เสียงเรียกของ...ญะฮันนัม
  จำนวนคนเข้าชม  1972


เสียงเรียกของ...ญะฮันนัม

โดย บินติ ยะห์ยา

� � � � � “ญะฮันนัม” นรกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก และแน่นอนคุณลักษณะของมันย่อมแตกต่างจากสวรรค์โดยสิ้นเชิง สวรรค์นั้นอุดมไปด้วยความรื่นรมย์ งดงาม ในขณะที่นรกเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชนอันร้อนแรง ที่แม้แต่จินตนาการของมนุษย์ก็ไม่อาจจะวาดมโนภาพไปถึงได้ และหากว่าเราต้องเลือกระหว่างทั้งสองแล้วละก็ คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนย่อมเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชาวสวรรค์อย่างแน่นอน แต่ทว่าสิ่งที่แปลกก็คือ ผู้คนพากันปรารถนาที่จะได้เข้าสวรรค์ โดยที่พวกเขาอาจลืมไปว่าทุกการงานของพวกเขาไม่ว่าจะในที่ลับหรือที่แจ้ง ย่อมไม่มีทางรอดพ้นจากการเฝ้ามองของพระเจ้าของพวกเขาไปได้ พระองค์ผู้ทรงรอบรู้เหนือทุกสิ่ง

� � �ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของนรกในขณะที่สนทนากับท่าน ญิบรีล ไว้ดังนี้

� � �มีรายงานจากท่านอนัส บิน มาลิก ได้กล่าวว่า : ญิบรีลได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในเรื่องที่เกี่ยวกับวันกิยามะฮฺ เมื่อเขาได้มาถึง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

� � �ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้กล่าวกับญิบรีลว่า “ฉันไม่เคยเห็นสีหน้าของท่านเปลี่ยนไปแบบนี้เลย”�

� � �ญิบรีลก็ได้กล่าวว่า “โอ้มุฮัมมัด ฉันมาหาท่านด้วยเรื่องของวันกิยามะฮฺ ซึ่งอัลลอฮฺทรงบัญชาให้จุดไฟนรกเพื่อที่จะให้มันลุกโชนขึ้นในวันนั้น และเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่รู้ว่า นรกญะฮันนัมนั้นมีอยู่จริง ไฟนรก ก็มีจริง การลงโทษในหลุมศพก็จะเกิดขึ้นจริง และการลงโทษของอัลลอฮฺนั้นใหญ่หลวงนัก แล้วเขาผู้นั้นก็ยังคงอยู่อย่างสุขสบายใจ ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ อีก”

� � �ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวว่า : “โอ้ ท่านญิบรีล โปรดบอกฉันถึงลักษณะของญะฮันนัมด้วยเถิด”

� � �ญิบรีลได้กล่าว : ได้สิ แท้จริง เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงสร้างญะฮันนัม พระองค์ทรงทำให้ไฟลุกโชนขึ้นมาเป็นเวลา 1000 ปี ดังนั้นไฟก็กลายเป็นสีแดง จากนั้นพระองค์ก็ทำให้มันลุกโชนไปอีก 1000 ปี ดังนั้นมันก็กลายเป็นสีขาว จากนั้นพระองค์ก็ทำให้มันลุกโชนไปอีก 1000 ปี ดังนั้นมันก็เป็นสีดำ เมื่อมันกลายเป็นสีดำมืดสนิทแล้ว เปลวเพลิงนั้นก็ไม่มีวันดับลงอีกเลย

� � �♦ ขอสาบานต่อผู้ทรงส่งท่านมาด้วยกับความจริงว่า หากนรกถูกเปิดแม้เพียงเท่ากับรูเข็ม ผู้คนในโลกดุนยาทั้งหมดก็จะถูกเผาไหม้จากความร้อนของมัน

� � �♦�ขอสาบานต่อผู้ทรงส่งท่านมาด้วยกับความจริงว่า หากอาภรณ์หนึ่งจากบรรดาอาภรณ์ของชาวนรกแขวนอยู่ระหว่างท้องฟ้าและแผ่นดิน ผู้ที่อยู่บนโลกนี้ทั้งหมดก็จะต้องตายลง อันเนื่องมาจากความเน่าเหม็นและความร้อนของมัน

� � �♦�ขอสาบานต่อผู้ทรงส่งท่านมาเป็นนบีด้วยกับความจริงว่า หากโซ่ตรวนซึ่งอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงกล่าวถึงไว้ในอัลกุรอาน ยาว 1 ศอก ถูกวางลงบนภูเขา ภูเขานั้นก็จะละลายจนกระทั่งไปถึงแผ่นดินชั้นที่เจ็ด

� � �♦�ขอสาบานต่อผู้ทรงส่งท่านมาเป็นนบีด้วยกับความจริงว่า หากชายคนหนึ่งที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก เมื่อเขาถูกลงโทษ ผู้ที่อยู่ทางทิศตะวันออก ก็จะถูกเผาไหม้ไปด้วย เนื่องจากความรุนแรงจากการลงโทษนั้น

� � �ความร้อนของนรกนั้นรุนแรงยิ่งนัก ก้นหลุมของมันนั้นกว้างใหญ่ เครื่องประดับของมันคือ ฆ้อนเหล็ก เครื่องดื่มของมันคือน้ำที่เดือดพล่านและน้ำเลือดน้ำหนอง อาภรณ์ของมันนั้นถูกตัดมาจากไฟ สำหรับนรกนั้นมี 7 ประตู แต่ละประตูนั้นพวกเขาถูกแบ่งไว้เป็นสัดส่วนเรียบร้อยแล้ว สำหรับชายและหญิง

� � � � � เมื่อทราบถึงคุณลักษณะของนรกกันเรียบร้อยแล้ว คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำเสนอเกี่ยวกับผู้ที่จะต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในนรก ทั้งนี้ก็เป็นไปตามระดับความผิดของแต่ละบุคคล นรกนั้นต่างจากสวรรค์ตรงที่ นรกมี 7 ประตู ส่วนสวรรค์นั้นมี 8 ประตู แต่ละประตู ต่างก็รอผู้ที่จะเข้ามาอยู่ ตามสภาพความผิดที่ต่างกัน และอัลกุรอานได้บอกเล่าถึงประตูนรกไว้ดังนี้

� � �“แท้จริง นรกที่ได้ถูกสัญญาไว้สำหรับพวกเขาทั้งหมดนั้นมี 7 ประตู แต่ละประตูนั้น พวกเขาเหล่านั้นถูกแบ่งไว้เป็นสัดส่วนเรียบร้อยแล้ว”

(อัลฮิจรฺ 15 : 43-44)

� � � � � และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังได้กล่าวถึงบุคคลที่จะต้องลงไปอาศัยอยู่ในนรกแต่ละประตูไว้ว่า

� � �“ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวว่า : ใครบ้างที่จะอาศัยอยู่ในประตูต่างๆ เหล่านี้”

� � �ญิบรีลก็ได้กล่าวว่า :

� � �ประตูที่หนึ่งเป็นประตูที่อยู่ในชั้นต่ำสุดจากนรก ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนั้นก็คือ บรรดาผู้ที่กลับกลอก หน้าไหว้หลังหลอก (มุนาฟิกีน) ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาจากบรรดาบนีอิสรออีล และ วงศ์วานของฟิรเอาว์น ชื่อของประตูนี้คือ “อัลฮาวียะฮฺ”

� � �ประตูที่สอง ชื่อของมันคือ “อัลญะฮีม” ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนั้นก็คือ บรรดาผู้ตั้งภาคี (มุชริกีน)

� � �ประตูที่สาม ชื่อของมันคือ “ซะก็อร” ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนั้นก็คือ บรรดาผู้ที่สักการบูชาดวงดาว

� � �ประตูที่สี่ ชื่อของมันคือ “ละซอ” ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนั้นก็คือ อิบลีสและผู้ที่ปฏิบัติตามมันและ พวกบูชาไฟ

� � �ประตูที่ห้า ชื่อของมันคือ “อัลฮุฏอมะฮฺ” ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนั้นก็คือ พวกยิว

� � �ประตูที่หก ชื่อของมันคือ “อัลอะซีซ” ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนั้นก็คือ พวกคริสเตียน

� � �จากนั้น ญิบรีลก็นิ่งไป ด้วยความอายท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้กล่าวว่า : ทำไม่ท่านจึงไม่บอกฉันถึงผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในนรกประตูที่เจ็ดเล่า?

� � �ญิบรีลจึงกล่าวว่า : ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ใน�ประตูที่เจ็ด�นั้นคือ บรรดาผู้ที่ทำบาปใหญ่ที่มาจากประชาชาติของท่าน ซึ่งพวกเขาได้ตายไป โดยที่ไม่ได้กลับเนื้อกลับตัว ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ ท่านนบีได้ฟังแล้วก็เป็นลมหมดสติไป ดังนั้น ญิบรีลจึงได้วางศีรษะของท่านนบีลงบนตักของท่าน จนกระทั่งท่านนบีได้ฟื้นขึ้นมา

� � �เมื่อท่านฟื้นขึ้นมา ท่านก็ได้กล่าวว่า “โอ้ท่านญิบรีล นี่เป็นมุซีบะฮฺที่ใหญ่ยิ่งที่มาประสบแก่ฉัน และฉันก็เสียใจมาก จะมีคนหนึ่งคนใดจากประชาชาติของฉันต้องเข้าไปอยู่ในไฟนรกด้วยหรือนี่ ?

� � �ญิบรีลกล่าวว่า : ใช่แล้ว คือ ส่วนหนึ่งจากประชาชาติของท่านที่กระทำบาปใหญ่ จากนั้น ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้ร้องไห้ออกมา และญิบรีลก็ร้องไห้ด้วย”

� � � � � มาถึงจุดนี้ พวกเราคงจะรู้จักนรกญะฮันนัมกันพอสมควรแล้ว ทำไมเราต้องมาพูดถึงญะฮันนัมล่ะ ? ก็เพราะว่า พวกเราเป็นประชาชาติยุคหลังที่เกิดมาพร้อมกับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการแพทย์ การศึกษา รวมถึงสิ่งอื่นๆ อีกมาก เพราะฉะนั้น พวกเราจึงถือเป็นประชาชาติที่ต้องเสี่ยงกับนรกญะฮันนัมเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็เพราะว่าเราเกิดมาพร้อมกับสิ่งล่อตาล่อใจมากมายเหลือเกิน มากจนเราอาจหลงระเริงไปกับมายาของดุนยาโดยไม่รู้ตัว

� � � � � ดังนั้น พวกเราชาวมุสลิม ยุคไฮเทค คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิต อย่างระมัดระวังอย่างยิ่งยวด น่าจะระวังมากกว่าคนในยุคก่อนๆ เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน การทำงาน การศึกษา รวมไปถึงการดูแลครอบครัว เพื่อให้ดำรงอยู่ในแนวทางของอิสลามที่ถูกต้องดีงาม

� � � � � แต่ก่อนที่เราจะพูดเรื่องอื่นต่อไป หลายๆ คนคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า แล้วเสียงเรียกของญะฮันนัมคืออะไร?�

� � � � � หรือไม่ก็ แล้วใครล่ะที่เคยได้ยินเสียงเรียกของมัน ?�

� � � � � แต่ก่อนที่จะตอบ ผู้เขียนแน่ใจอย่างมากว่า พวกเราทุกคนย่อมเคยได้ยินเสียงของมันอย่างแน่นอน อย่าเพิ่งงง เสียงที่ว่าได้ยินกับทุกคนนั้น ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะลงนรก หากแต่ว่าเสียงที่หมายถึงนั้น มันคือเสียงจากก้นบึ้งของหัวใจมนุษย์ที่เกิดจากอารมณ์ใฝ่ต่ำนั่นเอง

� � � � � แล้วทำไมถึงเรียกมันว่าเสียงเรียกของญะฮันนัม ก็เพราะว่า เวลาที่เราอยากทำบางสิ่งบางอย่างแต่สิ่งนั้นมันขัดกับหลักการทางศาสนา ในใจของเรามันก็เหมือนจะมี 2 เสียง ดังขึ้นมา เสียงหนึ่งบอกว่า “อย่าเลย มันบาปนะ” และอีกเสียงหนึ่งบอกว่า “เหอะน่า ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร” หรือ “ถึงบาปก็ยอม”�

� � � � � เมื่อไรที่เราตามเสียงที่บอกว่า “เหอะน่า” หรือ “ถึงบาปก็ยอม” นั่นหมายถึง เรากำลังตามเสียงเรียกของหัวโจกของนรกตัวฉกาจเลย มันก็คือ ชัยฏอนมารร้ายนั่นเอง และเมื่อเราทำตามเสียงเรียกของมารร้ายเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว สุดท้ายที่ของเราจะอยู่ที่ตรงไหน? อันนี้คงไม่ต้องบอก

� � � � � ดังนั้น วันนี้เราคงต้องมีสติให้มากๆ สำหรับทุกๆ การงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะมัล อิบาดะฮฺ หรือไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันก็ตาม เพราะว่าสติเป็นสิ่งที่จะทำให้เรารู้สึกผิดชอบชั่วดี สามารถระงับ ยับยั้งตนเองได้ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

“ผู้ที่เข้มแข็งที่สุด ไม่ใช่ผู้ที่สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ แต่ผู้ที่เข้มแข็งที่สุดคือ ผู้ที่ระงับอารมณ์ของเขาได้เมื่อเขาโกรธ”

� � � � � และที่จะขาดเสียมิได้ คือ ความบริสุทธิ์ใจ นั่นเอง เพราะว่าทุกๆ การงานนั้น จำเป็นตะต้องมีความบริสุทธิ์ใจควบคู่ไปด้วยทั้งสิ้น มิเช่นนั้นแล้ว การงานนั้นๆ ย่อมไม่ยังประโยชน์ใดๆ แก่เจ้าของของมัน ดังฮะดิษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่กล่าวว่า

“แท้จริง การงานต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับการตั้งเจตนา”

(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์)

� � � � � �ฉะนั้น เราและท่านทั้งหลาย พึงระวัง ระวังที่จะถูกชักจูง ด้วยเสียงเรียกของญะฮันนัม ระวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของมัน เพียงเพราะการงานที่ปราศจากความบริสุทธิ์ใจ ปราศจากความยำเกรง เพราะหากเราเลือกทางผิด เราอาจจะต้องไปเป็นเชื้อเพลิงของมันก็เป็นได้ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

“ขอยืนยันว่า ข้าจะบรรจุนรกให้เต็มไปด้วยพวกญิน และมนุษย์ไว้ด้วยกันทั้งหมดอย่างแน่นอน”

� � � � � ท้ายนี้ ขอให้เราและท่านทั้งหลาย ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง มั่นคงอยู่ในขอบเขตของศาสนา ไม่หลงคล้อยตามไปกับเสียงเชิญชวนของมารร้าย เพื่อที่พวกเราจะรอดพ้น ปลอดภัยจากความน่าสะพรึงกลัวของญะฮันนัมด้วยเถิด... อามีน

บทกลอนสอนใจ

•�แสวงหาสิ่งใดหรือหนุ่มสาว�• คำยกยอสรรเสริญอันเยิ่นยาว

•�หรือเรื่องราวหอมหวานแห่งวันวาน�• อัลกุรอานถูกขานดังที่นี่

•�แต่ความหมายแห่งคัมภีร์อยู่ที่ไหน�• กี่บทเรียนเพียรอ่านแล้วผ่านไป

•�แต่หัวใจมิได้ซับรับมาทำ�• ที่พากเพียรเพื่อรอเขียนข้อสอบ

•�หรือเพื่อตอบสำนึกอันลึกล้ำ�• เจ้าจะเลือกดุนยาสีพร่าดำ

•�ฤาทางนำสีทองอันทอดยาว�• เจ้าโหยหาชั่วคราวแห่งความสุข

•�เพื่อจะทุกข์ถาวรหรือหนุ่มสาว�• เสียงกุรอานขานกรู่อยู่ปาวๆ

•�ใยพวกเจ้ากลับโยนตัวลงกลั้วไฟ

ที่มา : อนุสรณ์งานประจำปี โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร 18 ธันวาคม 2553