6 เหตุการณ์จากชีวประวัติท่านนบี ที่มุสลิมต้องทราบ
  จำนวนคนเข้าชม  733


6 เหตุการณ์จากชีวประวัติท่านนบี ที่มุสลิมต้องทราบ

 

อาบีดีณ. โยธาสมุทร สรุปและเรียบเรียง

 

6 เหตุการณ์จากชีวประวัติของท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวซั้ลลัม ที่มุสลิมต้องทราบ

 

بسم الله والحمد لله والصلاة والسلام على رسول الله وآله وصحبه أجمعين.

 

1. ข้อมูลแรกที่อัลลอฮฺทรงสั่งให้ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม มาแจ้งแก่ผู้คนคือ

 

          การแจ้งให้ยอมรับแต่โดยดีว่า เรื่องอิบาดะฮฺ (การสักการะ,เทิดทูน,วิงวอน...) เป็นสิทธิของอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว คนอื่นหรือสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระองค์ไม่มีใครมีสิทธิ์ในเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้น อย่าไปสักการะ,วิงวอนหรือภักดีต่อคนอื่นหรือสิ่งอื่นใดที่ไม่ใช่อัลลอฮฺเป็นอันขาด

         เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ท่านนบี ถูกสั่งให้มาบอกกล่าวแก่ผู้คน ทั้งๆที่ สังคมยุคนั้น ก็มีเรื่องเสื่อมๆ อีกตั้งหลายเรื่องที่พวกเขาทำกันอยู่ บางเรื่องก็เสื่อมจนไม่อยากจะพูดถึง

         แต่การที่อัลลอฮฺสั่งให้ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม เตือนคนในเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก มันแปลว่า สำหรับอัลลอฮฺ ตะอาลา ผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งขึ้นมาอย่างปราณีตและลงตัวแล้ว การประพฤติผิดในเรื่องนี้เป็นความเสื่อมที่ยิ่งกว่าความเสื่อมใดๆที่มีขึ้นทั้งหมดทั้งปวงเสียอีก

         และยังเป็นการบอกให้เราทราบอีกว่า เรื่องๆนี้ คือเรื่องที่เป็น ฐานรากของศาสนา ...โปรดเข้าใจ !

 

2. เหตุการณ์ตอนที่ท่านเริ่มทำการเผยแพร่

 

          ช่วงที่ท่านเริ่มเผยแพร่ใหม่ๆ ท่านเตือนให้ผู้คนรู้ถึงชิริกโดยภาพรวมและอธิบายให้ทราบว่ามันเป็นเรื่องที่อธรรมสุดๆ ผู้คนก็เห็นด้วยดีไม่มีปัญหาและก็ไม่ได้รู้สึกเอะใจเลยว่า จริงๆแล้วสิ่งที่พวกตนทำกันอยู่มันเข้าข่ายพฤติกรรมที่ท่านร่อซู้ล ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม บอกเอาไว้ว่ามันคือ ความอธรรมสุดๆ

          แต่เมื่อท่านได้เริ่มเอาข้อเท็จจริงเหล่านี้ เข้ามาจับกับชีวิตจริงของพวกเขา เริ่มบอกว่า การไปเชื่อถือ ล้าต เป็นชิริก การไปวอนขอต่ออุ้ซซาโดยเชื่อว่ามันคือสื่อกลางระหว่างพวกเขากับพระเจ้านั้น มันคือชิริก เริ่มบอกว่า สิ่งที่พวกเขากำลังทำกันอยู่มันคือ พฤติกรรมที่ไร้ความชอบธรรมที่สุด เท่านั้นแหละ กระแสต่อต้านก็เริ่มกระพือปีกทันที ความบาดหมาง, การก่อกวนและการใช้ความรุนแรง ก็เริ่มต้นขึ้น...

          เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า อิสลามของพวกเราแต่ละคนจะยังไม่ใช่อิสลามสายตรง(ถึงแม้เขาจะมีเตาฮีด และไม่เคยไปยุ่งกับชิริกจนกว่าเราแต่ละคนจะรู้สึกโกรธกริ้วและเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกที่ทำชิริกเสียก่อน

          และยังสอนให้เรารู้ว่า การทำแต่เพียงการนั่งสอนว่า ชิริก มันไม่ดีนะ บิดอะฮฺมันผิดนะ แต่ไม่ยอมชี้แจงให้ผู้เรียนได้ตระหนักกับสภาพความเป็นจริง และความผิดเพี้ยนต่างๆ ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้น สิ่งนี้ไม่ใช่วิถีที่ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม ได้ดำเนินไว้

 

3. เหตุการณ์ อั้ลฆ่อรอนี้ก 

 

     (จริงๆแล้วเหตุการณ์ นี้ นักวิชาการหลายท่าน แจ้งไว้ว่ามันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ด้วยกับหลายเหตุผลด้วยกัน ไว้ค่อยมาว่ากันคราวหลังอินชาอัลลอฮฺ )

          เรื่องราวโดยสรุปก็คือ ครั้งนึงท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวซั้ลลัม อ่านซูเราะฮฺ อั้นนั้จม์ ให้พวกมุชริกีนฟัง พออ่านถึงอายะฮฺที่พูดถึง พวกเจว็ดที่พวกมุชริกีนให้การเคารพ ปรากฏว่า มีไชยตอนเข้ามาอ่านแทรกและใส่ข้อความที่เป็นการรับรองว่า การวอนขอจากเจว็ดโดยคิดว่ามันเป็นเพียงสื่อกลางเฉยๆ ไม่ได้เชื่อว่ามันคือ พระเจ้าคู่กับอัลลอฮฺ เป็นเรื่องที่ทำได้

          พอพวกมุชริกีนได้ยินแบบนี้ ก็ดีใจเป็นตุเป็นตะ เห็นดีเห็นงานกับสิ่งที่ได้ฟัง จนถึงขั้นยอมร่วมก้มลงสุญูด ต่ออัลลอฮฺด้วย เมื่อท่านร่อซู้ล ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม อ่านจนจบซูเราะฮฺซึ่งมีอายะฮฺให้สุญูดสะญะดะอยู่

          เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ประเด็นผิดเพี้ยนของพวกมุชริกมักกะคือ เรื่องเกี่ยวกับอิบาดะฮฺ ที่พวกเขามองว่ามันเป็นเรื่องที่สิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่อัลลอฮฺก็มีสิทธิ์ได้รับเหมือนกันไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร ตราบใดที่พวกเขาเชื่อว่า พระเจ้ามีแค่องค์เดียว ผู้สร้างมีเพียงอัลลอฮฺเท่านั้น การมอบอิบาดะฮฺให้แก่ผู้อื่นที่ไม่ใช่อัลลอฮฺ ที่พวกเขากระทำกันก็ไม่ใช่อะไรที่น่าจะต้องมาตำหนิกัน สักนิด.. พวกเขาคิดอย่างนั้น.

          แต่อัลลอฮฺ เรียกสิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาทำกันว่า มันคือ ชิริก.!! ซึ่งชิริกเหมือนที่แจ้งไว้แล้วว่า มันคือ สิ่งที่ไร้ความชอบธรรมสุดๆ และก็น่าใจหายที่ยังมีมุสลิมอีกหลายคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ หรือไม่ค่อยจะพยายามเข้าใจเรื่องนี้

 

4. เรื่องเกี่ยวกับอบีตอลิบ ลุงของนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม

 

          เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราถึงแม้จะพยายามออกมาปกป้องและเชิดชูอิสลามขนาดไหน ถึงแม้จะบอกว่าชอบอิสลามรักมุสลิมมากเท่าไหร่ ... ถ้าไม่ยอมมาจำนนต่อศาสนาของอัลลอฮฺ ไม่ยอมมาประกาศตนเข้าเป็นมุสลิม ความรัก ความเสียสละและความทุ่มเทที่ทำไป ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาคนนั้นหลุดพ้นออกมาจากนรกได้แต่อย่างใด

 

5. เหตุการณ์เกี่ยวกับมุสลิมมักกะฮ์

 

          มุสลิมมักกะที่ไม่ยอมอพยพออกมา เพราะห่วงดุนยา จนสุดท้ายต้องถูกบังคับให้ออกมาร่วมทัพกับพวกมุชริกอย่างจนใจ จนในที่สุดก็มาถูกฆ่าตายในสงครามบั้ดร คนกลุ่มนี้แม้จะไม่ตกศาสนาแต่ก็ถูกคาดโทษไว้หนักในซูเราะฮฺ อันนิซ้าอฺ/97

          เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แค่มีเตาฮีดอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องทำด้วย ต้องทำตัวให้ตรงกับเตาฮีดที่มีด้วย

 

6. เหตุการณ์ ริดดะฮฺ หลังจากท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม เสียชีวิต คนหลายคนหลุดออกจากศาสนา

 

          บางคนเลิกจ่ายซะกาต บางคนเชื่อคนอ้างตนเป็นนบี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีกะลิมะฮฺอยู่ ยังละหมาดกันอยู่ คนพวกนี้ถูกบรรดาศ่อฮาบะฮฺฮุก่มว่าตกศาสนา หลุดจากการเป็นมุสลิมและถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูที่ต้องเร่งปราบปราม

          เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราแค่มีกะลิมะฮฺ อย่างเดียวไม่ได้แปลว่า เขาจะไม่มีทางหลุดออกจากศาสนา เพราะถึงแม้จะมีกะลิมะฮฺ แต่ถ้ามีความเชื่อ หรือ การกระทำ หรือ คำพูด ที่สวนทาง กับ กะลิมะฮฺ ชะฮาดะฮฺ ที่ปฏิญานออกมา คนๆนั้นก็ถูก ฮุก่มให้หลุดออกจากศาสนาได้เหมือนกัน โปรดรับรู้และระวังตัวไว้ !

 

กะลิมะฮฺไม่ช่วยอะไร ถ้าเจ้าตัวยังมั่ว และ ยังสวนทางกับศาสนาอยู่ !

 

 

ดู  ستة مواضع من السيرة / เชค มุฮัมหมัด บิน อับดิลวะฮ้าบ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ