การเป็นอิหม่าม
  จำนวนคนเข้าชม  11638

การเป็นอิหม่าม

 

โดย...เชค อับดุลลอฮ์ อับดิรเราะหมาน ศอและห์ อาลบัสซาม

 

         เป็นบทที่จะพูดถึงมารยาทของอิหม่าม(ผู้นำ) และผู้ตาม(มะมูม) และสิ่งที่จำเป็นของแต่ละคน ซึ่งมีการแจกแจงโยงใยบางส่วนของเขาทั้งสองกับอีกบางส่วนเข้าด้วยกัน

          การเป็นอิหม่าม เป็นระเบียบของพระองค์อัลลอฮ์ ที่ได้ทรงชี้แนะเราในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติ ไปสู่วัตถุประสงค์เป้าหมายที่สูงส่ง และการเจริญรอยตามบรรดาผู้นำ ในสถานที่ต่างๆ ของการต่อสู้(ญิฮาด) ในความสวยงามของระเบียบ และการสนับสนุนเพื่อกิจการต่างๆทางด้านทหาร การเคลื่อนไหวการทำสงคราม และการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นประจำ

 

          โดยที่ผู้น้อยจะต้องยืนอยู่กับผู้ใหญ่ ผู้มั่งมีจะยืนอยู่กับผู้ยากจน ผู้มีเกียรติจะยืนอยู่กับผู้ไม่มีเกียรติ และอื่นๆ จากความเร้นลับของข้อเท็จจริง ที่ไม่สามารถจะคณานับได้ สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของจุดมุ่งหมายที่สูงสุด และมันคือการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ และการสยบยอมต่อพระองค์

มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮ์ ว่า ท่านนะบี กล่าวไว้ว่า

"คนที่เงยศรีษะของเขาก่อนอิหม่าม ไม่กลัวการที่อัลลอฮ์ จะทรงเปลี่ยนศรีษะของเขา ให้เป็นศรีษะของลาหรือ ?

หรือการที่อัลลอฮ์ จะทรงเปลี่ยนรูปภาพของเขา ให้เป็นรูปภาพของลาหรือ ? "

 

อธิบายความหมาย

         แท้จริง อิหม่ามนั้นถูกแต่งตั้งมาในละหมาด เพื่อให้คนได้ตาม โดยที่การเปลี่ยนอิริยาบทของมะมูมจะเกิดขึ้น หลังการเปลี่ยนอิริยาบทของอิหม่าม และด้วยเหตุดังกล่าวจึงเกิดความสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อไปทำในลักษณะที่แข่งกับอิหม่าม เป้าหมายต่างๆที่มีความต้องการจากอิหม่ามก็หมดไป ด้วยเหตุนี้สัญาณที่รุนแรงจึงมีมายังผู้ที่เงยศรีษะของเขาก่อนอิหม่าม ด้วยการทำให้ศรีษะของเขาเป็นศรีษะของลา หรือทำให้รูปภาพของเขาเป็นรูปภาพของลา ซึ่งศรีษะของเขาจะถูกเปลี่ยนจากสิ่งที่สวยงาม ไปเป็นรูปที่น่าเกลียดน่าชังที่สุด เป็นผลตอบแทนจากอวัยวะนี้ที่เกิดการเงยขึ้น และทำให้การละหมาดบกพร่อง

 

         บรรดาผู้รู้ได้เห็นพ้องต้องกันว่า ห้ามมะมูมทำการแข่งกับอิหม่ามในสัญญาณที่ร้ายแรงนี้ แต่พวกเขามีความเห็นที่แตกต่างกัน ในเรื่องของการเสียละหมาด มหาชนปวงปราชญ์ เห็นว่ามันไม่ทำให้เสียละหมาด

อิหม่ามอะหมัด ได้กล่าวไว้ในสารของท่านว่า "ไม่มีการละหมาดสำหรับผู้ที่ทำการแข่งกับอิหม่าม"

          ลูกศิษย์ของอิหม่ามอะหมัด กล่าวว่า ใครที่ทำการแข่งกับอิหม่ามก็ให้เขากลับไปทำใหม่ แล้วหากเขาไม่เจตนาการละหมาดของเขาก็เสียไป แต่ที่ถูกต้องคือ สิ่งที่กล่าวไว้ในสารจากการแข่งการกระทำเพียงอย่างเดียว ของผู้ที่เจตนา และรู้ จะทำให้การละหมาดเสีย ซึ่งเป็นการกล่าวของ เชคคุลอิสลาม อิบนุไตยมิยะฮ์ ว่า การสัญญาณร้ายนั้นให้ข้อกำหนดว่าเป็นสิ่งต้องห้าม และการห้ามนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้

 

สิ่งที่ได้จากฮะดิษ

1. ห้ามการเงยขึ้นในการละหมาดต่างๆ ก่อนอิหม่าม

 2. การแข่งการกระทำในทุกการเคลื่อนไหวของการละหมาด ถูกจัดให้เข้าไปอยู่ด้วยกัน

3. จำเป็นที่มะมูมจะต้องตามอิหม่ามในการละหมาด

4. ผลตอบแทนจะเป็นไปตามผลงานโดยที่การเงยศรีษะนั้น จะได้รับผลตอบแทนด้วยสัญญาณร้ายในการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่ง ไปเป็นอีกสภาพหนึ่ง

       5. การเปลี่ยนไปเป็นรูปของลานั้น เนื่องจากระหว่างเขากับลามีความเหมาะสม และคล้ายคลึงกันในเรื่องของความโง่เขลา เบาปัญญา เพราะผู้ที่แข่งการกระทำ เมื่อเขาเจตนาละหมาดก่อนอิหม่าม มันบ่งบอกถึงความโง่เขลาและการมีปัญญาน้อยของเขา

 

 

ถอดความโดย สมอเอก / มูลนิธิชีนำสู่สันติสุข