหน้าของชาวนรก

อัลลอฮ์ ตรัสความว่า

“และวันกิยามะฮฺเจ้าจะเห็นบรรดาผู้ที่กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺ ใบหน้าของพวกเขาดำคล้ำ ดังนั้นที่พำนักสำหรับผู้ที่หยิ่งยโสโอหังนั้นไม่ใช่นรกดอกหรือ?”

 (อัซซุมัร 39/60) 

“และบรรดาใบหน้าในวันนั้นมีฝุ่นจับ ความหม่นหมองจะปกคลุมบนใบหน้าเหล่านั้น ชนเหล่านั้นคือพวกปฏิเสธศรัทธาพวกประพฤติความชั่ว”

(อะบะสะ 80/40-42) 

“และในวันนั้นบรรดาใบหน้าจะเศร้าสลด มันคิดว่าความหายนะอันใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นกับมัน”

(อัลกิยามะฮฺ 75/25-25)

“ในวันนั้นมีบรรดาใบหน้าที่ต่ำต้อย  ใบหน้าที่ทำงานหนักระกำใจ  เข้าไปเผาไหม้ในไฟอันร้อนแรง”

(อัลฆอชิยะฮฺ  88/2-4) 

“ไฟนรกจะเผาไหม้ใบหน้าของพวกเขา และพวกเขาจะมีใบหน้าที่บูดเบี้ยวอยู่ในนรกนั้น”

(อัลมุอ์มินูน 23/104)


จำนวนประตูนรก

“และแท้จริงนรกญะฮันนัม แน่นอนคือสัญญาของพวกเขาทั้งหมด มันมีเจ็ดประตู สำหรับทุกประตูมีส่วนที่ถูกจัดไว้แล้ว”

(อัลหิจรฺ 15/43-44)


ประตูนรกจะถูกปิดล้อมอย่างมิดชิด

“แท้จริงมันจะลุกไหม้คลุมบนพวกเขาอย่างมิดชิด อยู่ในสภาพของเสาสูงชะลูด”

(อัลฮุมะซะฮฺ 104/8-9)


ไฟนรกในวันกิยามะฮฺจะถูกเปิดเผยให้เห็นอย่างชัดแจ้ง

“และนรกจะถูกเปิดเผยให้เห็นแก่บรรดาผู้ที่หลงผิดคิดชั่ว”

(อัชชุอะรออ์ 26/91)

           “หามิได้เมื่อแผ่นดินถูกทำให้สั่นสะเทือนเป็นผุยผง และพระผู้อภิบาลของเจ้าได้มาพร้อมทั้งมะลาอิกะฮฺเป็นแถวๆ และวันนั้นนรกญะฮันนัมจะถูกนำมาให้ปรากฏ ในวันนั้นมนุษย์จะรำลึกขึ้นมาได้ แต่การรำลึกนั้นจะมีผลแก่เขาได้อย่างไร”

(อัลฟัจญรฺ 89/21-23)

จากท่านอับดุลลอฮฺ  บิน  มัสอูด  เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

 “ในวันนั้น (วันพิพากษา) จะมี 70,000 บังเหียนถูกผูกเชือกนำมายังนรกญะฮันนัม และทุกบังเหียนจะมีมะลาอิกะฮฺ 70,000 ท่าน ที่มาฉุดลากมัน”

(บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2842) 


การเดินผ่านนรกและบุคคลแรกที่จะเดินข้ามสะพานศิรอฏ

         “และไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเจ้านอกจากจะเป็นผู้ผ่านเข้าไปในมัน มันเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แน่นอนแล้วสำหรับพระผู้อภิบาลของเจ้า แล้วเราจะให้บรรดาผู้ยำเกรงรอดพ้น  แล้วเราจะปล่อยให้บรรดาผู้อธรรมคุกเข่าอยู่ในนั้น”

(มัรยัม 19/71-72)

          จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ  เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า มีคนกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า โอ้ท่านรสูลุลลอฮฺ ในวันกิยามะฮฺเราจะได้เห็นพระผู้อภิบาลของเราหรือไม่? ... (ในตอนหนึ่งของหะดีษระบุว่า) ...

“ศิรอฏจะถูกพาดระหว่างสองฝั่งของนรกญะฮันนัม ดังนั้นฉันและประชาชาติของฉันจะเป็นกลุ่มแรกที่เดินข้ามผ่าน”

(อัลบุคอรี หะดีษเลขที่ 806, มุสลิม หะดีษเลขที่ 182) 


ความลึกของนรก

          จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า เราอยู่พร้อมกับท่านท่าน รสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทันใดนั้นได้ยินมีเสียงที่น่าสะพรึงกลัว

ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "พวกท่านรู้ไหมว่านี่มันเป็นเสียงอะไร?

เขาเล่าว่า พวกเราตอบว่า อัลลอฮฺและรสูลของพระองค์รู้ดียิ่ง

ท่านกล่าวว่า นั่นเป็นเสียงของหินที่มันถูกโยนลงไปในนรกตั้งแต่ 70 ปีที่แล้ว  และในขณะนี้มันยังคงตกไหลลงจนกระทั่งถึงก้นหลุม”

(มุสลิม หะดีษเลขที่ 2844) 

จากสะมุเราะฮฺ บิน ญุนดุบ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ  เขาได้ยินท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

          “แท้จริงมีส่วนหนึ่งของชาวนรกบรรดาผู้ที่ไฟนรกลุกลามถึงข้อเท้าของเขาและบางคนไฟจะลุกลามถึงเอวของเขาและบางคนจะลุกลามถึงต้นคอของเขา”

(มุสลิม หะดีษเลขที่ 2845)


ส่วนต่างๆ ของชาวนรกถูกสร้างให้ใหญ่โต

     จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

         “ฟันกรามหรือฟันเขี้ยวของผู้ปฏิเสธศรัทธา (กาฟิร) จะใหญ่เหมือนกับภูเขาอุฮุด และความหนาของผิวหนังของเขาจะกว้างเท่ากับการเดินทาง 3 คืน”

(มุสลิม หะดีษเลขที่ 2851)  

     จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

 “ความกว้างระหว่างไหล่ทั้งสองของผู้ปฏิเสธในนรกจะเท่ากับการเดินทางด้วยการขับขี่อย่างรวดเร็วเป็นระยะเวลา 3 วัน”

(อัลบุคอรี หะดีษเลขที่ 6551, มุสลิม หะดีษเลขที่ 52)   

     จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

          ”ในวันกิยามะฮฺฟันกรามของพวกกาฟิร จะใหญ่เหมือนกับภูเขาอุฮุด ผิวหนังของเขาหนา 70 ศอก แขนของเขาใหญ่เหมือนกับภูเขาอัลบัยฏออ์ (มีความใหญ่ขนาดภูเขาอุฮุด) ขาอ่อนของเขามีความใหญ่เหมือนกับภูเขาวัรกอน และที่นั่งของเขาทำจากไฟมีขนาดระหว่างฉันกับอัรเราะบะซะฮฺ (ชื่อสถานที่อยู่ระหว่างมะดีนะฮฺกับมักกะฮฺ)“

(อะหฺมัด หะดีษเลขที่ 8327 , อัลหากิม หะดีษเลขที่ 8759)


ความร้อนระอุของไฟนรก

         1. “และผู้ใดที่อัลลอฮฺได้นำทางเขาก็จะเป็นผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง  และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงผิดแล้ว ดังนั้นสูเจ้าจะไม่พบบรรดาผู้คุ้มครองอื่นอีกเลยนอกจากพระองค์ และเราจะชุมนุมพวกเขาในวันกิยามะฮฺ ถูกลากคว่ำหน้าโดยมีสภาพเป็นคนตาบอด เป็นใบ้และหูหนวก ที่พำนักของพวกเขาคือนรกญะฮันนัม ทุกครั้งที่มันมอดเราได้เพิ่มการเผาไหม้ให้ลุกโชนแก่เขา นั่นคือการตอบแทนของเขาอย่างแน่นอน พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อโองการทั้งหลายของเราและพวกเขากล่าวว่าเมื่อเราเป็นกระดูกและร่วนยุ่ยแล้ว แท้จริงเราจะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นเพื่อกำเนิดใหม่ได้อย่างไร”

(อัลอิสรออ์ 17/97-98)

          2. จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

“ไฟที่มนุษย์ใช้จุดอยู่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจาก 70 ส่วนความร้อนของไฟนรกญะฮันนัม”
พวกเขากล่าวว่า ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ เท่าที่เป็นอยู่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วท่านรสูลุลลอฮฺ
ท่านกล่าวว่า แท้จริงความร้อนของมันจะถูกเพิ่มทวีขึ้น 69 เท่า ทุกเท่าของมันจะร้อนเหมือนกันหมด”

(อัลบุคอรี หะดีษเลขที่ 806, มุสลิม หะดีษเลขที่ 182) 

          3. จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

          “ไฟ (นรก) ได้ร้องทุกข์กับพระเจ้าของมันว่า โอ้พระเจ้าของฉัน ส่วนหนึ่งของฉันต่างกินอีกส่วนหนึ่ง ดังนั้นพระองค์ได้อนุมัติให้นรกได้ผ่อนหายใจได้สองครั้ง ครั้งหนึ่งในฤดูหนาวและอีกครั้งในฤดูร้อน และเพราะเหตุนี้จึงทำให้เกิดความร้อนระอุและความหนาวเหน็บอย่างหนักที่พวกท่านได้ประสบ (ตามสภาพดินฟ้าอากาศ)”

(อัลบุคอรี หะดีษเลขที่ 3265, มุสลิม หะดีษเลขที่ 2843)   


เชื้อเพลิงของนรก

         1. “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก เพราะเชื้อเพลิงของมันคือ มนุษย์และก้อนหิน มีมลาอิกะฮฺผู้แข็งกร้าวหาญคอยเฝ้ารักษามันอยู่ พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์บัญชาแก่พวกเขาและพวกเขาจะปฏิบัติตามที่ถูกบัญชา”

(อัตตะหฺรีม 66/6)

         2. “แต่ถ้าพวกเจ้ายังมิได้ทำและจะไม่กระทำตลอดไปก็จงระวังไฟนรก ซึ่งเชื้อเพลิงของมันนั้นคือ มนุษย์ และหิน โดยที่มันได้ถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา”

(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2/24)

          3. “แท้จริงพวกเจ้า (มุชริกีน) และสิ่งที่พวกเจ้าเคารพบูชาอื่นนอกจากอัลลอฮฺนั้น ทั้งหมดนั้นเป็นเชื้อเพลิงของนรกโดยพวกเจ้าจะเข้าไปอยู่ในนั้น”

(อัลอัมบิยาอ์ 21/98)


ระดับชั้นของการลงโทษในนรก

          นรกมีระดับชั้นในการลงโทษที่แตกต่างกัน บางส่วนจะอยู่ในชั้นที่ต่ำกว่าอีกบางส่วน บรรดาพวกมุนาฟิกจะอยู่ในนรกชั้นใต้สุด เนื่องจากพวกเขามีความเกินเลยในการปฎิเสธและพวกเขามีโอกาสในการทำร้ายต่อมุสลิม

“แท้จริงบรรดามุนาฟิกนั้นอยู่ในชั้นต่ำสุดของนรกและเจ้าจะไม่พบผู้ช่วยเหลือใดๆ สำหรับพวกเขาเป็นอันขาด”

(อันนิสาอ์ 4/145)


ลักษณะของร่มเงานรก

     1. “และกลุ่มทางซ้าย (ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือซ้าย) เจ้ารู้หรือไม่ว่ากลุ่มทางซ้ายเป็นอย่างไร อยู่ในลมร้อนและน้ำกำลังเดือด อยู่ใต้ร่มเงาของควันที่ดำทึบ”

(อัลวากิอะฮฺ 56/41-43)

     2. “สำหรับพวกเขานั้นมีชั้นของเปลวไฟนรกปกคลุมเหนือพวกเขา และเบื้องล่างของพวกเขาก็มีชั้นของเปลวไฟนรกอยู่ด้วย สิ่งนั้นแหละที่อัลลอฮฺทรงทำให้ปวงบ่าวของพระองค์กลัว โอ้ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย จงยำเกรงต่อข้าเถิด”

(อัซซุมัร 39/16)

     3. “จงออกเดินไปยังเงาควันสามแฉก (มัน) ไม่ทำให้เกิดร่มและจะไม่ช่วยในพ้นจากเปลวไฟได้”

(อัลมุรสะลาต 77/30-31)

ยามเฝ้านรก

     1.  “ในไม่ช้าข้าจะโยนเขาเข้าสู่กองไฟที่เผาไหม้ และอันใดเล่าทำให้เจ้ารู้ได้ว่าสิ่งที่เผาไหม้นั้นคืออะไร มันจะไม่เหลืออะไรเลย และมันจะไม่ปล่อยผู้ใดให้คงเหลือไว้ (เช่นกัน)   มันจะเผาไหม้ผิวหนังจนเกรียมดำ เหนือมันมีมลาอิกะฮฺสิบเก้าท่าน และเรามิได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นยามเฝ้าประตูนรกนอกจากมลาอิกฮฺเท่านั้น และเรามิได้กำหนดจำนวนของพวกเขาไว้เว้นแต่เพื่อเป็นการทดสอบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา เพื่อบรรดาอะฮฺลุลกิตาบจะได้เชื่อมั่นและบรรดาผู้ศรัทธาจะได้เพิ่มพูนการศรัทธา และบรรดาอะฮฺลุลกิตาบรวมทั้งบรรดาผู้ศรัทธาจะไม่ต้องสงสัย  และเพื่อบรรดาผู้ในหัวใจของพวกเขามีโรค อีกทั้งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะกล่าวว่า อัลลอฮฺทรงประสงค์อะไรด้วยอุปมานี้ เช่นนั้นแหละอัลลอฮฺทรงให้หลงทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และจะทรงชี้แนะนำทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และไม่มีผู้ใดรู้จำนวนไพร่พลของพระเจ้าของเจ้า นอกจากพระองค์ และนี่มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นข้อตักเตือนแก่มนุษย์” 

(อัลมุดดัซซิร 74/26-31)

     2. “และพวกเขาจะร้องเรียกขึ้นว่า โอ้มาลิก (ยามเฝ้าประตูนรก) โปรดให้พระเจ้าของท่านจัดการให้เราตายเสียเถิด เขา (มาลิก) จะกล่าวว่าแท้จริงพวกท่านจะเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดไป”

(อัซซุครุฟ 43/77)

 


จำนวนผู้ที่เป็นชาวนรก

     จากท่านอบูสะอีด อัลคุดรียฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

“โอ้อาดัม เขากล่าวตอบว่า ลับบัยกะ วะสะดัยกะ (สนองตอบคำบัญชา)ความดีงามทั้งมวลอยู่ในพระหัตถ์ทั้งสองของพระองค์
ดังนั้นพระองค์ตรัสว่า จงนำเอาชาวนรกออกมา
อาดัมกล่าวว่า เอาชาวนรกออกมาจำนวนเท่าไหร่?
อัลลอฮฺตรัสว่า ในจำนวน 1,000 คน เอาออกมา 999 คน  ในเวลานั้นเด็กจะหัวหงอก
“และบรรดาหญิงที่ตั้งครรภ์จะคลอดลูกที่อยู่ในครรภ์ของนางออกมา และเจ้าจะเห็นมนุษย์อยู่ในสภาพที่มึนเมา ทั้งๆ ที่พวกเขามิได้มึนเมา และแต่ทว่าการลงโทษของอัลลอฮฺนั้นรุนแรงยิ่งนัก”

(อัลหัจญ์ : 2)

บรรดาเศาะหาบะฮฺได้ถามว่า โอ้ท่านรสูลุลลออฮฺ ในพวกเราจะมีใครบ้างที่เป็นเช่นนั้น? (จำนวน 1 ใน 1,000 คน ที่รอดพ้นจากนรก) 
ท่านรสูลตอบว่า ฉันแจ้งข่าวดีแก่พวกท่าน แท้จริงหนึ่งคนที่รอดพ้นนั้นจะมาจากพวกท่าน ส่วน 1,000 คน มาจากพลพรรคของยะญูจและมะญูจ”

(อัลบุคอรี หะดีษเลขที่ 3348 , มุสลิม หะดีษเลขที่ 222)   


วิธีเข้านรกของชาวนรก

     1. “และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะถูกไล่ต้อนสู่นรกเป็นกลุ่มๆ จนกระทั่งเมื่อพวกเขามาถึงมัน ประตูทั้งหลายของมันจะถูกเปิดออก ยามเฝ้าประตูของมันจะกล่าวแก่พวกเขาว่า บรรดารอซูลจากพวกท่านมิได้มายังพวกท่าน เพื่อสาธยายสัญญาณต่างๆแห่งพระเจ้าของพวกท่าน และกล่าวเตือนพวกท่านถึงการพบในวันนี้ของพวกท่านดอกหรือ? พวกเขากล่าวว่า มีครับ แต่ว่าพระประกาศิตแห่งการลงโทษเป็นที่คู่ควรแล้วแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา จะมีเสียงกล่าวว่า พวกท่านจงเข้าไปในประตูทั้งหลายของนรก เป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล ดังนั้นที่พำนักของบรรดาผู้หยิ่งยโสช่างชั่วช้าแท้ๆ”

(อัซซุมัร 39/71-72 )       

     2. “แต่ว่าพวกเขาปฏิเสธวันอวสานและเราได้เตรียมไฟอันร้อนระอุไว้สำหรับผู้ปฏิเสธวันอวสาน เมื่อนรกญะฮันนัมเห็นพวกเขาจากที่ไกลๆ พวกเขาจะได้ยินเสียงคุไหม้และเสียงเดือดพล่านของมัน และเมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในสถานที่แคบ ในสภาพที่ถูกมัดมือติดกับลำคอ ณ ที่นั้นพวกเขาจะวิงวอนขอความพินาศให้แก่ตัวเอง ในวันนี้เจ้าอย่าได้วิงวอนขอความพินาศเพียงครั้งเดียว แต่จงวิงวอนขอความพินาศหลายๆ ครั้ง”

(อัลฟุรกอน 25/11-14)

     3. “วันที่พวกเขาจะถูกผลักลงนรกญะฮันนัมอย่างผลักไสไล่ส่ง นี่คือไฟนรก ซี่งพวกเจ้าเคยปฏิเสธมัน”

(อัฏฏูร 52/13-14)

     4. “และวันนั้นเจ้าจะเห็นบรรดาอาชญากรถูกล่ามตรึงไว้ด้วยโซ่   เครื่องนุ่งห่มของพวกเขาทำด้วยวัสดุไหม้ไฟ และไฟจะลุกคลุมใบหน้าของพวกเขา”

(อิบรอฮีม 14/49-50)

     5. จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

         “ในวันกิยามะฮฺจะมีคอโผล่ออกมาจากนรกซึ่งมันมีสองตาที่มองเห็น สองหูที่ได้ยิน และมีลิ้นที่พูดได้

          มันจะกล่าวว่า ฉันได้รับมอบหมายกับบุคคลสามประเภท ทุกคนที่หยิ่งยโส ดื้อรั้น ทุกคนที่วิงวอนต่อพระเจ้าอื่นพร้อมกับอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ทำรูปภาพ”

(อะหฺมัด หะดีษเลขที่ 8411, อัตติรมิซียฺ หะดีษเลขที่ 2574)

 

แปลโดย : ยูซุฟ อบู บักรฺ (ทิวากร แย้มจังหวัด) / Islam House

 

Part  2  next >>>>Click