ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
  จำนวนคนเข้าชม  993


ความแข็งแกร่งที่แท้จริง


 

เรียบเรียงโดย อิบนุมะฮฺดี มิฟตาฮุ้ลอุลูม

 

         ความแข็งแกร่งของมนุษย์นั้นถือเป็นความโปรดปรานที่อัลลอฮฺ ทรงประทานให้มนุษย์ อัลลอฮฺผู้ประทานความแข็งแกร่งให้แก่มนุษย์ ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะมีพละกำลัง มีความแข็งแกร่ง แข็งแรงได้นอกจากอัลลอฮฺทรงประสงค์ให้เขามี อัลลอฮฺ ตรัสความว่า

 

“เราได้บังเกิดพวกเขา และเราได้ทำให้เรือนร่างของพวกเขามั่นคงแข็งแรง” 

(อัลอินซาน 27)

        ความแข็งแกร่ง ในความเข้าใจของคนโดยทั่วไปอาจเข้าใจว่า คือการมีร่างกายที่ทนทาน มีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง มีพละกำลังมากพอที่จะเอาชนะผู้อื่นได้ นั้นคือการให้นิยามในเรื่องความแข็งแกร่งเพียงภายนอกเท่านั้น แต่สำหรับศาสนาอิสลาม ความแข็งแกร่งของคนๆหนึ่งจะต้องประกอบไปด้วย ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และความแข็งแกร่งทางจิตใจ

ดังมีรายงานหะดีษจากท่านอบีฮุร็อยเราะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

“ไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง ด้วยการเอาชนะผู้อื่นได้ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือผู้ที่เขาสามารถควบคุมตัวของเขาขณะที่โกรธได้” 

(บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม)

          ศาสนาอิสลามได้บอกถึงคุณลักษณะของผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริงว่า ไม่ใช่ผู้มีความแข็งแกร่งทางร่างกาย หรือมีกล้ามเนื้อที่ทนทาน ซึ่งสามารถล้มเอาชนะผู้อื่นได้จำนวนมาก แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่แท้จริงในมุมมองของอิสลาม คือผู้ที่เขาสามารถยับยั้งความดื้อดึง และโทสะของตัวเขา และเอาชนะความไม่สงบของอารมณ์โกรธของตนเอง สามารถควบคุมตนเองได้ และหันเหออกจากความโกรธ อัลลอฮฺ ตรัสความว่า

“และบรรดาผู้หลีกเลี่ยงการทำบาปใหญ่และการทำลามก และเมื่อพวกเขาโกรธพวกเขาก็ให้อภัย” 

(อัชชูรอ 37)

          แต่ก็มิได้หมายความว่าอิสลามนั้นละเลยต่อความแข็งแกร่งทางร่างกาย เพราะความแข็งแกร่งทางร่างกายนั้นมีความสำคัญอย่างมากเช่นกันสำหรับประชาชาติอิสลาม ดังหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

“ผู้ศรัทธาที่แข็งแรงดีกว่า และเป็นที่รักยิ่งสำหรับอัลลอฮฺมากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ”

 (รายงานโดยมุสลิม)

          หะดีษบทนี้ที่บอกว่าผู้ศรัทธาที่แข็งแรงดีกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอนั้น หมายถึง ผู้ศรัทธาที่แข็งแรงทั้งในด้านอีหม่าน อิบาดะฮฺ และร่างกาย ดีกว่าประเสริฐกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอทั้ง อีหม่าน อิบาดะฮฺ และร่างกาย

          อิสลามนั้นส่งเสริมให้มีความแข็งแกร่งทางร่างกายในขณะเดียวกันก็ให้มีความแข็งแกร่งทางอีหม่านและอิบาดะฮฺ และทางจิตใจที่จะสามารถควบคุมร่างกายและอารมณ์ของเขาได้

          ความโกรธนั้นเป็นสิ่งที่นำพาไปสู่ความอ่อนแอ และความตกต่ำ เพราะแม้แต่คนที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ของเขาได้ แต่เมื่อเขาโกรธและเขาไม่สามารถควบคุมหรือระงับมันได้นั่นก็ทำให้เขากลายเป็นผู้อ่อนแอในทันที เพราะความโกรธของคนใดคนหนึ่งย่อมชี้ให้เห็นว่าในขณะนั้นเขากำลังพ่ายแพ้ต่อศัตรูตัวฉกาจคือชัยฏอน เพราะความโกรธนั้นเป็นการยุแหย่จากชัยฏอน ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสความว่า

“และหากว่าการยุแหย่ใดๆจากชัยฏอนมายั่วยุเจ้า ดังนั้นเจ้าก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺเถิด

แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้” 

(ฟุศศิลัต 36)

และหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่กล่าวว่า

“แท้จริงความโกรธนั้นมาจากชัยฏอน และแท้จริงชัยฏอนนั้นถูกสร้างมาจากไฟ และไฟนั้นจะถูกดับด้วยน้ำ

ดังนั้นเมื่อคนหนึ่งคนในในหมู่พวกท่านโกรธ เขาจงอาบน้ำละหมาดเถิด” 

(รายงานโดยอบูดาวูด และท่านอื่นๆ)


          ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจ และมีความต้องการให้คนมุสลิมเป็นผู้ที่มีร่างกายที่เข้มแข็ง และสามารถเอาชนะอารมณ์ของตนเองได้ในสถานการณ์ต่างๆ นี่จึงเป็นความสมดุลและทางสายกลางระหว่างความสุดโต่งและความเฉื่อยชาเกินไปของทั้งร่างกายและจิตใจสำหรับมนุษย์





والله أعلم