มรณานุสติ (รำลึกความตาย)
  จำนวนคนเข้าชม  287


มรณานุสติ (รำลึกความตาย)

 

โดย ...อาจารย์ฮะซัน นาคนาวา

 

     ความตายเป็นสัจธรรมแน่นอนที่มิอาจปฏิเสธได้ ดังที่สำนวนกุรอานกล่าวว่า

 

และจงภักดีต่อพระเจ้าของท่าน จนกว่าความแน่นอน (ความตาย) จะมาหาท่าน

(อัลฮิจรฺ 15 : 99)

 

และเราเคยปฏิเสธวันแห่งการตอบแทน จนกระทั่งความตายได้มาเยือนเรา

(อัลมุดดัซซิร 74 : 46-47)

 

อัลกุรอาน บอกอีกว่า

 

การแข่งขันกันสะสมทรัพย์นั้นได้ทำให้พวกเจ้าเพลิดเพลิน จนกระทั่งพวกเจ้าได้ไปเยือนหลุมศพ

(อัตตะกาซุร 102 : 1-2)

 

          ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงสอนให้เรามีมรณานุสติ (ระลึกความตาย) และเตรียมพร้อมเผชิญกับมัน ด้วยการสั่งสมความดี

 

รายงานจากอิบนุอุมัรว่า ฉันได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเป็นคนที่สิบ 

     แล้วชาว อันศอรคนหนึ่งได้ลุกขึ้นถามว่า : โอ้นบีแห่งอัลลอฮฺ ใครเป็นคนที่ฉลาด และสุขุมที่สุด

     ท่านตอบว่า : ผู้ที่ระลึกความตายมากที่สุด และเตรียมตัวเผชิญกับมันมากที่สุด นั่นแหละคือผู้ฉลาด พวกเขาไปพร้อมด้วยเกียรติแห่งดุนยา และศักดิ์ศรีแห่งอาคิเราะฮฺ

(บันทึกโดย อัฏฏ็อบรอนียฺ ด้วยสายรายงานดี)

 

รายงานจากอิบนุมัสอู๊ดจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เรื่องการอธิบายดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า 

อนึ่ง ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์จะชี้นำเขา พระองค์ก็จะให้หัวอกของเขาเบิกบานเพื่ออิสลาม

(อัลอันอาม 6 : 125)

 

     ท่านได้อธิบายว่า : เมื่อรัศมีแห่งอิสลามได้เข้าจุติในดวงใจแล้ว ดวงใจนั้นจะเบิกบานปิติยินดี 

     บรรดาสาวกถามว่า : ที่ว่านั้นมีอะไรเป็นที่สังเกตไหม

     ท่านตอบว่า : หันกลับสู่โลกที่จีรังและห่วงโลกมายา และเตรียมการตายก่อนเผชิญกับมัน

(บันทึกโดย อิบนุญะรีร)

 

เหตุปัจจัยรำลึกและห่วงใยการเป็นอยู่หลังตาย

 

รายงานจากอับดุลลอฮฺ บุตรบุร็อยดะฮฺ จากบิดาของเขาเล่าว่า

     ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า : ฉันเคยห้ามท่านทั้งหลายเยี่ยมกุโบร (สุสาน) บัดนี้ พวกท่านจงไปเยี่ยมเถิด เพราะมันจะทำให้รำลึกอาคิเราะฮฺ” 

     บางรายงานใช้สำนวนว่า : จะทำให้เกิดมรณานุสติ(รำลึกถึงความตาย)”

(บันทึกโดย มุสลิมและคนอื่นๆ)

 

อุละมาอฺบางท่านแนะนำให้ดูคนใกล้จะตายหรือตอนฝังศพ

 

รายงานจากอบูฮุรอยเราะฮฺว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกแก่คนที่ร้องเรียนว่าหัวใจเขาแข็งกระด้าง ว่า 

หากท่านต้องการให้หัวใจอ่อน ก็จงเลี้ยงอาหารแก่คนอนาถาและลูบหัวเด็กกำพร้า

(บันทึกโดย ฏ็อบรอนียฺและบัยฮะกี)

 

          ชาวจีนมีวิธีระลึกถึงความตาย โดยการทำความสะอาดฮวงซุ้ยล้างป่าช้า ฝรั่งจะเก็บหัวกะโหลก โครงกระดูก ชาวพุทธก็มีนรกจำลองที่วัด และอื่นๆ

 

วิธีการเตรียมพร้อมเพื่อการตาย

 

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย !

อย่าให้ทรัพย์สินและลูกหลานของพวกเจ้า ทำให้พวกเจ้าเพลิดเพลินจนลืมรำลึกถึงอัลลอฮฺ 

และผู้ใดกระทำเช่นนั้น ชนเหล่านี้คือพวกที่ขาดทุน 

และจงบริจาคส่วนหนึ่งจากทรัพย์ที่เราได้ให้แก่พวกเจ้า ก่อนที่ความตายจะมาประสบแก่คนใดในหมู่พวกเจ้า

และเขาจะกล่าวว่า 

ข้าแต่องค์อภิบาล ขอยืดเวลาให้ข้าพระองค์สักเล็กน้อย เพื่อข้าพระองค์จะได้บริจาค และอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย  

แต่อัลลอฮฺจะไม่ทรงยืดเวลาแก่ชีวิตใด เมื่อวาระสุดท้ายของเขามาถึงและอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ

(อัลมุนาฟิกูน 63 : 9-11)

 

          ปัจจุบัน การบริจาคดังกล่าวดูเหมือนว่าจะมีปริมาณต่ำมาก แต่ก็มีการบริจาคอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ เพื่อหาชื่อเสียงโด่งดังในดุนยาไม่ใช่อาคิเราะฮฺ มีข่าวลือว่า มีเจ้าบุญทุ่มบริจาคให้มัสยิด เพื่อหาเสียงเป็นจุฬา และบางมัสยิดแจกเงิน เพื่อหาเสียงเป็นอิหม่าม และ ฯลฯ

 

          อิสลามใช้ให้คิดดีและหวังดีจากอัลลอฮฺโดยเฉพาะผู้ป่วย รายงานจากญาบิรว่า : ฉันได้ยินท่านร่อซูลกล่าวก่อนตายว่า

คนใดในพวกเจ้าอย่าตายนะ เว้นแต่เขาได้คิดดีๆ ต่ออัลลอฮฺ

(บันทึกโดย มุสลิม)

 

รายงานจากอนัสว่า

     ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เข้าเยี่ยมเด็กหนุ่มใกล้ตายคนหนึ่งแล้วถามว่า : เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอย่างไร

     เขาตอบว่า : ข้าพเจ้าหวังดีต่ออัลลอฮฺและในเวลาเดียวกันก็กลัวบาปต่างๆ ของข้าพเจ้า 

     ท่านร่อซูล กล่าวว่า : สองความคิดนั้นจะไม่ผนวกในใจบ่าวคนใดในสถานการณ์เช่นนี้ เว้นแต่อัลลอฮฺได้ทรงให้ที่เขาหวังแล้วและทรงให้เขารอดจากสิ่งที่เขาวิตกแล้ว

(บันทึกโดย อิบนุมาญะฮฺและติรมิซียฺ)

 

     “ความหายนะจงประสบแด่ทุกผู้นินทา และผู้ใส่ร้าย  ซึ่งเขาได้สะสมทรัพย์สมบัติเอาไว้ และหมั่นนับมันอยู่เสมอ โดยคิดว่าทรัพย์สมบัติของเขานั้น จะทำให้เขาอยู่ได้ตลอดไป

(อัลฮุมะซะฮฺ : 1-3)

 

          โปรดตระหนักเถิดว่า ! ไม่มีปัจจัยอันใดให้มนุษย์อยู่ค้ำฟ้าได้ ทุกชีวิตต้องดับ ผู้ฉลาดควรระลึกถึงโลกอาคิเราะฮฺ และตระเตรียมเสบียงมากๆ เถิด คนส่วนใหญ่ต่างกลัวตายทำทุกอย่างเพื่อหนีตาย ผู้ป่วยบางคนแค่สัปเหร่อ (ขุดหลุม) มาเยี่ยม ก็โกรธไม่พอใจ หาว่าเป็นลางร้าย

 

รายงานจากเซาบานเล่าว่า

       ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า : ประชาชาติทั้งหลายจวนจะรุมกินโต๊ะพวกเจ้าเหมือนคนรุมกินอาหารในถาด

       มีคนถามว่า : เพราะพวกเรามีจำนวนน้อยในวันนั้นกระนั้นหรือ

       ท่านตอบว่า : มิได้ ! ในวันนั้นพวกเจ้ามีจำนวนมาก แต่มีสภาพเหมือนสวะ-ฟองน้ำที่ไหลมา (ไม่มีคุณภาพ มีแต่ปริมาณ) และอัลลอฮฺจะทรงถอดความกลัวพวกเจ้าออกจากหัวใจของศัตรูพวกเจ้า และจะทรงโยนความอ่อนแอ (ปอดแหก) ใส่ไปในหัวใจพวกเจ้า 

มีคนถามท่านร่อซูลว่า : อะไรคือ ความอ่อนแอ

ท่านตอบว่า : มันคือ การรักดุนยา กับเกลียดชังความตาย

(บันทึกโดย อบูดาวูด เล่ม 4 หน้า 111)

 

         ท่านผู้มีเกียรติ ผมเสียใจที่จะเรียนท่านทั้งหลายว่า : เรื่องที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พูดเมื่อ 1423 ปีนั้น ได้เกิดขึ้นแล้วในยุคเรา ปัจจุบันนี้มุสลิมในโลกมีจำนวนประมาณเกือบสองพันล้าน จากพลเมืองโลกประมาณหกพันล้าน แต่มุสลิมประชาชาติยุคนี้สู้ศัตรูสิบล้านคนไม่ได้ นบีพูดแล้วต้องจริง

 

           จากฮะดิษนี้แจ้งว่า การรักตัวกลัวตายนั้น คือ หายนะภัยร้ายแรงของประชาชาติมุฮัมมัด ดังนั้น เพื่อกอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีมุสลิมกลับคืนมา จำเป็นที่มุสลิมโลกนี้ต้องรักอาคิเราะฮฺและกล้าตาย

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสว่า

 

พวกท่านจงสู้พวกเขา อัลลอฮฺจะทรงลงโทษพวกเขาด้วยน้ำมือของพวกท่าน

(อัตเตาบะฮฺ 9 : 14)

 

 

ที่มา : สารดาริสสลาม เล่มที่ 9 เดือนตุลาคม 2548