www.islammore.com หน้าแรก | ติดต่อเรา    
จำนวนผู้เข้าชมบทความนี้ :  4841 คน
ส่งต่อให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้


 Ya...Rasulallah.. يا رسول الله

 จากมุสลิมะฮ์ผู้ศรัทธา

 

                         
           ท่ามกลางความต่ำช้า เลวทราม การดูหมิ่นเหยียดหยาม ที่ศัตรูของอัลลอฮ์   กำลังเหิมเกริม วางก้าม ลอบรุมทำร้ายศาสนาของพระองค์ด้วยวิถีแห่งมารร้าย เรามุสลิมยังคงไม่ไหวติง ยังคงหัวเราะ เริงร่า ยังคงนิ่งเฉยดูดาย  และยังไม่รู้สึกรู้สากันอยู่อีกหรือ !  การลุกฮือขึ้นเป็นครั้งคราว ด้วยการบอยคอตสินค้าไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับบาดแผลที่ฝากไว้ในจิตใจของมุสลิมทั่วโลก นั่นไม่ใช่เพราะความเผลอเรอ หลงลืม และไม่เอาจริงเอาจังของเราอย่างนั้นหรือ !

          หนึ่งสิ่งที่ยืนยันถึง การต่อสู้และไม่ละเลย ต่อความสกปรกที่กำลังแปดเปื้อนอยู่ขณะนี้ นั่นคือ การที่มุสลิม รู้และเข้าใจในรายละเอียด คำสอน ข้อเท็จจริง ของศาสนาอย่างลึกซึ้ง  และหนึ่งในข้อกล่าวหาแอบอ้างอย่างโง่เขลาที่เป็นชนวนให้ศัตรูอิสลาม รุมดูถูก ถากถาง อย่างตาบอดมืดมัว นั่นคือ ความสงสัยในการมีภรรยาหลายคนของท่านเราะซูล      เราในฐานะมุสลิม มีคำตอบที่ชัดเจนแก่ตัวเอง และพร้อมตอบแก่ผู้เคลือบแคลงสงสัย มากน้อยเพียงใด ?

 

          คำตอบในการแต่งงานของท่านเราะซูล   สามารถแบ่งประเด็นได้ดังนี้


          ๑. ตลอดช่วงวัยหนุ่มของท่านราะซูล    จนกระทั่งท่านอายุ ๒๕ ปี ท่านเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งโสมมและมลฑิลทั้งปวง เป็นชายหนุ่มผู้สุภาพ เรียบร้อย มีสัจจะและเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจแก่วงศาคณาญาติตลอดจนผู้คนที่รู้จักและคุ้นเคยกับท่าน จนได้รับสมญานามว่า “ ผู้มีสัจจะ ผู้ซื่อสัตย์ ”

           ท่านสมรส กับท่านหญิง คอดิญะฮ์ บินติ คุวัยลิด แม่หม้ายลูกติด วัย ๔๐ ปี ขณะที่ท่านมีอายุเพียง ๒๕ ปี  โดยที่ท่านไม่ได้แต่งงานกับหญิงอื่นเลยตลอดอายุขัยของนาง ในขณะที่ประเพณีอาหรับสมัยนั้น ชายฉกรรจ์ต่างมีภรรยา ๑๐ ถึง ๒๐ คน เป็นอย่างน้อย

  
          ๒.  ท่านเราะซูล   มีชีวิตสมรสกับท่านหญิง คอดีญะฮ์ ๒๕ ปี ภายหลังจากนางเสียชีวิต ท่านอยู่ในความอาลัย และไม่ได้แต่งงานกับหญิงใดเลยเป็นระยะเวลา ๒ ปี จากนั้นท่านเราะซูล   ได้แต่งงานครั้งใหม่กับท่านหญิง เซาดะฮ์ บินติ ซุมอะฮ์  หญิงหม้ายอาวุโสวัยเดียวกับท่านหญิงคอดีญะฮ์ หรือ มากกว่า ( ตามสายรายงานที่ไม่ตรงกัน ) เนื่องเพราะต้องการปกป้องนางจากการถูกครอบครัวบังคับให้กลับสู่การบูชาเจว็ด(รูปปั้น) หากการแต่งงานของท่านเราะซูล   เป็นไปเพียงเพื่อตอบสนองอารมณ์ตัณหา เหตุใดท่านจึงต้องแต่งงานกับหญิงหม้ายชราภาพ ทั้งๆที่ท่านยังอยู่ในวัยฉกรรจ์?! 


         ๓ . หน้าประวัติศาสตร์ ได้ยืนยันเอาไว้ว่า มีศาสดาท่านก่อนๆ  ที่มีภรรยามากกว่า ๑ คน ดังเช่น ท่านนบีดาวูด อะลัยฮิสสลาม ( David ) มีภรรยา ๙๙ คน และท่านนบีสุลัยมาน อะลัยฮิสสลาม( Solomon ) มีภรรยา ๗๐๐ คน และ ทาสี ๓๐๐ คน    เหตุใดยิวและคริสต์จึงรุมประณามท่านเราะซูล  ทั้งๆที่มีหลักฐานอย่างชัดเจนในคัมภีร์ของตนเอง?

 

          สามารถประมวลสาเหตุและเหตุผลการแต่งงานของท่านเราะซูล    กับบรรดาภรรยาของท่านโดยสังเขปดังนี้


          ๑. การแต่งงานเป็นหนทางหนึ่งที่สร้างสายสัมพันธ์อันดีงามระหว่างเครือญาติ และ วงศ์ตระกูล อาหรับทุกตระกูลล้วนแล้วแต่ให้เกีรยติบุตรเขย จึงไม่แปลกที่ว่าตระกูลต่างๆในอาหรับส่วนใหญ่แล้วนับถือศาสนาอิสลาม


          ๒. การแต่งงานของท่านเราะซูล   กับภรรยาบางท่าน เป็นไปด้วยสาเหตุเพราะ ต้องการช่วยเหลือให้พวกนางรอดพ้นจากการกลับสู่การปฏิเสธศรัทธา และเพื่อให้ดำรงมั่นอยู่ในอิสลามได้อย่างปลอดภัย


          ๓. เพื่อให้เกีรยติและเป็นความเอ็นดูเมตตา ดังกรณีที่ท่านแต่งงานกับท่านหญิง ญุวัยรียะฮ์ บินติ ฮาริษ หัวหน้าเผ่าบนีมุสฏอลิกซึ่งตกเป็นเชลย ซึ่งมีผลทำให้เชลยเป็นไท(อิสระ) ๑๐๐ คน  เหตุเพราะบนีมุศฏอลิกได้กลายเป็นเครือญาติกับท่านเราะซูล   บรรดาศ่อฮาบะฮ์จึงละอายที่จะจับกุมเครือญาติของท่านต่อไป


          ๔. เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่อิสลาม และกระชับสัมพันธ์ในหมู่ศอฮาบะฮ์ ดังกรณีท่านหญิง อาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ที่นางมีชีวิตอยู่ภายหลังการวะฟาต(ตาย)ของท่านเราะซูล    ถึง 48 ปี ทั้งนี้ด้วยเคล็ดลับที่อัลลอฮ์   ทรงประสงค์ให้นางแต่งงานกับท่านตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อซึมซับคำสอนอิสลามที่ถูกต้องอย่างแน่นแฟ้น และทำหน้าที่เผยแพร่ และอำนวยประโยชน์แก่ประชาชาติอิสลาม ด้วยความรู้อันลึกซึ้งของนาง


           ๕. การแต่งงานอันมีเหตุผลจากด้านศาสนาและสังคม


          ๖. การมีภรรยามากกว่า ๔ คนของท่านเราะซูล   เป็นเรื่องที่อัลลอฮ์ ทรงเจาะจงพิเศษแก่ท่าน โดยมิได้ให้สิทธิ์นี้แก่ผู้ใดในประชาชาติของท่าน และการแต่งงานของท่านหาใช่เพราะความปราถนาส่วนตัว แต่เป็นพระบัญชาและกำหนดการณ์จากพระองค์


 

           พอเพียงแล้วที่สติปัญญาปุถุชน จะเข้าใจอย่างไม่ลำเอียงว่า หากการแต่งงานของท่านเราะซูล     มีจุดประสงค์เพียงเพื่อตอบสนองความปราถนาทางกามารมณ์  เหตุใดท่านจึงไม่เลือกแต่งงานกับหญิงสาว บริสุทธิ์!?  บรรดาภรรยาของท่าน ๑๒ คน มีเพียงท่านหญิง อาอิชะฮ์ บินติ อบีบักร ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ท่านเดียวเท่านั้นที่เป็นหญิงสาว นอกเหนือจากนั้น เป็นหญิงหม้าย และขณะที่ท่านแต่งงานกับนาง รวมถึงภรรยาคนอื่นๆ ภายหลังการเสียชีวิตของท่านหญิง ค่อดีญะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านมีอายุมากกว่า ๕๐ ปี  นั่นย่อมไม่เป็นการยุติธรรมต่อตัวท่าน หากท่านเลือกสมรสเพียงเพื่อตอบสนองความใคร่ในเลขอายุเช่นนี้

           เช่นเดียวกับที่ท่านเลือกใช้ชีวิตสมรสตลอดวัยหนุ่มฉกรรจ์ กับหญิงหม้ายที่มีอายุมากกว่าถึง ๑๕ ปี โดยมีนางเป็นภรรยาเพียงคนเดียวตลอดระยะเวลา ๒๕ ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกับนาง   ประวัติศาสตร์ได้ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ สูงส่งของท่านของท่านเราะซูล   อย่างชัดเจนที่สุดแล้ว คงเหลือแต่เพียงผู้มุสา (โกหก)และใจบาปเท่านั้น ที่ยังคงดื้อดัน ปิดหู และปิดตา   

         เกียรติของท่านเราะซูล  ได้ถูกหยามครั้งแล้วครั้งเล่า จะยังมีเกียรติใดในโลกอีกเล่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ คำหมิ่นประมาทที่ดูห่างไกลสายตา แต่สำหรับผู้ศรัทธารอยแผลยังคงบาดลึกและไม่เคยห่างไกล  หน้าที่เดียวของผู้อ้างตนว่ารักท่านเราะซูล   คือการยึดมั่นในแนวทางของท่านอย่างแน่นแฟ้น และไม่ปล่อยให้ศรัตรูอิสลามดึงผลประโยชน์ใดๆ จากผู้เป็นมุมินไป ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม  แล้ว เรา ได้ทำอะไร อย่างจริงจัง บ้างแล้ว หรือยัง ?!

 

وماذا نحن فاعلون ؟


"   ดังนั้น ของสาบานด้วยพระเจ้าของเจ้า แน่นอนเราจะถามพวกเขาทั้งหมด ถึงที่พวกเขาได้กระทำไว้

 ดังนั้น จงประกาศอย่างเปิดเผยในสิ่งที่เจ้าถูกบัญชา และจงผินหลังให้พวกมุชริกีน

 แท้จริง  เราได้ให้ความพอเพียงแก่เจ้า ต่อพวกเย้ยหยันแล้ว

(คือ)บรรดาผู้ตั้งพระเจ้าอื่นเป็นภาคีกับอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาจะรู้  และโดยแน่นอน เรารู้ว่าแท้จริงนั้นหัวอกของเจ้าอึดอัดต่อสิ่งที่พวกเขากล่าว

ดังนั้น จงกล่าวสดุดี ด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า และจงร่วมอยู่ในหมู่ผู้สุญูด และจงเคารพภักดีต่อพระเจ้าของเจ้า

จนกว่าความแน่นอน ( ความตาย )จะมาหาเจ้า  "  

 

( อัลฮิจรฺ 92 – 99 )

 

 

 

 


   อ้างอิงจาก

 - มุฮัมหมัด มะฮฺมูด อับดุลลอฮ ( อาจารย์ แผนกอุลูมกุรอาน มหาวิยาลัย อัลอัศฮัร )
  مع الحبيب صلى الله عليه وسلم و لمحات من حياته  
  - เชคอาลี อีซา การมีภรรยาหลายคนในอิสลาม

 

 

หน้าแรก | ติดต่อเรา  | ประเด็นร้อน  | อัลกุรอาน  | อัลฮะดิษ  | ฟัตวาปัญหาศาสนา  | มุสลิมะฮ์  | บทสัมภาษณ์  | ประวัติศาสตร์อิสลาม  | บทความศาสนา  | ข่าวประชาสัมพันธ์  | มุมผู้ที่สนใจอิสลาม  | ดาวน์โหลด  | บทความวิชาการ  | จดหมายจากต่างแดน  | ซะกาตวาญิบ  | หนังสือที่ต้องอ่าน  | โลกมุสลิม  | คุตบะฮ์  | ร่วมแสดงความคิดเห็น
Copyrights 2011 www.islammore.com All Rights Reserved.
           
 STATS: counter