ผู้ทรงสร้างแผ่นดินใน 2 วัน
  จำนวนคนเข้าชม  200


ผู้ทรงสร้างแผ่นดินใน 2 วัน

 

อาบีดีณ โยธาสมุทร แปลและเรียบเรียง

 

บิ้สมิ้ลลาฮิ้รร่อฮฺมานิ้รร่อฮีม

 

۞ قُلْ أَئِنَّكُمْ لَتَكْفُرُونَ بِالَّذِي خَلَقَ الْأَرْضَ فِي يَوْمَيْنِ وَتَجْعَلُونَ لَهُ أَندَادًا ۚ ذَٰلِكَ رَبُّ الْعَالَمِينَ (9) وَجَعَلَ فِيهَا رَوَاسِيَ مِن فَوْقِهَا وَبَارَكَ فِيهَا وَقَدَّرَ فِيهَا أَقْوَاتَهَا فِي أَرْبَعَةِ أَيَّامٍ سَوَاءً لِّلسَّائِلِينَ (10) ثُمَّ اسْتَوَىٰ إِلَى السَّمَاءِ وَهِيَ دُخَانٌ فَقَالَ لَهَا وَلِلْأَرْضِ ائْتِيَا طَوْعًا أَوْ كَرْهًا قَالَتَا أَتَيْنَا طَائِعِينَ (11)فَقَضَاهُنَّ سَبْعَ سَمَاوَاتٍ فِي يَوْمَيْنِ وَأَوْحَىٰ فِي كُلِّ سَمَاءٍ أَمْرَهَا ۚ وَزَيَّنَّا السَّمَاءَ الدُّنْيَا بِمَصَابِيحَ وَحِفْظًا ۚ ذَٰلِكَ تَقْدِيرُ الْعَزِيزِ الْعَلِيمِ (12)

 

     ((จงพูดว่าหรือว่าพวกเจ้ากำลังทำการปฏิเสธกัน ต่อ พระผู้ทรงสร้างแผ่นดินขึ้นมาใน 2 วัน และพวกเจ้าได้ตั้งให้มีสิ่งอื่นมาเป็นหุ้นส่วนกับพระองค์กระนั้นหรือ?

     พระองค์นั้น คือ พระผู้เป็นเจ้าของทุกสรรพสิ่ง และพระองค์ทรงทำให้ในแผ่นดินนั้นมีเทือกเขาอยู่ข้างบนของมัน ทรงทำให้มีความจำเริญอยู่ในผืนแผ่นดินนั้น และทรงกำหนดจำนวนของปัจจัยยังชีพต่างๆที่มีอยู่ในผืนแผ่นดินขึ้นมาไว้ในแผ่นดิน ในระยะเวลา 4 วัน อย่างเป็นที่เท่าเทียมกันสำหรับบรรดาผู้ที่ไถ่ถามถึง  

     หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงมุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าซึ่งตอนนั้นมันเป็นไอหมอกแล้วทรงตรัสกับมันและกับแผ่นดินว่า เจ้าทั้งสองจงมาหา จะโดยอยู่ในสภาพที่สมัครใจหรืออยู่ในสภาพที่ขัดขืนใจก็ตาม

     แต่ มันทั้งสองก็ต่างกล่าวว่า พวกข้าพระองค์มากันแล้ว อย่างเต็มใจ . แล้วพระองค์ก็ทรงสร้างมันเสร็จสิ้นเป็น 7 ชั้นฟ้าใน 2 วัน 

     และทรงบัญชาแก่แต่ละฟ้าให้ได้รับคำสั่งของมัน และเราได้ประดับฟ้าของดุนยาเอาไว้ด้วยบรรดาแสงประทีปและเพื่อใช้เป็นการคุ้มกัน 

     นั่นแหละ คือการกำหนดของพระผู้ทรงมีเกียรติยิ่งพระผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง)) 

(ซูเราะฮฺ ฟุ้ศศิลัต)

 

ท่านเชคอับดุลเราะห์มาน บิน นาศิร อั้ซซะอฺดี้ย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ว่า 

 

     “อัลเลาะห์ทรงคัดค้าน และทรงแปลกใจ กับการปฏิเสธศรัทธาของพวกที่ปฏิเสธต่อพระองค์ พวกที่ตั้งให้มีภาคีขึ้นมาคู่กับพระองค์แล้วนำภาคีเหล่านั้นมาเป็นหุ้นส่วนกับพระองค์ โดยมอบสิ่งที่พวกเขาอยากจะมอบให้ในจำนวนของเรื่องที่เป็นการเคารพสักการะต่างๆ(อิบาดะฮฺ)ให้แก่พวกภาคีเหล่านั้น และนำเอาบรรดาภาคีเหล่านี้ขึ้นมาเทียบอยู่ในระดับเดียวกันกับพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้เป็นราชา ผู้ทรงเกียรติ พระผู้ทรงสร้างผืนแผ่นดินที่หนาและมหึมาขึ้นมาในระยะเวลา 2 วัน ถัดจากนั้นพระองค์ก็ทรงแผ่มันออกใน 2 วัน ด้วยการทำให้ในแผ่นดินนั้นมีเทือกเขาอยู่ข้างบนแผ่นดิน คอยยืดผืนแผ่นดินเอาไว้ไม่ให้เคลื่อน ไม่ให้คลอนและไม่ให้ขาดความมั่นคง โดยพระองค์ได้ทรงสร้างมันขึ้นมาเสร็จสมบูรณ์และแผ่มันออกและนำปัจจัยยังชีพต่างๆของมันออกมา ตลอดจนสิ่งอื่นๆที่เป็นผลพวงที่ติดสอยห่อยตามมากับเรื่องราวเหล่านี้ด้วย

 

((ในระยะเวลา 4 วัน อย่างเป็นที่เท่าเทียมกันสำหรับบรรดาผู้ที่ไถ่ถามถึง)) เรื่องดังกล่าวนี้ เพราะไม่มีใครให้ข้อมูลกับคุณได้เหมือนกับพระผู้ทรงมีความรอบรู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นที่สุดอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ข้อมูลนี้จึงเป็นข้อมูลที่เป็นจริง ที่ไม่มีการเพิ่มเติมใดๆหรือมีการตกหล่นใดๆทั้งสิ้นในนั้น

 

((หลังจากนั้น)) ถัดจากที่พระองค์ทรงสร้างแผ่นดินแล้ว 

 

((พระองค์ก็ทรงมุ่งขึ้น)) หมายถึง ทรงมุ่ง 

 

((สู่)) การสร้าง ((ฟากฟ้าซึ่งตอนนั้นมันเป็นไอหมอก)) ที่ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำ 

 

((แล้วทรงตรัสกับมัน)) เมื่อรูปประโยคที่อยู่ในรูปของการจำกัดความนี้ ทำให้เข้าใจไปว่า จะหมายความแค่เฉพาะกับฟากฟ้าเท่านั้น พระองค์จึงพ่วงเข้ากับประโยคๆนี้ด้วยกับคำดำรัสของพระองค์ที่ว่า 

 

وَلِلْأَرْضِ ائْتِيَا طَوْعًا أَوْ كَرْهًا    ((และกับแผ่นดินว่า เจ้าทั้งสองจงมาหา จะโดยอยู่ในสภาพที่สมัครใจหรืออยู่ในสภาพที่ขัดขืนใจก็ตามแต่)) 

 

 

     หมายถึงจงยอมจำนนต่อคำสั่งของข้าทั้งที่พวกเจ้าอยู่ในสภาพที่สมัครใจหรือขัดขืนใจก็ตาม ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ ก็ต้องยอมจำนนและต้องดำเนินตามคำสั่งอยู่ดี 

 

((มันทั้งสองต่างกล่าวว่าพวกข้าพระองค์มากันแล้ว อย่างเต็มใจ)) พวกเราไม่มีความต้องการใดๆที่ฝืนกับพระประสงค์ของพระองค์เลย

 

((แล้วพระองค์ก็ทรงสร้างมันเสร็จสิ้นเป็น 7 ชั้นฟ้าใน 2 วัน)) แล้วการสร้างบรรดาฟากฟ้าและแผ่นดินก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในระยะเวลา 6 วัน วันแรกคือวันอาทิตย์และวันสุดท้ายคือวันศุกร์ ทั้งๆที่อันที่จริงแล้วความสามารถของอัลเลาะห์และพระประสงค์ของพระองค์นั้น สามารถที่จะสร้างทุกสิ่งขึ้นมาได้ในชั่วขณะเดียว 

     แต่ว่า แม้พระองค์จะทรงเป็นพระผู้ทรงมีความสามารถ ในขณะเดียวกันพร้อมๆกันนั้น พระองค์เองก็เป็นพระผู้ที่ทรงมีความรัดกุมและทรงมีความละเอียด ซึ่งส่วนหนึ่งจากความรัดกุมและความละเอียดของพระองค์ก็คือ การที่พระองค์ทรงทำให้การสร้างของพระองค์นั้นอยู่ในระยะเวลาๆนี้ ที่ได้มีการกำหนดเอาไว้นั่นเอง

 

     และต้องรู้ว่า ข้อมูลที่ข้อความในอายะฮฺนี้สื่อออกมาให้เข้าใจตั้งแต่ทีแรกนั้น กับข้อมูลในพระดํารัสขอพระองค์ผู้ทรงสูงส่งที่มีอยู่ในอันนาซิอ้าตตอนที่พระองค์ทรงกล่าวถึงการสร้างฟากฟ้าโดยตรัสว่า 

 

وَالْأَرْضَ بَعْدَ ذَلِكَ دَحَاهَا   ((และแผ่นดิน ภายหลังจากนั้น พระองค์จึงทรงแผ่มันออก))

 

     ความหมายเบื้องต้นที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูลนี้ทำให้ดูว่า 2 ข้อมูลนี้มีความขัดแย้งกันทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วคัมภีร์ของอัลเลาะห์ย่อมไม่มีการขัดกันเองและไม่มีการแย่งกันเอง

 

     คำตอบสำหรับประเด็นนี้ก็คือ คำอธิบายที่บรรดาซะลัฟส่วนใหญ่ได้บอกเอาไว้นั่นเอง ซึ่งนั่นก็คือ การสร้างแผ่นดินและสร้างรูปลักษณ์ของมันนั้น มีขึ้นก่อนที่จะมีการสร้างบรรดาฟากฟ้า เหมือนที่ได้ระบุไว้ในข้อมูลตรงนี้ ส่วนการแผ่ผืนดินออกโดยการให้มีน้ำ มีธัญญาหารเกิดขึ้นมาจากแผ่นดิน และให้มีภูเขาที่ปักหลักมั่นอยู่บนแผ่นดินนั้น มันมีขึ้นภายหลังจากที่มีการสร้างบรรดาฟ้าเสร็จแล้ว เหมือนที่มีการระบุไว้ในซูเราะห์อันนาซิอ้าต และด้วยเหตุนี้นี่เองในบทดังกล่าวพระองค์จึงตรัสไว้ว่า

 

وَالْأَرْضَ بَعْدَ ذَلِكَ دَحَاهَا أَخْرَجَ مِنْهَا     ((และแผ่นดิน ภายหลังจากนั้น พระองค์จึงทรงแผ่มันออก และให้มีออกมาจากมัน))

 

จนกระทั่งจบข้อความ ซึ่งพระองค์ไม่ได้ตรัสว่าและแผ่นดิน หลังจากนั้น พระองค์จึงทรงสร้างมันขึ้นมาแต่อย่างใด

 

และในดำรัสของพระองค์ที่ว่า 

 

وَأَوْحَىٰ فِي كُلِّ سَمَاءٍ أَمْرَهَا     ((และทรงบัญชาแก่แต่ละฟ้าให้ได้รับคำสั่งของมัน))

 

      หมายถึงคำสั่งและการบริหารที่สอดคล้องและเหมาะสมกับมัน ซึ่งตรงกับเหตุผลอันลึกซึ้งของพระผู้ทรงมีความเฉียบขาดและลึกซึ้งที่สุดในบรรดาผู้ที่มีความลึกซึ้งทั้งหลาย

 

((และเราได้ประดับฟ้าของดุนยาเอาไว้ด้วยบรรดาแสงประทีปและเพื่อใช้เป็นการคุ้มกัน)) 

 

     หมายถึง บรรดาดวงดาวที่ฉายแสงออกมา โดยให้มันเป็นเครื่องบอกทาง และให้มันเป็นเครื่องประดับและเป็นความงามของฟ้าในมิติที่สามารถมองเห็น ตลอดจนยังให้มันเป็นความงดงามของฟ้าในมิติที่ลี้ลับอีกด้วย ด้วยการทำให้มันเป็นสิ่งที่เอาไว้ขว้างปาพวกไชตอนเพื่อไม่ให้พวกมันมาแอบฟังในฟากฟ้า 

 

((นั่นแหละ)) ที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วนี้ไม่ว่าจะเป็นผืนแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ในนั้น ตลอดจนฟ้าและสิ่งที่อยู่ในนั้น 

 

((คือการกำหนดของพระผู้ทรงมีเกียรติยิ่ง)) ผู้ที่เกียรติยศของพระองค์ทรงครอบครองสิ่งต่างๆเอาไว้และส่งจัดการสิ่งเหล่านั้นไว้อีกด้วย และด้วยเกียรติยศของพระองค์นี้เองที่พระองค์ได้ทรงสร้างบรรดาสิ่งถูกสร้างต่างๆขึ้นมา

 

((พระผู้ทรงรอบรู้อย่างยิ่ง)) ผู้ที่ความรู้ของพระองค์แผ่ไพศาลครอบคลุมบรรดาสิ่งถูกสร้างเอาไว้ทั้งในแง่มุมที่เร้นลับและในด้านที่เผยออกมา

 

          ด้วยเหตุนี้การที่พวกที่ตั้งภาคีละทิ้งการให้ความบริสุทธิ์แด่พระเจ้าองค์นี้ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงมีเพียงองค์เดียว ผู้ทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง ผู้ที่บรรดาสิ่งถูกสร้างต่างยอมจำนนต่อคำสั่งของพระองค์ และยอมดำเนินตามการกำหนดของพระองค์ จึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมากที่สุด และการที่พวกเขาไปยึดเอาผู้อื่นมาเป็นหุ้นส่วนกับพระองค์และยกให้สิ่งเหล่านั้นขึ้นมาเทียบเคียงกับพระองค์ ทั้งๆที่สิ่งเหล่านั้นล้วนมี ความบกพร่องในลักษณะของพวกมันตลอดจนการกระทำของพวกมัน นี่ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งน่าประหลาดใจมากขึ้นไปอีก ซึ่งมันก็คงไม่มีอะไรที่จะใช้เยียวยาความพวกนี้ได้อีกแล้ว ถ้าหากพวกเขายังคงหันหลังให้อย่างนี้อยู่ต่อไป นอกเสียจากการลงโทษในโลกนี้และในโลกหน้าเท่านั้น” 

 

ตัยซีรุ้ลกะรีมิ้รรอฮฺมาน (ตัฟซี้ร อั้ซซะอฺดี้ย์)

http://quran.ksu.edu.sa/tafseer/saadi/sura41-aya11.html