การรักษาการละหมาด
  จำนวนคนเข้าชม  127


การรักษาการละหมาด

อับดุลวาเฮด สุคนธา เรียบเรียง

 

ความหมายและความสำคัญ

 

          การละหมาด คือ การเข้าเฝ้าอัลลอฮฺ ศาสนกิจอย่างหนึ่งในศาสนาอิสลาม มีเวลาละหมาด 5 เวลาต่อหนึ่งวัน เป็นการแสดงออกถึงความเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เริ่มด้วย กล่าวตักบีรฺ(อัลลอฮุ อักบัรฺ) จบด้วยการกล่าว สลาม (อัสสลามมุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุ้ลลอฮิ)

 

          การละหมาดเป็นรุก่น (หลักการ) ที่สองของรุก่นอิสลามทั้ง 5 ประการ และเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งรองลงมาจากการปฏิญาณตนเป็นมุสลิม เพราะการละหมาดคือเสาหลักของศาสนาที่มุสลิมทุกคนจะต้องช่วยกันรักษาและคงไว้ตราบใดที่ชีวิตยังมีอยู่

 

หลักการ

 

อัลลอฮฺ ตรัส ว่า :

حَافِظُواْ عَلَى الصَّلَوَاتِ والصَّلاَةِ الْوُسْطَى وَقُومُواْ لِلّهِ قَانِتِينَ

 

     “พวกเจ้าจงรักษาการละหมาดทั้งหลายไว้ และละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง (คือ ละหมาดอัศริ) และจงยืนละหมาดเพื่ออัลลอฮฺโดยนอบน้อม” 

(สูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 238)

 

ท่านนบีมุฮัมมัดซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

الصَّلواتُ الخَمْسُ، والجُمُعةُ إِلى الجُمُعَةِ، كفَّارةٌ لِمَا بَيْنهُنَّ، مَا لَمْ تُغش الكبَائِرُ

 

     “การละหมาดห้าเวลาและการละหมาดญุมอะฮฺ (ละหมาดวันศุกร์) หนึ่งไปยังอีกญุมอะฮฺหนึ่ง มีผลตอบแทนคือ อัลลอฮ์ จะทรงไถ่โทษ (ชำระบาป) ในทุก บาปที่ไม่ใช่บาปใหญ่

( บันทึกโดย มุสลิม และ ตีรมีซีย์)

 

การปฏิบัติ

 

     - จะต้องรักษาด้วยการปฏิบัติละหมาดห้าเวลา

     - จะต้องรักษาด้วยการปฏิบัติละหมาดตามแบบฉบับของท่านนบี

     - สำหรับบุรุษชายนั้นจำเป็นจะต้องไปละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิด

     - จำเป็นจะต้องละหมาดไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด หรือ สถานที่ใด ก็ตาม เช่น คนป่วย อัมพาต หรือ เดินทางบก ทางเรือ ทางอากาศ

 

ประโยชน์และคุณค่า

 

     - การละหมาด คือ หลักการข้อที่สองของรุก่นอิสลาม

     - การละหมาดคือการแสดงความเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺที่มุสลิมทุกคนต้องดำรงไว้อย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ

     - การละหมาด คือ การชำระล้างบาปและสิ่งสกปรกในจิตใจของมนุษย์ และยังเป็นเกราะกำบังจากการล่อลวงของชัยฏอนที่คอยชักจูงมนุษย์ในทางที่ผิด

     - การละหมาดเป็นแสงสว่างให้กับมนุษย์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

 

บทลงโทษของผู้ที่ละทิ้งการละหมาด

 

ท่านนบีมุฮัมมัดซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

     “มะลาอิกะฮฺสองท่านได้มาหาท่าน และกล่าวแก่ท่านว่า ลุกขึ้นไปกับเรา ท่านนบีก็ไปกับทั้งสอง เขาพาไปเห็นชายสองคน คนหนึ่งนอนตะแคงอยู่ ส่วนอีกคนหนึ่งยืนยกหินก้อนใหญ่ แล้วทุ่มลงไปที่หัวคนที่นอนอยู่ หัวของเขาแตก แล้วหินก็กลิ้งไป ชายผู้นั้นจึงตามไปหยิบหินก้อนนั้น เขาจะไม่กลับไปจนกว่าหัวที่แตกนั้นจะกลับเหมือนเดิน แล้วเขาก็เอาหินทุ่ม ลงไปอีก ทำอยู่อย่างนี้อย่างต่อเนื่อง

     ท่านนบี จึงกล่าวว่า (ซุบอานัลลอฮฺ) นี่มันโทษอะไรกันนี่...

     ในตอนท้ายของฮะดีษ มะลาอิกะฮฺ ก็เฉลยว่า นั่นแหละ คือโทษของคนอ่านกุรอานแล้วไม่ทำตาม และคนที่นอนไม่ละหมาดฟัรฎู

(โดยอิมาม บุคอรีย์)

 

ดุอาอฺให้บุตรรักษาการละหมาด

 

رَبِّ اجْعَلْنِي مُقِيمَ الصَّلاةِ وَمِنْ ذُرِّيَّتِي رَبَّنَا وَتَقَبَّلْ دُعَاءِ

 

"ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์

ขอพระองค์โปรดให้ข้าพระองค์และลูกหลานของข้าพระองค์ เป็นผู้ดำรงการละหมาด

โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์โปรดทรงตอบรับการวิงวอนด้วยเถิด"

( อายะที่ 40 ซูเราะห์ อิบรอฮีม)