อิทธิพลแห่งความยำเกรง
  จำนวนคนเข้าชม  1052


อัตตักวา : อิทธิพลแห่งความยำเกรง

 

โดย... อาจารย์ฮะซัน นาคนาวา

 

          คำว่า อัตตักวา แปลว่า ป้องกัน, ขัดขวาง ดังสุภาษิตอาหรับ ... ตรงกับภาษาอังกฤษที่ว่า “PREVENTIONS IS BETTER THAN CURE” แปลว่ากันดีกว่าแก้

 

          “ตักวาตามบัญญัติศาสนา (ปฏิบัติตามบัญญัติใช้และงดบัญญัติห้าม)

          อนึ่ง ที่ตั้งของตักวานั้นอยู่ที่ใจไม่ใช่เครื่องแต่งกายและปาก ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

ความยำเกรง (ตักวา) นั้น อยู่ตรงนี้แล้วท่านก็ชี้ไปที่ใจ

 

     อิสลามนั้น สอนให้ทำทุกสิ่งด้วยใจจริง แล้วงานนั้นจะสำเร็จไป 50% ไม่ใช่ทำแบบเช้าชามเย็นชาม

     ตักวานั้น เป็นตำแหน่งที่สูงกว่าอีหม่านโอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด (อัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 35 และในอีกหลายซูเราะฮฺ)

     ตักวา อยู่หลังอีหม่าน ทุกๆ ผู้ตักวาต้องมีอีหม่าน แต่ทุกผู้มีอีหม่าน ไม่จำเป็นต้องตักวา

 

แท้จริง ผู้มีเกียรติยิ่งของพวกท่าน อัลลอฮฺ คือ ผู้มีตักวามากที่สุดของพวกท่าน

(อัลหุญุร็อต 49 : 13)

 

ผู้ที่จะมีตักวามากมักจะได้แก่ ผู้รู้มาก

 

ที่จริงแล้ว บรรดาผู้รู้ในปวงบ่าวของพระองค์เท่านั้นที่จะกลัวอัลลอฮฺ

(ฟาฏิร 35 : 28)

 

          ดังนั้น ผู้รู้มากก็จะกลัวมาก เมื่อยิ่งกลัวมากเท่าไรก็ยิ่งมีเกียรติมากเท่านั้น ผู้มีเกียรติ อัลลอฮฺมิใช่ มีเงินมาก มีกำลังมากหรือมียศตำแหน่งสูงๆ ในโลกนี้เท่านั้น แต่กลุ่มดังกล่าวนั้นก็จะกลายเป็นฮีโร่สองโลกได้ถ้ามีตักวา

 

          ผู้ที่มีตักวาในใจมีความสำรวมตน มีความละอายแก่บาป นอกจากไม่กล้ากระทำบาปทำชั่วในที่เปิดเผยแล้ว เขายังมิกล้ากระทำมันในที่ลับอีกด้วย การมีเกียรติ พระเจ้านั้นไม่ยาก ท่านบี ศ็อลลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สอนว่า

 

ใครใคร่จะเป็นผู้มีเกียรติมาก อัลลอฮฺ ก็จงตักวาต่ออัลลอฮฺ

 

อิทธิพลแห่งตักวาในกุรอานและซุนนะฮฺ

 

1. ได้รับพร ธรรมประทีปในใจ สามารถแยกความจริงจากความเท็จ แยกผิดแยกถูกได้

 

2. กรรมเก่าถูกลบ

 

3. ได้รับการอภัยโทษ

     “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย หากพวกเจ้าสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงบันดาลกลไกจำแนกชั่วดีให้พวกเจ้า เพราะอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่

(อัลอันฟาล 8 : 29)

 

4. รอดพ้นแผนร้ายของศัตรู

     “หากความดีอันใดประสบแก่พวกเจ้า พวกเขาก็จะขมขื่น แต่ถ้าความทุกข์ใดๆ ประสบแก่พวกเจ้า พวกเขาก็จะดีใจกับมัน

     แล้วถ้าพวกเจ้าอดทนและยำเกรงได้ แผนอุบาทว์ของพวกเขาจะไม่ยังอันตรายใดๆ แก่พวกเจ้าได้เลย แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ

(อาละอิมรอน 3 : 120)

 

5. รู้วิธีแก้ปัญหาต่างๆ

 

6. มีโชคลาภ

     “และใครเกรงกลัวอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงให้ทางออกในการแก้ปัญหาของเขา  และจะให้เขามีโชคลาภแบบที่เขาไม่คาดคิด

     และใครไว้ใจอัลลอฮฺ พระองค์ผู้เดียวนั้นก็พอสำหรับเขาแล้ว อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงงานของพระองค์ให้ลุล่วง

     เพราะทุกสิ่งนั้น แน่นอน อัลลอฮฺ ได้ทรงกำหนดสภาวการณ์ไว้แล้ว

(อัฏฏอล๊าก 65 : 2-3)

 

7. ทุกสิ่งจะกลัวผู้ที่กลัวอัลลอฮฺ

ดังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

ใครกลัวอัลลอฮฺจริง ทุกสิ่งจะกลัวเขา ใครกลัวอื่นจากอัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะให้เขากลัวทุกสิ่ง

 

          อิทธิพลตักวาทั้ง เจ็ดประการนั้นจะเป็นจริงได้ต่อเมื่อเราต้องยะกีน มั่นใจเต็มร้อยว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสแล้วต้องเป็นจริงเสมอ

 

     ท่านนบีมูซา ในสถานการณ์คับขันหนีเสือ ปะจระเข้ ข้างหน้าทะเลแดง ข้างหลังศัตรู แต่มูซารอดเพราะอยู่กับอัลลอฮฺ ทหารกล่าวว่า พวกเราตายแน่ มูซากล่าวว่า

 

หามิได้ พระผู้อภิบาลของฉันทรงอยู่พร้อมกับฉันเสมอ

(อัซซุอะรออฺ 26 : 63)

 

          อุมัร อิบนุล ค็อฏฏ็อบ ลูกผู้ชายตัวจริงแห่งคาบสมุทรอาหรับ ทุกคนอพยพสู่เมืองมะดีนะฮฺแบบลับๆ ยามค่ำคืน แต่ ! อุมัรไปกลางวันแสกๆ สะพายดาบและธนูสู่มักกะฮฺ ฏอวาฟ 7 รอบ แล้วประกาศว่า เราจะไปแล้ว ใครประสงค์ให้เมียเป็นหม้าย หรือลูกเป็นกำพร้าเชิญตามมา เงียบ ! ไม่มีใครกล้า เพราะอุมัรไม่เกรงกลัวมนุษย์ แต่กลัวผู้สร้างมนุษย์

 

ดังนั้น จงอดทนเถิด แน่นอนความสำเร็จจะเป็นของผู้สำรวม

(ฮูด 11 : 49)

 

และความสำเร็จวันนี้อยู่กับความสำรวม

(ฏอฮา 20 : 132)

 

 

ที่มา : สารดาริสสลาม เล่มที่ 9 เดือน ตุลาคม 2548