เชคมูฮัมหมัด บินอับดิลวะฮาบ ไม่ได้ตั้งลัทธิวาฮาบีย์
  จำนวนคนเข้าชม  817


เชคมูฮัมหมัด บินอับดิลวะฮาบ ไม่ได้ตั้งลัทธิวาฮาบีย์


 


เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม


 


มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก 


 


          การที่อัลลอฮฺ  ได้ให้มีผู้รู้ทำหน้าที่ในการเผยแผ่ศาสนาของอัลลอฮฺ  ในทุกยุคทุกสมัย และในการทำหน้าที่ของผู้รู้แน่นอนย่อมส่งผลกับบุคคลที่หลากหลายในสังคม เพราะคำสอนของอัลลอฮฺบางครั้ง..ขัดกับผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม บางครั้ง..ขัดแย้งกับหลักความเชื่อและแนวปฏิบัติของคนบางกลุ่ม หรือบางครั้ง..ขัดแย้งกับการอุตริกรรมทางศาสนาของพวกเขา และแน่นอนตามธรรมชาติของคนที่มีความขัดแย้ง พวกเขามักจะหาวิธีการตอบโต้แก่คู่กรณีที่มีความขัดแย้ง โดยรูปแบบการโต้แย้งมีหลากหลายวิธีการ 


 


          การชี้แจงในรูปแบบการนำหลักฐานที่ถูกต้องมาตอบโต้ แต่นำมาใช้ไม่ถูกที่ถูกเวลา หมายถึงนำหลักฐานที่ถูกต้องจากอัลกุรอ่านหรืออัซซุนนะห์มาโต้แย้งกับกลุ่มที่เห็นต่างกับตัวเอง แต่การนำหลักฐานนั้นมาใช้ผิดคน ก็ไม่ต่างกับการนำยารักษาโรคมาใช้กับคนไข้ที่ไม่ได้เป็นโรคที่ยาตัวนั้นสามารถรักษาได้ บางครั้งรูปแบบการตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงด่าทอใส่ร้าย และบางครั้งถึงขั้นตัดสินคู่ขัดแย้งว่าตกศาสนา 


 


          ดังกรณีของกลุ่มคอวาริจญ์ที่นำหลักฐานจากอัลกุรอ่านที่กล่าวถึงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แต่นำมาใช้กับบรรดามุสลิมจนกระทั่งคอวาริจญ์ได้ตัดสินมุสลิมว่าเป็นกาเฟร เช่นเดียวกันชีอะฮ์มีความเชื่อในเรื่องการเป็นอิหม่ามของอิหม่ามทั้งสิบสองคนว่าได้มีการแต่งตั้งจากอัลลอฮฺ  และใครที่ไม่ยอมรับการเป็นอิหม่ามทั้งสิบสองคนว่าได้มีการแต่งตั้งจากอัลลอฮฺ บุคคลนั้นก็ไม่ได้เป็นมุสลิม และด้วยเหตุนี้ชีฮะจึงตัดสินมุสลิมที่ไม่ใช่ชีฮะว่าเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา 


 


          ดังนั้นแนวทางใส่ร้ายบรรดาผู้ที่มีความรู้เป็นแนวทางที่มาตั้งแต่ยุคสมัยของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม  ก่อนที่ท่านจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนบี ท่านเป็นที่รักของชาวมักกะฮฺและได้ถูกขนานนามว่า อัลอามีน (ผู้ที่ซื่อสัตย์) แต่เมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนบี เพื่อทำหน้าที่นำหลักการของอัลลอฮ์  มาสอนสั่ง และเรียกร้องผู้คนมาสู่การเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ  เพียงพระองค์เดียว และเรียกร้องชาวมักกะฮฺให้ละทิ้งสิ่งบูชาทั้งหมดที่พวกเขาบูชาอยู่ มีคนจำนวนหนึ่งยอมรับคำสอนที่ท่านนบีได้นำมา แต่บางส่วนก็ไม่ยอมรับสิ่งที่ท่านได้นำมาสอน โดยพวกเขาอ้างว่าสิ่งที่เขายึดถืออยู่คือมรดกศาสนาที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ พวกเขาไม่ได้มองถึงเหตุผลของคำสอนที่ท่านนบี  นำมา 


 


          เมื่อพวกเขาไม่ยอมรับก็มีขบวนการต่อต้านแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม โดยกลุ่มที่ต่อต้านเริ่มใส่ร้ายท่านนบี เป็นคนบ้าเสียสติ เป็นมายากลพ่อมดหมอผี และอีกมากมายหลายวิธีการเพื่อให้คนหลีกหนีจากท่านนบี และออกห่างจากคำสอนของท่าน  ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อมีผู้รู้คนใดที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการบิดเบือน การอุตริกรรมในศาสนา และการมีความเชื่อในศาสนาที่ผิดเพี้ยนจากแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม ก็จะมีขบวนการใส่ร้ายด่าทอ เพื่อให้ผู้คนได้เข้าใจผิดว่าผู้รู้ท่านนั้น คือผู้นำศาสนาใหม่มา และเป็นผู้รู้ที่ออกจากแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม 


 


          ตัวอย่างเช่น เชคมูฮัมหมัด บิน อิบนุลวะฮาบ รอฮิมาอุลลอฮฺ เป็นผู้รู้ท่านหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่ได้สร้างลัทธิหนึ่งขึ้นมา คือลัทธิวาฮาบีย์ ความจริงการเรียกร้องของท่านเชค มูฮัมหมัด บิน อับดิลวะฮาบ คือการทำหน้าที่เรียกร้องสิ่งเดียวกับที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม ได้เรียกร้อง และมาชี้แจงแก่กลุ่มคนที่ทำผิดในเรื่องหลักความเชื่อของอิสลาม เช่นท่านได้มาเรียกร้องผู้คนให้เลิกบูชาหลุมฝังศพ เลิกบูชาต้นไม้ และท่านได้เรียกร้องผู้ปกครองให้นำคำสอนอิสลามมาเป็นกฎหมายปกครอง และท่านได้ทำการต่อต้านสิ่งที่เป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ  ท่านได้ดำเนินแนวทางการเผยแผ่ของท่าน ตามแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัมทุกประการ 


 


          ชื่อ"วาฮาบีย์" ไม่ได้เป็นชื่อที่ท่านเชค มูฮัมหมัด เรียกตัวเอง และบรรดาผู้ที่ตอบรับการเรียกร้องของเชคมูฮัมหมัด บิน อับดิลวะฮาบก็ไม่ได้เรียกตัวเองว่า วาฮาบีย์ แต่ชื่อนี้ได้รับการเรียกจากกลุ่มที่เป็นคู่ขัดแย้งกับท่าน เช่น กลุ่มซูฟีย์ที่เลยเถิด และอัรรอฟิเฎาะ และบรรดาประเทศที่เข้ามายึดครองอณาจักรฺอิสลามในยุคที่เป็นศัตรูต่อคำสอนอิสลาม ได้ใส่ร้ายท่าน


 

          ท่านเชคมูฮัมหมัด ยังเป็นอยู่ในกรอบของมัสฮับทั้งสี่ และไม่ได้นำสิ่งใหม่ๆเข้ามาในศาสนา เพียงแต่ท่านได้มาเรียกร้องสิ่งเดียวกันกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม ที่ถูกละเลยและถูกบิดเบือน และท่านได้ทำการต่อสู้กับการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ  จนกระทั่งเชคมูฮัมหมัด และกษัตริย์มูฮัมหมัด บิน ซาฮูด ผู้ปกครองซาอุในยุคนั้น สามารถนำกฎหมายอิสลามมาใช้ปกครองในประเทศซาอุดิอาระเบีย มาจนถึงปัจจุบัน


         ดังนั้นคนที่มีความอคติต่อท่านเชคมูฮัมหมัด บิน อับดิลวะฮาบ ลองเปิดใจให้กว้างไปศึกษาตำราของท่านอย่างละเอียด แล้วจะพบว่าท่านไม่ได้นำสิ่งใหม่มาที่แตกต่างจากแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม แต่คนที่เกลียดชังท่านมักจะไปอ่านจากตำราของผู้ที่มีความขัดแย้งกับท่าน และในตำราเหล่านั้นมีการด่าทอใส่ร้ายเพื่อให้ผู้คนเข้าใจผิด และให้หลีกห่างจากแนวทางที่ถูกต้องอันบริสุทธิ์


 


     ขออัลลอฮ์  ได้ให้เรายืนหยัดบนแนวทางที่ถูกต้องและขอให้พระองค์เพิ่มพูนความรุ้ความเข้าใจศาสนาที่ถูกต้อง...อามีน

 



 والله أعلم