ไม่ตำหนิผู้นำแม้กระทั่งผู้นำที่ชั่ว !
  จำนวนคนเข้าชม  625


ไม่ตำหนิผู้นำแม้กระทั่งผู้นำที่ชั่ว !

 

อิสมาอีล กอเซ็ม

 

          แนวทางของอะลุซซุนนะห์ ไม่มีการตำหนิผู้นำแม้กระทั่งผู้นำที่ชั่ว แต่จะตักเตือนในความชั่วที่เขาเพื่อการแก้ไขปรับปรุง และเชื่อฟังเขาในสิ่งที่เขาเชื่อฟังอัลลอฮฺ จะไม่นำความชั่วของผู้นำมาประจานบนมินบัร และจะไม่ปลุกระดมผู้คนให้แข็งข้อหรือออกจากการเชื่อฟังเขาตราบใดที่เขายังไม่ได้กระทำสิ่งที่ทำให้เขาต้องออกจากศาสนา เพราะอะไรที่ชาวอะลุซซุนนะห์จึงถูกสอนให้ไม่ให้ทำการกบฎออกจากผู้นำชั่ว 

 

          ประการแรก เพื่อรักษาเลือดเนื้อความสูญเสีย เพราะหากมีการปะทะกันความสูญเสียเกิดกับมุสลิมทั้งชีวิตและทรัพย์สิน 

 

          ประการที่สอง เพื่อต้องการรักษาความสงบของบ้านเมือง ตัวอย่างเราเห็นได้ ในอิรัค การโค่นล้มผู้นำชั่วคือซัดดัม หลังจากซัดดัมไปแล้ว ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในอิรัคทุกวันนี้ยังไม่หยุด เลวร้ายยิ่งกว่ายุคซัดดัมอีกหลายเท่า 

 

         หรือแม้กระทั่งผู้นำเป็นกาเฟร หากมุสลิมอ่อนแอก็ไม่อนุญาตให้ทำการโค่นล้มเขา เพราะการที่คนอ่อนแอไปสู้กับกองกำลังที่แข็งแรงก็คือการนำตัวเองไปสู่หายนะ

 

          การตักเตือนผู้นำบ้านเมืองนั้น มีความจำเป็นหากผู้นำเป็นคนดีมีคุณธรรมจะส่งผลให้ประชาชนได้รับความดีในทุกๆด้าน แต่การตักเตือนผู้นำ ตามหลักการของอะลุซซุนนะฮฺนั้น จะต้องไม่ตักเตือนต่อหน้าสาธารณะชน หรือออกตามสื่อวิทยุทีวี เขาจะต้องตักเตือนโดยการเขียนจดหมาย หรือยุคปัจจุบันอาจจะโทรศัพท์ได้ 

 

          ใครบ้างที่สามารถตักเตือนผู้นำได้...

          ผู้ที่ตักเตือนผู้นำ ต้องอาศัยบรรดาผู้รู้ และบรรดาผู้ปกครองที่ปกครองประเทศต่างๆ ซึ่งสามารถจะตักเตือนซึ่งกันและกันได้

 

          หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ท่านอุสมาน รอฎิยัลลอฮูอันฮูโดนสังหาร ก็คือการปลุกระดมให้เกลียดผู้นำ ทำลายความน่าเชื่อถือของผู้นำ ทำให้คนที่ขาดความรู้นั้นคล้อยตาม จนนำไปสู่ความวุ่นวาย และนำไปสู่การปิดล้อม และท่านถูกสังหารในที่สุด ดังนั้นการทำลายความน่าเชื่อถือ ของนักวิชาการนั้น ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนออกจากแนวทางของอะลุซซุนนะห์

 

ชัยคุลอิสลาม อิบนูตัยมียะฮฺรอฮิมาอุลลอฮ์ กล่าวว่า


          เมื่อในตัวชายคนหนึ่งมีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี คือเขาเป็นคนไม่ดีที่มีทั้งการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ และฝ่าฝืนต่อพระองค์ มีทั้งการกระทำที่ตรงกับซุนนะห์ และการกระทำที่เป็นบิดอะฮ์ เขาสมควรได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนตามความดีที่เขามีอยู่ และสมควรได้รับการออกห่างไม่สนับสนุนและลงโทษตามความชั่วที่เขามีอยู่

          และชายคนหนึ่งรวมไว้ซึ่งจุดที่ต้องให้เกียรติ และจุดที่เป็นพฤติกรรมที่ตกต่ำ เช่น ขโมยมือของเขาจะถูกตัดเนื่องจากลักขโมย แต่ขณะเดียวกันจะต้องนำทรัพย์สินจากกองคลังมาให้เพื่อบรรเทาความต้องการของเขา นี่คือรากฐานของอะลุซซุนนะห์ที่เห็นตรงกัน แต่กลุ่มคอวาริจญ์มัวะตาซิละฮฺและผู้ที่เห็นด้วยกับพวกเขาจะค้านกฎรากฐานนี้

 

ข้อคิดจากคำพูดของท่าน

     1. คนเราทุกคนมีทั้งดีและไม่ดี อย่ามองแค่ความไม่ดีบางอย่างของคนมาบดบังความดีอีกมากมายที่เขาทำไว้

     2. อย่าเอาเป็นเอาตายกับความผิดพลาดบางอย่างของคนบางคน จนเราเราตัดสินคนให้เป็นคนชั่วที่ไม่มีความดีเหลืออยู่เลย เช่น การมองของกลุ่มคอวาริจญ์ 

     3. แนวทางของคอวาริจญ์จะมองไม่เห็นความดีของใครเลยที่เห็นต่างกับเขา 

     4. มุสลิมยังคงเป็นพี่น้องตราบใดที่การกระทำของเขาไม่ทำให้ออกจากศาสนา