ความยำเกรง ความอดทน เป็นยาสลายความเครียด
  จำนวนคนเข้าชม  444


ความยำเกรง ความอดทน เป็นยาสลายความเครียด

 

โดย... อาจารย์ซัยนุ้ลอาบีดีน หวังภักดี 

 

قال اللهُ تعالى : { وَلَنَبْلُوَنَّكُمْ بِشَيْءٍ مِنَ الْخَوْفِ وَالْجَوْعِ وَنَقْصٍ مِنَ اْلأَمْوَالِ وَاْلأَنْفُسِ وَالثَّمَراَتِ وَبَشِّرِ الصَّابِرِيْنَ * اَلَّذِيْنَ إِذَا أَصَابَتْهُمْ مُصِيْبَةٌ قَالُوْا إِنَّا للهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رِاجِعُوْنَ * أُولئِكَ عَلَيْهِمْ صَلَوَاتٌ مِنْ رَبِّهِمْ وَرَحْمَةٌ وَأُولئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُوْنَ

 

     " เรา (หมายถึง อัลเลาะห์) จะทดสอบพวกเจ้าให้เผชิญกับความหวาดกลัว ให้เผชิญกับความหิว ให้ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่หมดไปหรือน้อยลง ให้สุขภาพไม่สมบูรณ์ มีเจ็บไข้ได้ป่วย ให้พืชผลได้รับความเสียหาย (โดยที่การทดสอบอันนี้ จะไม่มีอะไรคุ้มกันนอกจากมีความอดทนและมีสติ ดังนั้นนบีแห่งข้าฯ) จงแจ้งข่าวดีแก่พวกเขาผู้มีความอดทนและมีสติ ผู้ซึ่งที่เมื่อได้ประสบเคราะห์กรรมแล้ว พวกเขาจะพูดว่า (พวกเรานั้นเป็นสิทธิของอัลเลาะห์ แล้วเราก็ต้องกลับไปหาพระองค์) พวกเขานั้นจะได้รับพรอันประเสริฐ จะได้รับความเมตตาจากพระเจ้า เพราะพวกเขาเหล่านั้น เป็นกลุ่มชนที่มีหลักยึด และอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง"

 

          ท่านที่รัก มุสลีมีนที่เคารพ .. ในชีวิตความเป็นอยู่ของเราท่านในแต่ละวันนั้น ย่อมมีความเครียด มีความกดดัน มีอารมณ์ที่ไม่เป็นปกติอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ท่านออกไปทำมาหากิน ออกไปทำงาน ไปรถเมล์ รอรถนานๆ แล้วก็ติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก็ให้เกิดความเครียด ความกดดัน

 

          บางท่านมีรถส่วนตัว ออกไปทำงาน ไปทำธุระ น้ำมันแพง บวกกับค่าซ่อม ค่าบำรุงรักษาก็ไม่น้อย จุดนี้ชั่วโมงนี้ เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย รายรับไม่พอกับรายจ่าย ก็ต้องกระเบียดกระเสียน ต้องประหยัด บางเดือนไม่เพียงพอ ก็ต้องหยิบยืมจากผู้อื่น แล้วก็กลายเป็นหนี้เป็นสิน ก็ให้เกิดความเครียด ความกดดัน ส่วนในหน้าที่การงานของท่าน บางทีอาจเกิดทำงานผิดพลาด บกพร่อง ถูกตำหนิติเตียน ถูกปัดแข้งปัดขา จากเพื่อนร่วมงาน ก็ย่อมมีความเครียด ความกดดัน

 

           ♦ในการเลี้ยงดูบุตรหลานของท่าน ในความประพฤติและการศึกษาของพวกเขานั้น ย่อมจะมีความเครียด ความกดดันมากขึ้นไปอีก เพราะนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายและการดูแล เช้าตื่นขึ้นมา ก็ต้องให้เงินลูกไปโรงเรียน แล้วลูกไปโรงเรียน เกะกะเกเรหรือเปล่า เที่ยวเตร่คบเพื่อนไม่ดีหรือเปล่า ติดกัญชา ยาเสพติด ยาบ้า ยาม้า ยาอี ยาเค ยากล่อมประสาท หรือมั่วอยู่กับอบายมุข ดื่มสุราเคล้านารี กันบ้างหรือเปล่า ? ครับ มันเป็นความห่วงใย ที่แฝงไปด้วยความเครียดและความกดดัน

 

         ♦ลูกเรียนดี ประพฤติดี ขาดทุนทรัพย์ ไม่มีเงินส่งให้ลูกเรียนต่อ มันก็เป็นความกดดัน คิดมาก หรือทุนทรัพย์ดี ลูกไม่เอาเรียน เอาแต่เที่ยวเตร่ สนุกสนานไปวันๆ อนาคตจะไปทางไหน ? นั่นก็เป็นความกดดันเช่นกัน โดยทั่วไปแล้ว ถึงช่วงเปิดเทอม เราท่านก็จะต้องขวนขวายหาค่าเทอม หาค่าหน่วยกิตให้ลูก มีก็ดีไป แต่ถ้าไม่มี ถึงกับจำนำจำนองข้าวของ มันก็ย่อมเป็นความเครียด เป็นความกดดัน

 

           ♦ในวงสังคม ที่ท่านต้องคบค้าสมาคมกัน ก็ย่อมมีการกระทบกระทั่งกัน แก่งแย่งกัน โอ้อวดกัน อิจฉาริษยากัน พูดใส่กัน หมั่นไส้กัน ถือดีต่อกัน มันก็เป็นความเครียด ความกดดันอีกเช่นกัน

 

          ♦ในครอบครัวของท่าน มีคนเจ็บคนป่วย มีการสูญเสีย จะในด้านทรัพย์สินเงินทอง หรือชีวิตดับสูญ หรือจะในด้านค่าใช้จ่ายประจำวัน ประจำเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแชร์ แล้วอีกหลายๆอย่างที่รุมเร้าเข้ามา มันก็เป็นความเครียด เป็นความกดดัน

 

          สรุปแล้ว จะอย่างไร สภาพใด และ ที่ใดก็ตาม ในชีวิตความเป็นอยู่ของท่านในแต่ละวันนั้น ย่อมเป็นความกดดันที่เราท่านจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

 

     ประการที่หนึ่ง ที่เราจะต่อสู้กับความเครียด ความกดดันเหล่านี้ได้ ก็คือการซอบัร การอดทนอดกลั้นและมีสติ แล้วก็ต้องกระทำตนให้อยู่ในความยำเกรงต่ออัลเลาะห์ด้วย แล้วนั่นแหละชีวิตของเราก็จะไปรอด ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เสียผู้เสียคน ไม่คิดมาก ไม่ฟุ้งซ่าน กลับทำให้จิตใจของเรานิ่งสงบ และพร้อมที่จะต่อสู้ในชะตากรรม ชีวิตของเราเป็นของอัลเลาะห์ เป็นของพระเจ้า อำนาจการปกครองอยู่ที่พระองค์ในทุกเรื่อง ในทุกกิจการ ในทุกสภาพการณ์อยู่ในอำนาจการกำหนดของพระองค์ 

 

          เมื่อพระองค์ได้กำหนดในเรื่อง "กอฎอ-กอดัร" ในเรื่องเคราะห์กรรม ชะตากรรมของเราไว้อย่างไร สภาพใด เราก็ไม่รู้ และเมื่อได้ประสบพบกับเราแล้ว เราต้องยอมรับ ต้องอดทนต่อสู้ เพราะในความซอบัร อดทน อดกลั้นของเรานั้น ถือเป็นเรื่องของการสักการะในองค์อภิบาลโดยแท้ ซึ่งในเรื่องนี้นั้น ย่อมมีผลบุญตอบ สนองมากมาย

 

          เพราะฉะนั้น ในเมื่อความซอบัร อดทน อดกลั้น ที่อัลเลาะห์นั้นมีผลบุญตอบสนองให้ความกดดันในชีวิต ความเป็นอยู่ของเราท่านในแต่ละวัน ในแต่ละเรื่อง จึงให้ค่าให้คุณแก่เราท่าน ในทางสักการะ เมื่อเรามีความอดทน อดกลั้น และตั้งตนอยู่แต่ในทางที่ดี

 

          ครับท่านที่รัก .. ในความกดดันที่เราท่านต้องมีความอดทน อดกลั้น จะเป็นในเรื่องของความเดือดร้อน สูญเสีย เศร้าโศก หรือไม่สมหวังอะไรก็แล้วแต่ อัลเลาะห์จะทดแทนให้ในวันอาคีเราะห์ ซึ่งก็ถือเป็นการปลอบประโลม เป็นการให้กำลังใจ เป็นความเอื้ออารีย์ในพระเจ้ากับบ่าวของพระองค์ 

ท่านร่อซู้ล  ได้กล่าวในเรื่องนี้ไว้ว่า

 

{ إِذَا أَحَبَّ اللهُ عَبْدًا ابْتَلاَهُ فَإِذَا صَبَرَ اجْتَبَاهُ وَإِذَا رَضِيَ اصْطَفَاهُ }

 

     "เมื่ออัลเลาะห์รักและภูมิใจบ่าวคนหนึ่ง อัลเลาะห์ก็จะทดสอบบ่าวผู้นั้น (ให้ได้รับเคราะห์กรรมความเดือดร้อน สูญเสีย ผิดหวัง หรืออะไรก็ตาม) เมื่อบ่าวคนนั้นมีความซอบัร อดทน ก็จะได้รับการหลีกเลี่ยงหรือหลุดพ้น และเมื่อยินยอม-ยอมรับในชะตากรรม ในเคราะห์กรรมนั้น ย่อมจะได้ชื่อว่า เป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์"

 

          ในความซอบัร อดทนของเรานั้น ที่อัลเลาะห์ มีผลบุญมาก มีการตอบสนอง มีการทดแทนให้ ซึ่งก็ยังห่างไกลอยู่ เรายังมองไม่เห็น เพราะยังไม่ถึงเวลานั้น แต่ที่เราเห็นกันนั้น เราเห็นกันด้วยการอีหม่านศรัทธาและเชื่อมั่น เอากันใกล้ๆ ในโลกในชีวิตของเรานี้ว่า การซอบัร การอดทน อดกลั้น มีผลดีอย่างไร แล้วให้อะไรแก่เราบ้าง

 

          ในความซอบัร ความอดทน อดกลั้นของเรานั้น จะต้องมีสิ่งชี้นำ มีหลักการซอบัร หาไม่แล้วการซอบัรของเราจะไม่มีผลไปในทางที่ถูก ในทางที่ควรจะเป็น หลักของเราในการซอบัรก็คือ ต้องอดทน อดกลั้นในสิ่งที่ไม่ดี ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในสิ่งที่ให้ความกดดัน อันเนื่องมาจากชีวิตความเป็นอยู่ในทุกๆด้าน ในทุกๆสภาพการณ์ แล้วให้อาศัยเอาองค์อัลเลาะห์เป็นที่พึ่ง ให้ระลึกนึกอยู่เสมอว่า สิ่งที่ประสบพบกับท่านในชะตากรรม ในเคราะห์กรรมนั้น ไม่ใช่ความผิดของท่าน และสิ่งที่ท่านเกิดทำผิดพลาดไป มันก็ไม่ใช่เกิดจากความต้องการของท่าน

          จะต้องมอบหมายเรื่องทั้งหมดต่ออัลเลาะห์ ในฐานะที่เราเป็นบ่าว อัลเลาะห์เป็นพระเจ้า เป็นผู้กำหนด จะต้องรักษาการอีหม่าน การศรัทธาของเราไว้ให้จงดี ขณะเกิดความกลัว หรือความหวาดผวา จะต้องสงบนิ่ง เมื่อเกิดความเศร้าสลด เกิดความเสียใจ ไม่เอะอะโวยวาย ไม่โทษโน่นโทษนี่ ในส่วนที่เราได้ดีมีบารอกะห์ ก็อย่าได้ทะนงตน ให้ขอบคุณต่อพระเจ้า อย่าได้ถือตนเป็นที่ตั้ง ในส่วนที่เป็นความไม่ดี เป็นเคราะห์กรรมโชคร้าย ก็ต้องอดทน อดกลั้น แล้วก็ต้องน้อมขอต่อพระองค์ เพราะที่พระองค์นั้นคือที่พึ่งของเรา

 

อัลเลาะห์ตาอาลาได้ทรงกล่าวแก่ร่อซู้ล เพื่อนำมาชี้แจงแก่บุคคลทั่วไปว่า

 

{قُلْ لَنْ يُصِيْبَنَا إِلاَّ مَا كَتَبَ اللهُ هُوَ مَوْلاَنَا وَعَلَى اللهِ فَلْيَتَوَكَّلِ الْمُؤْمِنُوْنَ } البقرة : 51

 

     " ศาสนทูตแห่งข้าฯ จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า อันความดีความชั่วนั้น จะไม่ประสบพบกับเรา เว้นแต่กอดัร พรหมลิขิต หรือกำหนดการล่วงหน้าของอัลเลาะห์ ที่กำหนดไว้ให้ พระองค์เจ้าเท่านั้น ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปกครองเราในทุกเรื่อง ในทุกกิจการ และในทุกสภาพการณ์ ดังนั้นมุมินผู้ศรัทธาในพระเจ้าทั้งหลาย จงมอบหมายและยึดมั่นในอัลเลาะห์ "

 

          ในความซอบัรอดทนของเรานั้น ถ้าจะพูดให้สั้นสักนิดหนึ่งก็คือ ต้องซอบัรอดทน อดกลั้นในเรื่องที่ไม่ดี ในเรื่องที่มีความกดดัน ให้เกิดเป็นความดี ให้เกิดเป็นความถูกต้อง พร้อมกับต้องกระทำตนให้อยู่ในการตักวา ในการยำเกรงอัลเลาะห์ด้วย แล้วนั้นแหละ การซอบัรของเราจึงจะมีผลไปในทางที่ดี

 

          ต้องซอบัรแล้วก็ต้องยำเกรงต่ออัลเลาะห์ ต้องอยู่ในครรลองของศาสนา อยู่ในกรอบประเพณีที่ดีงาม อดทน อดกลั้น แล้วก็ปฏิบัติในสิ่งที่อัลเลาะห์ทรงกำหนดใช้ แล้วไม่กระทำในสิ่งที่เป็นข้อกำหนดห้าม ปฏิบัติตนให้อยู่ในแนวทางของศาสนา คบค้าสมาคมกับผู้คน ก็ให้อยู่ในความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกงผู้อื่น ไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่โกหกมุสา พูดคำไหนเป็นคำนั้น มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีมิตรไมตรีต่อผู้คน

          ครับ .. คนเราเมื่อเป็นคนดีของสังคม ใครก็อยากจะคบหาสมาคมด้วย มีงานมีการก็หยิบยื่นให้ทำ มีช่องทางก็อยากจะบอก อยากจะกล่าว มีอุปสรรคเดือดร้อน คนเขาก็อยากจะช่วย

 

          ในความดี มีคุณธรรม มีจริยธรรมของคนๆหนึ่ง นั่นแหละคือการตักวา เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีความซอบัร มีการตักวา ชีวิตของเราก็จะไม่อับเฉา ไม่ตกต่ำ กลับจะเป็นชีวิตที่ดี มีสุข มีเกียรติ มีฐานะ แล้วก็จะเป็นชีวิตที่มีความสำเร็จในที่สุด

อัลเลาะห์ทรงให้คำมั่นสัญญาแก่เราไว้ว่า

 

{ وَمَنْ يَتَّقِ اللهَ يَجْعَلْ لَهُ مَخْرَجًا .. }

 

     " และผู้ใดยำเกรงต่ออัลเลาะห์ (พยายามกระทำตน อดทน ตั้งตนอยู่ในความดี อยู่ในศีลในธรรม อยู่ในจริยธรรม อยู่ในจารีตประเพณีอันดีงาม) อัลเลาะห์จะให้เขาผู้นั้นพบทางออก (พบช่องทางในอันที่จะทำให้ชีวิตของเขา หลุดพ้นจากความยากจนและทุกข์ยาก) "

 

{ وَيَرْزُقْهُ مِنْ حَيْثُ لاَ يَحْتَسِبْ }

 

" และจะให้เขาได้รับริสกี โดยที่เขาไม่คาดคิด (ไม่คิดว่าจะได้ก็ได้) "

 

{ وَمَنْ يَتَوَكَّلْ عَلَى اللهِ فَهُوَ حَسْبُهُ }

 

" ผู้ใดมอบหมายตนต่ออัลเลาะห์ (ทำให้ดีที่สุดในทุกกิจการ แล้วก็มอบหมายต่อพระองค์) ก็เป็นการเพียงพอแล้ว "

 

{ إِنَّ اللهَ بَالِغُ أَمْرِهِ }

 

" อัลเลาะห์นั้นทรงบรรลุแล้วในจุดประสงค์และเป้าหมาย ในการบริหารงานของพระองค์ "

 

{ قَدْ جَعَلَ اللهُ لِكُلِّ شَيْءٍ قَدْرًا }

 

" อัลเลาะห์ทรงให้ทุกสิ่ง (เป็นไปตามกาลเวลา) เป็นไปตามชะตากรรม (เป็นไปตามโชคนำแห่งชีวิต) "

 

          คนเราถ้าเป็นคนดี มีความอดทน อยู่ที่ไหนใครก็อ้าแขนรับ เรื่องจะอดตายหรือไม่มีงานทำนั้นย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายได้ตระหนักถึงความอดทนให้มาก เพราะการซอบัรอดทนนั้น ถือเป็นที่มาของความสุข ความสำเร็จ เป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติภารกิจในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่ในสายอาชีพงานต่างๆ เช่น ชาวนา ชาวสวน พ่อค้า นักธุรกิจ กรรมกร วิศวกร หรือนายแพทย์ ในทุกสาขาอาชีพ ก็ต้องมีความซอบัรอดทน ผู้ทำอิบาดะห์สักการะในพระเจ้า ละหมาด ออกซากาต ถือศีลอด ทำฮัจย์ ก็ต้องมีความอดทน

          เป็นผู้นำ ผู้บริหาร เป็นอีหม่าม เป็นคณะกรรมการ ก็ต้องถูกตำหนิติเตียนบ้าง เป็นธรรมดา เป็นครูบาอาจารย์ ให้การอบรมสั่งสอนผู้อื่น เกิดไปทำผิดพลาด ก็ต้องถูกตำหนิ ถูกโจทย์ขาน ก็ต้องมีความอดทน

 

          สรุปแล้วในทุกเรื่อง เราต้องมีความซอบัรอดทน และฐานะของการซอบัรนั้น คือหน่วยหนึ่งของการอีหม่าน มีผู้ถามท่านร่อซู้ล ถึงเรื่องการอีหม่าน ท่านตอบว่า การอดทนและอดกลั้นนั่นแหละคือการอีหม่าน

 

           ดังนั้น ในตัวของท่าน ในภาระหน้าที่ของท่าน ในสังคมของท่าน ในการกระทำของท่าน ในการทำความดีของท่าน ในการละความชั่วของท่าน ในการประพฤติตัวของท่าน ในเคราะห์กรรมของท่านนั้น จักต้องมีความซอบัรอดทนและอดกลั้น ในความอดทนอดกลั้นในสิ่งเหล่านั้น ถือเป็นหน้าที่ของท่าน และในหน้าที่ของท่านเหล่านี้นั้น ถือเป็นเรื่องของการสักการะต่อพระผู้อภิบาลทั้งสิ้น

 

 

โรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์ (บ้านดอน)