รางวัลสำหรับผู้ถือศีลอด
  จำนวนคนเข้าชม  240


รางวัลสำหรับผู้ถือศีลอด

 

อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ขอให้เราได้ชุกูร ขอบคุณอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาที่โปรดให้เราได้มีชีวิตอยู่ตลอดเดือนเราะมะฎอนในปีนี้ และจนถึงขณะนี้ที่เดือนเราะมะฎอนได้จากเราไปแล้ว 

 

           ซึ่งในยุคแรกของอัลอิสลามนั้น การจากไปของเดือนเราะมะฎอนในแต่ละปีนั้น บรรดาสะละฟุศศอลิหฺ หรือบรรดาคนศอลิหฺ คนที่ยึดมั่นอยู่กับการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมในช่วง 300 ปีแรกของอัลอิสลามนั้น พวกเขาต่างใช้เวลาตลอด 6 เดือน หลังจากที่เดือนเราะมะฎอนจากไป เฝ้าวิงวอนขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลาให้ทรงตอบรับการถือศีลอดตลอดจนการทำอิบาดะฮฺต่าง ๆทั้งหมดของพวกเขา และใช้เวลาอีก 6 เดือนหลังจากนั้น เฝ้าวิงวอนขอดุอาอ์ให้พวกเขามีชีวิตยืนยาวจนได้พบกับเดือนเราะมะฎอนอีกในปีต่อไป อยากจะถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนกันอีก ..

 

           นี่ก็คือสิ่งที่บรรดาสะละฟุศศอลิหฺได้ปฏิบัติไว้ ซึ่งน่าจะเป็นเยี่ยงอย่างให้เราได้ปฏิบัติตามหลังจากเดือนเราะมะฎอนจากเราไปแล้ว ..ก็คือ ให้เราหมั่นขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ขอให้พระองค์ทรงตอบรับการถือศีลอดของเรา การละหมาดของเรา การอ่านอัลกุรอานของเรา การขอดุอาอ์ของเรา การบริจาคของเรา ตลอดจนการทำอิบาดะฮฺต่าง ทั้งหมดของเรา เพราะเมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงตอบรับ ก็หมายความว่า เราจะได้รับชีวิตที่ดีงามทั้งในโลกดุนยานี้ และในวันกิยามะฮฺ ในโลกอาคิเราะฮฺ เราก็จะไม่ขาดทุน เราจะไม่ล้มละลาย เราจะไม่หายนะ เพราะเรามีอิบาดะฮฺต่าง ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงตอบรับนั้น ได้มาช่วยเราให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษในไฟนรก 

 

          และอิบาดะฮฺเหล่านั้นที่เราลงทุนลงแรงทำไว้นั้น ก็จะเป็นสื่อที่ทำให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงเมตตาเรา และความเมตตาของพระองค์นั่นแหละที่จะนำเราไปสู่สวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

           เมื่อเราได้หมั่นขอดุอาอ์ให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงตอบรับการถือศีลอดของเรา ตลอดจนการทำอิบาดะฮฺต่าง ๆทั้งหมดของเราแล้ว ...ก็ให้เราหมั่นขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาให้เราได้มีชีวิตยืนยาวจนได้พบกับเดือนเราะมะฎอนในปีต่อไปอีก เพื่อที่จะได้มีโอกาสทำอิบาดะฮฺมาก อีก ทำเพื่อหวัง เพื่อปรารถนาให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงรัก ทรงเมตตาตัวเรา ....ดังนั้น ก็ขอให้เราได้ปฎิบัติตามในเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์แก่ตัวเราเองทั้งสิ้น

 

           การที่บรรดาสะละฟุศศอลิหฺต่างขอดุอาอ์อย่างมากมายดังกล่าวนี้ ก็เพราะพวกเขาต่างตระหนัก หรือต่างรู้ ต่างประจักษ์ถึงความสำคัญของการถือศีลอดและการทำอิบาดะฮฺต่าง ๆในเดือนเราะมะฎอน และต่างทราบถึงรางวัลตอบแทนอันล้ำค่าต่าง มากมายที่ผู้ถือศีลอดจะได้รับ ...สำหรับเราในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ถือศีลอด เราลองมาแจกแจงดูว่า การถือศีลอดของเรานั้น อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตั้งรางวัลตอบแทนอะไรไว้ให้แก่ผู้ถือศีลอดบ้าง ?

 

      ♣ ประการแรก เรามาดูอัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอบีหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

كُلُّ عَمَلِ ابْنِ آدَمَ يُضَاعَفُ الْحَسَنَةُ عَشْرُ أَمْثَالِهَا إِلَى سَبْعمِائَة ضِعْفٍ قَالَ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ إِلا الصَّوْمَ فَإِنَّهُ لِي وَأَنَا أَجْزِي بِهِ

 

     “ทุก ๆการงานของลูกหลานอาดัม(ก็คือมนุษยชาติทั้งหลาย)นั้น จะได้รับการตอบแทนหลายเท่า (สำหรับ)ความดีหนึ่งความดีจะได้รับรางวัลตอบแทน(อย่างน้อย ) 10 เท่า และอาจเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยไปจนถึง 700 เท่า (โดยที่ )อัลลอฮฺ อัซซะวะญัลได้ตรัสว่า ยกเว้น การถือศีลอด เพราะแท้จริงมันเป็นของข้า (ซึ่ง)ข้าจะตอบแทนมันเอง (เพราะเขานั้นได้ละทิ้งอาหารและอารมณ์ใคร่ใฝ่ต่ำเพราะข้า..)”

 

           รางวัลตอบแทนนี้เป็นรางวัลที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงกล่าวพาดพิงการถือศีลอดของบ่าวไปยังพระองค์ เพราะพระองค์ทรงบอกว่า พระองค์จะทรงตอบแทนรางวัลของผู้ถือศีลอดด้วยพระองค์เอง ซึ่งอิบาดะฮฺอย่างอื่น พระองค์ไม่ได้ทรงกล่าวเช่นนี้ แม้ว่าอิบาดะฮฺทุก ๆอย่างนั้นจะเป็นของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ประทานรางวัลตอบแทนอยู่แล้วก็ตาม

 

            ในเมื่อการงานทุกอย่างของมนุษย์ที่มนุษย์ปฏิบัตินั้นมันเป็นของเขาเอง ยกเว้นการถือศีลอดที่มนุษย์ปฏิบัตินั้น แต่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่ามันเป็นของพระองค์ เพราะการถือศีลอดนั้นเป็นอิบาดะฮฺที่บ่าวต้องทำเพื่อพระองค์อย่างแท้จริง ต้องมีอิคลาศอย่างแท้จริง ไม่มีใครรู้ถึงการถือศีลอดของเขาได้นอกจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลากับตัวเขาเท่านั้น เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า คนแต่ละคนที่เราเห็นว่าเขาถือศีลอดนั้น เขาอาจจะแอบไปดื่มน้ำดับกระหายโดยไม่มีใครรู้ก็ได้ ดังนั้น การถือศีลอดจึงเป็นอิบาดะฮฺที่บ่าวมอบแด่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา มันจึงเป็นของพระองค์อย่างแท้จริง

 

           มีคำอธิบายคำกล่าวที่ว่าการถือศีลอดเป็นของพระองค์ไว้ว่า... ในวันกิยามะฮฺ เมื่อกระบวนการสอบสวนดำเนินมาถึงช่วงของการคืนสิทธิระหว่างมนุษย์ด้วยกันนั้น มนุษย์คนใดที่ได้ไปล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งความดีของเขาหรือรางวัลการตอบแทนของเขาจะถูกมอบไปให้แก่ผู้ที่ถูกเขาล่วงละเมิดสิทธิ ยกเว้นรางวัลตอบแทนของการถือศีลอดที่จะไม่ถูกมอบสิทธิให้ จะไม่ถูกนำมาใช้ในการคืนสิทธิกันและกัน 

 

           เพราะการถือศีลอดของเขามันเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และพระองค์จะทรงเก็บไว้ตอบแทนแก่ผู้ถือศีลอดเอง นั่นหมายความว่า การถือศีลอดเป็นอิบาดะฮฺที่ไม่ได้อยู่ในส่วนหนึ่งของความดีที่จะได้รับรางวัลตอบแทนสิบเท่าเรื่อยไปจนถึง 700 เท่า เป็นอิบาดะฮฺที่เราไม่สามารถทราบได้เลยว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทรงตอบแทนอะไรบ้าง ทราบแต่เพียงว่า ต้องเป็นรางวัลที่พิเศษสุดที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาประทานให้แก่ผู้ที่ถือศีลอดเท่านั้น เพราะผู้ถือศีลอดถือเป็นบุคคลที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงให้เกียรติเป็นพิเศษ แม้แต่กลิ่นปากของผู้ถือศีลอด อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลายังทรงบอกว่า หอมยิ่งกว่ากลิ่นของชะมดเชียง

 

 

      ♣ ประการที่สอง อัลหะดีษดังกล่าวข้างต้นยังได้บอกอีกว่า

 

لِلصَّائِمِ فَرْحَتَانِ فَرْحَةٌ عِنْدَ فِطْرِهِ وَفَرْحَةٌ عِنْدَ لِقَاءِ رَبِّهِ ..

 

     “..สำหรับผู้ถือศีลอดจะได้รับความสุข 2 ครั้ง ครั้งแรกขณะที่เขาละศีลอด ครั้งที่สองก็คือ ได้พบกับพระเจ้าของเขา..”

 

           ผู้ที่ถือศีลอดมาตลอดทั้งวันเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ย่อมมีความหิว มีความกระหาย มีความอยากโน้นอยากนี้ แต่พวกเขาก็ยอมอดทน ยอมถือศีลอด ดังนั้น เมื่อถึงเวลาละศีลอด ก็ย่อมมีความสุขที่จะได้ดื่ม ได้รับประทานอาหาร เป็นความสุขกายสุขใจโดยธรรมชาติของคนเรา ส่วนความสุขประการที่สองก็คือ การได้พบกับพระเจ้าของเขา ...นี่คือรางวัลตอบแทนประการที่สองที่ผู้ถือศีลอดจะได้รับ ก็คือ ในวันกิยามะฮฺ เขาจะได้พบกับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาด้วยตัวของเขาเอง หรือด้วยสายตาของเขาเอง

 



     ♣ รางวัลตอบแทนประการที่สาม ก็คือ ได้รับรางวัลตอบแทนอย่างมากมายโดยไม่ต้องคำนวณนับ แสดงว่าได้รับอย่างมากมายจนไม่สามารถนับได้ถูกว่ามันเท่าไร 

           เรามาดูอัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัตติรมิซีย์ ที่กล่าวว่าเป็นหะดีษหะซัน คือหลักฐานอยู่ในระดับดี (หะดีษนี้มีอยู่ในบันทึกของอิมามอิบนุมาญะฮฺ และอิมามอะหฺมัด เช่นกัน) ...ส่วนชัยค์อัลอัลบานีย์ กล่าวว่าเป็นหะดีษเฎาะอีฟ คือหลักฐานอ่อน (อันเนื่องจากสายรายงานคนหนึ่งมีความบกพร่อง) โดยคำกล่าวที่ว่า

 

الصَّوْمُ نِصْفُ الصَّبْرِ

 

การถือศีลอดคือ ครึ่งหนึ่ง(หรือส่วนหนึ่ง)ของความอดทน

 

           ซึ่งโดยข้อเท็จจริงนั้น ตัวผู้ถือศีลอดเองจะพบว่า การถือศีลอดเป็นอิบาดะฮฺที่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เพราะต้องอดทนต่อความต้องการต่าง ๆของร่างกายในระยะเวลาที่ยาวนานหลายชั่วโมง เป็นความอดทนที่อุละมาอ์ได้รวมเอาความอดทนทั้ง 3 ประเภทไว้ในการถือศีลอด นั่นก็ได้แก่

 

     1.อดทนต่อการเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

     2.อดทนต่อการไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้ามของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

     3.อดทนต่อการกำหนดของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เป็นการอดทนในการเผชิญกับบททดสอบต่าง ...อดทนต่อความหิวโหย อดทนต่อความกระหาย อดทนต่อความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า อดทนสารพัดจะอดทน ..

 

           ซึ่งอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงกล่าวถึงผู้ที่มีความอดทนไว้ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัซซุมัร อายะฮฺที่ 10 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

إِنَّمَا يُوَفَّى ٱلصَّٰبِرُونَ أَجۡرَهُم بِغَيۡرِ حِسَابٖ

 

แท้จริง บรรดาผู้อดทนนั้นจะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนวณนับ

 

           เมื่อรางวัลตอบแทนของผู้อดทนจะได้รับอย่างมากมายโดยไม่ต้องคำนวณนับ ดังนั้น รางวัลตอบแทนของผู้ถือศีลอดก็เช่นกัน ต้องได้รับอย่างมากมายโดยไม่ต้องคำนวณนับเช่นกัน

 



      ♣ รางวัลตอบแทนประการที่สี่ ก็คือ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงตอบรับดุอาอ์ของพวกเขาในช่วงระยะเวลาที่เขากำลังถือศีลอดอยู่นั้น

          อัลหะดีษ( หะซัน ) ในบันทึกของอิมามอะหฺมัดและอิมามอัตติรมิซีย์ รายงานจากท่านอบีหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

ثلاثة لا ترد دعوتهم: الصائم حتى يفطر،

 

     “บุคคล 3 ประเภทที่การขอดุอาอ์ของพวกเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ (หนึ่งใน 3ประเภทก็ได้แก่) ผู้ถือศีลอดจนกระทั่งละศีลอด

 



     ♣ รางวัลตอบแทนประการที่ห้า ก็คือ ได้รับการอภัยโทษในความผิดต่าง

           อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอบีหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

مَنْ صَامَ رَمَضَانَ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ .

 

     “ผู้ใดถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนด้วยความศรัทธา(ว่าเป็นบทบัญญัติที่มาจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) และมีความหวัง(ว่าจะได้รับรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ดังกล่าวนี้ เขาจะได้รับการอภัยโทษในความผิดที่ผ่านมาของเขา

 



     ♣ รางวัลตอบแทนประการที่หก ก็คือ ได้เข้าสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทางประตูสวรรค์ที่มีชื่อว่าอัรรอยยาน

           อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์ รายงานจากท่านสะฮฺล อิบนุสะอ์ด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

إِنَّ فِي الجَنَّة بَابًا يُقَالُ لَهُ: الرَّيَّانُ، يدْخُلُ مِنْهُ الصَّائمونَ يومَ القِيامةِ، لاَ يدخلُ مِنْه أَحدٌ غَيرهُم،

 

     “แท้จริง สวรรค์(ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)นั้น มีประตูบานหนึ่งที่ถูกเรียกว่าอัรรอยยานซึ่งบรรดาผู้ถือศีลอด(เท่านั้นที่)จะได้เข้าทางประตูนี้ในวันกิยามะฮฺ ไม่มีใครสามารถผ่านเข้าประตูนี้ไปได้ นอกจากผู้ถือศีลอดเท่านั้น

 

 


     ♣ รางวัลตอบแทนประการที่เจ็ด ก็คือ การถือศีลอดจะมาขอชะฟาอะฮฺให้แก่เขาในวันกิยามะฮฺ มาช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากการลงโทษในไฟนรก

           อัลหะดีษ (เศาะฮีหฺ) ในมุสนัดของอิมามอะหฺมัด รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

 

 وَالشَّهَوَاتِ بِالنَّهَارِ، فَشَفِّعْنِي فِيهِ، : «الصِّيَامُ وَالْقُرْآنُ يَشْفَعَانِ لِلْعَبْدِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ، يَقُولُ الصِّيَامُ : أَيْ رَبِّ مَنَعْتُهُ الطَّعَامَ : «فَيُشَفَّعَانِ». وَيَقُولُ الْقُرْآنُ : مَنَعْتُهُ النَّوْمَ بِاللَّيْلِ فَشَفِّعْنِي فِيهِ»، قَالَ

 

     “การถือศีลอด(ของคนที่ถือศีลอด)และอัลกุรอาน (หมายถึงการอ่านอัลกุรอาน การทำความเข้าใจอัลกุรอานของคนที่อ่านอัลกุรอาน และการปฏิบัติตามสิ่งที่ปรากฏอยู่ในอัลกุรอาน

     (โดยที่)ศีลอดของเขาได้กล่าวว่า..โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้ห้ามเขาจากอาหารและความอยากได้ใคร่ดีในช่วงเวลากลางวัน ดังนั้น ขอพระองค์โปรดให้ข้าพระองค์ได้ช่วยเหลือเขา อันเนื่องมาจากการถือศีลอดของเขาด้วยเถิด.

     และอัลกุรอานก็จะกล่าวว่า..โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้หยุดยั้งเขาจากการหลับนอนในยามค่ำคืน ( คืออดนอนเพื่อละหมาดกิยามุลลัยน์) ดังนั้น ขอพระองค์โปรดให้ข้าพระองค์ได้ช่วยเหลือเขา อันเนื่องจากเหตุนี้ด้วยเถิด.. 

     แล้วทั้งสองก็ได้รับอนุญาตในการให้ความช่วยเหลือ

 

 


      ♣ รางวัลตอบแทนประการที่แปด ซึ่งจะขอนำมาเสนอเป็นประการสุดท้ายในโอกาสนี้ ก็คือ ผู้ถือศีลอดจะห่างไกลจากไฟนรก

          อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอบี สะอี๊ด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ฉันได้ยินท่านเราะซูรุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

: «مَنْ صَامَ يَوْمًا فِي سَبِيلِ اللهِ، بَعَّدَ اللهُ وَجْهَهُ عَنْ النَّارِ سَبْعِينَ خَرِيفًا».

 

ผู้ใดถือศีลอดหนึ่งวันในหนทางของอัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาห่างไกลจากไฟนรกถึง 70 ปี

 

 


          ทั้งหมดที่นำมาเสนอนั่นก็คือ รางวัลตอบแทนที่ผู้ถือศีลอดจะได้รับในการถือศีลอดของเขา เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมาเสนอในเวลาอันจำกัดนี้ เป็นรางวัลตอบแทนที่บรรดาสะละฟุศศอลิหฺต่างมุ่งมาดปรารถนาอยากจะได้ นอกจากรางวัลตอบแทนเหล่านี้แล้ว ยังมีรางวัลพิเศษที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า พระองค์จะทรงมอบให้เอง ซึ่งแน่นอน มันต้องเป็นรางวัลที่ล้ำค่าอย่างแน่นอน เพราะอย่างนี้เอง บรรดาสะละฟุศศอลิหฺจึงได้เฝ้าวิงวอนขอดุอาอ์ให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงรับการถือศีลอดของพวกเขา ..สำหรับเราก็เช่นกัน ต้องหมั่นขอดุอาอ์ให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงรับการถือศีลอดของเราเช่นกัน

 

          เดือนเราะมะฎอนในปีนี้จากไปแล้ว ..บางคนอาจจะดีใจว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดช่วยเหลือให้สามารถทำอิบาดะฮฺได้อย่างเต็มที่ หวังได้รับผลบุญที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย.แต่บางคนอาจเสียดาย เพราะคิดว่า ตัวเองทำไม่เต็มที่ อาจจะมีสาเหตุหลากหลายกันไป ..อาจจะสุขภาพไม่ดี อาจจะงานยุ่ง อาจจะย่อหย่อนไปหน่อย อย่างนี้แหละที่ให้เราขอดุอาอ์ให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราได้มีอายุยืนยาวไปจนได้พบเดือนเราะมะฎอนในปีถัดไป และได้มีโอกาสได้ถือศีลอดตลอดทั้งเดือน ได้มีโอกาสแก้ตัว ปีนี้อาจจะยังทำไม่ดี ปีหน้าก็อยากจะทำให้ดี ได้มีโอกาสฉกฉวยทำอิบาดะฮฺอีก ...

 

           ชีวิตของมุสลิมก็เป็นอย่างนี้แหละ ก้าวแล้วก็มีพลาด พลาดแล้วก็ขออิสติฆฟาร ขอเตาบะฮฺตัว ขอแก้ตัว ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา ...กว่าจะถึงเดือนเราะมะฎอนปีหน้า กว่าจะได้มีสถานะเป็นผู้ถือศีลอดอีก ก็อีกหลายเดือน ....ด้วยเหตุนี้ ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์จึงประทานการถือศีลอดซุนนะฮฺต่าง ๆมาให้เราได้ฉกฉวย ได้ขวนขวาย ได้ทำการถือศีลอดกัน ได้มีสถานะเป็นผู้ถือศีลอด ได้มีโอกาสรับรางวัลตอบแทนพิเศษจากพระองค์ตลอดทั้งปี ก็ขอให้เราได้ฉกฉวยกัน เริ่มตั้งแต่เดือนเชาวาลนี้เลย

 

     - ถือศีลอดเดือนเชาวาลหกวัน หลังจากถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนไปแล้ว โดยจะถือติดต่อกันทั้งหกวัน หรือไม่ติดต่อกันก็ได้ แต่ขอให้อยู่ในเดือนเชาวาลก็แล้วกัน

     - ถือศีลอดทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี

     - ถือศีลอดในวันอัยยามุลเบฏ คือวันที่ 13 – 14 – 15 ของทุก ๆเดือนอาหรับตามจันทรคติ

     - ถือศีลอดในช่วงเก้าวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ

     - ถือศีลอดในวันอาระฟะฮฺ

     - ถือศีลอดในวันอาชูรออ์ และอาจจะถือในวันตาซูอาอ์ด้วย (คือวันก่อนหรือหลังวันอาชูรออ์ 1 วัน)

     - ถือศีลอดส่วนใหญ่ของเดือนชะอ์บาน

 

          ก็ขอให้เราได้ฉกฉวยในการถือศีลอดซุนนะฮฺกัน เพราะรางวัลตอบแทนที่ผู้ศีลอดจะได้รับนั้น นอกจากที่เราทราบข้างต้นแล้ว ยังมีรางวัลพิเศษอีกด้วย เป็นรางวัลที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ มีอะไรบ้าง ไม่มีใครทราบนอกจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเท่านั้นที่ทรงทราบ

 

           สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราได้มีหัวใจที่รู้คุณ ได้ขอบคุณในความเมตตาที่พระองค์ทรงมอบให้ ขอพระองค์โปรดอภัยโทษในความผิดต่าง ๆของเรา โปรดทรงรับการถือศีลอดของเรา โปรดทรงรับการทำอิบาดะฮฺทุกอย่างของเรา โปรดให้เราได้มีชีวิตยืนยาวจนได้พบกับการถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนในปีต่อไป .......อามีน

 

 

( มัสญิดดารุ้ลอิหฺซาน บางอ้อ )