อัลลอฮฺ คือ ผู้ทรงดูแล
  จำนวนคนเข้าชม  603


อัลลอฮฺ คือ ผู้ทรงดูแล

 

โดย อับดุลวาเอด สุคนธา

 

          อัลลอฮฺพระผู้ซึ่งอำนาจอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง พระผู้ทรงให้มีความตายและทรงให้มีความเป็น เพื่อจะทดสอบพวกเราว่าผู้ใดบ้างในหมู่พวกเราที่เป็นผู้ศรัทธาต่อพระองค์และมีผลงานดียิ่ง และพระองค์เป็นผู้ทรงมีอำนาจ ผู้ทรงให้อภัยเสมอ

 

          ใครก็ตามจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้วางแผนเพื่อจะทำร้ายท่านมุฮัมมัดศาสนฑูตของอัลลอฮฺ แต่อัลลอฮฺทรงแจ้งข่าวการวางแผนตามที่พวกเขาได้พูดกันในระหว่างพวกเขาว่า

 

وَأَسِرُّوا قَوْلَكُمْ أَوِ اجْهَرُوا بِهِ ۖ إِنَّهُ عَلِيمٌ بِذَاتِ الصُّدُورِ أَلَا يَعْلَمُ مَنْ خَلَقَ وَهُوَ اللَّطِيفُ الْخَبِيرُ هُوَ الَّذِي جَعَلَ لَكُمُ الْأَرْضَ ذَلُولًا فَامْشُوا فِي مَنَاكِبِهَا وَكُلُوا مِن رِّزْقِهِ ۖ وَإِلَيْهِ النُّشُورُ (13-15) سورة الملك

 

     “พวกเจ้าจะปิดบังคำพูดของพวกเจ้าหรือเปิดเผยมันก็ตาม แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก พระผู้ทรงสร้างจะมิทรงรอบรู้ดอกหรือ? พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วน ผู้ทรงตระหนักยิ่ง

     อัลลอฮฺ คือผู้ทรงทำแผ่นดินนี้ให้ราบเรียบสำหรับพวกท่าน ดังนั้นจงสัญจรไปตามขอบเขตของมัน และจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นการฟื้นคืนชีพ

 

          การช่วยเหลือของอัลลอฮ์ แก่บรรดามุสลิมเหนือศัตรูของพวกเขาที่ทำการระราน เป็นสัญญาที่จริงและเป็นคำพูดที่จริง โดยที่อัลลอฮ์ ได้ทรงสัญญาที่จะช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธา และพระองค์บอกพวกเขาว่าการช่วยเหลือของพระองค์นั้นใกล้มาแล้ว และการที่พระองค์ได้ให้การช่วยเหลือล่าช้านั้นก็ด้วยกับเหตุผลที่เหมาะสม และใครที่การศรัทธาของเขาเข้มแข็ง และมีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง เขาจะได้รู้ว่าการช่วยเหลือมันใกล้เข้ามาแล้ว

 

          เรื่องราวของนบีมูซา อะลัยฮฺสลาม และฟิรอูนเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ในประเด็นนี้ในซูเราะฮ์เกาะศ็อศได้กล่าวว่า ในเมื่อท่านนบีมูซา อะลัยฮฺสลาม เพิ่งได้ถือกำเนิดมา และอยู่ในครอบครัวที่ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ เลย แต่อำนาจและฟิรอูนอยู่ในขั้นที่ทหารของเขาสามารถนำข่าวสารจากบ้านทุกหลังมารายงานให้ฟิรอูนให้รับทราบ และพวกเขาจะฆ่าทารกที่ถือกำเนิดมาเป็นเพศชายอย่างเลือดเย็น

 

           การที่ท่านนบีมูซาได้ถือกำเนิดและอยู่รอดมาได้ในสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้นั้น พิสูจน์ให้เห็นว่า ความต้องการของพระผู้เป็นเจ้านั้นอยู่เหนือแผนการณ์ของผู้อธรรมทั้งหลายแน่นอน

 

ดังนั้นในซูเราะฮ์เกาะศ็อศได้กล่าวต่ออีกว่า:

 

وَأَوْحَيْنَا إِلَى أُمِّ مُوسَى أَنْ أَرْضِعِيهِ فَإِذَا خِفْتِ عَلَيْهِ فَأَلْقِيهِ فِي الْيَمِّ وَلَا تَخَافِي وَلَا تَحْزَنِي إِنَّا رَادُّوهُ إِلَيْكِ وَجَاعِلُوهُ مِنَ الْمُرْسَلِينَ * فَالْتَقَطَهُ آلُ فِرْعَوْنَ لِيَكُونَ لَهُمْ عَدُوًّا وَحَزَنًا إِنَّ فِرْعَوْنَ وَهَامَانَ وَجُنُودَهُمَا كَانُوا خَاطِئِينَ * وَقَالَتِ امْرَأَتُ فِرْعَوْنَ قُرَّتُ عَيْنٍ لِي وَلَكَ لَا تَقْتُلُوهُ عَسَى أَنْ يَنْفَعَنَا أَوْ نَتَّخِذَهُ وَلَدًا وَهُمْ لَا يَشْعُرُونَ * وَأَصْبَحَ فُؤَادُ أُمِّ مُوسَى فَارِغًا إِنْ كَادَتْ لَتُبْدِي بِهِ لَوْلَا أَنْ رَبَطْنَا عَلَى قَلْبِهَا لِتَكُونَ مِنَ الْمُؤْمِنِينَ * وَقَالَتْ لِأُخْتِهِ قُصِّيهِ فَبَصُرَتْ بِهِ عَنْ جُنُبٍ وَهُمْ لَا يَشْعُرُونَ * وَحَرَّمْنَا عَلَيْهِ الْمَرَاضِعَ مِنْ قَبْلُ فَقَالَتْ هَلْ أَدُلُّكُمْ عَلَى أَهْلِ بَيْتٍ يَكْفُلُونَهُ لَكُمْ وَهُمْ لَهُ نَاصِحُونَ * فَرَدَدْنَاهُ إِلَى أُمِّهِ كَيْ تَقَرَّ عَيْنُهَا وَلَا تَحْزَنَ وَلِتَعْلَمَ أَنَّ وَعْدَ اللَّهِ حَقٌّ وَلَكِنَّ أَكْثَرَهُمْ لَا يَعْلَمُونَ [القصص: 7-13].

 

* ( 7 ) และเราได้ดลใจแก่มารดาของมูซาจงให้นมแก่เขา เมื่อเจ้ากลัวแทนเขาก็จงโยนเขาลงไปในแม่น้ำ และเจ้าอย่าได้กลัวและอย่าได้เศร้าโศก แท้จริงเราจะให้เขากลับไปหาเจ้า และเราจำทำให้เขาเป็นหนึ่งในบรรดาร่อซูล

* ( 8 ) ดังนั้นบริวารของฟิรเอานได้เก็บเขาขึ้นมาเพื่อให้เขากลายเป็นศัตรู และความเศร้าโศกแก่พวกเขา แท้จริงฟิรเอาน และฮามานและไพร่พลของเขาทั้งสองเป็นพวกที่มีความผิด

* ( 9 ) และภริยาของฟิรเอานกล่าวว่า “(เขาจะเป็นที่) น่าชื่นชมยินดีแก่ดิฉันและแก่ท่าน อย่าฆ่าเขาเลย บางทีเขาจะเป็นประโยชน์แก่เรา หรือเราจะถือเขาเป็นลูกและพวกเขาหารู้สึกตัวไม่

* ( 10 ) และจิตใจของมารดาของมูซาได้คลายความวิตกกังวลลง นางเกือบจะเปิดเผยกับเขาหากเรามิได้ทำให้จิตใจของนางมั่นคง เพื่อที่นางจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ศรัทธา

* ( 11 ) และนางได้กล่าวแก่พี่สาวของเขาจงติดตามไปดูเขาดังนั้นเธอ (พี่สาวของมูซา) ได้เห็นเขาแต่ไกล โดยที่พวกเขาไม่รู้

* ( 12 ) และเราได้ห้ามเขาไว้ก่อนแล้วเรื่องแม่นม ดังนั้นเธอ (พี่สาวของมูซา) กล่าวว่าฉันจะชี้แนะชาวบ้านให้แก่พวกท่านเอาไหม?เพื่อคุ้มครองเขาแทนพวกท่าน และพวกเขาเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างดี

* ( 13 ) ดังนั้น เราจึงให้เขากลับไปหามารดาของเขา เพื่อที่จะเป็นที่น่าชื่นชมยินดีแก่นางและนางจะไม่เศร้าโศก และเพื่อนางจะได้รู้ว่า แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์นั้นเป็นจริง แต่ส่วนมากพวกเขาไม่รู้

 

     ดังในโองการ ซูเราะห์ ตอฮา อัลลอฮฺทรงกล่าวว่าเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องราวว่า

 

إِذْ أَوْحَيْنَا إِلَىٰ أُمِّكَ مَا يُوحَىٰ أَنِ اقْذِفِيهِ فِي التَّابُوتِ فَاقْذِفِيهِ فِي الْيَمِّ فَلْيُلْقِهِ الْيَمُّ بِالسَّاحِلِ يَأْخُذْهُ عَدُوٌّ لِّي وَعَدُوٌّ لَّهُ ۚ وَأَلْقَيْتُ عَلَيْكَ مَحَبَّةً مِّنِّي وَلِتُصْنَعَ عَلَىٰ عَيْنِي (سورة طه 38 39)

 

     “ โดยที่เราได้ดลใจให้มารดของเจ้าถึงสิ่งที่ถูกดลใจ โดยให้นางวางเขาลงในหีบ แล้วเอาไปปล่อยในแม่น้ำ (ไนล์) แล้วแม่น้ำก็ซัดเขาไปติดที่ชายฝั่ง (จากนั้น) ศัตรูของข้าและศัตรูของเขาก็จะเก็บเอาเขาไป และข้าก็ได้ให้ความรักจากข้าแก่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้รับการเลี้ยงดู ภายใต้การดูแลของข้า

 

          ครั้งเมื่ออัลลอฮฺทรงดลใจมารดาของท่านนบีมูซา อะลัยฮิสลาม เอาลูกน้อยวางใส่ในหีบใบหนึ่ง แล้วปล่อยลอยไปตามกระแสน้ำไนล์ ด้วยกับหัวอกคนเป็นแม่ ความรัก ความกลัวที่มันห่ออุ้มในใจของนางอันล้นพ้น ใครบ้างกล้าทำเช่นนี้ ใครบ้างที่เอาลูกรักปล่อยลงแม่น้ำไป ครั้งสุดท้าย หอมแก้มทารกน้อยกลิ่นไอความรักในทรวงอกมันต้องสลาย เมื่อต้องจากลูกน้อย และสิ่งเดียวที่นางสามารถทำเช่นนี้ได้ เพราะนางนั้นเชื่อมั่นในสิ่งที่พระเจ้า(อัลลอฮฺ)ทรงดลใจให้นาง นั่นคือการทดสอบอันยากลำบากที่เกิดขึ้นแก่นาง โดยเฉพาะคนเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่สำหรับนางนั้น การทดสอบของนางผ่านมันไปได้

 

          หัวใจที่อ่อนไหว จากความกลัว ความเศร้าโศกมันวนอยู่ในทรวงอกของนาง ความน่าเอ็นดูของลูกน้อยกำลังจากหายไป เหมือนดั่งโลกใบนี้นางได้ลืมทุกอย่าง เว้นแต่ชีวิตของลูกน้อยคือท่านนบี มูซาเท่านั้น

          ท่านซะฮีด บิน ญูบีร กล่าวถึงสภาพของนางในขณะนั้น ดั่งคนไร้สติปัญญา ขาดสมาธิ นางได้ตระหนก วิตกกังวล คนทีมีจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันโดดเดี่ยว ดังที่อัลลอฮฺทรงกล่าวไว้ในชูเราะ อิบรอฮีม ว่า

 

: ﴿ وَأَفْئِدَتُهُمْ هَوَاءٌ [إبراهيم: 43]

 

และจิตใจของพวกเขาลอย

 

     อัลลอฮฺทรงดลใจให้นางนั้นมีความอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า

 

﴿ وَأَصْبَحَ فُؤَادُ أُمِّ مُوسَى فَارِغًا إِنْ كَادَتْ لَتُبْدِي بِهِ لَوْلَا أَنْ رَبَطْنَا عَلَى قَلْبِهَا لِتَكُونَ مِنَ الْمُؤْمِنِينَ [القصص: 10]

 

     “และจิตใจของมารดาของมูซาได้คลายความวิตกกังวลลง นางเกือบจะเปิดเผยกับเขา หากเรามิได้ทำให้จิตใจของนางมั่นคง เพื่อที่นางจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ศรัทธา

 

          พระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้นทรงประทานสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นจากความเข้มแข็งในจิตใจของนาง สามารถทำให้นางนั้นดึงเต้านมของนางออกจากปากของเด็กน้อย เอาใส่ลงในหีบ คลื่นแม่น้ำซัดฝั่งตลิ่งไปมาทำให้หีบนั้น สูงต่ำตามจังหวะด้วยกับการดูแลภายใต้อำนาจของผู้ทรงสูงส่ง 

 

          และได้ทรงนำหีบเด็กน้อยนั้นไปยังราชวังของ ฟาโรห์ กษัตริย์ผู้อ้างตนเป็นพระเจ้า ครั้งเมื่อเหล่าทหารเปิดหีบ ทันใดนั้นเห็นเด็กน้อย แววตาดังจันทร์เต็มดวง มีความน่ารัก น่าเอ็นดู ใครเห็น ใครก็ชอบซึ่งแตกต่างกับเด็กทารกคนอื่นๆ ความน่าประลาดใจเกิดขึ้น พวกเขาต่างพูดกันว่า เด็กน้อยมาอยู่ในหีบนี้ได้อย่างไร

 

          ทุกคนที่เห็นเด็กคนนี้ต่างมีความหลงใหล หลงรัก แน่นอนอัลลอฮฺทรงอำนาจ ทรงดลบันดาลให้กับเด็กคนนี้และทุกคนที่พบเห็นให้เกิดความรักน่าเอ็นดู ต่างพูดกันในทำนอง รักแรกพบ

 

     ผู้สร้างจะทรงมอบความรักให้กับใครก็ได้ตามความประสงค์ของพระองค์ ดังที่อัลลออฺกล่าวว่า

 

﴿ وَأَلْقَيْتُ عَلَيْكَ مَحَبَّةً مِنِّي [طه: 39]

 

และข้าก็ได้ให้ความรักจากข้าแก่เจ้า

 

     นักอัถถาธิบายกรุอ่าน กล่าวว่า ทุกคนที่เห็นท่านนบีมูซา ทำให้เกิดความรัก เพราะว่าอัลลอฮฺทรงมอบความรักให้กับเด็กน้อยคนนี้

     ท่านอิบนุ ญารีรฺ กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงมอบความเมตตาให้แก่ท่านนบีมูซา ใครก็ตามที่อัลลอฮฺรัก มนุษย์ก็จะรักเขาด้วยเช่นกัน

     ท่านอิบนุอับบาส กล่าวว่า ใครที่เห็นท่านนบีมูซาทำให้เกิดความรักแก่เขา

 

          แน่นอนหากว่าอัลลอฮฺไม่ประทานความรักจากพระองค์ให้แก่ท่านนบีมูซา เขาจะต้องถูกฆ่าเหมือนกับเด็กทารกคนอื่นๆ ความรักทำให้ฟาโรห์ละเว้นการฆ่าเด็กคนนี้

 

﴿ وَقَالَتِ امْرَأَتُ فِرْعَوْنَ قُرَّتُ عَيْنٍ لِي وَلَكَ لَا تَقْتُلُوهُ عَسَى أَنْ يَنْفَعَنَا أَوْ نَتَّخِذَهُ وَلَدًا [القصص: 9].

 

      และภริยาของฟิรเอานกล่าวว่า “(เขาจะเป็นที่) น่าชื่นชมยินดีแก่ดิฉันและแก่ท่าน อย่าฆ่าเขาเลย บางทีเขาจะเป็นประโยชน์แก่เรา หรือเราจะถือเขาเป็นลูกและพวกเขาหารู้สึกตัวไม่

 

          ท่านอิบนุกะซีร กล่าวว่า ในความเป็นจริงฟาโรห์ตั้งใจสั่งให้ฆ่าเด็กคนนี้เสีย มาจากกลุ่มชน บะนีอิสรออีล แต่ภรรยาชื่อ พระนางอาซียะฮ์ ภรรยาของฟาโรห์ได้ยับยั้งผู้เป็นสามี โดยนางกล่าวว่า เด็กคนนี้ น่าเอ็นดูทั้งฉันและท่านด้วย ฟาโรห์ ตอบว่า มันเป็นความต้องการและโปรดปรานแก่เธอ ไม่ใช่สำหรับฉัน เคล็ดลับนางอาซียะฮ์ พูดเสนอต่อผู้เป็นสามี อย่างแรก เราน่าจะเอามาให้ประโยชน์ได้ หรือไม่ก็ให้มาเป็นลูกโอรสของเรา เพราะเราไม่มีลูกเลย

 

บทสรุปเรื่องราวจะมาสะท้อนชีวิตของผู้ศรัทธา

 

     ♥ ความรักที่เกิดขึ้นในใจของนางได้พบกับเด็กน้อยคนนี้ เป็นทารกช่างน่ารักมาก ความประสงค์ของพระองค์สามารถทำให้จิตใจของฟาโรห์อ่อนไหวลง จากการฆ่ามาเป็นการอบรมเลี้ยงดูให้อยู่ในวังของเขาเอง

     ♥ หากพิจารณาการทดสอบผู้เป็นแม่ จับลูกน้อยใส่หีบแล้วโยนลงแม่น้ำแต่มันซ่อนเร้นด้วยความเมตตาของพระองค์ปกป้องท่านนบีมูซา

     ♥ อาวุธที่พระองค์ทรงให้กับท่านนบีมูซานั้นคือความรัก สามารถทำให้การฆ่ามาเป็นการดูแล เลี้ยงดู

     ♥ เกียรติที่ท่านนบีมูซาได้รับจากพระเจ้า

หนึ่ง พระองค์ทรงมอบความรักให้   

﴿ وَأَلْقَيْتُ عَلَيْكَ مَحَبَّةً مِنِّي [طه: 39].

และข้าก็ได้ให้ความรักจากข้าแก่เจ้า

สอง พระองค์ทรงปกป้องและดูแล

﴿ وَلِتُصْنَعَ عَلَى عَيْنِي [طه: 39].

เพื่อเจ้าจะได้รับการเลี้ยงดู ภายใต้การดูแลของข้า

สาม พระองค์ทรงเลือก และแต่งตั้งเป็นศาสดา

﴿ وَأَنَا اخْتَرْتُكَ فَاسْتَمِعْ لِمَا يُوحَى [طه: 13].

และข้าได้เลือกเจ้า ฉะนั้น จงตั้งใจฟังสิ่งที่ถูกวะฮี

﴿ قَالَ يَا مُوسَى إِنِّي اصْطَفَيْتُكَ عَلَى النَّاسِ [الأعراف: 144].

พระองค์ตรัสว่า โอ้มูซา! แท้จริงข้าได้เลือกเจ้าให้เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหลาย

 

          ถ้าอยากได้รับการดูแลและความรักจากพระเจ้าอย่างท่านนบีมูซา ก็จงดูแบบอย่างของท่านนบีมูซา อะลัยฮิสลาม