รูปแบบของความระทมทุกข์
  จำนวนคนเข้าชม  307

 

รูปแบบของความระทมทุกข์

 

ชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล มุนัจญิด

 

          ต่อไปนี้คือคำบรรยายและการแจกแจงรายละเอียดของความระทมทุกข์และความวิตกกังวลในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย

 


- ความระทมทุกข์ของนักทำงานอิสลาม


 

          ความระทมทุกข์ที่ดาอียฺ (นักทำงานศาสนา) ต้องประสบในระหว่างการเชิญชวนกลุ่มชนของเขามาสู่อิสลาม แน่นอนว่าบรรดาศาสนทูตต่างต้องประสบกับความทุกข์ส่วนนี้เป็นอย่างมาก

 

     ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้เล่าแก่ อุรวะฮฺ ผู้เป็นลูกของน้องสาว (หรือพี่สาว) ของนาง (คือเป็นหลาน) ว่า
 

     นางเคยถามท่านนบี ว่า : "สำหรับท่านแล้ว จะมีวันใดบ้างอีกไหมที่ร้ายแรงยิ่งกว่าวันแห่งอุฮุด ? "
 

     ท่านกล่าวว่า : แน่นอนฉันประสบจากกลุ่มชนของเธอในสิ่งที่ฉันประสบ และที่ร้ายแรงที่สุดที่ฉันประสบจากพวกเขาคือวันแห่งอะเกาะบะฮฺ เมื่อฉันได้ร้องขอต่ออิบนุ อับดุลยาลัยลฺ อิบนุกุลาล และเขาไม่ตอบรับในสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันต้องจากไป และรู้สึกทุกข์กังวลใจในทางที่ฉันหันหน้าไป ฉันไม่รับรู้ (เหม่อลอย) จนมาถึง ก็อรนฺ อัล ษาลิบ ฉันได้แหงนศีรษะขึ้นแล้วเห็นเมฆซึ่งให้ร่มเงากับฉัน  

     ฉันมองดูและได้เห็นญิบรีล ซึ่งได้เรียกฉันและกล่าวว่า : “อัลลอฮฺได้ยินในสิ่งที่ผู้คนของท่านกล่าวกับท่าน และการสนองตอบของพวกเขาต่อท่าน พระองค์จึงส่งมลาอิกะฮฺแห่งขุนเขามายังท่าน เพื่อให้ท่านสั่งเขาตามที่ท่านปรารถนาที่จะทำต่อพวกเขาเหล่านั้น”

     จากนั้นมลาอิกะฮฺแห่งขุนเขาก็ได้เรียกฉัน และกล่าวสลามแก่ฉัน และกล่าวว่า : “โอ้ มุฮัมมัด หากท่านปรารถนา ฉันจะบนขยี้พวกเขาระหว่างสองภูเขา” 

     ท่านนบี กล่าวว่า : “ทว่า ฉันหวังว่าอัลลอฮฺจะนำออกมาจากเชื้อสายของพวกเขา ผู้ซึ่งจะบูชาอัลลอฮฺเพียงหนึ่งเดียว และไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์ 

(รายงานโดย บุคอรียฺ, อัล-ฟัตฮฺ 3231)

     เช่นเดียวกัน ท่านนบี ได้ประสบกับความปวดร้าว จากสิ่งที่กลุ่มชนของท่านปฏิเสธท่านในการอิสรออฺ ของท่าน อิมามมุสลิม ได้รายงานจากอบู ฮุรอยเราะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ว่า

     ท่านร่อซูล  ได้กล่าวว่า : ฉันได้พบตัวฉันที่ อัล ฮิจญรฺ (พื้นที่ในฮะรอม ในมักกะฮฺ อยู่ใกล้กะอฺบะอฺ) พวกกุรอยชฺได้ถามฉันเกี่ยวกับเรื่องอิสรออฺ ของฉัน พวกเขาได้ถามหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับบัยตุลมักดิส ซึ่งฉันไม่แน่ใจ ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกทุกข์กังวลใจอย่างที่ไม่เคยเป็นทุกข์กังวลเช่นนี้มาก่อน

     ท่านกล่าวว่า : แต่แล้วอัลลอฮฺ ได้ยกมัน (ภาพของบัยตุล มักดิส) มาให้ฉันมองดู แล้วไม่ว่าสิ่งใดที่พวกเขาถามฉันนั้น ฉันก็สามารถตอบได้ 

(ซอเฮียะฮฺ มุสลิม, อับดุล บากียฺ หมายเลข 172)


- ความระทมทุกข์ในเรื่องอิบาดะฮฺ


ท่านร่อซูล ได้เคยกังวลเกี่ยวกับวิธีการประกาศให้คนมาละหมาด

           รายงานจาก อบู อุมัยรฺ บิน อนัส (เราะฏิยัลลอฮุ อันฮุ) ว่า อา ของเขา ซึ่งมาจากกลุ่มชาวอันศอรฺว่า ท่านร่อซูล เคยวิตกกังวลในเรื่องละหมาด (ญะมาอะฮฺ) ว่า จะใช้วิธีใดเกี่ยวกับการรวมผู้คนมาละหมาด - บางคนได้กล่าวเสนอว่า ชักธงขึ้นเมื่อเข้าเวลาละหมาดซิ เพื่อผู้คนจะได้มองเห็นมันแล้วจะได้บอกซึ่งกันและกัน แต่ท่านไม่ชอบความคิดนี้ 

     ♣ บางคนกล่าวว่าให้ใช้เขาแกะ หมายถึง แตร (โชฟัรของชาวยิว) ซิยาดกล่าวว่า “อย่างแตรของยิว” ท่านไม่ชอบความคิดนี้ โดยท่านกล่าวว่า “นี่เป็นวิธีการของชาวยิว” ท่านจึงไม่ชอบมัน 

     ♣ บางคนแนะนำให้ใช้ระฆัง แต่ท่านกล่าวว่า “นี่เป็นของชาวคริสต์”

          อับดุลลอฮฺ บิน ซัยดฺ บิน อับดุลร็อบบิฮี (เราะฏิยัลลอฮุ อันฮุ) ได้ออกไป (จากที่นั่น) โดยเขารู้สึกเป็นทุกข์กับความวิตกของท่านร่อซูล แล้วเขาได้ฝันเห็นการอะซาน รุ่งเช้าเขาได้ออกมาหาท่านร่อซูล และบอกเรื่องนี้แก่ท่านว่า

 “โอ้ ร่อซูลุลลอฮฺ ขณะที่ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น มีบางคนได้มาหาฉัน แล้วแสดงการอะซานให้ฉันดู......” 

(อ้างจาก กิตาบุศ เศาะลาฮฺ บาบ บัดอฺ อัล อะซาน)


- ความระทมทุกข์ของผู้สัตย์จริงเมื่อคนอื่นไม่เชื่อเขา


          ตัวอย่างของความระทมทุกข์ชนิดนี้ได้เกิดขึ้นกับซอฮาบะฮฺคนสำคัญ คือ ซัยดฺ บิน อัรกอม (เราะฏิยัลลอฮุ อันฮุ) เมื่อเขาได้ยินหัวหน้าของพวกมุนาฟิกีน (คนกลับกลอก) กล่าวกับพลพรรคของเขาว่า

           “เมื่อเรากลับสู่นครมะดีนะฮฺ ผู้ที่มีเกียรติจะขับไล่ผู้ที่ต่ำต้อยอย่างแน่นอน (ผู้มีเกียรติ หมายถึง ตัวของเขาเอง ส่วนผู้ที่ต่ำต้อย หมายถึง ท่านร่อซูล )”

ซัยดฺ เราะฏิยัลลอฮุ อันฮุ เล่าต่อไปว่า

          อาของฉันกลับมาหาฉัน แล้วต่อว่าฉันว่า เจ้าไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ท่านร่อซูล เกลียดชังเจ้า และท่านกับบรรดามุสลิมก็ไม่เชื่อเจ้าด้วย ฉันจึงตกอยู่ในความทุกข์กังวลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใดมาก่อน

     เมื่อฉันได้เดินทางไปกับท่านร่อซูล ฉันสะบัดศีรษะเนื่องจากความวิตกกังวล จากนั้นท่าน ร่อซูล ได้เข้ามาหาฉัน ท่านหยิกหูของฉัน และยิ้มให้ฉัน ฉันรู้สึกมีความสุขกระทั่งเหมือนกับจะได้มีชีวิตอมตะในโลกนี้ตลอดไป

     จากนั้นอบูบักรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้มาถึงตัวฉันและถามว่าท่านร่อซูล กล่าวอะไรกับฉัน ฉันบอกว่า ท่านไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแต่ท่านหยิกหูของฉันและยิ้มให้ฉัน และบอกว่า “อยู่ให้เป็นสุขเถิด”

     จากนั้นอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้มาถึงตัวฉัน ฉันก็ได้บอกเขาไป เหมือนกับที่ฉันได้บอกอบูบักรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ

     เมื่อพวกเราตื่นมาในตอนเช้า ท่านร่อซูล ได้อ่านซูเราะห์ อัลมุนาฟิกูน 

(รายงานโดย อัตติรมิซียฺ โดยเขากล่าวว่า เป็นฮะดีษ ฮะซัน ซอเฮียะฮฺ, อัส สุนัน, ซากิร. หมายเลข 3313)


ส่วนรายงานของอิมาม มุสลิม เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ


          เขา (ซัยดฺ บิน อัล อัรกอม) ได้กล่าวว่า ฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้ท่านร่อซูล ทราบ ท่านจึงส่งคนไปหาอับดุลลอฮฺ บิน อุบัยยฺ แล้วถามเขาในเรื่องดังกล่าว แต่เขายืนยันด้วยการสาบานว่า เขาไม่ได้กล่าวเช่นนั้น โดยเขาบอกว่า “ซัยดฺ เล่าเรื่องโกหกให้แก่ท่านร่อซูลุลลอฮฺ”

          ฉันรู้สึกปวดร้าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากในสิ่งที่พวกเขากล่าว กระทั่งอัลลอฮฺ ได้ประทานโองการที่ยืนยันว่าฉันพูดจริง (ด้วยซูเราะฮฺ มุนาฟิกีนที่ว่า “เมื่อพวกสับปลับมาหาเจ้า.....’)

( รายงานในซอเฮียะฮฺ มุสลิม หมายเลข 2772)

 


หนังสือ "คลายทุกข์ด้วยคำสอนของอิสลาม"

ผู้แปล   อบุล ลัยษฺ