www.islammore.com หน้าแรก | ติดต่อเรา    
จำนวนผู้เข้าชมบทความนี้ :  2531 คน
ส่งต่อให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้

โลกหลังความตาย
( عالم البرزخ )

 ฮาดีษ ที่กล่าวถึงโลกหลังความตาย

      

          ผู้ที่รายงานกล่าวว่า พวกเราได้ไปละหมาดญะนาซะฮฺ กับท่านนบี ให้แก่ศพของชายชาวอันศ้อร  เมื่อไปถึงสถานที่ฝังศพ ขณะนั้นยังขุดหลุมไม่เสร็จ ท่านรอซูลลุลลอฮ   ได้นั่งหันหน้าไปทางทิศกิบลัต พวกเราได้นั่งล้อมท่าน  ประหนึ่งว่าบนศีรษะของพวกเรานั้นมีนกอยู่ และในมือของท่านมีกิ่งไม้อยู่  ท่านใช้ขุดคุ้ยดิน แล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วก้มมองลงที่พื้นดิน ท่านทำอย่างนั้น 3 ครั้งด้วยกัน  ท่านกล่าวว่า

“ท่านทั้งหลาย จงขอความคุ้มครอง ต่ออัลลอฮฺ     ให้พ้นจากการลงโทษภายในหลุมฝังศพ” (2 หรือ 3 ครั้งด้วยกัน)

         หลังจากนั้นท่านกล่าวว่า

“โอ้ อัลลอฮฺ   แท้จริง ฉันนี้ ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษ ภายในหลุมฝังศพ” (3 ครั้งด้วยกัน)

          หลังจากนั้นท่านกล่าวว่า


          แท้จริงบ่าวที่ศรัทธา เมื่อเขาอยู่ในช่วงระหว่างการตัดขาดจากโลกนี้(ดุนยา) และมุ่งหน้าสู่โลกหน้า (อาคีเราะฮฺ) บรรดามลักจะลงมาจากฟากฟ้า มีใบหน้าสว่างขาวประหนึ่งดวงอาทิตย์ พร้อมกับผ้าหุ้มห่อ (กะฟั่น) ผืนหนึ่ง และเครื่องหอมจากสวรรค์   บรรดามลักอยู่ห่างจากเขาเพียงสุดสายตา จากนั้นมลักแห่งความตาย (มละกุลเมาต) จะลงมานั่งตรงศีรษะของเขา
 แล้วกล่าวว่า

“โอ้ ชีวิตที่ดี (อีกในรายงานหนึ่ง ที่สงบสุขเอ๋ย) เจ้าจงออกไปสู่การอภัยโทษ และความพึงพอใจจากอัลลอฮฺ  ”

          ท่านนบี   กล่าวว่า จะมีสิ่งที่เหมือนกับหยดน้ำไหลออกมา แล้วมลักท่านนั้นจะรับเอาไป (อีกรายงานหนึ่ง กระทั่งวิญญาณของเขาได้ออกมา)ในขณะที่มลักทุกท่าน ที่อยู่ระหว่างชั้นฟ้ากับแผ่นดินได้ขอพรให้แก่เขา และประตูแห่งชั้นฟ้าได้ถูกเปิดให้แก่เขา ไม่มีพวกที่อยู่ ณ ประตูหนึ่งประตูใด นอกจากจะขอต่ออัลลอฮฺ   ให้พระองค์ทรงเอาวิญญาณขึ้นผ่านไป  เมื่อมลักได้นำวิญญาณไป เขาจะไม่ถูกปล่อยไว้แม้เพียงชั่วพริบตา วิญญาณนั้นจะถูกนำไปไว้ในผ้าหุ้มห่อ(กะฝั่น) พร้อมเครื่องหอม     แล้วนั่นคือ พระดำรัสของพระองค์ที่ว่า

“ บรรดาทูตของข้า (อัลลอฮฺ  ) ได้เอาชีวิตเขามา และพวกเขามิได้ทำการบกพร่องแต่ประการใด”

          แล้วจะมีสิ่งที่เหมือนกลิ่นน้ำหอมที่ดีที่สุดในแผ่นดินออกมาจากศพนั้น ท่านกล่าวว่า  เมื่อพวกเขาพาวิญญาณไปยังบรรดามลักกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด จะได้รับการกล่าวว่าวิญญาณที่ดีนี้ เป็นใคร ? พวกเขาจะกล่าวว่า คนนี้ลูกของคนนั้น ด้วยชื่อที่ดีที่สุดที่ใช้เรียกขานกันในโลกนี้ กระทั่งได้พาวิญญาณไปยังชั้นฟ้าที่ใกล้ที่สุด แล้วขอให้เปิดประตูให้กับเขา การเปิดจะมีให้กับเขา  บรรดาผู้ได้รับความใกล้ชิด (มลัก) จะแห่เขาทุกฟากฟ้า จากฟากฟ้าหนึ่งไปสู่ฟากฟ้าถัดไป จนกระทั่งจะมีผู้พาวิญญาณไปสู่ฟากฟ้าที่เจ็ด

          แล้วอัลลอฮฺ   จะตรัสว่า พวกเจ้าจงบันทึกบ่าวของข้าไว้ใน “อิลลียีน” (อิลลียีน คือ บันทึกที่บรรดามลักจะมาเป็นประจักษ์พยานให้)  บันทึกของเขาจะถูกจดไว้ในอิลลียีน จากนั้นพระองค์ตรัสว่า “พวกเจ้าจงให้เขากลับคืนสู่แผ่นดิน เพราะว่าแท้จริงข้าได้สัญญาว่า จากแผ่นดินข้าได้สร้างพวกเขาขึ้นมา และในแผ่นดิน ข้าจะให้พวกเขากลับไป และจากแผ่นดิน  ข้าจะเอาพวกเขาออกมา” แล้วเขาจะถูกส่งกลับคืนสู่แผ่นดิน และวิญญาณจะถูกให้กลับคืนสู่ร่างกาย แล้วเขาได้ยินเสียงกระทบจากรองเท้าของบรรดาสหาย เมื่อพวกเขาได้หันหลังกลับไป จากนั้นมลักสองท่านจะมายังเขาให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วทั้งสองจะถามว่า

มลักถาม :         ใครเป็น “พระผู้เป็นเจ้า”ของท่าน ?

 เขากล่าวว่า :      อัลลอฮฺ   เป็นพระเจ้าของฉัน

 มลักถาม :         ใครเป็น “นบี” ของท่าน และ อะไรที่ทำให้ท่านรู้?  

เขากล่าวว่า :     มุฮัมมัด   เป็นนบีของฉัน  เพราะฉันได้อ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺ   และเชื่อมั่นศรัทธาต่อมัน 

มลักถาม :       อะไรเป็น “ศาสนา”ของท่าน ? 
          

เขากล่าวว่า :     อัลอิสลามเป็นศาสนาของฉัน           

 

“ อัลลอฮฺ   จะทรงให้บรรดาผู้ที่ได้ศรัทธาแล้ว มีความมั่งคงอยู่กับคำกล่าวที่มั่งคง ในชีวิตแห่งโลกนี้(ดุนยา)”

          การทดสอบครั้งสุดท้ายที่จะประสบกับผู้ศรัทธา แล้วจะมีผู้หนึ่งเรียกจากฟากฟ้าว่า บ่าวของข้าได้พูดจริงแล้ว  ดังนั้นจงจัดที่นอนในสวรรค์ให้แก่เขา  จงให้เขาได้สวมใส่จากสวรรค์ และจงเปิดให้แก่เขาซึ่งประตูหนึ่งไปสู่สวรรค์ แล้วจะมีลมโชยและกลิ่นหอมจากสวรรค์  ในหลุมฝังศพจะถูกขยายกว้างให้แก่เขาจนสุดสายตา และจะมีมายังเขาชายคนหนึ่ง(อีกรายงานหนึ่ง จะมาแสดงตัวแก่เขา) ที่มีใบหน้าที่สวยงาม สวมใส่เสื้อผ้าดี มีกลิ่นหอม จะกล่าวว่า ท่านจงดีใจกับผู้ที่อำนวยความสะดวก ท่านจงดีใจกับความพึงพอใจจากอัลลอฮฺ   และสวรรค์ที่มีความสุขตลอดกาล นี่คือวันที่ท่านได้รับการสัญญาไว้  ขออัลลอฮฺ   ได้ทรงแจ้งข่าวดีแก่ท่าน   

แล้วเขาจะถามว่าท่านเป็นใคร ? ใบหน้าของท่านนั้น เป็นใบหน้าที่นำเอาความดีมา

          ชายผู้นั้นจะกล่าวว่า ฉันคือ  การงานที่ดีของท่าน ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ  ว่า ฉันไม่รู้จักท่านนอกจากท่านเป็นผู้รีบเร่งในการเชื่อฟังอัลลอฮฺ   และเป็นผู้ล่าช้าในการฝ่าฝืน  แล้วขออัลลอฮฺ  ได้ทรงตอบแทนท่านด้วยสิ่งที่ดี จากนั้นประตูหนึ่งจะเปิดจากสวรรค์ และเปลี่ยนเป็นประตูหนึ่งจากนรก และจะมีผู้กล่าวว่า นี่คือ ที่อยู่ของท่านหากท่านฝ่าฝืนอัลลอฮฺ   พระองค์จะทรงเอาสิ่งนี้มาเปลี่ยนให้ท่าน จากนั้นเขาได้เห็นสิ่งที่มีอยู่ในสวรรค์ เขาก็กล่าวว่า  โอ้ พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ได้ทรงรีบให้เกิดโลกหน้าเถิด เพื่อที่ฉันจะได้กลับไปหาครอบครัว และทรัพย์สินของฉัน แล้วจะมีผู้กล่าวแก่เขาว่า ท่านจงอยู่เถอะ

          แท้จริงบ่าวที่ปฎิเสธศรัทธา (ในอีกรายงานหนึ่ง ที่ชั่วช้า) เมื่อเขาอยู่ในช่วงที่ตัดขาดจากโลกนี้ (ดุนยา) และมุ่งสู่โลกหน้า (อาคิเราะฮฺ) จะมีมลักที่แข็งกระด้าง เหี้ยมเกรียม ลงมายังเขา มีใบหน้าที่ดำ พร้อมกับมีผ้าขนแข็งจากนรก พวกเขาจะนั่งห่างจากเขาแค่สุดสายตา จากนั้นมลักแห่งความตาย(มละกุลเมาตฺ) จะลงมานั่งตรงศีรษะของเขา


แล้วกล่าวว่า

“โอ้  วิญญาณที่ชั่วช้า เจ้าจงออกไปสู่ ความโกรธกริ้วของอัลลอฮฺ ” 
 

          ท่านนบี  กล่าวว่า แล้วจะกระจายไปในร่างกายของเขา และจะฉุดกระชากเขา เหมือนกับเหล็กย่างเนื้อที่มีเงี่ยงต่างๆ มากมาย ถูกดึงออกจากผ้าขนสัตว์ที่เปียกชุ่ม และเส้นเอ็นต่างๆ และประสาทจะถูกตัดขาดสะบั้นไปพร้อมกัน มลักที่อยู่ระหว่างชั้นฟ้ากับแผ่นดินจะสาปแช่งเขา ประตูต่างๆ ของชั้นฟ้าจะถูกปิด ไม่มีพวกที่อยู่ ณ ประตูหนึ่งประตูใด นอกจากจะขอต่ออัลลอฮฺ   ไม่ให้วิญญาณที่ชั่วช้าขึ้นผ่านไป แล้วมลักได้เอาวิญญาณนั้นไป เมื่อเอาไปเขาจะไม่ถูกปล่อยไว้แม้เพียงชั่วพริบตา เขาจะถูกเอาไปวางไว้ในผ้าขนแข็งผืนนั้นและจะมีออกมาจากมัน  เหมือนกับกลิ่นของซากศพที่เหม็นที่สุด ที่ถูกพบบนพื้นแผ่นดิน แล้วได้พาเขาขึ้นไป และจะไม่ผ่านขึ้นไปยังกลุ่มหนึ่งจากบรรดามลัก นอกจากจะถูกกล่าวว่า  วิญญาณที่ชั่วช้านี้เป็นใคร ? พวกเขาจะกล่าวว่า คนนี้ลูกของคนนั้น ด้วยชื่อที่น่าเกลียดที่สุดที่เขาถูกเรียกขานในโลกนี้ จนกระทั่งพาเขาไปสู่ชั้นฟ้าที่ใกล้ที่สุด แล้วมีผู้หนึ่งขอให้มีการเปิดให้แก่เขา และจะไม่มีผู้ใดเปิดให้แก่เขา จากนั้นท่านรอซูลลุลลอฮฺ    ได้อ่าน

“ประตูต่างๆของชั้นฟ้าจะไม่ถูกเปิดให้แก่เขา  และพวกเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์จนกว่าอูฐจะรอดเข้ารูเข็มได้เสียก่อนเท่านั้น” 
          

          แล้วอัลลอฮ    จะตรัสว่า พวกเจ้าจงบันทึกเขาไว้ ในบันทึกแห่งความชั่วในพื้นแผ่นดินที่ต่ำที่สุด จากนั้น จะมีผู้หนึ่งกล่าวว่า พวกเจ้าจงให้บ่าวของข้ากลับสู่พื้นแผ่นดิน  เพราะว่า แท้จริงข้าได้สัญญาพวกเขาว่า ข้านี้ได้สร้างพวกเขามาจากมัน ข้าจะให้พวกเขากลับคืนและจากมันข้าจะให้พวกเขาออกมา  แล้ววิญญาณที่ชั่วช้าจะถูกขว้างลงมาจากฟากฟ้า อย่างแรง จนกระทั่งตกลงมาอยู่ที่ร่างกายของเขา จากนั้น ท่านได้อ่าน

“ และผู้ใดตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ   ก็ประหนึ่งว่า เขาได้ตกลงจากฟากฟ้า แล้วนกก็โฉบเฉี่ยวเขาไป หรือลมพัดพาเขาล่องลอยไปยังสถานที่ที่ไกลลิบ”

          แล้ววิญญาณจะถูกส่งคืนไปยังร่างกายของเขา ท่านกล่าวว่า  แท้จริงเขานั้นจะได้ยินเสียงกระทบของรองเท้าจากบรรดามิตรสหาย เมื่อพวกเขาได้หันหลังจากเขาไป มลักทั้งสองจะมายังเขา และทั้งสองจะให้เขาลุกขึ้นนั่ง แล้วกล่าวแก่เขาว่า
 

มลักถาม :         ใครเป็น “พระผู้เป็นเจ้า”ของท่าน ?

เขากล่าวว่า :      ฮือ ฮือ  ฉันไม่ทราบ

มลักถาม :         ท่านจะกล่าวอย่างไรในคนคนนี้ ที่ถูกส่งมาในหมู่ของพวกท่าน ?

เขากล่าวว่า :     แล้วเขาก็ไม่รู้จักชื่อ แล้วจะมีผู้หนึ่งกล่าวว่า มุฮัมมัด !  เขาก็กล่าวว่า ฮือ ฮือ ฉันไม่ทราบ 

 มลักถาม :         อะไรเป็น “ศาสนา”ของท่าน ? 

เขากล่าวว่า :     ฮือ ฮือ ฉันไม่ทราบ

           ฉันได้ยินผู้คนทั้งหลายกล่าวสิ่งนั้น แล้วจะมีผู้หนึ่ง กล่าวว่า ท่านไม่เคยรู้ ท่านไม่เคยอ่าน  แล้วจะมีผู้หนึ่งเรียกจากฟากฟ้าว่า  เขาโกหก ดังนั้น พวกท่านจงจัดที่นอนจากนรกและจงเปิดซึ่งประตูหนึ่งจากนรกให้แก่เขา แล้วจะมีมายังเขา ความร้อนระอุ ความร้อนรุ่ม และหลุมฝังศพของเขาจะบีบรัด จนกระทั่งซี่โครงต่างๆแยกออกจากกัน และจะมีชายคนหนึ่ง (อีกรายงานหนึ่ง จะมาแสดงตัวแก่เขา)ที่มีใบหน้าที่น่าเกลียด เสื้อผ้าที่น่าเกลียด มีกลิ่นเหม็น แล้วกล่าวว่า  เจ้าจงดีใจกับสิ่งที่ยังความลำบากใจให้แก่เจ้า นี่คือวันของเจ้า  ที่ได้รับการสัญญาไว้  ขออัลลอฮฺ   ทรงแจ้งข่าวร้ายแก่เจ้า

แล้วเขาจะถามว่าท่านเป็นใคร ? ใบหน้าของท่านเป็นใบหน้าที่นำมาซึ่งความชั่ว !

          ฉันคือการงานที่ชั่วช้าของเจ้า  ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺ  ว่า ฉันไม่รู้ นอกจากเจ้าเป็นผู้ที่ล่าช้า ในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ   รวดเร็วในการฝ่าฝืน  ขออัลลอฮฺ  ได้ทรงตอบแทนเจ้าด้วยความชั่ว หลังจากนั้น จะถูกนำมาให้แก่เขาซึ่งผู้ที่ตาบอด เป็นใบ้  ในมือนั้นมีกระบองเหล็ก! ซึ่งหากภูเขาถูกตีด้วยมัน ภูเขานั้นจะแตกกระจายกลายเป็นฝุ่น แล้วเขาถูกตีครั้งหนึ่งกระทั่งเขากลายเป็นฝุ่นด้วยการตีดังกล่าว จากนั้น อัลลอฮฺ  ทรงให้เขากลับมาอยู่ในสภาพที่เคยเป็นมาก่อน แล้วเขาถูกตีอีกครั้ง เขาจึงส่งเสียงร้องลั่น แล้วทุกสรรพสิ่งจะได้ยินเสียงความทรมานของเขา นอกจากมนุษย์กับญินเท่านั้น จากนั้น ประตูหนึ่งจากนรกจะถูกเปิดให้แก่เขา  และที่นอนจากนรกจะถูกปูให้แก่เขา แล้วเขาจะกล่าวว่า   โอ้   พระผู้เป็นเจ้าของฉัน  ขอพระองค์อย่าได้ทรงให้วันกิยามะฮฺเกิดขึ้นเลย ! (บันทึกโดย อะหมัด/อบู  ดาวู๊ด/ไบยฮะกีย)


อนัส ร่อฎิยัลลอฮฺอันฮุ  กล่าวว่า  ท่านรอซูลลุลอฮฺ   กล่าวว่า

“แท้จริง  บ่าวนั้นเมื่อเขาถูกวางลงในหลุมศพและเสียงกระทบของร้องเท้าจากบรรดามิตรสหายได้จากไป  หลังจากนั้นจะมีมลักสองท่านมายังเขา ให้เขาลุกขึ้นนั่งแล้วกล่าวว่า  ท่านจะกล่าวว่าอย่างไรในคนคนนี้ ? ผู้ศรัทธาจะกล่าวว่า ฉันขอปฎิญาณว่า เขาเป็นบ่าวและทูตของอัลลอฮฺ   มลักจะกล่าวว่าเจ้าจงมองไปที่อยู่ของเจ้าจากนรก อัลลอฮฺ ได้ทรงเปลี่ยนมันให้เป็นที่อยู่ในสวรรค์แก่เจ้า และเขาได้เห็นมันทั้งหมด”         (บันทึกโดย บุคอรียฺ)

อิบนุ  อับบาส  ร่อฎิยัลลอฮฺอันฮุ  กล่าวว่า  ท่านนบี    ได้ผ่านไปทางสองหลุมฝังศพ  แล้วกล่าวว่า

“แท้จริง เขาทั้งสองถูกลงโทษ  เขาทั้งสองมิได้ถูกลงโทษในสิ่งที่ใหญ่โตแต่ประการใด คนหนึ่งนั้นล้างปัสสาวะไม่เกลี้ยง และอีกคนนินทาว่าร้ายผู้อื่น  แล้วท่านได้ขอให้เอาก้านอินทผลัมมา แล้วได้ฉีกมันออกเป็นสองส่วน และกล่าวว่า  หวังว่ามันจะช่วยผ่อนเบาแก่เขาทั้งสอง  ตราบใดที่มันยังไม่แห้ง”     (บันทึกโดย บุคอรียฺ และ มุสลิม)

อบูฮุรอยเราะฮฺ  กล่าวว่า  ท่านนบี   กล่าวว่า

“เมื่อผู้ตายหรือคนหนึ่งในพวกเจ้าถูกฝัง  จะมีมลักดำน้ำเงินมาหาเขา ชื่อว่า อัล-มุงกัร และอีกท่านหนึ่งชื่อว่า  อัน-นะกี๊ร  ท่านทั้งสองจะกล่าวแก่เขาว่า   ท่านจะกล่าวอย่างไรกับคนคนนี้ ? เขาก็จะกล่าวตามที่เขาเคยกล่าว  หากเขาเป็นผู้ศรัทธา  เขาจะกล่าวว่า  เขาเป็นบ่าวและทูตของอัลลอฮฺ   “ฉันขอปฎิญาณว่า  ไม่มีพระเจ้าอื่นใด  นอกจากอัลลอฮฺ   และมุฮัมมัด เป็นบ่าว และทูตของพระองค์” มลักทั้งสองจะกล่าวว่า  แท้จริงเรานั้นรู้ว่าท่านจะกล่าวเช่นนั้น  หลังจากนั้นจะมีการขยายหลุมฝังศพของเขาให้กว้างออกไป  70  ศอกในทุกด้านและให้มีแสงสว่างภายในนั้น 

และจะมีผู้หนึ่งกล่าวว่า เจ้าจงนอน  เขาก็จะนอนเหมือนกับการนอนของเจ้าสาว  ที่ไม่มีใครมาปลุกได้ นอกจากผู้ที่เป็นที่รักที่สุดจากครอบครัวของเขาเท่านั้น จนกระทั่งอัลลอฮฺ   ทรงให้เขาฟื้นขึ้นอีกครั้ง หากเขาเป็นผู้กลับกลอก(มุนาฟิก) เขาจะกล่าวว่า  ฉันไม่รู้ ฉันได้ยิน ผู้คนทั้งหลายกล่าวสิ่งใด ฉันก็กล่าวตาม มลักทั้งสองจะกล่าวแก่เขาว่า   เรานั้นรู้ว่าเจ้าจะกล่าวเช่นนั้น  หลังจากนั้น จะมีผู้หนึ่งกล่าวแก่แผ่นดินว่า   เจ้าจงบีบรัดเขา   และแผ่นดินจะบีบรัดจนกระทั่งซี่โครงของเขาแยกออกจากัน  เขาจะถูกลงโทษไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอัลลอฮฺ   ทรงให้เขาฟื้นขึ้นอีกครั้งในวันสอบสวน”


(อิบนุหิ๊บบาน)

เรียบเรียงโดย อาจารย์ ยาซีน สลักเพช

إعداد : ياسين سلابت 


หน้าแรก | ติดต่อเรา  | ประเด็นร้อน  | อัลกุรอาน  | อัลฮะดิษ  | ฟัตวาปัญหาศาสนา  | มุสลิมะฮ์  | บทสัมภาษณ์  | ประวัติศาสตร์อิสลาม  | บทความศาสนา  | ข่าวประชาสัมพันธ์  | มุมผู้ที่สนใจอิสลาม  | ดาวน์โหลด  | บทความวิชาการ  | จดหมายจากต่างแดน  | ซะกาตวาญิบ  | หนังสือที่ต้องอ่าน  | โลกมุสลิม  | คุตบะฮ์  | ร่วมแสดงความคิดเห็น
Copyrights 2011 www.islammore.com All Rights Reserved.
           
 STATS: counter