เนื่องในโอกาสรอมฎอน
  จำนวนคนเข้าชม  494


เนื่องในโอกาสรอมฎอน

 

โดย .มาลิก โยธาสมุทร

          พี่น้องทั้งหลาย จงเกรงกลัวอัลลอฮฺ ตะอาลาเถิด จงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ที่เดือนรอมฎอนได้มายังพวกเราอีกครั้งหนึ่ง ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงประทานเตาฟีก (ความสมประสงค์) และฮิดายะฮฺ ทรงช่วยเหลือเรา ในการเร่งรีบประกอบอิบาดะฮฺด้วยการเชื่อฟังปฏิบัติตาม (ฏออะฮฺ) บทบัญญัติของพระองค์ อย่าให้เราเป็นผู้ต้องขาดทุน ไร้คุณค่า เพราะที่พระองค์ทรงให้เรามีอายุยืนยาวนานมาได้ทุกวันนี้ ก็เพื่อให้ได้กระทำคุณงามความดีให้มีการฏออะฮฺ เพื่อปฏิบัติตามพระองค์ให้มากๆ นั่นเอง

 

ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

คนที่ดีที่สุดในพวกท่าน คือ คนที่มีอายุยืนยาว และเขามีการงานที่ดี (อะมั้ล) ที่ดี

(รายงานโดย ท่านติรมิซีย์)

 

          พี่น้องทั้งหลาย อย่าได้หลงดีใจในการมีอายุยืนนานว่าจะได้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้ยาวเท่านั้น เพราะเพียงการมีชีวิตยืนยาวอยู่ในโลกนี้อย่างเดียว โดยไม่เชื่อฟังปฏิบัติตาม หรือเคารพภักดี (ฏออะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺนั้น จะทำให้พบกับจุดจบอย่างรวดเร็วและจะพบกับการลงโทษของอัลลอฮฺ ด้วยความเศร้าสลดใจในวัน กิยามะฮฺนั่นเอง

 

          สำหรับการมีชีวิตอยู่ในโลกดุนยา ด้วยการเคารพภักดีและเชื่อฟัง ปฏิบัติตาม (ฏออะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา จะยังผลสืบเนื่องเรื่อยไป โดยไม่มีวันสิ้นสุด ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่า เขาได้สืบสานการงานของเขา เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ในโลกอาคิเราะฮฺนั่นเอง 

ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

ข้าแต่อัลลอฮฺ ไม่ถือว่าเป็นการมีชีวิตอยู่ นอกจากการมีชีวิตอยู่ในโลกอาคิเราะฮฺเท่านั้น

 

อัลลอฮฺ ตะอาลา ยังได้ตรัสไว้อีกว่า

 

     “ผู้ใดที่กระทำการงานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา (มุอฺมิน) ดังนั้น เรา (อัลลอฮฺ) จะให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และเรา (อัลลอฮฺ) จะตอบแทนรางวัลของพวกเขาให้แก่พวกเขาอย่างดีที่สุด ในสิ่งที่พวกเขากระทำเอาไว้

(อันนะหลฺ 16 : 97)

 

          ดังนั้นชีวิตของผู้ศรัทธา (มุอฺมิน) จึงผูกพันต่อเนื่องอยู่กับความดีและความปลื้มปิติ ตั้งแต่ในโลก ดุนยานี้ สืบมาถึงในหลุมฝังศพ (กุบู๊ร) ของเขา และต่อเนื่องไปถึงวันที่เขาถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในวัน อาคิเราะฮฺ

 

          ในโลกดุนยานี้ เขาได้ลิ้มรสกับความหวานชื่นของการเคารพภักดี เชื่อฟังปฏิบัติตาม (ฏออะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺตะอาลา ในขณะเดียวกัน หัวใจของเขาก็สงบสุข ดื่มด่ำอยู่กับการรำลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ เขามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ด้วยความอิ่มเอิบ สุขกายสบายใจ ส่วนในหลุมฝังศพ (กุบู๊ร) ของเขา ก็ได้รับความดีงาม และความรื่นรมย์จากสวรรค์ ซึ่งถูกนำมาได้ผ่านพบทางประตูหนึ่ง และจะมีเสียงกล่าวแก่เขาว่า

 

      “จงนอนหลับให้สบายเถิด เสมือนกับการนอนหลับของเจ้าบ่าวในวันแต่งงาน เขาจะไม่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา นอกจากเขาจะได้อยู่กับครอบครัว (ภรรยา) ของเขา อันเป็นที่รักยิ่งของเขาเท่านั้น

 

          ในการฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺนั้น เขาจะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสภาพที่ดีที่สุด สมบูรณ์ สวยงามที่สุด เขาจะถูกสอบสวนอย่างสะดวก รวดเร็วที่สุด และเขาจะถูกนำกลับมาสู่ครอบครับ ด้วยความปลื้มปิติ ดีใจ และจะเข้าสู่สวรรค์สถานอันบรมสุข และพำนักอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์ ไม่มีสิ่งใดมาแผ้วผ่าน ไม่ต้องกลัวความตายจะมาพราก ไม่มีการเสียอกเสียใจและไม่มีการเจ็บป่วยใดๆ ทั้งสิ้น

 

และพวกเขาจะไม่ออกจากสวรรค์เลย

(อัรเราะดฺ 13 : 34)

 

          สำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธา (กาเฟร) นั้น แม้นหากว่า เขาได้ครอบครองเป็นเจ้าของหลายสิ่ง หลายอย่างในโลกนี้ แต่เขาก็ใช้มันอย่างไม่มีจุดหมาย ตะกรุม ตะกราม น่าตำหนิ และมิหนำซ้ำยังผลาญให้หมดสิ้นโดยเร็วเสียอีก เมื่อเขาตายไป เขาจะถูกลงโทษทรมาน (อะซาบ) ในหลุมฝังศพ (กุบู๊ร) ของเขา และจะถูกให้เกิดขึ้นใหม่ ไฟนรก ซึ่งเป็นที่อยู่ที่ชั่วช้าที่สุด ดังกล่าวนี้ คือ การลงโทษต่อเนื่องที่ไม่มีวันสิ้นสุด ดังที่อัลลอฮฺตะอาลา ตรัสว่า

 

     “สำหรับพวกเขา (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) นั้น จะถูกลงโทษ (อะซาบ) ในโลกนี้ (ดุนยา) และแน่นอน การลงโทษ (อะซาบ) ในโลกอาคิเราะฮฺนั้น รุนแรงยิ่งกว่า และสำหรับพวกเขานั้น ไม่มีผู้ใดจะปกป้องคุ้มกันพวกเขาจากอัลลอฮฺไปได้

(อัรเราะดฺ 13 : 34)

 

          พี่น้องทั้งหลาย สิ่งสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่ผ่านพบกับชีวิตมุสลิมนั้น ก็คือ การอยู่ในช่วงเวลาแห่งความดีนั้น ก็คือ เดือนรอมฎอนอัลมุบาร็อก เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการรีบเร่งตักตวงความดีให้แก่ชีวิตของผู้ศรัทธา ดังปรากฏในหะดิษ

 

     “มีชายสามคน สองคนตายในสนามรบ ในฐานะเป็นชะฮีด เหลือชายคนที่สามอีกคนหนึ่ง ซึ่งตายตามปกติ บนที่นอนของเขา แล้วชายสองคนที่ตายไปก่อนถูกนำมาให้เห็น ผู้คนต่างประหลาดใจในสิ่งที่ได้พบเห็นมาก

     แล้วท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวว่า ชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ และยังละหมาดอยู่ใช่หรือไม่? แล้วเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ทันเดือนรอมฎอน และยังถือศีลอดเดือนรอมฎอนอีกด้วย มิใช่หรือ?

     ขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของฉัน (มุฮัมมัด) อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ (อัลลอฮฺ) แท้จริง ชายคนนั้นกับชายอีกสองคนนั้น ห่างกันไกลเสมือนดังฟ้าและดิน

 

          ดังนั้นท่านทั้งหลายจงสรรเสริญ สดุดีต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้บรรดามุสลิมทั้งหลาย ถึงการมีโอกาสได้อยู่ถึงทันเดือนรอมฎอนอันประเสริฐนี้ และจงกระทำการเคารพภักดี เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม (ฏออะฮฺ) อัลลอฮฺให้มากๆ เถิด จงมุ่งมั่นทำความดีให้มากๆ โดยหวังในการตอบแทนจาก อัลลอฮฺ ตะอาลากันเถิด ผู้ที่ออกไปทำมาหากิน เพื่อครอบครัวของเขา ก็เสมือนกับผู้ที่ทำญิฮาดต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺเช่นกัน

 

          พี่น้องทั้งหลาย พึงทราบเถิดว่า วัน คืน เดือน ปีนั้น เรานั้นมีหน้าที่การงานที่ต้องกระทำตามกำหนดของมัน และมันก็ผ่านพ้นไปหมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ อัลลอฮฺ องค์เดียวเท่านั้นที่ยังทรงคงอยู่ มิได้หมดสิ้น เปลี่ยนแปลงหรือสูญหายไปไหน พระองค์ยังทรงคงอยู่ตลอดกาล มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงให้บ่าวของพระองค์ผันแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ที่แปรผันไปได้ผ่านพบกับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ต่อไปในเดือนอื่น 

 

          ดังนั้น บรรดาเดือนอันทรงเกียรติทั้งสามเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมุฮัรรอม มาสิ้นสุดลงที่เดือนแห่งการถือศีลอด เพื่อต้อนรับเดือนแห่งการทำฮัจญ์ มัสญิดอัลหะรอม เช่น ผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และปฏิบัติละหมาดในตอนกลางคืน เขาจะได้รับการอภัยโทษที่แล้วมา (หะดิษ) ในทำนองเดียวกัน ผู้ใดที่ไปทำฮัจญ์ บัยตุลเลาะฮฺและเขาไม่เกี้ยวพาราสี ไม่ทำชั่ว เขาก็จะกลับมา ในสภาพที่พ้นผิดประดุจดังวันที่มารดาของเขาคลอดเขาออกมา (หะดิษ) คือ สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีความผิดใดๆ

 

          พี่น้องทั้งหลาย ช่วงอายุไขของผู้ศรัทธาที่ผ่านไปนั้นจะต้องเป็นไปเพื่ออัลลอฮฺตะอาลาทั้งสิ้น ด้วยการฏออะฮฺ เชื่อฟัง ปฏิบัติตามพระองค์ หวังในความพอพระทัยของพระองค์ เกรงว่าจะถูกลงโทษในนรก กลัวว่า จะไม่ได้เข้าสวรรค์ของพระองค์ คนเรานั้นมีการหวั่นไหว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

     “ข้าแต่อัลลอฮฺ พระผู้ทรงให้หัวใจผันแปรอยู่ตลอดเวลา ขอพระองค์ทรงให้หัวใจของข้าพระองค์ มั่นคงอยู่กับศาสนาของพระองค์ และมั่นคงอยู่กับการเชื่อฟัง ปฏิบัติตามพระองค์ด้วยเถิด” อามีน