ความกังวลใจของผู้ศรัทธา
  จำนวนคนเข้าชม  492


ความกังวลใจของผู้ศรัทธา


 

ชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล มุนัจญิด

- ความทุกข์กังวลใจ อันเนื่องจากความห่วงใยภรรยาและลูกๆ ภายหลังเขาตายไป

รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ว่า ท่าร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า 

"สิ่งหนึ่งที่ฉันกังวลใจคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเธอ (บรรดาภรรยา)

หลังจากฉันตายไป จะไม่มีใครสามารถดูแลพวกเธอได้อย่างดี เว้นแต่ผู้ที่มีความอดทน"

     จากนั้นท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา กล่าวว่า ขออัลลอฮฺ ให้บิดาของท่าน (บิดาของผู้ที่นางพูดด้วย) ได้ดื่มกินจากน้ำพุในสวรรค์ นางหมายถึง ท่านอับดุร เราะมาน บิน อาวฟฺ ซึ่งเขาได้ติดต่อสัมพันธ์อย่างดีกับเหล่าภรรยาของท่านนบี ด้วยทรัพย์สินซึ่งมีผู้กล่าวว่า มันถูกขายด้วยจำนวน 40,000 ดิรฮัม 

(รายงานโดย อัตติรมิซียฺ โดยเขากล่าวว่าเป็นฮะดีษ ฮะซัน ซอเฮียะฮฺ เฆาะรีบฺ และในสุนัน อัตติรมิซียฺ 2682 จัดว่าเป็นฮะดีษ ในมิชกาตุล มะศอบีหฺ 6121)


- ความกลัดกลุ้มใจเนื่องจากหนี้สิน

          ตัวอย่างของความกลัดกลุ้มใจ อันเนื่องจากการเป็นหนี้สินตัวอย่างนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านอัซ ซุบัยรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ โดยบุตรชายของท่าน คือ อับดุลลอฮฺ อิบนุ ซุบัยรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้เล่าเรื่องของเขาว่า

     เมื่ออัซ ซุบัยรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้ยืนขึ้น (ต่อสู้) ในวัน (สงคราม) อูฐ เขาได้เรียกฉัน ฉันจึงได้ยืนเคียงข้างเขา  เขาได้กล่าวว่า 

     “โอ้ ลูกเอ๋ย ไม่มีใครที่จะถูกสังหารในวันนี้ เว้นแต่เป็นผู้อธรรมหรือผู้ถูกอธรรม และแท้จริง ฉันไม่เห็นว่าตัวฉันเป็นอะไรไป เว้นแต่ฉันจะถูกสังหารในวันนี้ในฐานะเป็นผู้ถูกอธรรม แท้จริงฉันมีความวิตกกังวลอย่ายิ่งต่อหนี้สินของฉัน เจ้าคิดว่าจะมีทรัพย์ใดเหลือทิ้งไว้จากหนี้ (หลังจากที่จ่ายหนี้) อีกหรือไม่ ? โอ้ ลูกเอ๋ย จงจ่ายทรัพย์สินของเรา แล้วนำไปใช้หนี้”

       จากนั้นอัซ ซุบัยรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ จึงบอกวิธีการใช้หนี้แล้วกล่าวต่อไปว่า “ลูกเอ๋ย หากเจ้าไม่สามารถกระทำการใด ๆ ได้ ก็จงขอความช่วยเหลือจากเมาลา (ผู้เป็นนาย) ของฉัน”

อับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เล่าว่า ฉันไม่รู้เขาหมายความว่าอะไร จนกระทั่งฉันได้ถามว่า “ใครคือเมาลาของท่าน? ” 

       เขาตอบว่า “อัลลอฮฺ"  ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ไม่มีครั้งใดที่ฉันเกิดความวิตกกังวลจากหนี้สิน เว้นแต่ ฉันจะกล่าวว่า โอ้ เมาลา ของอัซ ซุบัยรฺ โปรดชดใช้หนี้สินของเขาด้วย แล้วพระองค์ก็ชดใช้ให้...”

     อับดุลลฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เล่าว่า ฉันคำนวณหนี้สินของเขา ฉันก็พบว่ามีอยู่สองล้านสองแสน... (สหายบางคนของอัซ ซุบัยรฺ คิดว่า มันมากเกินความสามารถของเขาที่จะชดใช้ได้ แต่ว่าอัลลอฮฺได้ให้ บะรอกะฮฺ ในที่ดินของเขาอย่างมากมายและประหลาด เมื่อมันถูกแบ่งและถูกขายไปก็เพียงพอที่จะนำไป ใช้หนี้ และยังคงเหลือทิ้งไว้อีก)

     อัซ ซุบัยรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ มีภรรยา 4 คน เมื่อทรัพย์สิน 1 ใน 3 ถูกนำมาจัดให้พวกนาง แต่ละคนก็ได้หนึ่งล้านสองแสน ซึ่งทรัพย์สินโดยรวมของเขามีเท่ากับห้าสิบล้านสองแสน 

(อ้างจากอัล อุคอรียฺ อัลฟัตหฺ 3129)


- ความทุกข์กังวลเนื่องจากความฝัน

ความฝันได้สร้างความกังวลใจแก่ท่านนบี ครั้งหนึ่งท่านกล่าวว่า

          ขณะที่ฉันกำลังนอนหลับ (ฉันได้ฝันเห็นว่า) คลังแห่งแผ่นดินได้ถูกนำมายังฉัน และในมือทั้งสองของฉัน มีกำไลสองวงทำจากทองคำสภาพของมันทั้งสองทำให้ฉันกลัดกลุ้ม ต่อมาได้มีสิ่งดลใจมายังฉันในขณะที่กำลังหลับว่า ท่านจงเป่ามันทั้งสอง ฉันจึงได้เป่ามันทั้งสอง และมันทั้งสองก็ได้ปลิวไป ฉันได้อธิบายความฝันว่ามันทั้งสองคือ จอมโกหกสองคนที่จะปรากฏตัวออกมาหลังจากฉัน และได้ปรากฏว่า หนึ่งในสองคนคือ อัน อันซียฺ แห่งซอนอาอ์ และอีกคนหนึ่งคือ มุชัยลิมะฮฺ แห่งยะมามะฮฺ 

(อัล ฟัตฮฺ หมายเลข 4375)

        ความฝันที่เกิดกับอิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ทำให้เขาเกิดความกลัดกลุ้มใจในสิ่งที่เขาฝันเห็น จากการรายงานของอิมาม บุคอรียฺ เกี่ยวกับเรื่องราวอันหนึ่ง

         อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า แท้จริงซอฮาบะฮฺของท่านนบี  เคยฝันเห็นในช่วงสมัยของท่าน พวกเขาก็จะเล่ามันให้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ทราบ แล้วท่านก็จะอธิบายมัน ตามที่อัลลอฮฺประสงค์ ขณะนั้น ฉันยังเป็นเด็กหนุ่ม ก่อนการแต่งงานนั้น บ้านของฉันคือมัสยิด (ใช้มัสยิดเป็นที่นอน) 

     ฉันพูดกับตัวเองว่า “หากว่าในตัวของเจ้ามีความดีใดๆ เจ้าก็จะได้เห็นสิ่งที่ในฝันเหมือนพวกเขาเหล่านั้นเห็น”

     คืนหนึ่ง ขณะที่ฉันลงนอน “ฉันได้กล่าว (ดุอาอฺ) ว่า โอ้อัลลอฮฺ ถ้าหากพระองค์ได้เห็นถึงความดีใดๆ โปรดได้ให้มันปรากฏให้ข้าพระองค์เห็นในฝันด้วยเถิด” 

     ขณะที่ฉันหลับ ก็ได้มีมะลักสองท่านมาหาฉัน ในมือของแต่ละคนมีคฑาที่ทำจากเหล็ก พวกเขานำฉันไปที่นรก โดยที่ฉันอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสอง

     ฉันได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺว่า “โอ้ อัลลอฮฺ ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากนรกด้วยเถิด”

     จากนั้น ฉันก็เห็นตัวฉันเองพบกับมะลักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งมีคฑาที่ทำมาจากเหล็กอยู่ในมือของเขา 

     เขากล่าวกับฉันว่า “อย่ากลัวไปเลย ท่านจะเป็นคนที่ดีมาก หากว่าท่านละหมาดมาก”

     จากนั้น พวกเขาได้พาฉันไป จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ขอบนรก ซึ่งขอบนรกมันถูกม้วนเหมือนด้านต่างๆ ของบ่อน้ำ และมันมีเสาที่คล้ายกับเสาของบ่อน้ำ ระหว่างเสาสองต้นก็จะมีมะลักหนึ่งท่านถือคทาอยู่ในมือของเขา ฉันได้เห็นในนั้นมีผู้ชายที่ถูกแขวน โดยมีโซ่เหล็กคล้องอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันรู้จักบางคนที่มาจากเผ่ากุรอยชฺ จากนั้น พวกเขาได้กลับตัวฉันไปทางด้านขวา (เมื่อตื่น) ฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้ท่านหญิงฮับเซาะฮฺ จากนั้นนางก็ได้เล่าให้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ทราบ 

     ท่านได้กล่าวว่า “แท้จริง อับดุลลอฮฺ เป็นคนดี หากว่าเขาได้ละหมาดในยามค่ำคืน”

     นาฟิอฺ (คนรับใช้ท่านอิบนุ อุมัร) เล่าว่า แล้วเขา (อับดุลลอฮฺ) ละหมาดมากมายอย่างไม่ขาดเลยหลังจากนั้น 

(อัล ฟัตฮฺ หมายเลข 7029)

         ตามชะรีอะฮฺนั้น การบำบัดความทุกข์กังวลที่เกิดจากการนอนหลับหรือการฝันที่สร้างความกังวลใจนี้ก็คือ การถ่มไปทางซ้าย 3 ครั้ง แล้วกล่าวอิสติอาซะฮฺ (การขอความคุ้มครองจากอัลลฮฮฺ) ให้พ้นจากความชั่วร้ายในสิ่งที่เขาได้ฝันเห็น 3 ครั้งแล้วให้เปลี่ยนสีข้างที่ใช้นอน หรือให้ลุกขึ้นละหมาด ทั้งนี้ห้ามมิให้เล่าความฝัน (หมายถึงฝันร้าย) นี้ให้แก่คนอื่นรับทราบเป็นอันขาด


 


         หลังจากได้นำเสนอชนิดต่างๆ ของความทุกข์กังวลในดุนยาจำนวนหนึ่งแล้ว ต่อไปนี้เราจะทำการพูดคุยกันถึงเรื่องวิธีการบำบัดมัน


         ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อะกีดะฮฺ (หลักยึดมั่นอิสลาม) ย่อมมีผลต่อการบำบัดในเรื่องนี้ เราจะเห็น ผู้ปฏิเสธศรัทธาจำนวนมาก รวมทั้งมุสลิมที่อีหม่าน (ศรัทธา) อ่อน ที่มีชีวิตอยู่ในสภาพสูญสลายหรือ ฆ่าตัวตาย เพื่อหนีให้พ้นจากความเศร้าโศก ความล้มเหลว และความสิ้นหวัง เมื่อเขาได้ตกอยู่ในความทุกข์ยาก หรือประสบกับเคราะห์กรรมต่างๆ

        จำนวนเท่าใดแล้วที่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยคนป่วยที่ประสาทไม่ทำงาน คนไข้ทางจิต สักเท่าใดแล้วที่เรื่องเหล่านั้นได้ส่งผลต่อคนที่มีความแข็งแรงจำนวนมาก มิต้องกล่าวถึงคนที่อ่อนแอ และกี่มากน้อยแล้วที่มันได้นำไปสู่การสูญเสียความสามารถโดยสิ้นเชิง หรือการสูญเสียสติปัญญา และกลายเป็นคนวิกลจริต

          สำหรับผู้ที่อยู่ในหนทางนำของอิสลาม เขาจะพบกับการบำบัด ซึ่งในนั้นมีสิ่งที่ได้มาจากพระผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง พระผู้ทรงปรีชาญาณยิ่ง พระผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง พระองค์ผู้รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ดีสำหรับสิ่งเหล่านั้น ดังที่ปรากฏในอัลกุรอานว่า

“พระผู้ทรงสร้างจะมิทรงรอบรู้ดอกหรือ? พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนผู้ทรงตระหนักยิ่ง”

(67:14)


หนังสือ "คลายทุกข์ด้วยคำสอนของอิสลาม"

ผู้แปล   อบุล ลัยษฺ