ข้อคิดสำหรับดาอีย์
  จำนวนคนเข้าชม  11011

 

ข้อคิดสำหรับดาอีย์(ผู้เผยแผ่อิสลาม)

 

มัสลัน มาหะมะ

 

 

          ประชาชาติมุสลิมในภาวะปัจจุบัน กำลังถูกรุมเร้าด้วยไวรัสร้ายที่อันตรายยิ่งและหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไวรัสดังกล่าวได้กัดกร่อนอัตลักษณ์ของความเป็นมุสลิมและทำลายวิถีชีวิตของประชาชาติ หรืออย่างน้อยได้ก่อให้เกิดภาวะขาดความสมดุลทางบุคลิกภาพของมุสลิมทั้งด้านความคิด ร่างกายและจิตวิญญาณ

           ซึ่งส่งผลให้มุสลิมกลับกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ซึมเศร้า ท้อแท้และสิ้นหวัง ชอบเลียนแบบอย่างไม่ลืมหูลืมตา มีพฤติกรรมบริโภคนิยม ไร้เดียงสา ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมืออยู่เป็นเนือง ไม่สู้งาน ไม่เห็นคุณค่าของเวลา พอใจและภูมิใจกับวัฒนธรรมแห่งความถดถอยและวังวนแห่งความล้าหลัง เว้นแต่ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ  เท่านั้น ที่จะรอดพ้นจากภยันตรายดังกล่าว

          ความสูญเสียซึ่งอัตลักษณ์หรือบุคลิกภาพของมุสลิมตลอดจนการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวข้างต้น นับเป็นหลุมดำที่สร้างความสูญเสียแก่ประชาชาติและสังคมมุสลิมอย่างใหญ่หลวง เพราะมันได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งที่สร้างรอยร้าวในสังคมที่ยืดเยื้ออย่างเป็นเวลายาวนาน สร้างความแตกแยกในสังคมทุกระดับชั้น ไม่ว่าในระดับผู้นำหรือปุถุชน ทั้งในระดับนานาชาติหรือภูมิภาค หรือแม้แต่ในกลุ่มประชาชนทั่วไป ความขัดแย้งในลักษณะเช่นนี้ ทำให้ประชาชาติละเลยและเมินเฉยต่อหน้าที่ความรับผิดชอบที่มุสลิมพึงปฏิบัติ ทำให้ผู้ไม่หวังดีมีความเข้มแข็งสามารถกวาดต้อนมุสลิมให้อยู่ในวงล้อมของพวกเขา และสุดท้าย ประชาชาติมุสลิมจะตกเป็นเบี้ยล่างและเป็นสำรับอันโอชะของนักล่าเหยื่อทั้งหลาย สังคมมุสลิมจึงยอมก้มหน้าก้มตาเชื่อฟังและศิโรราบต่อการชี้นำของผู้ไม่หวังดี แม้นว่าจะต้องฝืนเข้าไปในรูแย้ก็ตาม และพอใจที่จะรับความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลุมพรางเดิมโดยไม่หลาบจำ 

          สถานการณ์ของประชาชาติขณะนี้ กำลังตกอยู่ในภาวะที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่ชะฮีดอับดุลกอดีร เอาดะฮฺ ซึ่งได้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า "อิสลาม ท่ามกลางความเขลาของประชาชาติและความอ่อนแอของบรรดานักปราชญ์" กอปรกับบ่วงบาศอันที่สามที่กำลังคล้องคอประชาชาติมุสลิมปัจจุบัน นั่นคือแผนร้ายจากผู้ไม่หวังดี ที่จ้องทำลายล้างอิสลามและประชาชาติมุสลิม

 


          ดังนั้นประชาชาตินี้ โดยเฉพาะบรรดาดาอีย์(นักเผยแผ่อิสลาม)ทั้งหลาย จะต้องทำตัวให้หลุดพ้นจากพันธนาการและแยกตัวเป็นอิสระจากการตกเป็นผู้ตามทั้งปวง พร้อมกับทุ่มเทสรรพกำลังมุ่งมั่นทำงานเพื่อ

 

          1. ทวงคืนซึ่งเกียรติภูมิและความสูงส่งของประชาชาติอิสลาม เพื่อเป็นหลักประกันซึ่งเกียรติแห่งชีวิตและศักดิ์ศรีบนโลกนี้ รวมทั้งความปลอดภัยในโลกอาคิเราะฮฺ อัลลอฮฺสุบหานะฮูวะตะอาลาตรัสไว้ความว่า

"บุคคลใดที่ปฏิบัติความดีไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา

ดังนั้นเราจะให้เขาดำรงชีวิตที่ดี(ในโลกนี้) และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาซึ่งรางวัลของพวกเขาที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้"

(อันนะหฺลฺ 97)

 

          2. ปกป้องและพิทักษ์รักษาประชาชาติที่สูญสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีและสิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์  เพราะทุกวันนี้ประชาชาติกำลังตกอยู่ในภาวะที่อ่อนแอและตกเป็นทาสของอารมณ์ใฝ่ต่ำ ขาดสติ คลุ้มคลั่ง ที่ไม่เพียงแต่จ้องทำร้ายผู้อื่นเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะทำลายชีวิตของตนเองอีกด้วย ไม่มีผู้ใดหรือประชาชาติใดที่จะมีศักยภาพพอในการปกปักษ์รักษาและคุ้มครองชีวิตความเป็นอยู่และศักดิ์ศรีของมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นวันนี้ หรือจนกระทั่งถึงวันกิยามะฮฺ นอกจากประชาชาติมุสลิม ตราบใดที่เขายึดมั่นในอิสลาม

         แนวทางหรือวิธีการ คือ เขาจะต้องเริ่มต้นจากจุดที่เขาได้หยุดพักหรือหลับใหล ซึ่งจุดที่เขาได้หยุดพักก็คือจุดที่เกิดภาวะการทำลายบุคลิกภาพของความเป็นมุสลิม และทำลายศักดิ์ศรีเกียรติยศของความเป็นมนุษย์ผู้ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นเรามาเริ่มต้น ณ จุดนี้ เราจะต้องทุ่มเททำงานอย่างเข้มแข็งและมุ่งมั่นสู่การสร้างบุคลิกภาพมุสลิมที่เพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะที่ดีงาม ปลอดจากคุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะสมและสมควรที่จะเป็นผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือและได้รับซึ่งชัยชนะจากอัลลอฮฺ ด้วยคุณลักษณะที่พระองค์ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานความว่า

"จงกล่าวเถิด(มูฮำมัด) ว่า แท้จริงการละหมาดของฉัน และการอีบาดะฮฺ(การเคารพภักดี)ของฉัน

และการมีชีวิต และการตายของฉันนั้น เพื่อพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลกเท่านั้น ไม่มีภาคีใดๆแก่พระองค์

และด้วยสิ่งนั้นแหละข้าพระองค์ถูกใช้ และข้าพระองค์คือคนแรกในหมู่ผู้สวามิภักดิ์ทั้งหลาย”

(อัล-อันอาม 162-163)

          การปลุกผู้คนจากการหลับใหล และเชิญชวนมวลมนุษย์ให้เดินทางบนเส้นทางอันเที่ยงตรง พร้อมกับประคับประคองไม่ให้ตกรางหรือพลัดหลงจากเป้าหมายที่แท้จริงนี่แหละ คือหน้าที่และภารกิจหลักของดาอีย์

          การเชิญชวนสู่อัลลอฮฺถือเป็นหน้าที่ของบรรดานบีและเราะซูล ซึ่งพวกเขาทั้งหลายล้วนแล้วเป็นบ่าวผู้ประเสริฐยิ่งของอัลลอฮฺ การเชิญชวนสู่อัลลอฮฺเป็นมรดกอันล้ำค่าของเราะซูลที่ได้รับการสืบทอดโดยบรรดา อุลามาอฺร๊อบบานีย์(นักปราชญ์อิสลามผู้ทรงคุณธรรม) ถือเป็นภารกิจอันสูงส่งและทรงเกียรติยิ่งเป็นลำดับที่สองรองจาการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ทั้งนี้เพราะผลของมันคือการชี้นำมนุษย์สู่อาทิตย์อุทัยแห่งสัจธรรม โน้มน้าวพวกเขาสู่ความดีงามและอารยธรรมอันสูงส่ง ฉุดรั้งให้หลุดพ้นจากความเท็จและจอมปลอม ชำระล้างจากคราบอวิชาสู่ความรู้แจ้ง ปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากพันธนาการของการเป็นทาสต่อมนุษย์ด้วยกันสู่การเป็นบ่าวของอัลลอฮฺสกัดกั้นมนุษย์ให้รอดพ้นจากความอธรรมของทฤษฎีอันจอมปลอมสู่ความยุติธรรมและสัจธรรมของอิสลาม และทำให้มนุษย์ปลอดภัยจากการครอบงำของโลกดุนยาที่แสนคับแคบ สู่ความยิ่งใหญ่ของโลกอาคิเราะฮฺ อัลลอฮฺ ตรัสไว้ความว่า

 "และผู้ใดเล่าจะมีคำพูดที่ดีเลิศไปกว่าผู้ที่เชิญชวนไปสู่อัลลอฮฺ และเขาปฏิบัติการงานที่ดี

และกล่าวว่า แท้จริงฉันเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่นอบน้อม"

(ฟุศศิลัต 33)


          เพื่อให้ภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ประสบความสำเร็จ บรรดาดาอีย์ทั้งหลายควรต้องตระเตรียมเสบียงซึ่งเพียบพร้อมด้วยสรรพกำลังที่มีคุณภาพและศักยภาพ สามารถเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายและอุปสรรคขวากหนามไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็นฝ่ายรุกหรือยามที่ตกเป็นฝ่ายรับ ซึ่งเสบียงดังกล่าวได้แก่

 

เสบียงที่ 1

การศรัทธาที่เข้มแข็งและหัวใจที่ใสบริสุทธิ์(อิคลาศ) ปราศจากความย่อท้อและสิ้นหวัง

 

เสบียงที่ 2

จรรยามารยาทที่งดงาม กิริยาวาจาที่นุ่มนวล และห่างไกลจากแนวคิดสุดโต่งในศาสนา

ดังเช่นท่านมุอาซ ได้กล่าวว่า "ท่านเราะซูลุลลอฮฺ  ได้เคยสั่งเสียแก่ฉันว่า

 "จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ จงพูดแต่ความจริง จงรักษาซึ่งสัญญา จงรับผิดชอบต่อหน้าที่ อย่าทำลายอะมานะฮฺ(ความรับผิดชอบ)

จงให้เกียรติเพื่อนบ้านเรือนเคียง จงมอบความรักความเอ็นดูเด็กกำพร้า จงพูดจาไพเราะ จงเผยแผ่สลาม จงกระทำแต่ความดี ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย

จงมีความศรัทธาที่มั่นคง จงพัฒนาและยกระดับความเข้าใจเนื้อหาในอัลกุรอาน จงใฝ่อาคิเราะฮฺ

จงเกรงกลัวต่อการคิดคำนวณในวันอาคิเราะฮฺและจงอ่อนน้อมถ่อมตน จงอย่านินทาว่าร้ายผู้ที่มีความสามารถ อย่าใส่ร้ายป้ายสีคนดี อย่าเชื่อฟังคนพาล

อย่าทำตนเป็นฝ่ายปฏิปักษ์ผู้นำที่ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม อย่าสร้างความเสียหายบนพื้นแผ่นดิน

จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺในทุกสภาวการณ์ จงขออภัยโทษกับความผิดที่ได้กระทำขึ้นทั้งในที่ลับและในที่แจ้งอย่างสม่ำเสมอ

(รายงานโดยอะบูนุอัยม)

 

เสบียงที่ 3

         ความรู้ที่ครอบคลุม ปัญญาที่สุขุมลุ่มลึกและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลพร้อมกับประสบการณ์อันยาวนาน พึงตระหนักเถิดว่า การเชิญชวนผู้คน เป็นการบริจาคทานประการหนึ่ง ดังนั้นไม่มีผู้ใดที่สามารถบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา หากว่ายน้ำไม่เป็นแล้ว อย่าอาจหาญไปช่วยคนที่กำลังจมน้ำ ผู้ศรัทธาจะไม่ถูกอสรพิษกัดจำนวน 2 ครั้งในรูเดียวกัน ผู้เรืองปัญญาคือผู้ที่นำประสบการณ์ของผู้อื่นมาเป็นบทเรียน ในขณะที่คนเขลาคือผู้ที่ประสบการณ์ของเขาเป็นแต่เพียงอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นเท่านั้น ผู้อัจฉริยะไม่ใช่คนที่สามารถเลือกระหว่างสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี แต่คนอัจฉริยะที่แท้จริงคือคนที่ฉลาดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดระหว่างสองสิ่งที่ดีงาม และแยกแยะสิ่งที่ชั่วร้ายกว่าระหว่างสองความชั่วร้าย

 

เสบียงที่ 4

          มีความวิริยะอุตสาหะและความตั้งใจที่สูงส่ง อดทนต่อปัญหาและอุปสรรค มั่นคงในสัจธรรมดุจดังภูผา ละเอียดรอบคอบ ไม่รีบร้อนต่อผลสัมฤทธิ์ มอบหมายและขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ  อิมามอิบนุลก็อยยิมได้กล่าวว่า

"พึงรู้เถิดว่า เส้นทางสายนี้คือเส้นทางที่นบีอาดัม เคยเดินผ่านด้วยความบากบั่นและเหนื่อยล้า

นบีนูหฺ เคยสัญจรด้วยเสียงร่ำไห้ที่ โอดครวญกับความสูญเสียภรรยาและลูกสุดที่รัก

นบีอิบรอฮีม ถูกจับโยนในกองไฟที่กำลังลุกโชน

นบีอิสมาอีล ยอมพลีชีพเพื่อให้ถูกเชือดกุรบาน

นบียูซุฟ ถูกขายด้วยราคาที่แสนถูกและถูกจับขังลืมเป็นนักโทษเป็นเวลาหลายปี

นบีซะกะรียา ถูกผ่าศรีษะด้วยเลื่อยอย่างสยดสยอง

นบียะห์ยา ถูกฆ่าตัดคออย่างน่าอนาถ

นบีอัยยูบ ได้รับทรมานจากโรคร้ายอันแสนสาหัสเกินที่มนุษย์ทั่วไปจะทนได้

นบีดาวูด ต้องสูญเสียน้ำตากับการร้องไห้ที่ยาวนาน

นบีอีซา ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพียงลำพังโดดเดี่ยว ซึ่งสถานการณ์ความเลวร้ายและอุปสรรคต่างๆ ดังกล่าว

นบีมูฮัมมัด  ก็ลิ้มรสสัมผัสมาแทบทั้งสิ้น

 

เสบียงที่ 5

          ยึดมั่นในการทำงานเป็นองค์กรหรือญะมาอะฮฺที่มีแนวทางถูกต้องและเที่ยงตรง มีผู้นำซึ่งเปี่ยมด้วยความรู้และประสบการณ์ จงยึดมั่นและเชื่อฟังในสิ่งที่เป็นสัจธรรม แท้จริงแล้วมารร้ายชัยฏอนเปรียบเสมือนสุนัขจิ้งจอกที่คอยซุ่มและรอโอกาสจู่โจมลูกแกะที่หลงฝูงเท่านั้น ฉะนั้นจงยึดมั่นในญะมาอะฮฺในทุกสภาวการณ์ เพราะความขุ่นมัวและความขัดแย้งในกลุ่มญะมาอะฮฺย่อมดีกว่าความเงียบสงบและใสสะอาดของความแตกแยก จงอย่าเดินบนซอยเปลี่ยวตามลำพัง ผู้ที่ทำตัวห่างไกลจากญะมาอะฮฺแม้เพียงแค่คืบเดียว แท้จริงแล้วเขาได้ปลดปล่อยอิสลามออกจากตัวเขาไปโดยปริยาย


 

         นอกจากนี้นักดาอีย์ทั้งหลายจำเป็นจะต้องมีคู่มือในการดำเนินกิจกรรมการเผยแผ่และเชิญชวนที่ชัดเจน สรุปได้ดังนี้

     1.  ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีก่อนที่จะเชิญชวนผู้อื่น คำขวัญของเราคือ จงปรับปรุงตัวเองและจงชักชวนผู้อื่น

     2.  สร้างความประทับใจและความผูกพันทางใจก่อนเป็นลำดับแรก พึงตระหนักเสมอว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมั่นคงนั้นคือหัวใจแห่งการผูกมัดหัวใจมนุษย์

     3.  สร้างความรู้ความเข้าใจก่อนที่จะมอบหมายภาระหน้าที่ พึงตระหนักว่า ความเข้าใจต่ออุดมการณ์ จะนำมาซึ่งการผูกพันที่เข้มแข็งและมั่นคงในองค์กร

     4.  ทำงานและดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นระบบและมีลำดับขั้นตอน ไม่เร่งรีบจนทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดอาการเบื่อหน่ายและเมินหนี

     5.  ปรับเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย อย่าทำให้เกิดความยุ่งยากสลับซับซ้อน เพราะอิสลามไม่ส่งเสริมความสุดโต่งและความยุ่งยากสลับซับซ้อนทั้งปวง นบีมูฮัมมัด ชอบความเรียบง่ายตราบใดที่ไม่ใช่การกระทำที่เป็นบาปหรืออบายมุขทั้งปวง

     6.  แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง โดยสร้างความเป็นน้ำหนึ่งในประเด็นที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน พร้อมกับพยายามแก้ไขและทำความเข้าใจในประเด็นข้อขัดแย้งอย่างเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

     7.  เริ่มต้นด้วยการสร้างความความใกล้ชิดที่ประทับใจและเปี่ยมสุข อย่าเริ่มต้นด้วยการนำเสนอทุกอย่างที่เป็นสารัตถะของอิสลาม เพราะอาจทำให้ลูกค้าปฏิเสธทุกอย่างของอิสลามได้ จงสานเสวนากับกลุ่มเป้าหมายบนพื้นฐานที่เหมาะสมกับระดับความรู้และความคิดของเขา

 

          เนื่องในโอกาสที่ปีใหม่แห่งฮิจเราะฮฺศักราช ได้เวียนบรรจบมาอีกครั้งหนึ่ง สังคมมุสลิมน่าจะถือโอกาสนี้สะสางตนเองด้วยการลุกขึ้นปัดเป่าและเยียวยาไวรัสร้ายที่กำลังรุมเร้าอยู่ พร้อมๆ กับการบำบัดรักษาและพัฒนาสังคมสู่ความโปรดปรานแห่งอัลลอฮฺ  หาไม่แล้ว สังคมมุสลิมก็ยังอยู่ในวังวนแห่งการบูชาพิธีกรรมและเทศกาลโดยไม่สามารถซึมซับปรัชญาและนำบทเรียนของพิธีกรรมหรือเทศกาลดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิต เป็นเหตุให้สังคมต้องจมปลักในวัฏจักรแห่งความถดถอยอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

 

 

 

 

 

 

 

www.e-daiyah.com