พระเจ้าทรงสถิตอยู่เบื้องบน (2)
  จำนวนคนเข้าชม  224


พระเจ้าทรงสถิตอยู่เบื้องบน (2)


เรียบเรียงโดย... อาบีดีณ  โยธาสมุทร 

بسم الله الرحمن الرحيم

9.♦ ข้อมูลที่ยืนยันเรื่อง การขึ้นไปหาพระองค์ ﷻ ของบรรดามะลาอิกะฮฺ

อัลลอฮฺ ﷻ ตรัสว่า

 
( مِّنَ اللَّهِ ذِي الْمَعَارِجِ . تَعْرُجُ الْمَلَائِكَةُ وَالرُّوحُ إِلَيْهِ...)

"จากอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าของทางที่จะนำขึ้นไปสู่เบื้องบน บรรดามะลาอิกะฮฺและอั้รรู้ฮฺจะขึ้นไปหาพระองค์.."

( อั้ลมะอาริจ / 3-4)

ใน อั้ศศ่อฮีฮัยนฺ ได้ระบุรายงานถึง อบี ฮุรอยเราะฮฺ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุม แจ้งว่า ท่านร่อซูลุ่ลลอฮฺ ﷺ กล่าวว่า 

          “บรรดามะลาอิกะฮฺแห่งช่วงกลางคืนและบรรดามะลาอิกะฮฺแห่งช่วงกลางวัน จะผลัดกันตามติดพวกคุณกันอย่างต่อเนื่อง พวกท่านจะมารวมตัวกันตอนช่วงละหมาดอัศริและละหมาดฟะยัร จากนั้นบรรดาท่านที่ได้อยู่กับพวกคุณมาแล้วก็จะพากันขึ้นไป 

     แล้วพระองค์ก็จะทรงถามพวกท่านเหล่านั้น –ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระผู้ทรงรอบรู้เกี่ยวกับพวกเขามากที่สูด- ว่า "พวกเจ้าได้ทิ้งปวงบ่าวของข้าไว้ในสภาพเช่นไร? " 

     พวกท่านเหล่านั้นก็จะตอบว่า "พวกเราทิ้งพวกเขามาในสภาพที่พวกเขากำลังละหมาดกันอยู่ และพวกเราก็ไปหาพวกเขาในสภาพที่พวกเขากำลังละหมาดกันอยู่ครับพระองค์ท่าน” 

(อั้ลบุคอรีย์ เลขที่ 555 , มุสลิม เลขที่ 632 )


10.♦ ข้อมูลที่กล่าวยืนยันถึงการที่ท่านร่อซู้ล ﷺ ได้เดินทาง (มิ้อรอจ) ขึ้นไปสู่ ซิดเราะตุ้ลมุนตะฮา และต่อไปสู่ที่ๆพระองค์ทรงประสงค์

          ใน ศ่อฮี้ฮุ้ล บุคอรีย์ ได้ระบุฮะดี้ษที่กล่าวถึงการมิ้อรอจ ของท่านนบี ﷺ ไว้ จากรายงานของท่าน มาลิก อิบนุเศาะอฺเศาะอะฮฺ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ﷺ ได้เล่าให้พวกท่านฟังถึงคืนที่มีการอิ้สร้ออฺว่า 

       “ระหว่างที่ฉันกำลังหลับอยู่ในห้อง ได้มีใครสักคนมาหาฉัน...”กระทั่งถึงข้อความที่ว่า “จากนั้น ฉันก็ถูกยกขึ้นไปที่ ซิดเราะตุ้ลมุนตะฮา....” กระทั่งถึงข้อความที่ว่า “หลังจากนั้น ฉันก็ได้รับการกำหนดบัญญัติเรื่องการละหมาดมา ห้าสิบเวลาต่อวันทุกๆวัน แล้วฉันก็กลับออกมา 

และผ่านไปที่ท่านมูซา ท่านจึงถามว่า ท่านได้รับคำสั่งอะไรมาหรือ? 

ฉันจึงตอบว่า  ฉันได้รับคำสั่งมาให้ละหมาดห้าสิบเวลาทุกๆวัน 

       ท่านจึงบอกว่า ประชาชาติของท่านทำไม่ได้หรอก ละหมาดห้าสิบเวลาต่อวัน สาบานต่ออัลลอฮฺว่า ฉันเคยทดลองกับคนที่มาก่อนหน้าท่านมาแล้ว ฉันเคยพยายามเยียวยาและประคับประคองพวกบนีอิสรออีลมาแล้วอย่างเต็มที่ ดังนั้น จงกลับไปหาพระเจ้าของท่านเสีย และขอให้พระองค์ทรงผ่อนผันให้แก่ประชาชาติของท่าน...” 

(เลขที่3887  และในศ่อฮี้ฮฺมุสลิม เลขที่ 164)


11.♦ ข้อมูลที่กล่าวยืนยันไว้อย่างชัดเจนว่า พระองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงลงมา

ในอั้ศศ่อฮีฮัยนฺ ได้ระบุฮะดี้ษที่รายงานโดยท่านอบี ฮุรอยเราะฮฺ แจ้งว่า ท่าน กล่าวว่า ท่านร่อซูลุ่ลลอฮฺ ﷺ กล่าวว่า 

     “ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ตะบาร่อกะวะตะอาลา จะทรงลงมาที่ฟากฟ้าของดุนยาทุกๆคืน ในช่วงเศษหนึ่งส่วนสามที่เหลืออยู่ของช่วงท้ายของกลางคืน  

โดยพระองค์จะตรัสว่า

     "ใครจะวิงวอนต่อข้าบ้าง ข้าจะได้ตอบรับให้แก่เขา?

ใครจะขอจากข้าบ้าง ข้าจะได้ให้เขา? ใครจะขออภัยโทษต่อข้าบ้าง ข้าจะได้อภัยให้เขา?”

( ดู อั้ลบุคอรีย์ เลขที่ 1145 , มุสลิม เลขที่758)

     หมายเหตุ ในเรื่องๆนี้ มีฮะดี้ษจำนวนมากมายที่ได้มีการรายงานไว้ จากบรรดาศ่อฮาบะฮฺประมาณ สามสิบ ท่านด้วยกันเลยทีเดียว ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุม



12.♦ ข้อมูลที่กล่าวยืนยันไว้เกี่ยวกับการทยอยกันลงมาของบรรดามะลาอิกะฮฺ ,การลงมาของพระบัญชาหรือเรื่องราวจาก ณ ที่พระองค์ ﷻ และการประทานคัมภีร์ลงมาจากพระองค์ ﷻ


อัลลอฮฺ ﷻ ทรงเล่าถึงคำชี้แจงของมะลาอิกะฮฺ ที่มีต่อท่านนบี ﷺ ไว้ว่า 

( وَمَا نَتَنَزَّلُ إِلَّا بِأَمْرِ رَبِّكَ لَهُ مَا بَيْنَ أَيْدِينَا وَمَا خَلْفَنَا وَمَا بَيْنَ ذَٰلِكَ وَمَا كَانَ رَبُّكَ نَسِيًّا )

"และพวกเราจะไม่ลงมาเว้นแต่จะด้วยคำสั่งจากพระเจ้าของท่านเท่านั้น

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเรา สิ่งที่อยู่ข้างหลังพวกเรา

ตลอดจนสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็นของพระองค์ และพระเจ้าของท่านไม่ใช่ผู้ที่หลงลืมแต่อย่างใดเลย" 

(มัรยัม / 64)

อัลลอฮฺ ﷻ ตรัสว่า

 "อัลลอฮฺคือ พระผู้ทรงสร้างฟ้าทั้งเจ็ดและผืนแผ่นดินที่เป็นเหมือนๆกันกับฟ้าเหล่านั้น

พระองค์ทประทานเรื่องราวให้ลงมาในระหว่างพวกมัน..."

( อั้ฏเฏาะล้าก/ 12)

พระองค์ ﷻ ตรัสว่า

 "พระองค์ทรงทยอยประทานคัมภีร์ลงมาให้เจ้า ด้วยความจริง"

(อาละอิมรอน/ 3)

พระองค์ ﷻ ตรัสว่า 

"และมันคือการประทานลงมาจากพระเจ้าแห่งทุกสรรพสิ่ง วิญญาณอันซื่อสัตย์ได้นำมันลงมา สู่หัวใจของเจ้า

เพื่อให้เจ้าได้เป็นหนึ่งจากบรรดาผู้กล่าวเตือน"

( อั้ชชุอะร้ออฺ/ 192 – 194)


13.♦ ข้อมูลที่กล่าวถึงการยกมือขึ้นขอดุอาอฺ , การเหลือบสายตามองขึ้นไปทางเบื้องบน 

          ดังที่ปรากฏในฮะดี้ษที่พูดถึงการขอดุอาอฺขอฝน (ดู อั้ลบุคอรีย์ เลขที่ 1013 และ มุสลิม เลขที่ 897) และฮะดี้ษที่เล่าถึงการขอความช่วยเหลือของท่านร่อซู้ล ﷺ จากอัลลอฮฺ ﷻ ในเหตุการณ์คับขันต่างๆ เช่น ตอนสงครามบะดั้ร สงครามอุฮุด สงครามคอนดั้ก สงครามฮุเนน ตลอดจนเหตุการณ์อื่นๆ จริงๆแล้วข้อมูลเกี่ยวกับการยกมือขึ้นขอดุอาอฺนั้น มีปรากฏอยู่ในตำราฮะดี้ษมากมาย ซึ่งมีการระบุไว้มากกว่าร้อยฮะดี้ษในเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป ยิ่งไปกว่านั้นพฤติกรรมนี้ยังเป็นพฤติกรรมที่สอดคล้องกับข้อมูลพื้นฐานที่มีอยู่ในใจของพวกเราทุกคน ซึ่งเป็นที่รับรู้กันจนเป็นปกติอยู่แล้วอีกด้วย เพราะผู้ศรัทธาทุกคนเวลาที่มีเรื่องกลัดกลุ้ม เขาก็ต่างจะพากันยกมือขึ้นสู่เบื้องบนและวอนขอจากพระเจ้าของพวกเขากันทั้งนั้น


14.♦ ข้อมูลที่กล่าวถึงการที่ท่านนบี ﷺ ได้ชี้นิ้วขึ้นสู่เบื้องบนและแหงนศีรษะของท่านขึ้นสู่เบื้องบน ตอนที่ท่านกล่าวคุตบะฮฺอำลา

          ดังที่ปรากฏใน ศ่อฮี้ฮฺมุสลิม เลขที่ 1218 ซึ่งเป็นฮะดี้ษบทยาวที่รายงานโดยท่านยาบิ้ร ซึ่งในนั้นมีข้อความหนึ่งที่ระบุไว้ความว่า 

     “..ฉันได้ทิ้งสิ่งที่ ถ้าหากพวกท่านยึดมั่นกันต่อสิ่งนั้นไว้แล้ว พวกท่านก็จะไม่หลงออกจากทางภายหลังจากนั้นอีกเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ คัมภีร์ของอัลลอฮฺนั่นเอง  และพวกท่านจะต้องถูกถามกันถึงตัวฉัน ไม่ทราบว่าพวกท่านจะตอบกันว่าอะไร?” 

     พวกเขาพากันพูดขึ้นว่า พวกเราปฏิญาณว่า ท่านได้เผยแพร่แล้ว ท่านได้ทำหน้าที่แล้ว และท่านก็ได้ตักเตือนและสั่งสอนแล้ว

     เสร็จแล้วท่านจึงได้ชี้นิ้วชี้ของท่านออกมาและยกมันขึ้นไปหาฟ้า และชี้กลับลงมาหาบรรดาประชาชนเหล่านั้น พลางกล่าวว่า “ขออัลลอฮฺทรงเป็นพยานด้วย ขออัลลอฮฺทรงเป็นพยานด้วย” สามครั้ง....”

     ใน ศ่อฮีฮุ้ลบุคอรีย์ เลขที่ 1739 จากฮะดี้ษของท่าน อิบนุอั้บบ้าส ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุมา  ในการคุตบะฮฺวันเชือด ซึ่งได้ระบุข้อความไว้ความว่า 

“หลังจากนั้นท่านก็แหงนศีรษะของท่านขึ้น แล้วกล่าวว่า 

โอ้ อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ได้ทำการถ่ายทอดและเผยแพร่ไปแล้วใช่ไหมครับ ?

โอ้ อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ได้ทำการถ่ายทอดและเผยแพร่ไปแล้วใช่ไหมครับ?” ”


15.♦ ข้อมูลที่ยืนยันถึงการมีอยู่จริงของบัลลังก์ และข้อมูลที่บรรยายถึงลักษณะของบัลลังก์ 

          ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วข้อมูลที่อัลลอฮฺ ﷻ ทรงแจ้งไว้เกี่ยวกับบัลลังก์นั้น พระองค์จะทรงอธิบายให้ทราบว่ามันคือ บัลลังก์ของพระองค์ หมายถึง มีการอ้างกรรมสิทธิ์โดยตรงว่ามันเป็นของพระองค์ และทรงแจ้งว่า พระองค์ทรงอยู่บนบัลลังก์ อัลลอฮฺ ﷻ ตรัสว่า

"อัลลอฮฺ คือ ผู้ทรงไม่มีผู้ที่เป็นผู้ที่ถูกสักการะและภักดีโดยชอบธรรมอื่นใดอีกแล้วนอกจากพระองค์

ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่เท่านั้น"

( อันนั้มลฺ/ 26)

พระองค์ ﷻ ตรัสว่า

 "พระผู้ทรงมีสถานะอันสูงส่ง พระผู้เป็นเจ้าของบัลลังก์..."

( ฆอฟิร/ 15 )

พระองค์ ﷻ ตรัสว่า

"…และบัลลังก์ของพระองค์นั้น อยู่บนน้ำ..." 

(ฮู้ด/ 7)

ในศ่อฮีฮุ้ลบุคอรีย์ ได้ระบุฮะดี้ษจากท่านอบี ฮุรอยเราะฮฺ แจ้งถึงท่านร่อซูลุ่ลลอฮฺ ﷺ ว่า ท่านกล่าวว่า 

          “ในสวรรค์มีอยู่หนึ่งร้อยชั้นที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้ให้เหล่ามุญาฮีดีนในหนทางของพระองค์ ช่วงห่างระหว่างสองชั้น(ความห่างของแต่ละชั้น) เหมือนกันกับช่วงห่างระหว่างฟ้ากับดิน ดังนั้น เวลาพวกท่านขอต่ออัลลอฮฺ ก็จงขอพระองค์ให้ได้อั้ลฟิ้รเด้าซ์ เพราะมันคือส่วนที่อยู่กึ่งกลางที่สุดของสวรรค์ และยังเป็นส่วนที่สูงที่สุดของสวรรค์อีกด้วย ซึ่งเบื้องบนของอั้ลฟิ้รเด้าซ์ก็คือ บัลลังก์ของพระผู้ทรงเมตตา และจากที่นั่นนี่เองที่ธารน้ำทั้งหลายของสวรรค์พุ่งพวยออกมา” 

(เลขที่ 2790)

ท่านอบูซะอี้ด อั้ลคุดรีย์ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ ได้รายงานถึงท่านนบี ﷺ ว่า ท่านได้กล่าวว่า 

          “ ผู้คนจะถูกทำให้หมดสติและล้มลงในวันกิยามะฮฺ ซึ่งฉันจะเป็นคนแรกที่ฟื้นขึ้นมา แต่ทันใดนั้นเอง ฉันก็พบว่า ท่านมูซาได้เกาะอยู่ที่ขาข้างหนึ่งจากบรรดาขาของพระบัลลังก์..."

( กระทั่งจบฮะดี้ษ ดู ศ่อฮีฮุ้ลบุคอรีย์ เลขที่ 2412 และมุสลิม เลขที่ 2373)

มีรายงานจากท่านญาบิ้ร อิบนิ อับดิลลาฮฺ แจ้งว่า ท่าน ร่อซูลุ่ลลอฮฺ ﷺ กล่าวไว้ว่า 

          “ฉันได้รับอนุญาตให้พูดถึงมะลาอิกะฮฺท่านหนึ่งจากบรรดามะลาอิกะฮฺที่ทำหน้าที่แบกพระบัลลังก์ได้ คือว่า ช่วงห่างระหว่างติ่งหูของมะลาอิกะฮฺท่านนั้นกับต้นคอของท่าน มีระยะเท่ากับการเดินทางเจ็ดร้อยปี” 

(บันทึกโดย อบูดาวู้ด เลขที่ 4727 และท่านอื่นๆ ซึ่งฮะดี้ษนี้เป็นฮะดี้ษศ่อฮี้ฮฺ ดู ซิ้ลซิละฮฺ ศ่อฮีฮะฮฺ ของเชคอั้ลอั้ลบานีย์ เลขที่ 151)


16.♦ ข้อมูลที่พูดถึงความเชื่อและความเข้าใจของบรรดาศ่อฮาบะฮฺเกี่ยวกับเรื่องนี้

          หมายเหตุ ในการศึกษาข้อมูลตามหัวข้อนี้ ท่านเชค อับดุ้รร้อซซ้าก ลูกชาย เชค อับดุลมุ้ฮฺซิน อัลอั้บบ้าด ฮะฟิซ่อฮุมั้ลลอฮฺ บอกกับพวกเราว่า มันช่วยแจ้งให้เราได้รับรู้อย่างชัดเจนว่า แนวทางของบรรดาซะลัฟ ตลอดจนความเข้าใจของพวกท่านที่มีต่อตัวบทที่พูดเกี่ยวกับเรื่องๆนี้นั้น เป็นเช่นไร? และยังบอกให้เรารับรู้อีกด้วยครับว่า อันที่จริงแล้วบรรดาศ่อฮาบะฮฺนั้น ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุม พวกท่านต่างมีความเข้าใจในความหมายของตัวบทเหล่านี้ซึ่งพูดเกี่ยวกับเรื่องพระลักษณะของอัลลอฮฺ ตะอาลา กันเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอะไรที่สวนทางกับคำกล่าวอ้างของพวกอุตริที่กล่าวหาว่า บรรดาศ่อฮาบะฮฺนั้น พวกท่านเพียงแต่ถ่ายทอดรูปคำเปล่าๆของตัวบทเหล่านี้ออกมาเท่านั้น โดยที่ตัวของพวกท่านเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันมีความหมายว่าอะไร

          เมื่อครั้งที่ท่านนบี ﷺ เสียชีวิต ท่านอบูบักร ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ ได้พูดว่า “ปวงชนทั้งหลาย ถ้าหากท่านมุฮัมหมัดคือ ผู้ที่มีสิทธิถูกต้องของพวกท่าน ต่อการอิบาดะฮฺ ที่พวกท่านทำการสักการะภักดีต่อเขาล่ะก็ แน่นอนว่า ผู้ที่มีสิทธิถูกต้องของพวกท่าน ต่อการอิบาดะฮฺ ได้ตายลงเสียแล้ว แต่ถ้าหากว่า ผู้ที่มีสิทธิถูกต้องของพวกท่าน ต่อการอิบาดะฮฺคือ อัลลอฮฺ พระผู้ทรงอยู่บนฟากฟ้าล่ะก็ ผู้ที่มีสิทธิถูกต้องของพวกท่าน ต่อการอิบาดะฮฺ ก็ไม่เคยตายจากพวกท่านไปไหนหรอก” 

(บันทึกโดย อิบนุอบี ชัยบะฮฺ ใน มุศอนนัฟ เล่ม 14 หน้า 553 , อั้ดดาริมีย์ ใน อั้รร้อด อะลัลญ้ะฮฺมียะฮฺ หน้า 26 และ อัซซะฮะบีย์ ใน อั้ลอุลู่ หน้า 62 ซึ่งเป็นฮะดี้ษ ศ่อฮี้ฮ)

ท่านอิบนุ อบี ชัยบะฮฺ ได้บันทึกรายงานถึงท่านก้อซ อิบนิ อบี ฮาซิม โดยท่านได้กล่าวไว้ว่า  

          “เมื่อครั้งตอนที่ท่านอุมัร ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ มาถึงเมืองชาม...” กระทั่งถึงคำพูดของท่านอุมัรที่ว่า “จริงๆแล้ว เรื่องราวมันมาจากตรงนี้ต่างหาก” แล้วท่านก็ใช้มือของท่านชี้ไปที่ฟ้า”

( ดู อั้ลมุศอนนัฟ เล่ม 13 หน้า 263 , ท่านอั้ซซะฮะบีย์บอกว่า สายรายงานของหลักฐานนี้ เหมือนกับดวงอาทิตย์)

ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ มั้สอูด ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า 

          “ระหว่างฟ้าดุนยากับฟ้าที่อยู่ถัดไปนั้น มีระยะห้าร้อยปี และระหว่างฟ้าแต่ละชั้นทุกๆชั้นมีระยะห้าร้อยปี และระหว่างฟ้าชั้นที่เจ็ดกับเก้าอี้นั้น มีระยะห้าร้อยปี และระหว่างเก้าอี้กับน้ำก็มีระยะห้าร้อยปี  ซึ่งบัลลังก์นั้นอยู่ข้างบนน้ำ และอัลลอฮฺทรงอยู่เหนือบัลลังก์ ขณะเดียวกันพระองค์เองก็ทรงรับทราบในสิ่งที่พวกคุณเป็นกันอยู่” 

(บันทึกโดย อั้ดดาริมี่ย์ ใน อั้รร้อดดุอะลั้ลญ้ะฮฺมียะฮฺ หน้า 26 – 27 ด้วยสายรายงานที่อยู่ในระดับฮะซัน)

ท่านหญิง อาอิชะฮฺ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮา ได้เคยกล่าวไว้ว่า

           “สาบานต่ออัลลอฮฺว่า ฉันเกรงเหลือเกินว่า ถ้าหากฉันอยากจะสังหารท่านๆนั้น ฉันก็คงจะสังหารท่านไปแล้ว –หมายถึงท่านอุสมาน ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ – แต่ว่าอัลลอฮฺ ทรงรู้จากเบื้องบนบัลลังก์ของพระองค์ว่า ฉันไม่ได้ต้องการที่จะสังหารท่านแต่อย่างใดเลย” 

(บันทึกโดย อั้ดดาริมี่ย์ ใน อั้รร้อดดุอะลั้ลญ้ะฮฺมียะฮฺ หน้า 27 ด้วยสายรายงานที่อยู่ในระดับ ศ่อฮี้ฮฺ)