ซูเราะฮฺ อัลฟาติฮะฮ อธิบาย
  จำนวนคนเข้าชม  12974

 

ซูเราะฮฺ อัลฟาติฮะฮ อธิบาย

 

จากหนังสือ ตัฟชีร อัลมุยัซซัร


أعوذ بالله مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ

 

“ฉันขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้รอดพ้นจากชัยฏอนมารร้ายที่ถูกสาปแช่ง”

 

          อัลลอฮฺ ได้ทรงกำหนดบทบัญญัติไว้สำหรับผู้ที่จะอ่านคัมภีร์ของพระองค์ ให้เริ่มต้นการอ่านด้วยการขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้รอดพ้นจากมารร้ายที่ถูกสาปแช่ง พระองค์ตรัสว่า

 

( فَإِذَا قَرَأْتَ الْقُرْآنَ فَاسْتَعِذْ بِاللَّهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ )

 

“ครั้นเมื่อสูเจ้าอ่านอัลกุรอาน จงขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้รอดพ้นจากชัยฏอนมารร้ายที่ถูกสาปแช่ง” 
 

(ซูเราะฮฺอัลนะหลฺ อายะฮฺ 98)

 

        ในเรื่องดังกล่าว คัมภีร์อัลกุรอานนั้นเป็นทางนำสำหรับมนุษยชาติ คอยเยียวยารักษามนุษย์ในหัวอกของพวกเขา แต่ชัยฏอนคือมารร้ายคอยชักจูงไปสู่หนทางแห่งความชั่วร้ายและหลงทาง อัลลอฮฺ  จึงทรงสั่งใช้ให้ผู้จะอ่านอัลกุรอานทุกคน ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการกระซิบกระซาบ การยุแหย่ต่างๆนานา
 

         เป็นมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ทั้งหมดเห็นว่า “อัลอิสติอาซะฮฺ” นี้นั้น ไม่ได้เป็นอายะฮฺของอัลกุรอาน จึงไม่มีการบันทึกลงในคัมภีร์อัลกุรอาน


أعوذ بالله

ฉันขอความคุ้มครอง ให้ห่างไกลและรอดพ้น ต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียว

مِنَ الشَّيْطَانِ

ชัยฏอน คือ ทุกสิ่งที่มาจากญินและมนุษย์ ที่มันทำให้หันเหออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺ และการอ่านอัลกุรอาน

الرَّجِيمِ

สิ่งที่ถูกขับไล่ออกจากความเมตตาของอัลลอฮฺ

بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ

“ด้วยพระนามของอัลลอฮ ผู้ทรงกรุณาปรานีและผู้เมตตาเสมอ”

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

“มวลการสรรเสริญทั้งปวงเป็นสิทธิของอัลลอฮ ผู้ทรงเป็นเจ้าแห่งสากลโลก”

الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ

“ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ”

مَالِكِ يَوْمِ الدِّينِ

“ผู้ทรงมีอำนาจในวันตอบแทนคือ วันตัดสิน”

إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ

“เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่ข้าเคารพภักดี และเฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่ข้าขอความช่วยเหลือ”

اهدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ

“ขอพระองค์ทรงชี้ทางนำแก่เหล่าข้าพระองค์ซึ่งเป็นทางนำอันเที่ยงตรง”

صِرَاطَ الَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلاَ الضَّالِّينَ

“คือทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงโปรดปรานแก่พวกเขาแล้ว มิใช่ทางนำของบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงโกรธกริ้วและมิใช่ทางของผู้ที่หลงผิด”


          1. ชูเราะห์อัลฟาติฮะฮฺคือแม่บทของอัลกุรอาน ที่ถูกเรียกว่า อุมมุลกุรอาน หรือ อัลฟาติฮะฮฺ หรือ อัลฮัมด์ เพราะใช้ในการเริ่มต้นทุกครั้งที่อ่านอัลกุรอาน หรือเรียกว่า มาซานี หมายถึงอ่านหลายๆครั้งในทุกๆ ร็อกอะฮฺ และคำว่าอัลลอฮฺ  ในขณะอ่านด้วยพระนามของอัลลอฮฺ  ในการขอความช่วยเหลือนั้น บ่งชี้ถึงการเป็นพระเจ้าผู้ทรงได้รับการเคารพสักการะเพียงพระองค์เดียวโดยปราศจากสิ่งอื่นใดเทียบเคียงพระองค์ จึงห้ามใช้นามอื่นใด นอกจากนามอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น


          2. อัรเราะฮฺมาน หมายถึง อัลลอฮฺ  ผู้ทรงเมตตาให้กับทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ ทั้งผู้ศรัทธาและไม่ศรัทธา คือ กาเฟร และญิน สิ่งที่ถูกสร้างทั้งมวล

         อัรเราะฮีม หมายถึง ความกรุณาปรานีของพระองค์มีต่อบ่าวที่ศรัทธาเท่านั้น ทั้งสองคุณลักษณะนี้คือ นามของอัลลอฮฺ   ที่ยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของความเมตตาที่เหมาะสมสำหรับพระองค์เพียงผู้เดียว


        3. การสรรเสริญอัลลอฮฺ  นั้น ต้องด้วยคุณลักษณะที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่คู่ควรกับพระองค์ และในทุกคุณลักษณะของพระองค์นั้นสมบูรณ์แบบ


         4. ความโปรดปรานของพระองค์ทั้งที่เปิดเผยและเร้นลับ ด้านศาสนา และด้านดุนยา ประกอบไปด้วยคำสั่งใช้แก่ปวงบ่าว ให้สรรเสริญต่อพระองค์ผู้ทรงเหมาะสมเพียงพระองค์เดียว พระองค์นั้นคือ ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งทั้งมวล ทรงกำหนดทุกสิ่ง และทรงดูแลทุกอย่างในโลกนี้ด้วยความโปรดปรานของพระองค์ บ่าวของพระองค์จึงต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺ  ด้วยการประกอบคุณงามความดี


          5. อัลลอฮฺ  ผู้ทรงมีอำนาจเด็ดขาดในวันแห่งการตอบแทนคือ วันแห่งการสอบสวนและตอบแทน ตามการงานที่มนุษย์ได้ประกอบเอาไว้ในโลกดุนยา

          ในทุกครั้งที่มุสลิมการอ่านอายะฮฺนี้ทุกๆร็อกอะฮฺจากการละหมาด เป็นข้อเตือนใจให้รำลึกถึงโลกหน้าคือโลกอาคิเราะฮฺ เป็นการกำชับให้บ่าวของพระองค์ตระเตรียมเสบียงเอาไว้ ยับยั้งจากการกระทำความชั่วและสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย


          6. เฉพาะเจาะจงกับพระองค์เท่านั้น ในการเคารพอิบาดะฮฺ และการขอความช่วยเหลือ และในทุกๆกิจการงาน พึงรู้เถิดว่าทุกๆกิจการงานนั้นอยู่ในการดูแลของพระองค์เพียงองค์เดียว ไม่มีผู้ใดมีอำนาจเหนือพระองค์แม้เพียงเท่าผงธุลี 

         ในอายะฮฺแสดงให้ปวงบ่าวเห็นว่า ไม่อนุญาตจะให้การอิบาดะฮฺ หันเหจากพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นอิบาดะฮฺแบบใดก็ตาม เช่น ดุอา การเชือดพลี การขอความคุ้มครอง การตอวาฟ ทั้งหมดจะต้องเพื่ออัลลอฮฺ  องค์เดียวเท่านั้น ดังกล่าวนี้เป็นการเยียวยารักษาหัวใจของมนุษย์ที่เคารพสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ  จากโรคต่างๆเช่น การโอ้อวด ความอวดโต เกียรติยศ ชื่อเสียง


          7. ขอพระองค์ทรงชี้ทางนำให้แก่ข้าพระองค์สู่หนทางที่ถูกต้องและเที่ยงตรง ขอให้เรายืนหยัดอยู่บนหนทางนี้ตราบจนกลับไปหาพระองค์ ดังกล่าวนั้นก็คือ อิสลาม ศาสนาที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺ  และสู่สวนสวรรค์ ดังที่ท่านนบี  คนสุดท้ายของเรา คือท่านนบีมูฮัมหมัด  กล่าวเอาไว้ว่า ไม่มีหนทางใดที่จะมีความสุขไปว่าการได้อยู่ยืนหยัดบนหนทางของอัลอิสลาม


        8. หนทางที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัยคือ หนทางของบรรดานบี   ผู้ที่สัจจริง ผู้ที่เสียสละ และบรรดาคนดีทั้งหลาย ชนเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับทางนำ และยืนหยัดอยู่บนอิสลามอย่างแท้จริง 

 

       ♦ และขอพระองค์ทรงอย่าทำให้พวกเรานั้น อยู่บนแนวทางที่ถูกโกรธกริ้ว หลงทาง ซึ่งบุคคลเหล่านี้รู้ความจริง แต่พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามความรู้ที่พวกเขารู้ ชนเหล่านี้นั้น คือ พวกยิว 

       ♦ และขอต่อพระองค์ทรงอย่าทำให้พวกเราอยู่ในกลุ่มชนที่หลงผิด คือกลุ่มที่ไม่ได้รับทางนำอันเนื่องมาจากความโง่เขลาของพวกเขา ที่พวกเขาหลงและหันเหออกจากความจริงที่ถูกต้อง ชนเหล่านี้ คือ พวกคริสเตียน

♦ นี้คือบทดุอาที่จะปกป้องและเยียวยาจิตใจของมุสลิมให้รอดพ้นจากความโง่เขลา การดื้อดึง หลงผิด 

♦ นี้คือความโปรดปรานของอัลลอฮฺ  ที่มีต่อบ่าวของพระองค์ ให้อยู่บนหนทางที่ถูกต้องคือศาสนาอิสลาม 

 

         ใครก็ตามที่รู้จักอิสลามเท่ากับเขานั้นรู้จักความจริงที่ถูกต้องแล้ว นั่นคือ หนทางที่เที่ยงตรง โดยไม่มีข้อสงสัย เป็นทางบรรดาสาวกของท่านนบี  กลุ่มชนแรกหลังจากบรรดานบีทั้งหลาย อายะฮฺนี้บอกให้รู้ถึงความประเสริฐของชนรุ่นก่อน คือบรรดาศอฮาบะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม

        และเป็นที่ส่งเสริมสำหรับผู้อ่านทั้งหลาย ให้กล่าวคำว่า อามีน ในละหมาดหลังจากอ่านฟาติฮะฮฺจบ ซึ่ง หมายถึง โอ้ อัลลอฮฺ  ทรงตอบรับด้วยเถิด และไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งจากซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ ตามมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์ เพราะมิได้ถูกเขียนเอาไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน


แปลและเรียบเรียงโดย อับดุลวาเฮด สุคนธา

ตรวจทาน โดย ดะลีลา ไวยศิลป์