เสบียงที่สอง : ความอดทน
  จำนวนคนเข้าชม  3319

เสบียงนักดาอีย์ผู้เชิญชวนสู่อัลลอฮฺ


เชค มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน


เสบียงที่สอง : ความอดทน


   นักดาอีย์ต้องเป็นผู้ที่มีความขันติอดทน

 - อดทนในการดำเนินงานดะอฺวะฮฺ
- อดทนต่ออุปสรรคของการดะอฺวะฮฺ
- และอดทนต่อความเดือดร้อนที่นักดาอีย์อาจต้องประสบ


อดทนในการดำเนินงานดะอฺวะฮฺ

          นั่นคือนักดาอีย์ต้องเป็นผู้ที่มีความอุตสาหะ ไม่ละทิ้ง และไม่เบื่อหน่าย แต่ให้ยืนหยัดในงานดะอฺวะฮฺจนสุดความสามารถ ยืนหยัดในข่ายกรณีที่การดะอฺวะฮฺมีประโยชน์กว่า ดีกว่า และมีผลยิ่งกว่า เขาจงอดทนและอย่าเบื่อหน่าย เพราะเมื่อใดก็ตามที่ความเบื่อได้ย่างเข้ามาในชีวิตนักดาอีย์ ความเหนื่อยหน่ายและการละทิ้งก็จะตามมาในที่สุด แต่ถ้าเขามีความอุตสาหะและอดทนในการดะอฺวะฮฺ แท้จริง เขาจะได้รับผลบุญเป็นผลบุญในระดับของเหล่า อัศ-ศอบิรีน (บรรดาผู้ที่อดทน) และสุดท้ายเขาจะประสบกับความสำเร็จอย่างแน่นอน

อัลลอฮฺได้ตรัสแก่นบี  ว่า:

"เหล่านั้นคือส่วนหนึ่งจากเรื่องราวอันเร้นลับที่เราได้ประทานวิวรณ์มายังเจ้า(มุหัมมัด) เจ้าไม่รู้เรื่องนี้และกลุ่มชนของเจ้าก็ไม่รู้มาก่อนเลย

ดังนั้น เจ้าจงอดทน แท้จริงบั้นปลายที่ดีนั้นจะบังเกิดขึ้นสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง"

(ฮูด, 11 : 49)

 

อดทนต่ออุปสรรคของการดะอฺวะฮฺ

          นักดาอีย์ต้องเป็นผู้ที่มีความอดทนต่ออุปสรรคต่างๆ นานาของการดะอฺวะฮฺ จากการถูกต่อต้านและตอบโต้ เพราะทุกคนที่ย่างก้าวสู่สนามดะอฺวะฮฺย่อมหนีไม่พ้นการถูกต่อต้านและขัดขว้างอย่างแน่นอน ดั่งที่อัลลอฮฺตรัสว่า:

"และเช่นนั้นแหละ เราได้ทำให้มีศัตรูผู้กระทำผิดแก่นบีทุกคนและพอเพียงแล้วที่พระเจ้าของเจ้าเป็นผู้แนะทางฮิดายะฮฺ และทรงเป็นผู้ช่วยเหลือ"

(อัล-ฟุรฺกอน, 25 : 31)

          สัจธรรมของการดะอฺวะฮฺคือ ย่อมมีผู้ต่อต้าน คัดค้าน ตอบโต้ และใส่ไคล้เคลือบแคลง แต่ทั้งนี้นักดาอีย์จำเป็นต้องอดทนและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นให้ได้ ถึงแม้จะถูกครหาว่าการดะอฺวะฮฺของเขานั้นผิดหรือจอมปลอม ตราบใดที่การดะอฺวะฮฺของเขานั้นตั้งอยู่บนหลักการของอัลกุรอานและสุนนะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮฺ เขาก็จงอดทนต่ออุปสรรคเหล่านั้นเถิด

         แต่ก็มิได้หมายความว่า ให้เขายืนกรานในสิ่งที่เขาพูดและเผยแพร่(ในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกแต่มันกลับผิดในข้อเท็จจริง)ทั้งๆ ที่สัจธรรมได้ประจักษ์แก่เขาแล้ว ผู้ที่ยืนกรานหรือดื้อดึงอยู่กับสิ่งที่เขาเผยแพร่ทั้งๆ ที่ความถูกต้องนั้นค้านกับสิ่งที่เขานำเสนอ ก็ย่อมเสมือนกับบุคคลที่อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า

"พวกเขาโต้เถียงกับเจ้าในความจริงหลังจากที่มันได้ประจักษ์ขึ้นแล้ว"

(อัล-อันฟาล, 8 : 6)

การต่อต้านสัจธรรมหลังจากที่มันได้ประจักษ์ขึ้นคือคุณลักษณะที่ถูกตำหนิ อัลลอฮฺได้ตรัสถึงผู้ที่มีคุณลักษณะนี้ว่า:

"และผู้ใดที่ฝ่าฝืนเราะสูลุลลอฮฺหลังจากที่คำแนะนำอันถูกต้องได้ประจักษ์แก่เขาแล้ว และเขายังปฏิบัติตามในสิ่งที่มิใช่ทางของบรรดาผู้ศรัทธานั้น

เราก็จะให้เขาหันไปตามที่เขาได้หันไป และเราจะให้เขาเข้านรกญะฮันนัม และมันเป็นที่กลับอันชั่วร้าย"

(อัน-นิสาอ์, 4 : 116)

โอ้นักดาอีย์ !

          หากสิ่งที่มาค้านกับการเผยแพร่ของท่านคือสัจธรรม ท่านก็จงน้อมรับมันแต่โดยดี(อย่าถือทิฐิและผลักไสสัจธรรมนั้น) แต่ถ้าหากมันเป็นสิ่งจอมปลอมท่านก็จงอย่าเพิ่งหมดกำลังใจที่จะเดินไปข้างหน้าในการทำงานดะอฺวะฮฺของท่าน

 

อดทนต่อความเดือดร้อนที่นักดาอีย์อาจต้องประสบ

         และเช่นเดียวกัน นักดาอีย์ต้องอดทนต่อความเดือดร้อน เพราะนักดาอีย์ย่อมต้องเผชิญกับมันไม่ว่าจะโดยทางวาจาหรือการกระทำ แม้แต่บรรดาศาสนทูตของอัลลอฮฺก็ยังถูกรังควานทั้งด้วยวาจาและการกระทำ

อัลลอฮฺตรัสว่า:

"เช่นนั้นแหละ ไม่มีเราะสูลคนใดมายังบรรดา(หมู่ชน)ก่อนหน้าพวกเขา เว้นแต่พวกเขากล่าวหาว่าเราะสูลนั้นเป็นนักเล่นกลหรือคนบ้า"

(อัซ-ซาริยาต, 51 : 52)

         ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรต่อผู้ทีได้รับวะฮียฺจากพระผู้อภิบาล แต่เขากลับถูกตราหน้าว่า เป็นนักไสยศาสตร์หรือคนวิกลจริต ? มิต้องสงสัยเลยว่าเขาย่อมรู้สึกเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นบรรดาศาสนทูตก็อดทนต่อสิ่งที่พวกเขาได้รับความเดือนร้อนจากคำพูดครหาและการกระทำสร้างความเดือดร้อนเหล่านั้น

          ท่านจงครุ่นคิดถึงเราะสูลคนแรก นั่นคือนบีนูหฺ อะลัยฮิสสลาม ดูสิว่า กลุ่มชนของเขาได้เดินผ่านมาในขณะที่เขากำลังสร้างเรืออยู่ พวกเขาได้เย้ยหยันและดูแคลนท่านนบีนูหฺ แล้วท่านก็ตอบไปว่า

"หากพวกท่านเยาะเย้ยพวกเรา แท้จริงเราก็จะเยาะเย้ยพวกท่าน เช่นเดียวกับที่พวกท่านเยาะเย้ย

แล้วพวกท่านก็จะรู้ว่าผู้ใดที่การลงโทษอันอัปยศจะมายังเขา และการลงโทษอันยั่งยืนจะประสบแก่เขา"

(ฮูด, 11 : 38 – 39)

ไม่เพียงแค่การเย้ยหยันเท่านั้น แต่พวกเขายังขู่จะหมายชีวิตนบีนูหฺ อะลัยฮิสสลาม อีกด้วย

"พวกเขากล่าวว่า โอ้ นูหฺ หากท่านไม่หยุดยั้ง (จากการดะอฺวะฮฺ) แน่นอนท่านจะอยู่ในหมู่ผู้ถูกขว้างด้วยก้อนหิน"

(อัช-ชุอะรออ์, 26 : 116)

          นั่นคือ ท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่ถูกฆ่าโดยการถูกปาด้วยก้อนหิน ดังกล่าวนี้คือการขู่ฆ่าพร้อมกับสำทับว่าพวกเขาจะขว้างปาคนอื่นๆ อีกด้วยเพื่อสำแดงถึงอำนาจ และท่านก็จะเป็นผู้หนึ่งที่ถูกปาด้วย แต่ทั้งนี้ก็มิได้ทำให้ท่านนบีนูหฺหวาดผวาและหยุดนิ่งจากการดะอฺวะฮฺ ทว่าท่านยังคงเดินหน้าและเผยแผ่ศาสนาจนสุดท้ายอัลลอฮฺได้เปิดทางนำแก่กลุ่มชนของนบีนูหฺ

          ท่านนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ก็เช่นเดียวกัน กลุ่มชนของท่านได้ปฏิเสธอีกทั้งยังประจานท่านต่อหน้ามหาชน

"พวกเขากล่าวว่า พวกท่านจงนำเขามาท่ามกลางสายตาของประชาชน หวังว่าเขาทั้งหลายจะได้เป็นพยาน"

(อัล-อัมบิยาอ์, 21 : 61)

หลังจากนั้นพวกเขาได้ขู่หมายเอาชีวิตด้วยวิธีการเผา

"พวกเขากล่าวว่า จงเผาเขาเสีย และจงช่วยเหลือพระเจ้า(รูปเคารพ)ทั้งหลายของพวกท่าน หากพวกท่านจะกระทำเช่นนั้น"

(อัล-อันบิยาอ์, 21 : 63)

          แล้วพวกเขาก็ได้ก่อไฟอันมหึมา และได้โยนนบีอิบรอฮีมด้วยหนังสติ๊กใหญ่ เพราะพวกเขามิอาจอยู่ใกล้กองไฟได้เนื่องจากความร้อน แต่ทว่าพระผู้อภิบาลผู้ทรงเกรียงไกรได้ตรัสว่า:

"เรา (อัลลอฮฺ) กล่าวว่า ไฟเอ๋ย จงเย็นลงและให้ความปลอดภัยแก่อิบรอฮีมเถิด"

(อัล-อัมบิยาอ์, 21 : 69)

          แล้วไฟก็ได้เย็นลงและมีความปลอดภัย และท่านนบีอิบรอฮีมก็รอดพ้นจากเปลวไฟอันลุกโชนนั้น สุดท้ายชัยชนะก็ประสบแก่ท่าน

"และพวกเขาปรารถนาที่จะวางแผนร้ายแก่เขา (คือต้องการจะเผานบีอิบรอฮีม) แต่เราได้ทำให้พวกเขาประสบกับความสูญเสียมากยิ่งกว่า"

(อัล-อัมบิยาอ์, 21 : 70)

ท่านนบีมูซาก็เช่นเดียวกัน ฟิรฺเอานฺได้ขู่หมายจะเอาชีวิตท่าน:

"(ฟิรฺเอานฺกล่าวว่า) จงปล่อยฉัน ฉันจะฆ่ามูซา และให้เขาวิงวอนขอต่อพระเจ้าของเขา

แท้จริงฉันเกรงว่า เขาจะมาเปลี่ยนศาสนาของพวกท่านหรือจะก่อความหายนะให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน"

(ฆอฟิรฺ, 40 : 26)

แต่สุดท้ายชัยชนะก็ประสบแด่นบีมูซา อะลัยฮิสสลาม

"และการลงโทษที่เลวร้ายก็จะห้อมล้อมบริวารของฟิรฺเอานฺ"

(ฆอฟิรฺ, 40 : 45)

          ท่านนบีอีซา อะลัยฮิสสลาม ก็เช่นเดียวกัน ท่านต้องเผชิญกับการข่มเหงรังแกจากชาวยิว อีกทั้งยังถูกกล่าวหาท่านว่าเป็นลูกนอกสมรส และพวกเขาก็ได้ฆ่าและตรึงกางเขนท่าน(ตามความเชื่อของพวกเขา) แต่อัลลอฮฺ ตรัสว่า:

"และพวกเขาหาได้ฆ่าอีซาและหาได้ตรึงเขาบนไม้กางเขนไม่ แต่ทว่าเขา(ผู้ตรึงกางเขนนั้น)ถูกจำแลงให้ดูเหมือน(อีซา)แก่พวกเขา และแท้จริงบรรดาผู้ที่ขัดแย้งในตัวเขานั้น แน่นอนย่อมอยู่ในความสงสัยเกี่ยวกับเขา พวกเขาหามีความรู้ใดๆ ต่อตัวเขาไม่ นอกจากคล้อยตามความนึกคิดเท่านั้น และพวกเขามิได้ฆ่าเขาด้วยความแน่ใจ หามิได้ อัลลอฮฺได้ทรงยกเขา(อีซา)ขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ"

(อัน-นิสาอ์, 4 : 157 - 158)

          แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยเหลือให้นบีอีซารอดพ้นจากพวกเขาและนี่ ศาสนทูตท่านสุดท้าย ผู้นำของบรรดาศาสนทูตและเป็นผู้นำของลูกหลานอาดัมนบีมุหัมมัด อัลลอฮฺได้ตรัสเกี่ยวกับท่านว่า:

"และจงรำลึกขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาวางอุบายต่อเจ้า เพื่อกักขังเจ้า หรือฆ่าเจ้า หรือขับไล่เจ้าออกไป

 และพวกเขาวางอุบายกันและอัลลอฮฺก็ทรงวางอุบาย และอัลลอฮฺนั้นทรงเป็นผู้เยี่ยมกว่าในหมู่ผู้วางอุบาย"

(อัล-อันฟาล, 8 : 30)

"และพวกเขากล่าวว่า โอ้ผู้ซึ่งข้อตักเตือนถูกประทานแก่เขา แท้จริง ท่านเป็นคนบ้าอย่างแน่นอน"

(อัล-หิจญ์รฺ, 15: 6)

"และพวกเขาจะกล่าวว่า จะให้เราทอดทิ้งพระเจ้าต่างๆ ของพวกเราเพื่อนักกวีบ้าคนหนึ่งกระนั้นหรือ?"

(อัศ-ศ็อฟฟาต, 37 : 36)

          ท่านได้รับการข่มเหงจากพวกเขาไม่ว่าจะโดยการกระทำหรือคำพูดดั่งที่รู้กันในหมู่นักประวัติศาสตร์อิสลาม แต่ถึงกระนั้นท่านก็อดทน ดังนั้น นักดาอีย์ทุกคนจึงต้องประสบกับอุปสรรคอย่างเลี่ยงไม่พ้น แต่เขาก็ต้องอดทนฉะนั้นครั้นเมื่ออัลลอฮฺ ได้ตรัสแก่เราะสูลของพระองค์ว่า

"แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานให้แก่เจ้าเป็นขั้นตอน"

(อัล-อินสาน, 36 : 23)

          สิ่งที่ถูกคาดหวังไว้ก็คือ พระองค์จะกล่าวหลังจากอายะฮฺนั้นว่า และจงขอบคุณต่อนิอฺมัติของอัลลอฮฺที่ได้ประทานอัลกุรอาน แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ พระองค์กลับตรัสว่า

"ดังนั้น เจ้าจงอดทนต่อข้อตัดสินของพระเจ้าของเจ้า"

(อัน-อินสาน, 36 : 24)

        นี่ก็เป็นการบ่งบอกว่าทุกคนที่ยืนหยัดในสิ่งที่อัลกุรอานได้กล่าว จำเป็นที่จะต้องประสบกับสิ่งที่จะต้องมีความอดทนอย่างมหาศาล ดังนั้น จำเป็นสำหรับนักดาอีย์ที่จะต้องเป็นผู้มีความขันติอดทนอย่างสูงและยืนหยัดในงานดะอฺวะฮฺจนอัลลอฮฺจะเปิดประตูความสำเร็จให้แก่เขา ไม่จำเป็นว่าความสำเร็จนั้นจะต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ ประการสำคัญก็คือสิ่งที่เขาได้เผยแพร่นั้นยังคงอยู่และถูกนำมาปฎิบัติตลอดไป ตัวบุคคลมิได้เป็นสิ่งสำคัญ ที่สำคัญคืองานดะอฺวะฮฺ

         ถ้าหากงานดะอฺวะฮฺของเขายังคงเหลือให้เห็นอยู่ แม้ว่าเขาจะจากไปแล้วก็ตาม แท้จริงแล้ว เขาก็เสมือนยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง

"หรือว่าผู้ที่ตาย แล้วเราได้ให้เขามีชีวิตขึ้น และเราได้ให้แสงสว่างแก่เขาซึ่งเขาใช้แสงสว่างนั้นเดินทางไปในหมู่มนุษย์

จะเหมือนกับผู้ที่เสมือนอยู่ในบรรดาความมืดโดยไม่เคยออกจากมันเลยกระนั้นหรือ"

(อัล-อันอาม, 6 : 122)

         ที่จริงแล้ว ชีวิตของนักดาอีย์ ไม่ใช่แค่เฉพาะให้วิญญาณยังคงอยู่ในร่างกายของเขาเท่านั้น แต่คือการให้ผลงานการดะอฺวะฮของเขายังคงมีชีวิตอยู่ในหมู่ผู้คน

         จงดูเรื่องราวของอบูสุฟยาน กับ ฮิร็อกฺล์ (Heraclius กษัตริย์ของโรม) เมื่อเขาทราบข่าวการบังเกิดขึ้นของท่านนบีมุหัมมัด เขาก็ได้เรียกท่านอบู สุฟยาน และได้ถามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับท่านถามถึงรูปร่างของท่าน เชื้อสายวงศ์ตระกูลของท่าน สิ่งที่ท่านได้เผยแพร่ และถามถึงสาวกของท่าน และเมื่ออบู สุฟยานได้ตอบคำถามของฮิร็อกฺล์ทั้งหมดตามความเป็นจริง เขาก็ได้บอกกับอบู สุฟยานว่า

 "หากสิ่งที่ท่านกล่าวมานั้นเป็นความจริงแล้วไซร้ สักวันเขาจะครอบครองสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้าทั้งสองนี้"

สุบหานัลลอฮฺ !

         ใครจะคาดคิดว่ากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรจะเอ่ยคำพูดเช่นนี้กับนบีมุหัมมัด ทั้งๆ ที่ขณะนั้นท่านยังไม่ได้ปลดแอกคาบสมุทรอาหรับจากการเป็นทาสของชัยฏอนและอารมณ์ใฝ่ต่ำเลย ใครเลยจะคาดคิดว่าชายผู้คนนี้จะเอ่ยคำพูดเช่นนั้นได้ ? และด้วยเหตุนี้ เมื่อท่านอบู สุฟยานได้เดินทางออกไป ท่านได้กล่าวแก่กลุ่มชนของท่านว่า

"เรื่องของอิบนุ อบี กับชะฮฺ (หมายถึงท่านนบีมุหัมมัด) นั้นใหญ่หลวงนั้น แท้จริงกษัตริย์กรุงโรมนั้นเกรงกลัวเขา"

         ท่านนบี  ได้ครอบครองอำนาจของเฮราคลีอุส (ฮิร็อกฺล์) ก็เนื่องด้วยการดะอฺวะฮฺของท่านหาใช่เพราะตัวของท่านเอง เพราะการดะอฺวะฮฺของท่านได้ขจรไปทั่วพื้นแผ่นดินนี้ และได้ทำลายบรรดาเจว็ด การตั้งภาคี และผู้ที่นิยมชมชอบมัน บรรดาเคาะลีฟะฮฺผู้ทรงปราชญ์ได้ปกครองผืนแผ่นดินหลังจากท่านนบีมุหัมมัด  ก็ด้วยเพราะการดะอฺวะฮฺและชะรีอะฮฺ (กฎหมาย) ของท่านนบี ฉะนั้น นักดาอีย์ต้องอดทนอดกลั้น และสุดท้ายชัยชนะก็จะประสบแก่เขาในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ หรืออาจจะหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตไปแล้วหากเขามีความเชื่อมั่นและบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ

"มูซาได้กล่าวแก่พวกพ้องของเขาว่า จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺเถิด และจงอดทนด้วย แท้จริง แผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ

ซึ่งพระองค์จะทรงให้มันสืบทอดแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ จากปวงบ่าวของพระองค์และบั้นปลายนั้นย่อมเป็นของผู้ยำเกรงทั้งหลาย"

(อัล-อะอฺรอฟ, 7 : 128)

อัลลอฮฺ  ตรัสว่า :

"แท้จริง ผู้ใดที่ยำเกรงและอดทน แน่นอน อัลลอฮฺจะมิทรงให้รางวัลของบรรดาผู้ทำความดีนั้นสูญหายไป"

(ยูสุฟ, 12 : 90)

 

 

แปลโดย : ฟัยซอล อับดุลฮาดี / islamhouse.com