คนหนุ่มสาวในอิสลาม
  จำนวนคนเข้าชม  635


คนหนุ่มสาวในอิสลาม

เขียน โดย ดร สุไลมาน บิน กอเซ็ม บิน มูฮักหมัด อัล อีด

แปลและเรียบเรียงโดย อับดุบวาเฮด สุคนธา

 

ความหมายคำว่า วัยรุ่น 

 

     วัยรุ่น คือ วัยที่เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์ และสติปัญญา

 

         วัยรุ่น คือ วัยแรกรุ่นเริ่มตั้งแต่อายุ 15 ปีไปจนถึง อายุ 40 ปีบางคนบอกว่า ประมาณ 50 ที่ถูกต้องที่สุดในการกำหนดอายุขัยของวัยรุ่น อยู่ประมาณ 40 ปีทั้งนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงลักษณะที่เด่นเป็นพิเศษของวัยรุ่น มันอยู่ในช่วงการพัฒนาการของวัยรุ่น เจริญเติบโต 

 

คำนิยามของ คำว่า วัยรุ่น  

 

คือ การเจริญเติบโตการ พัฒนาการเหมือนดังที่ อัลกรุอ่านได้กล่าวเอาไว้อายุขัยของคนหนุ่มสาว

حَتَّىٰ إِذَا بَلَغَ أَشُدَّهُ وَبَلَغَ أَرْبَعِينَ سَنَةً

จนกระทั่งเมื่อเขาบรรลุวัยฉกรรจ์ของเขาและมีอายุถึงสี่สิบปี

( อะกอฟ 15)

          ตัฟชีร อิบนุ กะซีร กล่าวว่า ในความหมายของโองการนี้บ่งชี้ได้ว่าครั้งเมื่อเขาบรรลุวัยนรุ่น มีพละกำลัง วังชา ไปจนถึงอายุของเขาถึงสี่สิบปี

 

ความสำคัญคนหนุ่มสาวในอิสลาม 

 

♥- พัฒนาการของวัยรุ่นจะแบ่งหลายประเภทด้วยกัน

 

          วัยแรกรุ่น เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทุกระบบ โดยจะมีความคิดหมกมุ่นกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จนกระทั่งมีความคิดและเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ในการพัฒนาการของวัยรุ่นแต่ละช่วงอายุของเขา อัลกรุอ่านกล่าวเอาไว้ว่า 

وَاللَّهُ أَخْرَجَكُم مِّن بُطُونِ أُمَّهَاتِكُمْ لَا تَعْلَمُونَ شَيْئًا وَجَعَلَ لَكُمُ السَّمْعَ وَالْأَبْصَارَ وَالْأَفْئِدَةَ لَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ 

          “และอัลลอฮ์ทรงให้พวกเจ้าออกจากครรภ์มารดาของพวกเจ้า โดยพวกเจ้าไม่รู้อะไรเลย และพระองค์ทรงทำให้พวกเจ้าได้ยินและเห็นและมีหัวใจ (สำหรับนึกและคิด) เพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณ

( นะลุฮฺ  78 )

          ตัฟชีร อิบนุ กะซีร กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงทำให้มนุษย์คลอดออกมาจากท้องของมารดา ซึ่งเขานั้นมิได้รู้สิ่งใดเลย และพระองค์ประทานริสกีให้แก่เขาด้วยการให้เขานั้นได้ยิน รับรู้ มองเห็น สัมผัส ได้ใช้สติปัญญาคิดในสิ่งที่ดีและไม่ดี เป้าหมายของพระองค์ต้องการให้บ่าวนั้นใช้อวัยวะเหล่านี้เพื่อการเชื่อฟังและปฏิบัติในคำสั่งของพระองค์เพื่อเป็นการขอบคุณ 

         ครั้งเมื่อวัยหนุ่มสาวให้ผ่านพ้นไป จะต้องไปพบเจอกับวัยชราอีกช่วงหนึ่งชีวิตคนเรา ดังที่ อัลลอฮฺ กล่าวว่า

اللَّهُ الَّذِي خَلَقَكُم مِّن ضَعْفٍ ثُمَّ جَعَلَ مِن بَعْدِ ضَعْفٍ قُوَّةً ثُمَّ جَعَلَ مِن بَعْدِ قُوَّةٍ ضَعْفًا وَشَيْبَةً يَخْلُقُ مَا يَشَاءُ وَهُوَ الْعَلِيمُ الْقَدِيرُ

          “อัลลอฮฺทรงเป็นผู้สร้างพวกเจ้าในสภาพอ่อนแอ แล้วหลังจากความอ่อนแอพระองค์ก็ทรงทำให้มีความแข็งแรงแล้วหลังจากความแข็งแรงทรงทำให้อ่อนแอและชราภาพ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ อานุภาพ

( อัลรูม 54)

 

♥- ช่วงงวัยที่ดีที่สุดของมนุษย์

 

          ช่วงที่ดีที่สุดของคนเรานั้น ก็คือใช้การใช้ชีวิตตอนหนุ่มสาว เพราะเป็นช่วงการเจริญเติบโต ไปสู่ภาวะที่ต้องรับผิดชอบและพึ่งพาตนเอง เป็นวัยแห่งสีสัน ต้องการอิสระและการยอมรับจากสังคม วัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากลองอะไรใหม่ๆ อยู่กับพวกพ้องมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น เช่นเดียวกัน อัลลอฮฺทรงตอบแทนมนุษย์ที่ดีในวันโลกหน้าให้พวกเขามีอายุในวัยกลางคน คือ 30 ปี ชาวสวรรค์ทุกคนไม่มีวันแก่ชรา มีความสมบูรณ์ในการใช้ชีวิตที่ดียิ่ง ทุกคนอยากโตเป็นคนหนุ่มสาวแต่ไม่อยากแก่เฒ่า

 

     อายุของชาวสวรรค์นั้น ทุกๆคนที่ได้เข้าสวรรค์จะอย่ในวัยที่แข็งแรง หนุ่มแน่น อายุประมาณ 30 - 33 ปี

มีรายงายจากท่านมุอาซอิบนิยะบัลท่านนบี กล่าวว่า 

يَدْخُلُ أَهْلُ الْجَنَّةِ الْجَنَّةَ جُرْدًا مُرْدًا مُكَحَّلِينَ أَبْنَاءَ ثَلَاثِينَ أَوْ ثَلَاثٍ وَثَلَاثِينَ سَنَةً

ชาวสวรรค์จะได้เข้าสวรรค์ อย่างวัยรุ่น วัยหนุ่มวัยใส อายุอยู่ระหว่าง 30 - 33 ปี

(ติรมีซี ท่านอัลบานีบอกว่าเป็นฮาดิษซอเหียะห์)

 

♥- ช่วงที่อายุไขของมนุษย์ยืนยาวมากที่สุด

 

          โดยปกติอายุไขของคนเราอยู่ระหว่าง 70-60 ปีดังคำสอนของท่านศาสดาว่า 

ประชาชาติของฉันจะมีอายุไขระหว่าง 70-60 ปี

(บันทึกติรมีซีย์)

         วัยรุ่นมนุษย์ เด็กอยู่ในช่วง 14-18 ปี วัยรุ่นตอนกลางในช่วงอายุ 18 – 40 ปี ช่วงวัยตอนปลายอยู่ระหว่างอายุ 41-50 ปี นี้คือช่วงแห่งความสนุก สีสันของชีวิตมากที่สุดในมนุษย์

 

♥- คนหนุ่มสาวคือสันหลังของประชาชาติ

 

          สิ่งสำคัญในการพัฒนา สังคมและประเทศชาติ พูดเข้าใจง่ายว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของบ้านเมือง คือ คนหนุ่มสาวนั้นเอง เพราะพวกเขาคือ กำลังสำคัญต่อชาติบ้านเมือง มีพลัง มีความคิดแบบก้าวกระโดด มีความมุ่งมั่น เสียสละ เพียรพยามอย่างแรงกล้าสู่ความสำเร็จในเรื่องนั้น หากเราจะมองถึงประเทศใดที่ประสบความสำเร็จแสดงว่าประเทศนั้น มีคนหนุ่มสาวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของงานนั้น พวกเขาคือ ผลผลิตที่ดีเยี่ยม

 

         ฉะนั้นในศาสนาอิสลามหากเราหันกลับมาศึกษา จากตัวบททั้งอัลกุรอ่านและ คำสอนของท่านนบีมูฮัมหมัด แน่นอนเลยว่า ศาสนาอิสลามเน้นย้ำถึงความสำคัญของคนหนุ่มสาว ให้ความสำคัญตั้งแต่ทารก การเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนตามแบบฉับบของอัลอิสลาม ปกป้องเด็กน้อยจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆมากมาย เพื่อที่จะให้เขานั้นยืนหยัด และต่อสู้ในวัยที่เขาต้องเผชิญด้วยตัวเขาเองในการใช้ชีวิต ในสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆมากมาย

 

          ตัวอย่างเช่นที่ อัลลอฮฺ กล่าวเกี่ยวเรื่องราวของท่านนบีมูซา อะลัยสลาม สาวกที่ติดตามท่านนบีมูซาเป็นคนหนุ่มสาว เชื่อและศรัทธาต่อท่าน

อัลลอฮฺ กล่าวว่า 

فَمَا آمَنَ لِمُوسَىٰ إِلَّا ذُرِّيَّةٌ مِّن قَوْمِهِ عَلَىٰ خَوْفٍ مِّن فِرْعَوْنَ وَمَلَئِهِمْ أَن يَفْتِنَهُمْ وَإِنَّ فِرْعَوْنَ لَعَالٍ فِي الْأَرْضِ وَإِنَّهُ لَمِنَ الْمُسْرِفِينَ

          “ไม่มีใครศรัทธาต่อมูซา นอกจากลูกหลานบางคนจากกลุ่มชนของเขา (บะนีอิสรออีล) เนื่องจากความกลัวต่อฟิรเอาน์ และหัวหน้าของพวกเขา จะทำความวุ่นวายแก่พวกเขา และแท้จริงฟิรเอาน์นั้นเป็นเป็นผู้หยิ่งผยองในแผ่นดิน และแท้จริงเขาอยู่ในหมู่ผู้ละเมิด

(ยูนูส  83 )

          อัลลอฮฺทรงบอกครั้งเมื่อท่านนบีมูซานำหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา พวกเหล่านั้นไม่ศรัทธาเว้นแต่ส่วนน้อยเท่านั้นจากลูกหลาน บะนีอิสรออีล กลุ่มชนเหล่านี้คือ คนหนุ่มสาว พวกเขายืนหยัด อดทนต่อการทำร้ายของฟิรเอาน์ ศรัทธาและเชื่อมั่นว่า สิ่งที่พวกเขาอดทนแน่นอนอัลลอฮฺทรงตอบแทนรางวัลในโลกหน้าอย่างแน่นอนเป็นสิ่งที่ดีกว่าในโลกนี้

 

          ในคำสอนกรุอ่าน ยังสรรเสริญชมเชย คนหนุ่มสาวพวกเขานั้นที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ  

إِنَّهُمْ فِتْيَةٌ آمَنُوا بِرَبِّهِمْ وَزِدْنَاهُمْ هُدًى

แท้จริงพวกเขาเป็นชายหนุ่มที่ศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขา และเราได้เพิ่มแนวทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา

( กะฟิ 13)

         บรรดาสาวกของท่านนบีส่วนมากแล้วเป็นคนหนุ่มสาว เช่นท่านอบูบักเข้ารับอิสลามในวัย 38 ปี ท่านอุมัร เข้ารับอิสลาม อายุ ไม่ถึงสามสิบปี และศ่ออาบะท่านอื่น อับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสฮูด ,ท่าน ซะดฺ อิบนุ เซด, ท่าน มุสฮับอิบนุ อุมีร, ท่าน อัรกอม อิบนุ อะบี ฮัรกอม, ท่าน ค็อบบาบ ทุกคนล้วนเป็นคนหนุ่มทั้งนั้น

 

♣ ท่านนบีถึงกล่าวความสำคัญของคนหนุ่มสาวในตัวบทหะดีษว่า

         คนหนุ่มสาวทุกคน เชื่อฟังในข้อปฏิบัติของศาสนา และละทิ้งจากสิ่งที่ต้องห้าม พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับร่มเงาในวันกียามะฮ์ รายงานจากท่าน อบีฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า

سَبْعَةٌ يُظِلُّهُمْ اللَّهُ فِي ظِلِّهِ يَوْمَ لا ظِلَّ إِلا ظِلُّهُ: الإِمَامُ الْعَادِلُ، وَشَابٌّ نَشَأ فِي عِبَادَةِ رَبِّهِ 

     “ในวันกิยามะฮฺจะมีมนุษย์ 7 กลุ่ม ที่อัลลอฮฺ จะทรงให้ร่มเงาของพระองค์แก่พวกเขาในวันซึ่งไม่มีร่มเงาใด นอกจากร่มเงาของพระองค์

     คือ กลุ่มเยาวชนหรือชายหนุ่มที่ตลอดชีวิตวัยหนุ่มของเขานั้นเติบโตมาในเรื่องของการทำอิบาดะฮฺ เรื่องของการศึกษาหาความรู้ในเรื่องราวของศาสนา 

(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีและอิมามมุสลิม)

 

♣ ท่านนะบี มุฮัมมัดได้มอบคำสอนให้แก่เด็กหนุ่ม โดยกล่าวว่า

يَا مَعْشَرَ الشَّبَابِ مَنْ اسْتَطَاعَ مِنْكُمْ الْبَاءَةَ فَلْيَتَزَوَّجْ فَإِنَّهُ أَغَضُّ لِلْبَصَرِ وَأَحْصَنُ لِلْفَرْجِ وَمَنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَعَلَيْهِ بِالصَّوْمِ فَإِنَّهُ لَهُ وِجَاءٌ

 

โอ้บรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย ผู้ใดในหมู่พวกเจ้านี้มีความสามารถ(ในการครองคู่) ก็จงแต่งงานเถิด

เพราะแท้จริงนั้น(การแต่งงาน)เป็นการลดสายตาให้ต่ำลง อีกทั้งให้พวกเจ้าสามารถสงวนอวัยวะเพศได้

และผู้ใดที่ไม่มีความสามารถก็จงถือศีลอดเสียเถิด เพราะการถือศีลอดเป็นการยับยั้งอารมณ์ใคร่ได้

 ( บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ มุสลิม)

 

♣ ท่านนบีตักเตือนคนหนุ่มสาว สั่งเสียอย่างมากมาย ดังหะดีษที่มีความว่า 

ชายหนุ่มคนหนึ่งได้มาหาท่านนะบี พร้อมกล่าวว่า โอ้รอซูลุลลอฮ์ ได้โปรดให้ฉันซินาด้วยเถิด 

บรรดาเศาะฮาบะฮ์ต่างโกรธเคืองและกรูเข้าเพื่อจะทำร้ายเขา

นบี จึงกล่าวว่า พาเขาให้เข้าใกล้ฉัน ชายคนนั้นจึงมาเข้าใกล้ท่านนะบี และนั่งลงต่อหน้าท่าน

นบี จึงถามว่า เจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับแม่เจ้าไหม 

ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ 

นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับแม่ของเขาเช่นเดียวกัน

นบี จึงถามอีกว่าเจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับลูกสาวเจ้าไหม 

ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ 

นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับลูกสาวของเขาเช่นเดียวกัน

นบี จึงถามอีกว่าเจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับน้องสาวเจ้าไหม 

ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ 

นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับน้องสาวของเขาเช่นเดียวกัน

นบี ถามอีกว่า เจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับป้าเจ้าไหม 

ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ 

นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับป้าของเขาเช่นเดียวกัน

นบี ถามอีกว่า เจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับน้าเจ้าไหม 

ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ 

นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับน้าของเขาเช่นเดียวกัน

       นบี จึงวางมือของท่านบนร่างหนุ่มคนนั้น พร้อมกล่าว ดุอาอ์ว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงให้อภัยในความผิดพลาดของเขา ได้โปรดให้หัวใจของเขาใสสะอาด และได้โปรดปกป้องอวัยวะเพศของเขา(จากการกระทำ ซินา

หลังจากนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่สนใจการกระทำผิดอีกเลย 

(บันทึกโดยอะหมัด)

 

♣ คำสอนของท่านนบีมีต่อท่าน อับดุลลอฮ อิบนุ อับบาส

        จากท่านอบู อัล-อับบาส อับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุมา เล่าว่า 

     “ในวันหนึ่งขณะที่ฉันนั่งอยู่ข้างหลังท่านนบี ท่านก็ได้กล่าวกับฉันว่า: “โอ้เด็กน้อย ฉันจะสอนบางถ้อยคำแก่เจ้า:

" يَا غُلَامُ إِنِّيْ أُعَلِّمُكَ كَلِمَاتٍ: اِحْفَظِ اللهَ يَحْفَظْكَ، اِحْفَظِ اللهَ تَجِدْهُ تُجَاهَكَ.

إِذَا سَأَلْتَ فَاسْأَلِ اللهَ، وَإِذَا اسْتَعَنْتَ فَاسْتَعِنْ بِاللهِ. وَاعْلَمْ أَنَّ الاُمَّةَ لَوِ اجْتَمَعَتْ عَلَى أَنْ يَنْفَعُوْكَ بِشَيْءٍ لَمْ يَنْفَعُوْكَ إِلاَّ بِشَيْءٍ قَدْ كَتَبَهُ اللهُ لَكَ، وَإِنِ اجْتَمَعُوْا عَلَى أَنْ يَضُرُّوْكَ بِشَيْءٍ لَمْ يَضُرُّوْكَ إِلَّا بِشَيْءٍ قَدْ كَتَبَهُ اللهُ عَلَيْكَ رُفِعَتِ الأَقْلَامُ وَجَفَّتِ الصُحُفُ "

 

         “ เจ้าจงพิทักษ์อัลลอฮฺ แล้ว อัลลอฮฺจะพิทักษ์เจ้า เจ้าจงพิทักษ์ อัลลอฮฺ แล้วเจ้าจะพบพระองค์อยู่เบื้องหน้า

     เมื่อเจ้าจะวิงวอนขอก็จงวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ และเมื่อเจ้าจะขอความช่วยเหลือก็จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ

     และเจ้าจงพึงทราบเถิดว่า หากประชาชาติทั้งหมดรวมกันเพื่อทำคุณประโยชน์อย่างหนึ่งแก่เจ้า พวกเขาไม่สามารถทำคุณประโยชน์ใดๆ แก่เจ้าได้เลย นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ให้แก่เจ้าแล้ว

     และหากพวกเขารวมกันเพื่อทำอันตรายแก่เจ้าด้วยบางสิ่ง พวกเขามิอาจทำอันตรายใดๆ แก่เจ้าได้เลย นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ให้แก่เจ้าแล้ว ปากกาได้ถูกยกขึ้นและกระดาษบันทึกก็แห้งแล้ว

( บันทึกโดยอัต-ติรมีซีย์)

 

♣ คำสอนของท่านนบีมีต่อท่าน อะบี ซัรรฺ

         จากท่านอบู ซัรฺ ญุนดุบ อิบนุ ญุนาดะฮฺ และอบู อับดิรฺเราะหฺมาน มุอาซ อิบนุ ญะบัล เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุมา จากท่านเราะสูลุลลอฮฺ ท่านกล่าวว่า:

" اِتَّقِ اللهَ حَيْثُمَا كُنْتَ ، وَأَتْبِعِ السَّيِّئَةَ الحَسَنَةَ تَمْحُهَا ، وَخَالِقِ النَّاسَ بِخُلُقٍ حَسَنٍ "

        ท่านจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺไม่ว่าท่านจะอยู่ ที่ใดก็ตาม และจงตามความชั่วด้วยการทำความดีชดใช้ ซึ่งความดีนั้นจะไปลบล้างความชั่วได้ และจงปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยจรรยามารยาทที่ดีงาม” 

(หะดีษบันทึกโดยอัต-ติรฺมิซีย์)

         จากคำสอนของท่านนบีต่างบ่งชี้ชัด ถึงความสำคัญการเอาใจใส่ต่อคนหนุ่มสาวในอิสลาม จากคำสอน คำตักเตือน คำชี้แนะของท่านนบีที่มีต่อบรรดาสาวกของท่านเอง ท่านสั่งใช้ให้ทำดีออกห่างจากสิ่งที่ไม่ดี บอกถึงสิทธิต่าง ๆในอิสลามอย่างมากมาย จนบรรดาสาวกเหล่านี้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชาติในยุคของเรานี้เอง

 

          มีคำสอนจากท่านร่อซูลลอฮฺ เล่าว่า ในครั้งหนึ่ง ได้มีการนำภาชนะแก้วน้ำมาให้ท่านนบีเพื่อที่จะดื่ม แต่ทางขวามือของท่านนบีมีเด็กน้อย

       ท่านนบีกล่าวเด็กคนนั้นว่า อนุญาตให้ฉันเอาแก้วน้ำให้คนอื่นได้มั้ย ซึ่งทางด้านซ้ายมือท่านนบีมีศ่อฮาบะอาวุโสหลายคนนั่งอยู่ด้วย 

เด็กน้อยคนนั้น ตอบว่า นี้คือ สิทธิของฉันที่จะได้รับ 

ท่านนบี จึงหยิบยืนไปยังเด็กคนนั้น 

(บุคครีย์)

         นี้คือมารยาทของอิสลามที่จะต้องเริ่มทางด้านขวามือก่อน ถึงแม้ว่าในทางด้านซ้ายนั้นมีผู้อาวุโส หรือคนใหญ่ คนโต ก็ตาม

 

จากญะรีร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :

مَا حَجَبَنِى النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مُنْذُ أَسْلَمْتُ، وَلاَ رَآنِى إِلاَّ تَبَسَّمَ فِى وَجْهِي

           “ตั้งแต่ฉันเข้ารับอิสลามมา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไม่เคยปิดกั้นฉัน(ไม่ให้เข้าพบท่าน) และเมื่อใดที่ท่านเห็นฉันท่านจะส่งยิ้มให้” 

(บันทึกโดย บุคอรีย์ และมุสลิม)

 

       รายงานจากท่าน อนัส บิน มาลิก กล่าวว่า มีชายสามคนมาหาท่านนบีที่บ้าน ได้ถามถึงการทำอิบาดะของท่านนบี ครั้งเมื่อเขารับรู้การทำอิบาดะของท่านนบี 

     พวกเขากล่าวว่า ไหนละ พวกเราอยู่ส่วนใหนของท่านนบีของเรา แน่นอนอัลลอฮฺ ทรงอภัยโทษจากความผิดของท่านนบีในสิ่งที่ผ่านมา

ชายคนหนึ่ง กล่าวว่า ฉันจะลุกขึ้นละหมาดทั้งคืน ไม่หลับนอน

คนที่สอง บอกว่า ฉันจะถือศิลอดทั้งปี จะไม่ละศิลอดเลย

คนที่สาม ออห่างจากสตรีและ ไม่แต่งงานเลย

       ครั้งเมื่อท่านนบีมาถึง บอกกับสิ่งที่พวกเขาจะปฏิบัติว่า ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันกลัวการยำเกรงของพวกท่าน แต่ทว่าฉัน ละหมาด ฉันก็นอนหลับ ฉันถือศิลอด ฉันละศิลอด ฉันแต่งงานกับสตรี ใครก็ตามละทิ้งซุนนะของฉัน เขาก็มิใช่พวกฉัน 

(บุคครีย์)

         นี่คือความเพียรพยามของคนหนุ่มสาวมุ่งมั่นทำอิบาดะฮ์ อย่างจริงจัง แต่กลับละทิ้งสิ่งที่อนุมัติสำหรับพวกเขา ท่านนบีจึงตักเตือนพวกเขาในสิ่งที่ถูกต้อง

 

         โอ้บบรรดาคนหนุ่มสาวเอ๋ย แล้วพวกเรา ! อยู่ตรงใหนกันในสังคมปัจจุบัน คนหนุ่มสาวละทิ้งกันจนไม่รู้ว่าศาสนาอิสลามสอนอะไรบ้างในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน !