เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของฟิตนะฮฺในเรื่องผู้หญิง
  จำนวนคนเข้าชม  380


เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของฟิตนะฮฺในเรื่องผู้หญิง

 

โดย อาจารย์รีมา เพชรทองคำ

 

         ในยุคโลกาภิวัฒน์ ยุคของวัฒนธรรมตะวันตก ยุคที่มีสิ่งเชิญชวนไปสู่ฟิตนะฮฺต่างๆ มากมาย ยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดนเข้าครอบงำสังคมด้วยกับสื่อที่ละลานตา จนกระทั่งพาวัยรุ่นทั้งชายและหญิงไปสู่ การเป็นเหยื่อของอบายมุข

         เราได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับผู้ซึ่งพ่ายแพ้ต่อความต้องการ (ชะฮะวาต) ของตนเอง ไม่ว่าคนนั้นจะไปเสพยาเสพติด คนนี้ดื่มสุราหรืออีกคนตกอยู่ในห้วงดินโคลนของความเลวทราม ความผิดบาป (ซินา)

 

          แต่ทว่า อาจกล่าวได้ว่า ฟิตนะฮฺที่ร้ายแรงที่สุดของหนุ่มสาวในสมัยนี้นั้นก็คือ ฟิตนะฮฺในเรื่องผู้หญิง ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า

 

ไม่มีฟิตนะฮฺอันใดถูกทิ้งไว้ในหมู่มนุษย์หลังจากฉันที่จะร้ายแรงไปว่าฟิตนะฮฺจากผู้หญิง

 

     ท่านอิบนฺฮะซัร ได้กล่าวเกี่ยวกับฮะดิษนี้ว่า ฮะดิษนี้ได้ถูกยืนยันโดยคำตรัสของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์ตรัสว่า

 

     “ได้ถูกทำให้สวยงาม (ลุ่มหลง) แก่มนุษย์ซึ่งความรักในบรรดาสิ่งที่เป็นเสน่ห์อันได้แก่ ผู้หญิง และลูกชาย ทองและเงินอันมากมาย

(อาละอิมรอน 3 : 14)

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงให้ผู้หญิงนั้นเป็นหนึ่งของชะฮะวาต และเริ่มต้นด้วยผู้หญิง ก่อนชะฮะวาตอื่นๆ ที่เหลือ เนื่องด้วยจากอันตรายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากพวกเธอ และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

     “พวกท่านจงระมัดระวังเรื่องดุนยา และเรื่องผู้หญิง แท้จริงฟิตนะฮฺแรกที่เกิดขึ้นในหมู่บนีอิสรออีลนั่นคือ ในเรื่องผู้หญิง

 

          และในปัจจุบัน ภัยร้ายของฟิตนะฮฺที่เกิดจากผู้หญิงนั้นมาจากหลายทาง หลายรูปแบบ มาจากทุกสารทิศ ดังเช่นต่อไปนี้

 

     1. ผู้แต่งกายเปิดเผยเอาเราะฮฺที่โลดแล่นอยู่ตามสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และด้วยกับการที่มีดาวเทียมที่สามารถดูสิ่งใดก็ได้ในโลกนี้ ทำให้การที่จะดูจะจ้องมองเนื้อหนังมังสาที่ถูกฉายอยู่เป็นสิ่งสะดวกสบาย

 

     2. นิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกลื่อนกลาดอยู่ตามแผงหนังสือที่ซึ่งมีรูปภาพของหญิงสาวสวยงามแต่งกายโอ้อวดสัดส่วน ดังเช่นหญิงสาวสมัยญาฮิลียะฮฺ

 

     3. เว็บไซต์ลามกอนาจาร ซึ่งผู้เล่นอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย

 

     4. การออกนอกบ้านของหญิงสาวไปตามศูนย์การค้า ตลาด โดยแต่งตัวด้วยอาภรณ์ โชว์สัดส่วน รัดรูป แต่งหน้าตาม ทำตัวโดดเด่น ทำให้ผู้พบเห็นเกิดสนใจ จ้องมอง

 

     5. การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ การพูดจาหยอกล้อ และมันเกิดขึ้นมากหลังจากที่โทรศัพท์มือถือแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นทำให้การที่จะติดต่อกันสะดวกไม่มีใครรู้เห็น

 

     6. ความสะดวกสบายในการท่องเที่ยว เดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นที่ อโคจร และการแสดงแสงสีเสียงต่างๆ นานา

 

     7. เพลงรัก ประโลมโลกที่มีอยู่มากมายหลากหลาย

 

          เพียงสิ่งเดียวจากสิ่งเหล่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะล่อลวงบรรดาผู้ชายไปสู่ฟิตนะฮฺและจะเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าในสังคมมีหลายสิ่ง จากสิ่งเหล่านี้หรือมีสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด?

 

          จากการพิจารณา จากสภาพสังคมในปัจจุบัน ทำให้เราเห็นว่าผลที่ตามมาจากฟิตนะฮฺเรื่องผู้หญิงนั้นอันตราย และระบาดรุนแรง และเรื่องราวที่เป็นข่าวที่น่าสลดใจอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นตัวบ่งบอกที่ดียิ่ง แต่ทว่าเราได้นำเอาข่าว นำเรื่องราวเหล่านั้นมาเป็นข้อตักเตือนตัวเองหรือไม่

         จะขอยกตัวอย่างบางเรื่องเกี่ยวกับอันตรายอันร้ายแรงของฟิตนะฮฺนี้ เช่น

♣ ชายหนุ่มคนหนึ่งได้อพยพจากประเทศของเขา ซึ่งเป็นประเทศมุสลิม ไปสู่ประเทศที่เป็นคริสต์เตียน เพื่อที่จะไปแต่งงานกับหญิงคริสต์เตียน ผู้ซึ่งเรียกร้องเชิญชวนผู้อื่นไปสู่แนวทางคริสต์

♣ ชายหนุ่มผู้ซึ่งก้มสุญูดต่อหญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงบริการ หลังจากที่เขารอนางมาอย่างยาวนาน

♣ ชายหนุ่มฆ่าตัวตายเพียงเพราะว่า ถูกห้ามไม่ให้แต่งงานกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก (แฟนสาว)

♣ บางคนได้เป็นชู้กับภรรยาเพื่อนบ้าน หรือภรรยาของเพื่อน หรือภรรยาของพี่น้องของเขา

         และอีกมากมายหลายตัวอย่าง ไม่เพียงพอหน้ากระดาษที่จะหยิบยกมากล่าว เรื่องราวที่ชายหนุ่มเหล่านั้นคิดว่า พวกเขาจะได้หญิงสาวที่ตนต้องการมาครอบครองไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่ทว่า พวกเขาหารู้ไม่ว่า นั่นเป็นฟิตนะฮฺของคนตาบอด...

 

         หากเราคิดใคร่ครวญสภาพของผู้ที่ถูกทดสอบด้วยฟิตนะฮฺเรื่องผู้หญิง มองดูด้วยสายตาของผู้ที่ฉลาดมีไหวพริบแล้ว เราจะเห็นว่าความเสื่อมเสีย ความเสียหายที่พวกเขาได้รับนั้นมากมาย ดังเช่นต่อไปนี้

 

     1. พวกเขามีผู้หญิงมากหน้าหลายตา : แน่แท้ พวกเขาได้ก้าวข้ามขอบเขตของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พวกเขาได้เสพติดการจ้องมองหญิงที่ไม่เป็นที่อนุญาตให้มองได้ การฟังในสิ่งต้องห้าม พวกเขาผ่อนผัน ผ่อนปรนในการอยู่สองต่อสองกับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม แล้วบางคนก็ได้ทำมากกว่าการพูดคุยเฉยๆ นั่นก็คือ ได้ทำซินา

 

     2. พวกเขาได้ทำให้ความเป็นสุภาพบุรุษหายไป : แท้จริงการเป็นสุภาพบุรุษไม่ได้หมายความว่า มีลักษณะของความเป็นผู้ชายอย่างเดียว แต่ทว่าจำเป็นที่จะต้องมีอุปนิสัยดีงาม มารยาทที่ผู้ชายพึงมี แต่ไหนละความเป็นสุภาพบุรุษของผู้ที่เที่ยวแซวผู้หญิงตามตลาด ตามถนนหนทาง ผู้ที่เกี้ยวพาราสีผู้อื่น เพื่อที่จะพาผู้อื่นตกไปสู่ความชั่วร้าย ความบาปช้าพร้อมตนเอง

 

     3. ขาดทุนในดุนยาของพวกเขา : แท้จริงคนมากมายจากผู้ที่ถูกทดสอบด้วยผู้หญิง พวกเขาใช้ความพยายามอย่างมากไปในสนามรบของความรักที่เลื่อนลอย ความลุ่มหลงที่หลอกลวง แล้วพวกเขาก็สูญเสียพลังงานของพวกเขาไปกับสิ่งไร้สาระ แทนที่จะไปสนใจการเรียน หรือการงานทำให้การเรียนหรือหน้าที่การงานเสียหาย และนอกเหนือจากนั้นก็ยังเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ หรือบางคนอาจเสียทรัพย์สินเงินทองหมดตัวและไม่ได้รับสิ่งใดกลับมานอกจากบาปเท่านั้น

 

     4. หัวใจของพวกเขาได้แข็งกระด้าง : ผู้ที่ตกอยู่ในฟิตนะฮฺด้วยผู้หญิง พวกเขาจะไม่พบความหอมหวานในการทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แต่ทว่า ในขณะที่พวกเขาละหมาด ภาพหญิงสาวในหัวของพวกเขา หรือความรักความใคร่ในตัวพวกนาง ทำให้พวกเขาไม่ได้มีคุชัวะอฺในการละหมาด เพราะความแข็งกระด้างของหัวใจ ทำให้พวกเขาอยู่ในสภาพไร้ยางอายต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา สามารถทำสิ่งที่น่าอายได้อย่างน่าชื่นตาชม ไม่มีความกระดาก

 

     5. ร่างกายของพวกเขาเจ็บป่วยเป็นโรค : ฟิตนะฮฺของผู้หญิงได้พาหัวใจของบางคนไปสู่การทำซินา หรือการอยู่กินกับผู้หญิงบริการและผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ การป่วยเป็นโรค ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านได้กล่าวไว้ว่า

 

     “หากว่าหมู่ชนใดเผยแพร่ประกาศความชั่วช้า บาปมหันต์ (ซินา) ออกมา เมื่อนั้นโรคติดต่อ และความเจ็บป่วยที่ไม่มีชนชาติไหนในอดีตได้เคยสัมผัสก็จะมาประสบพบเจอกับพวกเขา

 

     และโรคอีกชนิดหนึ่งที่จะประสบกับพวกเขาก็คือ ความเหนื่อยล้า อ่อนแอของจิตใจ และความสับสนวุ่นวายในหัวอก เมื่อใดที่พวกเขาได้ฝ่าฝืนขอบเขตของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อจะลิ้มรสความยั่วยวนของอารมณ์ใฝ่ต่ำ (ชะฮะวาต) ความสุขอันจีรังก็จะอันตรธานไปจากชีวิตของพวกเขา และจะมีแต่ความเสียดาย ความทุกข์ และความยากลำบากเข้ามาแทนที่ 

 

     ท่านอิบนฺอับบาสได้กล่าวว่า แท้จริงสำหรับความชั่วนั้น คือ การหมองคล้ำบนใบหน้า ความมืดมนในหัวใจ ความอ่อนแอของร่างกาย การขาดริสกี และความเกลียดชัง โกรธกริ้วในหัวใจของสรรพสิ่งที่ถูกสร้าง

 

     และสำหรับท่าน มีคำแนะนำตักเตือนเพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อฟิตนะฮฺในผู้หญิง ดังต่อไปนี้

 

หนึ่ง จงรักษาตัวตนของพวกท่านให้ห่างไกลจากฟิตนะฮฺ 

 

        โดยปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งมุสลิมจำเป็นต้องยอมรับต่อบทบัญญัติ ต่อคำสั่งใช้ คำสั่งห้ามของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงสั่งให้เราเกรงกลัวพระองค์ พระองค์ ตรัสว่า

 

     “โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงยำเกรงอัลลอฮฺอย่างแท้จริงเถิด และพวกเจ้าจงอย่าตายเป็นอันขาด นอกจากในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น

(อาละอิมรอน 3 : 102)

 

        ส่วนหนึ่งจากการเกรงกลัวอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็คือ การรักษาศีรษะและสิ่งที่อยู่ที่ศีรษะ (ตา หู ปาก สมอง) จากการมองสิ่งที่ไม่อนุญาต จากการฟังสิ่งต้องห้าม และรักษาลิ้นจากการพูดสิ่งที่น่าเกลียดไร้สาระ และจากการเกรงกลัวอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คือ การรักษาอวัยวะร่างกายอื่นๆ ให้พ้นจากการประกอบสิ่งที่เป็นฮะรอม และโดยเฉพาะการทำซินา และสำหรับผู้เกรงกลัวอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และผู้ที่ทำตนให้บริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีงามในวันกิยามะฮฺ 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

     “แท้จริง จากบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงให้ร่มเงาแก่พวกเขา ในวันที่จะไม่มีร่มเงาอื่นใด นอกจากร่มเงาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เท่านั้น

     หนึ่งในคนพวกนั้น คือ ชายที่เมื่อมีหญิงสาวที่มีตำแหน่งหน้าที่ และความสวยงาม เรียกร้องเขาให้ทำในสิ่งที่ผิดหลักศาสนา เขากล่าวว่า ฉันเกรงกลัวอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระเจ้าแห่งสากลโลก

 

สอง จงทำตัวให้บริสุทธิ์ แล้วท่านจะได้สิ่งทดแทนที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน 

 

       อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงแจ้งแก่เราไว้ว่า แท้จริงความบริสุทธิ์ ความสะอาด ความไร้มลทินของจิตใจ จะมีแด่ผู้ที่ลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และรักษาอวัยวะเของพวกเขา พระองค์ตรัสว่า

 

     “จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรดามุอฺมิน ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาอวัยวะเพศของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริง อัลลอฮฺทรงรอบรู้ สิ่งที่พวกเขากระทำ

(อันนูร 24 : 30)

และพระองค์ทรงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ทำตนให้บริสุทธิ์ว่า

 

     “และบรรดาผู้ที่ยังไม่มีโอกาสแต่งงานก็จงให้เขาข่มความใคร่ จนกว่าอัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นจากความโปรดปรานของพระองค์

(อันนูร 24 : 33)

และอีกฮะดิษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

 

     “ผู้ใดที่ละทิ้งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์ก็จะทรงทดแทนให้แก่เขาในสิ่งที่ดียิ่งกว่า

และอีกฮะดิษหนึ่ง

     “ใครที่รับประกันแก่ฉันถึงสิ่งที่อยู่ระหว่างเคราของเขาและสิ่งที่อยู่ระหว่างขาทั้งสองของเขา ฉันก็จะประกันสวนสวรรค์ไว้สำหรับเขา

 

       ผู้ใดที่รักษาลิ้นของเขาจากการพูดในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ รักษาปากจากการรับประทานสิ่งไม่ฮะลาล และรักษาอวัยวะเพศของพวกเขาให้ห่างไกลจากสิ่งฮะรอม ใครก็ตามที่รักษาสิ่งเหล่านี้ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็จะรับประกันสวนสวรรค์ไว้ให้กับเขา

 

สาม จงระวังไปรษณีย์แห่งซินา

 

         แท้จริง การสอดส่องสายตายไปยังหญิงสาวที่แต่งกายไม่ปกปิดหรือดูรูปพวกนาง เป็นหนึ่งในชนิดของการทำซินา มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

การทำซินาของตาทั้งสอง คือ การมอง 

และการทำซินาของตาเป็นตัวนำพาไปสู่การทำซินาของอวัยวะเพศ

 

        เชคอัชชันกีตียฺ ได้กล่าวไว้ในตัฟซีรอัฎวาอุลบะยานว่า เป็นที่รู้กันว่าแท้จริง การมองเป็นสาเหตุของการทำซินา ผู้ใดที่มองไปยังความสวยงามของหญิงคนหนึ่งคนใดมากๆ เข้า ความปรารถนาในตัวนางก็ยิ่งมีมากขึ้น และสิ่งนั้นก็อาจเป็นเหตุแห่งความหายนะของชีวิต แท้จริงการมองเป็นไปรษณีย์ของซินา

 

         ท่านอิมามอิบนฺก็อยยิมได้กล่าวว่า การมองที่ต้องห้าม มันจะมีผลกับหัวใจ เหมือนกับธนูที่มันปักลง ถ้าหากว่ามันไม่ได้ทำให้เขาตาย มันก็ทำให้เขาได้รับแผล

ทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของมันคือการมอง

 

        และส่วนใหญ่ของผู้ที่เข้าไปอยู่ในไฟนรก คือ ผู้ที่มองความชั่วเป็นสิ่งเล็กน้อย และกี่มากน้อยแล้วที่การมอง ได้ตีตราลงบนหัวใจของเจ้าของและคันธนู ได้ปักลงโดยไม่มีคันธนู และสายธนู

        ผลร้ายของการมองสิ่งที่เป็นฮะรอม บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เห็นเป็นไร แค่มองเอง แต่แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก เพราะโดยส่วนใหญ่คนจะไม่หยุดอยู่ที่แค่การมอง อย่างเดียว ทว่าการมองนั้น มันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งเลวร้ายกว่านั้นอีกมากมายหลายอย่าง เป็นจุดเริ่มต้นของฟิตนะฮฺทั้งหลาย และเมื่อเริ่มไปแล้ว การจะยุติให้จบลงมันยากยิ่งกว่า และโอกาสที่จะทำมากกว่าการมองก็เป็นเรื่องง่ายดาย

 

สี่ จงอย่าวางใจฟิตนะฮฺ

 

       แท้จริงบรรดาซอลิฮีนจากชาวสะลัฟนั้น เกรงกลัวอันตราของฟิตนะฮฺผู้หญิง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     1. ท่านอิบนฺอุมัร ไม่เคยเข้าประตูใดๆ ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จัดไว้เฉพาะสำหรับผู้หญิงตลอดชีวิตของท่าน

     2. ท่านสะอี๊ด บินอับมุซัยยิบ กล่าวในขณะที่ท่านอายุ 80 ว่าไม่มีสิ่งใดที่น่ากลัวสำหรับฉันมากไปกว่าผู้หญิง

     3. บางท่านกล่าวว่า จงเดินตามหลังสิงโต แต่อย่าเดินตามหลังผู้หญิง

     4. อับอะลาอฺ บิน ซิย๊าต กล่าวว่า จงอย่ามองติดตามผู้หญิง แท้จริงการมองจะทำให้เกิดความต้องการขึ้นในหัวใจ

 

ห้า จงปฏิบัติตามแนวทางของศาสนาในการรักษาตัวให้บริสุทธิ์และห่างไกลจากฟิตนะฮฺ

 

        นอกเหนือจากการลดสายตาแล้ว มุสลิมจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอื่นๆ อีก เช่น

1. ไม่อยู่สองต่อสองกับหญิงที่ไม่ใช่มะฮฺรอม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

เมื่อชายหญิงอยู่ตามลำพังสองต่อสอง และชัยฏอนจะเป็นตัวที่สามระหว่างพวกเขา

 

2. การเร่งรีบในการแต่งงาน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า 

     “วัยรุ่นทั้งหลายเอ๋ย ใครในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถในการแต่งงาน จงแต่งงานเถิด เพราะการแต่งงานนั้นเป็นการดี ในการทำให้สายตาลดต่ำ (ไม่ให้มองสิ่งฮะรอม) ยิ่งกว่า และรักษาอวัยวะเพศ (ไม่ให้ไปทำสิ่งฮะรอม) ยิ่งกว่า

     แต่ถ้าหากว่าผู้ใด ไม่มีความสามารถในการแต่งงานก็จงถือศีลอดเถิด แท้จริงมันเป็นการป้องกันรักษาสำหรับเขา

 

       หนึ่งในสิ่งดีของการแต่งงานนั้นก็คือ เมื่อเขาเกิดความต้องการ เขาก็มาหาภรรยาของเขา เพราะภรรยาเป็นที่อนุมัติแก่เขา และนี่คือคำตักเตือนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อรักษา เยียวยา การทดสอบของฟิตนะฮฺ เพราะเมื่อเขาได้ระบายไปกับสิ่งที่อนุมัติแล้ว เขาก็จะไม่หลงไปกับสิ่งที่ไม่อนุมัติอีกเป็นอันขาด

 

หก จงพยายามทำแต่สิ่งที่ยังประโยชน์

 

        มนุษย์นั้น เมื่อเขาปล่อยเวลานาทีของเขาให้ว่างเปล่าไร้ประโยชน์ ความต้องการความชั่วร้าย มันก็จะชักจูงเขา และมีอำนาจเหนือเขาและชัยฏอนมันก็สามารถจะล่อลวงเขาได้ ดังนั้น ผู้ที่ฉลาดจะเติมเต็มเวลาว่างของเขาด้วยกับสิ่งที่ยังประโยชน์แก่เขาทั้งในดุนยา และอาคิเราะฮฺ

        ลองเปรียบเทียบดูระหว่างผู้ที่ปล่อยเวลาของเขาไปกับสิ่งเย้ายวน เดินตามฟิตนะฮฺ กับผู้ที่ใช้เวลาไปกับการพัฒนาความนึกคิด การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ การหาความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ลองเปรียบเทียบสภาพของสองคนนี้ และสิ่งนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่มีสติปัญญา ที่เขาจะตัดเชือกที่ชัยฏอนมันเพียรสร้างขึ้น และรีบเร่งในการทำสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงพอพระทัย เพื่อจะได้รับผลตอบแทนที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้

 

เจ็ด จงรักษาอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา (ขอบเขตของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) แล้วอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็จะทรงรักษาท่าน

 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

     “จงรักษาปกป้องอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา (ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ ออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม) แล้วอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็จะทรงรักษาปกป้องท่าน (ปกปักรักษาชีวิตของพวกท่าน ทั้งใน ดุนยาและอาคิเราะฮฺ)

     จงรักษาปกป้องอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ท่านจะพบพระองค์อยู่ต่อหน้าพวกท่าน (ใครที่รักษาขอบเขตของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เขาจะพบว่าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงอยู่กับเขาในทุกๆ ที่ ทุกการกระทำ คอยปกป้อง คุ้มครอง คอยช่วยเหลือ คอยแนะนำแนวทาง)

 

         ท่านอิบนฺร่อญับ กล่าวว่า จากการปกปักรักษา คือ การปกปักษ์คุ้มครองบ่าวให้อยู่ในศาสนาและอีมาน และชีวิตของเขาก็จะปลอดภัยจากซะฮะวาต และสิ่งฮะรอม และในขณะเขาตายเขาก็จะตายในสภาพที่เป็นมุสลิม และผู้ใดที่ปกป้องรักษาอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ในขณะที่เขาเป็นหนุ่มและแข็งแรง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็จะทรงปกป้องรักษาเขาเมื่อเขาแก่ชรา และอ่อนแอลง พระองค์จะประทานแก่เขาซึ่งสายตา การได้ยิน พลังและสติปัญญา

 

          เราจะเห็นอุละมาอฺบางท่านที่มีอายุมาก อายุใกล้ร้อยปี แต่ว่ายังมีสุขภาพดี สมองดี สายตาดี นี่ก็เพราะสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้ตอนที่เป็นหนุ่ม 

          พวกเขากล่าวว่า เราได้รักษาอวัยวะต่างๆ ของเราให้ห่างไกล จากสิ่งบาปทั้งหลายเมื่อสมัยเราเป็นวัยหนุ่ม และในขณะนี้ในวัยชรา อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็ได้ทรงรักษามันไว้ให้แก่เรา

          และในทางตรงกันข้าม ผู้ใดที่ไม่รักษาอวัยวะต่างๆ ของเขาในวัยหนุ่ม เมื่อเขาแก่ชราลง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็จะไม่ทรงรักษามันไว้ให้แก่เขา เขาก็จะเลอะเลือน และอ่อนแอ

 

แปด ความบริสุทธิ์เป็นหนทางของการมีสุขภาพที่ดี

 

        บรรดาแพทย์ได้เห็นพ้องต้องกันว่า จำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับคนหนุ่มสาวว่า การรักษาตัวให้สะอาดบริสุทธิ์ นอกจากจะไม่ให้โทษแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับสุขภาพ และแพทย์บางคนได้กล่าวว่า การที่ให้สารที่หลั่งอยู่ในร่างกายคงอยู่ในต่อมเพศจะช่วยเหลือในการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่การที่ทำให้มันออกมาจะทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเลือด และการเจริญเติบโต

 

         ไม่มีทางป้องกัน หรือยารักษาให้กับสังคมปัจจุบันนี้อีกแล้ว นอกจากต้องกลับไปสู่บทบัญญัติของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง กลับไปสู่หลักการของศาสนาอันเที่ยงแท้ ศาสนาที่เหมาะกับทุกกาลเวลา ทุกยุค ทุกสมัย เมื่อใดก็ตามที่เราดำรงชีวิตตามขอบเขตของอิสลาม เราจะไม่มีวันพบการทำแท้งเถื่อน ศพทารกไม่มีพ่อแม่ เด็กถูกทิ้งตามสถานสงเคราะห์หรือการเรียกร้องแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ดังที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน อัลอิสลามเท่านั้น คือ ทางป้องกันและทางแก้ไข และอัลอีมานเท่านั้นที่จะทำให้เราไม่หลงทาง

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

เขาจะไม่ทำซินา ในขณะที่เขาทำซินา และเขาอยู่ในสภาพเป็นมุอฺมิน

     (คนหนึ่งคนใดจะไม่ทำซินา ในขณะที่เขามีอีมานอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจและถ้าหากเขาได้ทำไป นั่นเท่ากับอีมานของเขาไม่เต็มร้อย อีมานของเขาบกพร่อง)

        เมื่ออีมานนั้นถูกปลูกฝังอยู่ในหัวใจ และถูกเติมเต็มอยู่ในจิตใจและความรู้สึกของมุอฺมิน เขาก็จะไม่มีวันอาจหาญทำในสิ่งที่เป็นฮะรอม

 

        การอีมานต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นเกราะคุ้มภัย เป็นโล่ป้องกัน จากการทำความผิดบาป อีมานเป็นดั่งก้อนหินที่เมื่อความต้องการ ความชั่วช้า ความผิดบาปมาเจอหินนี้ หินนี้ก็จะกำจัดมันให้สลายไป และเมื่ออีมานอ่อนแอมากเท่าไร ความบังอาจ ฮึกเหิมที่จะละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ก็ยิ่งมีมากเท่านั้น 

        เราคิดหรือว่าผู้ที่เคารพอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เสมือนดั่งเขาเห็นพระองค์นั้นจะบังอาจทำความผิด และถึงแม้ว่าเขาอาจจะพลั้งเผลอทำความผิดไป เขาจะยืนกรานตั้งมั่นที่จะทำมันต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ? และอีมานที่อ่อนแอนี้เอง เป็นสาเหตุใหญ่จากสาเหตุต่างๆ ของการจมลงไปในดินโคลนแห่งความชั่วช้า

 

         ดังนั้น จงพยายามที่จะปลูกฝังรากฐานแห่งอัลอีมานไว้ในหัวใจของเรา และลูกหลานของพวกเรา และจงเลี้ยงดูพวกเขาให้มีความรักในอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และรักในร่อซูลของพระองค์ เพื่อที่ พวกเขาจะได้เติบโตใต้ร่มเงาแห่งอัลอิสลาม มีเกราะที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะเผชิญ และต่อสู้กับสภาพสังคมในปัจจุบัน

 

          ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงคุ้มครองเราทุกคนให้พ้นจากทุกสิ่งที่น่ารังเกียจ ให้พ้นจาก การล่อลวงของชัยฏอนมารร้าย และขอพระองค์ทรงให้เรามั่นคงอยู่บนหนทางที่ถูกต้องด้วยเถิด

 

 

ที่มา : อนุสรณ์งานประจำปี โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร 18 ธันวาคม 3255