ต้อนรับสู่เดือนรอมาฎอน
  จำนวนคนเข้าชม  262


ต้อนรับสู่เดือนรอมาฎอน

 

อ. อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาในวันอาคิเราะห์ที่เคารพรักทุกท่าน หนึ่งในหลักศรัทธาที่มุสลิมทุกคนจะต้องเชื่อมั่นอย่างแท้จริง นั้นคือการศรัทธาในวันโลกหน้าวันแห่งการตอบแทนความดีความชั่วผลกรรมที่มนุษย์ได้ทำเอาไว้

อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า

 

﴿ تِلْكَ الدَّارُ الْآخِرَةُ نَجْعَلُهَا لِلَّذِينَ لَا يُرِيدُونَ عُلُوًّا فِي الْأَرْضِ وَلَا فَسَادًا وَالْعَاقِبَةُ لِلْمُتَّقِينَ [القصص: 83].

 

     “นั่นคือที่พำนักแห่งปรโลก เราได้เตรียมมันไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ไม่ปรารถนาหยิ่งผยองในแผ่นดิน และไม่ก่อการเสียหาย และบั้นปลายย่อมเป็นของบรรดาผู้ยำเกรง

 

          ใครอยากมีความผาสุกในโลกหน้าจะมุงมั่นทำความดีและละทิ้งสิ่งที่เป็นความชั่วเพื่อจะได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮฺในโลกหน้าอย่างแน่นอน อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า

 

مَن كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الْآخِرَةِ نَزِدْ لَهُ فِي حَرْثِهِ ۖ وَمَن كَانَ يُرِيدُ حَرْثَ الدُّنْيَا نُؤْتِهِ مِنْهَا وَمَا لَهُ فِي الْآخِرَةِ مِن نَّصِيبٍ ( الشورى 20)

 

     “ผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของปรโลกเราจะเพิ่มผลตอบแทนของเขาแก่เขา และผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของโลกดุนยา เราจะให้แก่เขาบางส่วนในสิ่งนั้น และสำหรับเขาจะไม่ได้ส่วนใดอีกในปรโลก

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพรักทุกท่าน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เราท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชาติมุสลิมในทั่วทุกมุมโลก จะได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะผู้มีเกียรติผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งจะมาเยือน ซึ่งท่านผู้นี้จะแวะมาเยือนเราหนึ่งครั้งในรอบหนึ่งปี เป็นระยะเวลา 29-30 วัน เป็นผู้ที่จะนำมาซึ่งคุณความดีนานับประการมาสู่พวกเรา อาคันตุกะท่านนี้ มีนามว่า เศามุร่อมาฎอน หรือ การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เดือนอันประเสริฐ เป็นฤดูกาลที่พระองค์อัลลอฮฺทรงใช้ให้บ่าวของพระองค์ ถือศีลอดในเดือนนี้ ดังที่อัลลอตรัสไว้ในซูเราะห์ อัลบะเกาะเราะห์ อายะห์ที่ 183

 

((يَا أَيّهَا الذِيْنَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذَيْنَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُوْنَ)) البقرة/183

 

     “ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกบัญญัติแก่สูเจ้าทั้งหลาย เช่นเดียวกับที่ได้ถูกบัญญัติแก่ประชาชาติก่อนสูเจ้า เพื่อว่าสูเจ้าจะได้รับความตักวายำเกรง

 

ท่านนบี กล่าววว่า 

يَابَاغِيَ الشَّرِّ أَقْصِرْ يَابَاغِيَ الْخَيْرِأَقْبِلْ فَقَدْأَتَاكُمْ شَهْرُرَمَضَانَ شَهْرُبَرَكَةٍ وَإِحْسَانٍ

 

     “โอ้ผู้ที่ล่วงล้ำเขตที่ต้องห้าม (ทำบาป) จงหยุดเถิด โอ้ผู้แสวงหาความดีโปรดมุ่งหน้าปฏิบัติ ความจริงเดือนรอมาฎอน เดือนแห่งสิริมงคล และคุณธรรมมาเยือนพวกท่านแล้ว

 

     โอ้บรรดาผู้ศรัทธาแล้วทั้งหลาย สภาพมนุษย์แบ่งออกสามประเภท ครั้นเมื่อเดือนรอมาฎอนมาเยือน 

   ประเภทที่หนึ่ง ผู้ศรัทธา ครั้น เมื่อเดือนรอมฎอนมาถึง เขารู้สึกปิติยินดี มีความมุ่งมั่นจะทำความดี อยากมีชีวิตในเดือนอันทรงเกียรติ

   ประเภทที่สอง บุคคลที่เขามีความดีใจ ครั้นเมื่อเดือนรอมาฎอนมาถึง เพราะเขามุ่งหวังจะทำการค้าขายในเดือนนี้ เพื่อจะได้กำไรอย่างมากมาย เป็นเดือนแห่งการทำมาหากิน สร้างผลกำไร เงินทองมากมาย

   ประเภทที่สาม บุคคลที่เขามีความเสียใจ อึดอัด รู้สึกความเหน็ดเหนื่อย ครั้นเมื่อเดือนรอมาฎอนมาถึง ไม่อยากยืนละหมาด ไม่ต้องการอดข้าวอดน้ำ

 

          พวกท่านทั้งหลายจะอยู่ในจำพวกใด โอ้พี่น้องทั้งหลาย รอมฎอน เดือน แห่งการถือศิลอด ,การอ่านกรุอ่าน,การยืนละหมาด,การทำความดี,การบริจาคทาน,การขออภัยโทษ...จงรีบเร่ง เถิด โอ้ ผู้ศรัทธา ทั้งหลาย

 

     โอ้บ่าว ผู้ศรัทธา ทั้งหลาย แท้จริง เดือนรอมาฎอน สนามแห่งสร้างความดีเพื่อโลกหน้า พวกท่านพร้อมจะเพาะปลูกแล้วหรือยัง !

     โอ้บ่าว ผู้ศรัทธา ทั้งหลาย แท้จริง เดือนรอมาฏอน โอกาสสำหรับผู้จะกลับเนื้อกลับตัว พวกท่านพร้อมจะกลับตัวแล้วหรือยัง !

     เดือนรอมาฎอน เดือนแห่งความเมตตาและช่วยเหลือคนยากจน ความหิวจะทำให้บ่าวของพระองค์นั้นรับรู้ความหิวโหยแก่ผู้ยากจนและขัดสน

 

          ครั้งหนึ่งมีคนถามท่านนบี ยูซูฟ อะลัยฮิสลาม ท่านไม่มีความรู้สึกหิวบ้างเลยหรือ ท่านตอบว่า ถ้าหากฉันกินอิ่ม มันจะทำให้ฉันนั้นลืมคนที่กำลังหิวโหย

 

ความประเสริฐของเดือนรอมาฎอน

 

♥ บรรดาประตูของสวรรค์จะถูกเปิด และบรรดาประตูของนรกจะถูกปิด

 

ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

إِذَا جَاءَ رَمَضَانُ فُتِّحَتْ أَبْوَابُ الْجَنَّةِ وَغُلِّقَتْ أَبْوَابُ النَّارِ وَصُفِّدَتْ الشَّيَاطِينُ

เมื่อร่อมะฎอนมาถึง บรรดาประตูของสวรรค์จะถูกเปิด และบรรดาประตูของนรกจะถูกปิดและชัยฏอนถูกล่าม” 

(รายงานโดยมุสลิม)

 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

قَدْ جَاءَكُمْ رَمَضَانُ شَهْرٌ مُبَارَكٌ افْتَرَضَ اللهُ عَلَيْكُمْ صِيَامَهُ، يُفْتَحُ فِيهِ أَبْوَابُ الْجَنَّةِ، وَيُغْلَقُ فِيهِ أَبْوَابُ الْجَحِيمِ، وَيُغَلُّ فِيهِ الشَّيَاطِينُ، فِيهِ لَيْلَةٌ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ مَنْ حُرِمَ خَيْرَهَا فَقَدْ حُرِمَ

     "เดือนเราะมะฏอนได้มาถึงพวกท่าน ซึ่งเป็นเดือนอันมีความจำเริญยิ่ง อัลลอฮฺได้ทรงบัญญัติให้พวกท่านถือศีลอดในเดือนนี้

     เป็นเดือนที่ประตูสวรรค์ทุกบานจะถูกเปิด และประตูนรกทุกบานจะถูกปิด และบรรดาชัยฏอนจะถูกล่ามโซ่

     เป็นเดือนที่มีอยู่คืนหนึ่งประเสริฐกว่าหนึ่งพันเดือน ผู้ใดที่ไม่ได้ตักตวงในการกระทำความดีในคืนนั้น เขาผู้นั้นจะไม่ได้รับความดีงามทั้งหมดจากคืนนั้น

(รายงานโดยอิหม่ามอะหฺมัด)

 

อัลลอฮฺ ตรัสว่า 

قال اللهُ : كلُّ عملِ ابنِ آدمَ لهُ إلا الصيامَ ، فإنَّه لي وأنا أُجْزي بهِ

การงานทุกอย่างของมนุษย์นั้นเป็นของเขา นอกจากการถือศีลอด แท้จริงมันเป็นของข้า และข้าจะตอบแทนมันเอง” 

(รายงานโดยบุคอรีย์และมุสลิม)

 

♥ การถือศิลอดเพียงหนึ่งวันทำให้เขานั้นออกห่างจากไฟนรกถึง เจ็ดสิบปี

 

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

«مَنْ صَامَ يَوْمًا فِي سَبِيلِ اللهِ بَعَّدَ اللهُ وَجْهَهُ، عَنِ النَّارِ سَبْعِينَ خَرِيفًا

ใครที่ถือศิลอดหนึ่งวันเพื่ออัลลออฺ ตะอาลา พระองค์ทรงทำให้ใบหน้าของเขานั้นออกห่างจากไฟนรก ถึง เจ็ดสิบปี

 

♥ การถือศีลอด คือ หนทางสู่สวนสวรรค์

 

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

«إِنَّ فِي الْجَنَّةِ بَابًا يُقَالُ لَهُ: الرَّيَّانُ، يَدْخُلُ مِنْهُ الصَّائِمُونَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ لَا يَدْخُلُ مَعَهُمْ أَحَدٌ غَيْرُهُمْ يُقَالُ: أَيْنَ الصَّائِمُونَ؟ فَيَدْخُلُونَ مِنْهُ، فَإِذَا دَخَلَ آخِرُهُمْ أُغْلِقَ فَلَمْ يَدْخُلْ مِنْهُ أَحَدٌ».

     “แท้จริง ในสวรรค์นั้นมีประตูหนึ่งมีชื่อเรียกว่า อัรฺ-ร็อยยาน ในวันกิยามะฮฺผู้ถือศีลอดจะเข้าสวรรค์จากประตูนี้ ไม่มีผู้ใดสักคนเข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา 

     จะมีเสียงถามขึ้นมาว่าไหนเล่าบรรดาผู้ถือศีลอด?’ (เพื่อเรียกให้พวกเขาได้เข้าสวรรค์จากประตูนี้

     แล้วพวกเขาก็จะยืนขึ้น ไม่มีผู้ใดสักคนเข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา เมื่อพวกเขาได้เข้าไปหมดแล้ว ประตูนี้ก็จะถูกปิด จึงไม่มีผู้ใดได้เข้าไปจากประตูนี้อีกนอกจากพวกเขา

     มีสำนวนเพิ่มเติมจากสายรายงานของอิบนุ มาญะฮฺว่าผู้ใดที่ได้เข้าจากประตูนี้ เขาจะไม่กระหายอีกเลยชั่วนิรันดร์” 

(รายงานโดย อัล-บุคอรีย์ มุสลิม อิบนุ มาญะฮฺ)

 

♥ การถือศิลอดและการอ่านกรุอ่าน จะเป็นสักขีพยามให้แก่บ่าวในวันกียามะฮฺ

 

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

«الصِّيَامُ وَالْقُرْآنُ يَشْفَعَانِ لِلْعَبْدِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ، يَقُولُ الصِّيَامُ: أَيْ رَبِّ، مَنَعْتُهُ الطَّعَامَ وَالشَّهَوَاتِ بِالنَّهَارِ، فَشَفِّعْنِي فِيهِ، وَيَقُولُ الْقُرْآنُ: مَنَعْتُهُ النَّوْمَ بِاللَّيْلِ، فَشَفِّعْنِي فِيهِ، قَالَ: فَيُشَفَّعَانِ»

     “การถือศีลอดและอัลกุรอานนั้นจะมาให้ความช่วยเหลือแก่บ่าวในวันกิยามะฮฺ

     การถือศีลอดจะพูดว่าโอ้ผู้อภิบาลแห่งข้า ข้าได้สกัดกั้นเขาจากอาหารและการสนองความใคร่ในยามกลางวัน ดังนั้นได้โปรดให้ข้าช่วยเหลือเขาด้วยเถิด’ 

     อัลกุรอานก็จะพูดว่าโอ้ผู้อภิบาลแห่งข้า ข้าได้สกัดกั้นเขาจากการหลับนอนในยามค่ำคืน ดังนั้นได้โปรดให้ข้าช่วยเหลือเขาด้วยเถิดแล้วทั้งสองก็ได้รับอนุญาตเพื่อให้ความช่วยเหลือ

 (รายงานโดย อะหฺมัด)

 

♥ การถือศิลอดจะลบล้างความผิด

 

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

«مَنْ صَامَ رَمَضَانَ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ»

ใครที่ถือศิลอดด้วยกับความศรัทธาและหวังในผลตอบแทนความผิดของเขาที่ผ่านมานั้นจะถูกลบล้าง

(บันทึกโดย อะหมัด ติรมีซีย์)

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านได้กล่าวว่า

«الصَّلَوَاتُ الْخَمْسُ وَالْجُمُعَةُ إِلَى الْجُمُعَةِ وَرَمَضَانُ إِلَى رَمَضَانَ مُكَفِّرَاتٌ مَا بَيْنَهُنَّ إِذَا اجْتَنَبَ الْكَبَائِرَ»

     “ช่วงเวลาระหว่าง การละหมาดห้าเวลา และระหว่างวันศุกร์หนึ่งไปยังอีกศุกร์หนึ่ง และระหว่างรอมาฎอนหนึ่งไปยังอีกรอมาฎอนหนึ่ง จะลบล้างความผิดในช่วงระยะเวลาระหว่างนั้น หากว่าเขาออกห่างจากการทำบาปใหญ่” 

(รายงานโดยมุสลิม)

 

♥ มีคืนลัยละตุลก็อดร์

 

          ค่ำคืนหนึ่งของเดือนอันจำเริญนี้ และมันคือค่ำคืนที่อัลเลาะฮ์ได้ทรงประทานอัลกุรอานให้แก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และทำให้มันมีความพิเศษกว่าคืนอื่นๆ ทั่วไป พระองค์ได้ทรงตรัสอย่างชัดเจนถึงเรื่องนี้ในอัลกุรอาน และอธิบายลักษณะของมันว่ามีความบะร่อกะฮ์ และดีกว่าคืนอื่นๆ ถึง หนึ่งพัน เดือน

อัลลอฮ์ ตรัสว่า

إِنَّا أَنْزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةٍ مُبَارَكَةٍ إِنَّا كُنَّا مُنْذِرِينَ

แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอันจำเริญ แท้จริงเราเป็นผู้ตักเตือน” 

[อัดดุคอน: 3]

 

และพระองค์ทรงตรัสเช่นกันว่า

إِنَّا أَنْزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْر وَمَا أَدْرَاكَ مَا لَيْلَةُ الْقَدْر لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ تَنَزَّلُ الْمَلائِكَةُ وَالرُّوحُ فِيهَا بِإِذْنِ رَبِّهِمْ مِنْ كُلِّ أَمْرٍ سَلامٌ هِيَ حَتَّى مَطْلَعِ الْفَجْرِ

แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืน อัลก็อดร์ และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ได้ว่า คืนอัลก็อดร์นั้นคืออะไร

คืนอัลก็อดร์นั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน บรรดามะลาอิกะอ์และอัรรูห์ (ญิบรีล) จะลงมาในคืนนั้น

โดยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขา เนื่องจากกิจการทุกสิ่ง คืนนั้นมีความศานติจนกระทั่งรุ่งอรุณ” 

[อัลก็อดร์: 1-5]

 

          และความหมายก็คือ การปฏิบัติอะมัลที่ดีงามในคืนนี้ดีกว่าการปฏิบัติอะมัลในหนึ่งพันเดือนที่ไม่มีคืนลัยละตุลก็อดร์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะอัลลอฮ์ ตะอาลา ประสงค์ให้คืนนี้มีประเภทต่างๆ ของความดีงามและบะร่อกะฮ์ มีคุณประโยชน์และการประทานริสกีต่างๆ มากมาย

 

วิถีชีวิตชนชาวสลัฟกับการตอบรับเดือนรอมาฎอน

 

   ท่าน อิบนุ ร่อญับ กล่าวว่า มันไม่ใช่การแจ้งข่าวดีหรอกหรือ สำหรับผู้ศรัทธาที่บรรดาประตูต่างๆของสวนสวรรค์จะถูกเปิด... มันไม่ใช่การแจ้งข่าวดีหรอกหรือ สำหรับผู้กระทำผิด ที่บรรดาประตูต่างๆของนรกจะถูกปิด... มันไม่ใช่การแจ้งข่าวดีหรอกหรือ สำหรับผู้มีสติปัญญาในช่วงเวลาซัยตอนจะถูกล่ามโซ่... ไม่มีเวลาใดเป็นดังเช่นเวลานี้อีกแล้ว

 

   มุอัลลา บิน อัลฟัฏลฺ กล่าวว่า พวกเขาเฝ้าวิงวอนดุอาต่ออัลลอฮฺ หกเดือนเพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ในเดือนรอมาฎอน ต่อมา พวกเขาเฝ้าวิงวอนดุอาต่ออัลลอฮฺอีก หกเดือนเพื่อให้การงานของพวกเขานั้นถูกตอบรับ ที่ อัลลอฮฺ

 

   ท่าน ซุฟยาน อัสเสารีย์ กล่าวว่า ครั้นเมื่อเดือนรอมาฎอนมาถึง ท่านจะละทิ้งการงานทุกอย่าง และจะมุ่งมั่นอ่านกรุอ่านอย่างเดียว

 

ใครที่ละเลยต่อการละหมาดโปรด จงกลับตัวไปสู่อัลลอฮฺ ในเดือนรอมาฎอนนี้

ใครที่ทำความผิด จงรีบขออถัยโทษต่ออัลลอฮฺในเดือนรอมาฎอนนี้


คุตบะฮ์วันศุกร์