งานที่เป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
  จำนวนคนเข้าชม  837


งานที่เป็นที่รักยิ่ง ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

โดย เชคอาลี อีซา รอฮิมะฮุลลอฮฺ

 

      มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ บุตรของมัสอู๊ด (ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงพอพระทัย แก่ท่าน) ท่านได้กล่าวว่า 

     ฉันได้ถามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมว ว่างานใดที่เป็นที่รักยิ่ง ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา” 

     ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่าการละหมาดตรงตามเวลา” 

     ฉันได้กล่าวว่าแล้วมีอะไรอีก” 

     ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่าการทำดีต่อบิดามารดา” 

     ฉันได้ถามว่าแล้วอะไรอีก” 

     ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลม ตอบว่าการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

(บันทึกโดย อิมามบุคอรีย์และอิมามมุสลิม)

 

คำอธิบาย

 

           บรรดาซอฮาบะฮฺเป็นบุคคลธรรมดา แต่ถ้ามองสภาพของเราในปัจจุบันเปรียบเทียบกับสภาพของบรรดาซอฮาบะฮฺแล้ว ฐานะของเราเทียบเทียมกันไม่ได้ ฐานะความเป็นอยู่ของมนุษย์ในปัจจุบันเพียบพร้อมไปทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายหรือแม้กระทั่งการจะแสงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศาสนา แต่บรรดาซอฮาบะฮฺในสมัยนั้นใช้ชีวิตร่วมกับท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพวกญาฮิลียะฮฺ 

 

           ซึ่งเป็นสมัยที่มนุษย์ปล่อยตัวตามอารมณ์ ตามประเพณี ตามค่านิยม ไม่มีบทบัญญัติ ไม่มีคำสอนใดๆ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ท่านเหล่านั้นก็มีโอกาสได้พบรัศมีของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้พบแสงสว่างของอิสลาม ท่านเหล่านั้นยอมจำนนต่อคำสอนของอิสลาม ยอมรับในรัศมีแห่งอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทำให้สภาพของท่านเหล่านั้นเปลี่ยนแปลง กลายเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐยิ่ง ภายหลังจากที่ท่านเหล่านั้นได้เข้ารับอิสลาม 

 

          จะไม่มีผู้ใดมองย้อนหลังถึงพฤติกรรมและการประพฤติตนที่ไม่ถูกต้องของท่านเหล่านั้นในอดีต เพราะชีวิตของท่านได้เริ่มต้นใหม่ด้วยวิถีชีวิตแห่งอิสลาม มีความบริสุทธิ์สะอาดเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ คุณลักษณะข้อนี้เป็นจุดเด่นของอิสลามที่ให้เกียรติแก่ผู้ยอมจำนนต่ออิสลาม ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด เรื่องในอดีตจะเป็นอย่างไร จะไม่มีใครคำนึงถึง เมื่อท่านเป็นผู้นอบน้อมและนับถือศาสนาอิสลาม หลักการนี้ทำให้ทุกคนมีกำลังใจ ไม่หมดหวัง อิสลามต้องการให้เรามีความหวังพร้อมกับตั้งใจจริง ด้วยเหตุนี้ อิสลามต้องการสร้างคุณค่าชีวิตให้กับมนุษย์

 

          ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอู๊ด ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้หนึ่งในบรรดาซอฮาบะฮฺที่ร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยกย่องเป็นบุคคลสำคัญ ซึ่งทำหน้าที่อย่างดีที่สุดให้แก่อิสลาม จากบรรดา ซอฮาบะฮฺจำนวน 40 คนที่มีความดีที่สุด ท่านผู้นี้เป็นคนยากจนไม่มีรายได้ ตัวเล็ก ผอม ไม่ได้มาจากเชื้อสายหรือวงศ์ตระกูลในมักกะฮฺ ท่านเป็นลูกจ้าง

 

     ในวันหนึ่งขณะที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และท่านอบูบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เดินทาง ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รู้สึกหิว ขณะนั้นก็พบกับฝูงแกะที่อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอู๊ด ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ กำลังดูแลอยู่ 

     ท่านจึงถามว่าเด็กน้อยเอ๋ย เจ้ามีน้ำนมพอที่จะให้เราดื่มไหม” 

     อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอู๊ด ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ตอบว่า ฉันเป็นเพียงผู้ดูแล ไม่มีสิทธิจะให้น้ำนมแก่ท่าน 

     ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงถามว่า ที่นี้มีแกะสาวที่ยังไม่เคยผสมพันธุ์มาก่อนไหม?” 

     อับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ จึงนำมาให้ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงลูบไปที่เต้านมของมันและขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทันใดนั้น เต้านมนั้นก็เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำนม ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงรีดน้ำนมจากมัน

     เมื่ออับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เห็นเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าเขาผู้นี้ต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดา จึงรีบเข้าไปหาท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม 

 

          ท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ นับว่าเป็นซอฮาบะฮฺอันดับที่ 6 ในบรรดาผู้เข้ารับอิสลามในระยะแรกๆ หลังจากที่ท่านอับดุลลอฮฺ นับถือศาสนาอิสลาม อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา ได้ทรงเปลี่ยนสภาพของท่านจากคนไม่มีฐานะให้กลายเป็นคนที่มีฐานะ ท่านเป็นผู้ที่รักท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จดจำคำพูดของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านเป็นผู้รายงานฮะดิษของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นจำนวน 848 ฮะดิษ 

 

          ท่านยังเป็นคนที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เกียรติเป็นอย่างยิ่ง คือ ไม่มีใครอ่านอัลกุรอาน ได้ประทับใจเท่ากับท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เวลาบรรดาซอฮาบะฮฺได้ยินท่าน อับดุลลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ อ่านอัลกุรอานก็เหมือนกับว่า หัวใจของเขาเหล่านั้นถูกสะกดไว้ด้วยอัลกุรอาน เพราะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ยินเป็นอย่างยิ่ง และท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังแจ้งให้ทราบว่า ใครที่อยากจะฟังการอ่านอัลกุรอานที่ท่านญิบรีลมาอ่านให้ฉันฟัง ก็จงมาฟังการอ่านของ อับดุลลอฮฺ อิบนิ มัสอู๊ด ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เถิด

 

          ท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ อ่านอัลกุรอานได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้ผู้คนนึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลกุรอาน ความสามารถของท่านไม่ว่าจะเป็นด้านการอ่านอัลกุรอาน การเข้าใจความหมายของ อัลกุรอาน และท่านยังทราบว่าอัลกุรอานลงมาเกี่ยวกับเรื่องอะไร ลงมาเมื่อไหร่ และลงมาที่ใด จนกระทั่งมี ผู้กล่าวขานกันว่าไม่มีซอฮาบะฮฺท่านใดเข้าใจอัลกุรอานได้ดีเยี่ยมนอกจากท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ

 

          ท่านรักความจริง เช่นเดียวกับบรรดาซอฮาบะฮฺ นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทในประวัติศาสตร์อีกมากมาย ท่านสิ้นชีวิตในฮิจเราะฮฺศักราชที่ 33 ในสมัยท่านคอลีฟะฮฺอุสมานผลงานของท่านมีมาก

 

          ในปัจจุบันเมื่อพวกเราพูดถึงการแสงหาความรู้ก็มักจะมีคนพูดว่า พอแล้วๆ ซึ่งผิดกับบรรดา ซอฮาบะฮฺ ท่านเหล่านั้นกระหายที่จะเรียนรู้ เพื่อที่จะได้เป็นผู้ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา รัก ฮะดิษที่ท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รับมาจากท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แสดงให้เห็นว่าท่านอยากให้ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แนะนำสิ่งที่ดีที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา รักยิ่ง การถามของท่านไม่ใช่ถามเพื่อที่จะใช้โต้เถียง ไม่ใช่ถามเพื่อเอาความรู้ไปโอ้อวด ไม่ใช่ถามเพื่อไปหาเรื่องกับผู้อื่น เพราะเมื่อท่านรู้แล้ว ท่านก็นำไปปฏิบัติ ท่านมุ่งที่จะรู้สิ่งที่ทำให้เข้าใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา 

     ท่านจึงถามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า งานใดที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงรักยิ่ง

     ท่านร่อซูล ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า การละหมาดตรงเวลา เนื่องจากการละหมาดเป็นรุกุ่นหนึ่งที่สำคัญยิ่งของอิสลาม ดังนั้น การละหมาดนั้นต้องเป็นการละหมาดที่มีคุณภาพ มีชีวิตชีวา

          ในซูเราะฮฺ อัลมุอฺมินูน อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสเกี่ยวกับผู้ศรัทธาที่เคร่งครัดต่อการละหมาดว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะให้เขาได้รับผลตอบแทนในสวรรค์อัลฟิรด๊าวส์ ด้วยเหตุนี้ จำเป็นที่เราทั้งหลายจะต้องรักษาละหมาด ไม่เพียงแต่เฉพาะด้านหนึ่งด้านใด หากแต่ต้องระวังรักษาในทุกด้าน ไม่ว่าในเรื่องรักษาเวลาละหมาด ละหมาดญุมอะฮฺ การละหมาดญะมาอะฮฺในมัสยิด กระทำโดยสม่ำเสมอ ให้มีคุชัวอฺ มีความสมบูรณ์ การรักษาเวลาละหมาดหรือการระมัดระวังการละหมาดให้ตรงเวลา เพราะการละหมาดที่ตรงเวลาเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเป็นผู้ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา รักยิ่ง

 

     การที่ท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้ที่รักความจริง ท่านจึงถามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อีกว่าแล้วมีอะไรอีก

     ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า การทำดีต่อบิดามารดา 

          ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะมีความดีและมีบุญคุณต่อเรายิ่งกว่าพ่อแม่ แม้ว่าเราจะเป็นผู้ที่มีความกตัญญู ปฏิบัติดีต่อบิดา มารดา มากมายสักเพียงใดก็ไม่สามารถชดเชย หรือตอบแทนบุญคุณของท่านทั้งสองได้เสมอเหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติต่อเรา ท่านหวังดีต่อเรา อบรมให้เรามีชีวิตที่มีความสุข ความอบอุ่นสะดวกสบาย 

          เวลาเราทำดีต่อท่าน เรานึกว่าไม่ช้าท่านก็ตาย ตรงกันข้ามท่านกลับหวังอยากให้เรามีอายุยืน เพราะเหตุนี้ ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงให้เราคำนึงถึงการทำดีต่อบิดามารดา การทำดีนี้อิสลามได้กำชับให้กระทำความดีเป็นอันดับสอง ในอัลกุรอานได้ระบุว่า 

 

ให้เราเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา องค์เดียว อย่าตั้งภาคี และให้เราทำดีต่อบิดามารดา

 

     แต่ความใคร่อยากรู้ของท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ไม่ยุติแค่นี้ ท่านยังอยากทราบอีกว่า มีงานใดอีกที่เป็นที่รักยิ่ง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ท่านจึงได้ถามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อีก 

     ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวว่า การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา 

     ท่านอับดุลลอฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ถามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า ญิฮาดหมายถึงอะไร 

     ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า หมายถึง ตัวเราต้องญิฮาดในสนามรบจนกระทั่งตาย 

          การญิฮาดในแนวทางนี้มีหลายระดับ การเสียสละชีวิตนั้น เป็นการเสียสละอันสูงส่ง ไม่เหมือนกับการเสียสละ ลูก บ้าน ทรัพย์สมบัติ การชักชวนคนให้รู้จักอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา การสอนวิชาความรู้ การร่วมมือในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่มุสลิม ก็เป็นการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

          สรุปแล้ว การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน ตามแต่โอกาสและความเหมาะสม จะปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงไม่ปฏิบัติหน้าที่นี้ไม่ได้

 

 

ที่มา : เอกสารอัล-อิศลาหฺ สมาคม อันดับที่ 420 – 422 มกราคม 2558