นบีซะกะรียา อะลัยฮิสสลามกับการขอบุตร
  จำนวนคนเข้าชม  156


นบีซะกะรียา อะลัยฮิสสลาม กับการขอบุตร

แปลเรียบเรียงโดย อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

          อัลลอฮฺ ทรงกล่าวเรื่องราวต่างๆของบรรดานบีในอัลกรุอ่านเพื่อจะให้เรานั้นเรียนรู้เพื่อนำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และข้อคิด ข้อเตือนใจสำหรับบ่าวของพระองค์

 

อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า

(فَاقْصُصِ الْقَصَصَ لَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ) (الأعراف: 176)

ดังนั้นเจ้าจงเล่าเรื่องราวเหล่านั้นเถิด เพื่อว่าพวกเขาจะได้ใคร่ครวญ

 

อัลลอฮฺทรงหยิบยกเรื่องราวนบีซะกะรียา อะลัยฮิสสลามกับการขอบุตร

 

อัลลอฮฺ ทรงกล่าวว่า

وَزَكَرِيَّا إِذْ نَادَىٰ رَبَّهُ رَبِّ لَا تَذَرْنِي فَرْدًا وَأَنتَ خَيْرُ الْوَارِثِينَ فَاسْتَجَبْنَا لَهُ وَوَهَبْنَا لَهُ يَحْيَىٰ وَأَصْلَحْنَا لَهُ زَوْجَهُ ۚ إِنَّهُمْ كَانُوا يُسَارِعُونَ فِي الْخَيْرَاتِ وَيَدْعُونَنَا رَغَبًا وَرَهَبًا ۖ وَكَانُوا لَنَا خَاشِعِينَ

     “และจงรำลึกถึงเรื่องราวของซะกะรียา เมื่อเขาได้ร้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า

     ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์อยู่อย่างเดียวดาย และพระองค์เท่านั้นเป็นผู้สืบมรดกอันดียิ่ง

     ดังนั้น เราได้ตอบรับการร้องเรียนแก่เขา และเราได้ประทานบุตรแก่เขาคือ ยะฮฺยา และเราได้ปรับปรุงแก้ไขภริยาของเขาให้เป็นปกติแก่เขา

     แท้จริงพวกเขาแข่งขันกันในการทำความดี และพวกเขาวิงวอนเราด้วยความหวังในความเมตตาของเรา

     และด้วยความกลัวต่อการลงโทษของเรา และพวกเขาเป็นผู้ถ่อมตัวเกรงกลัวต่อเรา

( ซูเราะฮฺ อัล อัมบิยาอฺ 89-90 )

 

อัลลออฺ ทรงกล่าวในซูเราะห์มัรยัม ว่า

ذِكْرُ رَحْمَتِ رَبِّكَ عَبْدَهُ زَكَرِيَّا

     “(นี่คือ) การกล่าวถึงเมตตาธรรมแห่งพระเจ้าของเจ้า ที่มีต่อซะกะรียาบ่าวของพระองค์

إِذْ نَادَىٰ رَبَّهُ نِدَاءً خَفِيًّا

     “เมื่อเขาวิงวอนต่อพระเจ้าของเขา ด้วยการวิงวอนอย่างค่อย

قَالَ رَبِّ إِنِّي وَهَنَ الْعَظْمُ مِنِّي وَاشْتَعَلَ الرَّأْسُ شَيْبًا وَلَمْ أَكُن بِدُعَائِكَ رَبِّ شَقِيًّا

     “เขากล่าวว่าข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงกระดูกของข้าพระองค์อ่อนแล้ว และศีรษะก็มีประกายหงอกแล้ว และมิเคยปรากฏเลยว่าการวิงวอนของข้าพระองค์ต่อพระองค์นั้นไร้ผล โอ้ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์

وَإِنِّي خِفْتُ الْمَوَالِيَ مِن وَرَائِي وَكَانَتِ امْرَأَتِي عَاقِرًا فَهَبْ لِي مِن لَّدُنكَ وَلِيًّا

     “ และแท้จริงข้าพระองค์กลัวลูกหลานของข้าพระองค์ ภายหลัง (การตายของ) ข้าพระองค์ และภริยาของข้าพระองค์ก็เป็นหมันด้วย ดังนั้นขอพระองค์ทรงโปรดประทานทายาที่ดีจากพระองค์แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด

يَرِثُنِي وَيَرِثُ مِنْ آلِ يَعْقُوبَ ۖ وَاجْعَلْهُ رَبِّ رَضِيًّا

     “ผู้ซึ่งจะสืบทายาทแทนข้าพระองค์ และสืบทายาทจากตระกูลของยะอ์กูบ และขอพระองค์ทรงโปรดให้เขาเป็นที่โปรดปรานด้วยเถิด ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์

 

          นบีซะกะรียา สืบเชื้อสายมาจากนบียะกู๊บ ที่สืบเชื้อสายมาจากลูกหลานของยะฮูซา บุตร นบียะกู๊บ นบีซะกะรียา ได้อุทิศตนเพียรบำเพ็ญภาวนา รำลึกถึงอัลลอฮฺอยู่สม่ำเสมอ ท่านเป็นผู้ที่อดทน มีความมั่นคงในการศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า นบีซะกะรียา มีภรรยาชื่อ อีชาอฺ บุตรี ฟากูด

 

          ขณะที่นบีซะกะรียามีอายุ 120 ปี และภรรยาของท่านมีอายุ 98 ปี ทั้งสองอยู่ในวัยชราภาพ แต่ทั้งสองก็ยังไม่มีบุตร ภรรยาของท่านบี ซะการีนั้น เป็นหมันตั้งแต่ยังสาว ซึ่งแตกต่างกับภรรยาของท่านนบีอิบรอฮีม คือท่านหญิงซาเราะห์ นางอยู่ในวัยชราซึ่งมีบุตรยาก ฉะนั้นภรรยาของท่านนบีซักการียาเป็นหมัน ไม่สามารถจะให้กำเนิดบุตรได้ นบีซะการียาวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้ประทานลูกกับเขาสักคนหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะตาย อัลลอฮฺทรงตอบรับคำวิงวอนของท่านพระองค์อัลลอฮฺทรงส่งมลาอิกะฮฺมาแจ้งแก่นบีซะกะรียาว่า

 

يَا زَكَرِيَّا إِنَّا نُبَشِّرُكَ بِغُلَامٍ اسْمُهُ يَحْيَىٰ لَمْ نَجْعَل لَّهُ مِن قَبْلُ سَمِيًّا

     มลาอิกะฮฺ : โอ้ ซะกะรียา เราจะแจ้งข่าวดีกับเจ้าว่า เจ้าจะมีบุตรชื่อยะฮฺยา

 

قَالَ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي غُلَامٌ وَكَانَتِ امْرَأَتِي عَاقِرًا وَقَدْ بَلَغْتُ مِنَ الْكِبَرِ عِتِيًّا

     นบีซะกะรียา : ข้าจะมีบุตรได้อย่างไร ในเมื่อภรรยาของข้าพระองค์ก็เป็นหมัน ส่วนข้าพระองค์ก็แก่ชราภาพมากแล้ว

 

قَالَ كَذَٰلِكَ قَالَ رَبُّكَ هُوَ عَلَيَّ هَيِّنٌ وَقَدْ خَلَقْتُكَ مِن قَبْلُ وَلَمْ تَكُ شَيْئًا

     มลาอิกะฮฺ : มันง่ายสำหรับพระเจ้าของท่าน ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ แท้จริงอัลลอฮฺได้ให้บังเกิดเจ้ามาก่อน ทั้งๆที่เจ้ายังไม่ได้มีอะไรเลย

 

قَالَ رَبِّ اجْعَل لِّي آيَةً ۚ قَالَ آيَتُكَ أَلَّا تُكَلِّمَ النَّاسَ ثَلَاثَ لَيَالٍ سَوِيًّا

     นบีซะกะรียา : แล้วข้าควรจะทำอย่างไรบ้างกับสัญญาณดังกล่าว

 

     มลาอิกะฮฺ : เจ้าจงอย่าพูดกับผู้คนเป็นเวลา 3 วัน แต่เจ้าสามารถอ่านคัมภีร์และกล่าวสดุดีต่อพระเจ้าได้ตลอดเวลา

 

فَخَرَجَ عَلَىٰ قَوْمِهِ مِنَ الْمِحْرَابِ فَأَوْحَىٰ إِلَيْهِمْ أَن سَبِّحُوا بُكْرَةً وَعَشِيًّا

     แล้วเขาได้ออกจากแท่นสวดมายังหมู่ชนของเขา และเขาได้ชี้ใบ้แก่พวกของเขาว่า พวกท่านจงกล่าวสดุดีในยามเช้าและยามเย็น

( ซูเราะฮฺ มัรยัม 6- 15)

 

         นบีซะกะรียา ไม่ได้พูดเป็นเวลา 3 วัน ช่วงชีวิตของท่านในเวลานั้นมุ่งสู่การกล่าวสดุดีพระเจ้าทั้งยามเช้าและยามเย็นเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นไม่นานภรรยาของท่านก็ให้กำเนิดบุตรชายน่ารัก เฉลียวฉลาด ท่านตั้งชื่อให้เด็กคนนั้นว่า "ยะฮฺยา" ยะฮฺยาเป็นเด็กน่ารัก

 

   ♦- อีชาอฺ ภรรยาของนบีซะกะรียา เป็นพี่สาวของฮันนะฮฺ ซึ่งเป็นแม่ของนางมัรยัม มารดาของนบีอีซา

 

   ♦- นบีซะกะรียา ได้ช่วยเลี้ยงดูมัรยัมตั้งแต่เล็ก ทุกครั้งที่นบีซะกะรียานำผลไม้ไปให้มัรยัม ท่านก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นผลไม้เป็นจำนวนมากวางเรียงรายอยู่ ซึ่งผลไม้ในฤดูหนาวแต่กลับมีในฤดูร้อน และผลไม้ในฤดูร้อนแต่กลับมาอยู่ในฤดูหนาว 

     ท่านจึงถามนางว่า ผลไม้เหล่านี้ได้มาจากไหน

     มัรยัมตอบว่า ผลไม้เหล่านี้มลาอิกะฮฺได้นำมาจากพระผู้อภิบาล พระองค์องค์อัลลอฮฺประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยไม่มีการคำนวณ 

     จากคำตอบของมัรยัม ทำให้นบีซะกะรียาฉุกคิดขึ้นมาว่า ท่านมีความปรารถนาที่จะมีบุตรไว้สืบทอด ท่านจึงหมั่นเพียรขอดุอาอฺ พระองค์อัลลอฮฺได้ตอบรับดุอาอ์ของเขา โดยให้บังเกิดบุตรชื่อนบียะฮฺยา

 

     พระองค์อัลลอฮฺทรงกล่าวถึงนบีซะกะรียา ในคัมภีร์อัลกุรอาน ดังต่อไปนี้

 

فَتَقَبَّلَهَا رَبُّهَا بِقَبُولٍ حَسَنٍ وَأَنبَتَهَا نَبَاتًا حَسَنًا وَكَفَّلَهَا زَكَرِيَّا ۖ كُلَّمَا دَخَلَ عَلَيْهَا زَكَرِيَّا الْمِحْرَابَ وَجَدَ عِندَهَا رِزْقًا ۖ قَالَ يَا مَرْيَمُ أَنَّىٰ لَكِ هَٰذَا ۖ قَالَتْ هُوَ مِنْ عِندِ اللَّهِ ۖ إِنَّ اللَّهَ يَرْزُقُ مَن يَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ

     “แล้วพระเจ้าของนางก็ทรงรับมัรยัมไว้อย่างดี และทรงให้นางเจริญวัยอย่างดีด้วยและได้ทรงให้ซะกะรียาอุปการะนาง 

     คราใดที่ซะกะรียาเข้าไปหานางที่อัลมิห์รอบ เขาก็พบปัจจัยยังชีพ อยู่ที่นาง 

     เขากล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย! เธอได้สิ่งนี้มาอย่างไร?

     นางกล่าวว่า มันมาจากที่อัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคิดคำนวณ

( ซูเราะฮฺ อาลิ อิมรอน 33)

 

ข้อคิดจากเรื่องนี้

· จะต้องอดทนต่อการขอดุอาอฺ

· ส่งเสริมขอดุอาอฺให้มีบุตรหลานที่ดี

· จะต้องเชื่อและศรัทธาต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียว

· ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในอำนาจของอัลลอฮฺ ทั้งสิ้น

· จะต้องรู้จักขอบคุญต่อสิ่งที่อัลลอฮฺประทานมาให้

· ส่งเสริมอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้า สอนให้เข้าใจศาสนา

· ขอบคุณอัลลอฮฺด้วยการ สรรเสริญ กล่าว ตัสเบี้ยมากๆๆ