อิสลาม กับ การล่วงละเมิดทางเพศ
  จำนวนคนเข้าชม  61


อิสลาม กับ การล่วงละเมิดทางเพศ

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

          การล่วงละเมิดทางเพศเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทย ทั้งที่ปรากฏและไม่ปรากฏในสื่อ โรงเรียนคือสังคมจำลองที่สะท้อนปัญหาสังคมโดยรวม เช่น ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ผู้ใหญ่กับผู้น้อยในโรงเรียน ความสัมพันธ์ชาย-หญิงในโรงเรียน เช่น เด็กถูกกระทำจากผู้บริหาร จากครู ทำให้พ่อแม่เริ่มมองว่า โรงเรียนกลายเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลาน 

 

          เมื่อเกิดเหตุขึ้นและมีการตั้งองค์กร รณรงค์ในเรื่องการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศกันอย่างมากมาย เช่น การสอนเรื่องเพศศึกษาและสอนการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องและปลอดภัย แก่เยาวชนนักศึกษา ทางองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกัน ส่งเสริมให้ร้านสะดวกชื้อทั่วไป สามารถวางถุงยางอนามัยขายและจำหน่ายอย่างเปิดเผย และในยุคปัจจุบันมีตู้หยอดเหรียญสำหรับชื้อถุงยางอนามัยในสถานที่บันเทิง และตามสถาบันศึกษาทั่วประเทศเพื่อป้องกันโรค เป็นต้น

 

          หากเราลองมองมุมกลับแล้ว แน่นอนสิ่งเหล่านี้คือ การส่งเสริมการล่วงละเมิดทางเพศทางอ้อมเลยทีเดียว เพราะเขาป้องกันที่ปลายเหตุเท่านั้นเอง แค่ป้องกันเชื้อโรคและลูกคลอดออกมาถูกทิ้งขว้าง และไม่มีสัญญาณเชิงบวกในการแก้ปัญหาอย่างจริง เพื่อให้ความจริงปรากฏ กลายเป็นปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาตลอด

 

          วัฒนธรรมในโรงเรียนเอื้อให้เกิดปัญหาการคุกคามทางเพศ ตั้งแต่การหยอกล้อไปจนถึงการถูกเนื้อต้องตัว มีพื้นที่นัดพบระหว่างเด็กกับเด็ก ครูกับนักเรียน ไปจนถึงพื้นที่ในออนไลน์หรือพื้นที่ส่วนตัว และที่น่าเป็นห่วงคือ ระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากสถิติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีการฟ้องร้อง 53 รายที่เป็นข่าว แต่ตัวเลขที่ไม่เปิดเผยมีมากกว่านี้หลายเท่า ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน เกิดจาก ตัณหา ของมนุษย์ ที่นำไปสู่ปัญหาทางสังคม ในแง่ของกฎหมายได้บัญญัติความผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศในโรงเรียนไว้ 4 ข้อ ได้แก่

 

การข่มขืน กระทำชำเรา

ความผิดกระทำชำเรา

การกระทำอนาจาร

การพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร

 

          รศ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พบว่าในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เริ่มสูงขึ้น และอายุผู้ป่วยโดยเฉลี่ยต่ำลง 

          สำหรับประเทศไทย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(นอกจากโรคเอดส์)ที่เป็นมาก 5 อันดับแรก คือ โรคหนองใน โรคหนองในเทียม แผลริมอ่อน ริม ซิฟิลิส

 

          อิสลามคือศาสนาแห่ง พระผู้เป็นเจ้า นั้นคือ อัลลอฮฺ ผู้ทรงประทานคำสอนอัลกรุอ่านและศาสนฑูตมาเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แท้จริงอิสลามให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างมาก

 

 

อิสลามมีแนวทางแก้ปัญหา

 

     การผิดประเวณี คือ การทำอนาจารในอวัยวะเพศของผู้หญิงผู้ซึ่งเป็นที่ต้องห้ามสำหรับเขา

 

     ซินา คือ การผิดประเวณี ไม่ใช่เฉพาะการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การสัมผัส การมอง การอยู่กันตามลำพังระหว่าง ชาย-หญิง ซึ่งยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามหลักการของอิสลาม 

 

          ปัจจุบันซินา เกิดขึ้นมากมายทุกสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมอิสลามหรือ ศาสนาอื่น สังคมผู้ใหญ่หรือสังคมเด็ก-เยาวชน สังคม ไฮโซ-ดารา สังคมนักเรียน-นักศึกษา จึงเกิดความวุ่นวายต่าง ในสังคมที่เต็มไปด้วย ซินา จึงไม่แปลกใจเลย ที่ว่าอิสลามนั้น ได้ห้ามในเรื่องนี้ และได้ต่อสู้กับอาชญากรรมที่เป็นภัยต่อสังคมมาโดยตลอด 

 

          ผลเสียจากมัน คือตัวมาทำลายโครงสร้างของสังคมโลกใบนี้ในการรักษาเชื้อสายวงศ์ตระกูล รักษาความบริสุทธิ์ และรักษาสิ่งที่ศาสนาห้าม การผิดประเวณีจะรวมความชั่วช้าทั้งหลาย จะเปิดประตูสู่การละเมิดฝ่าฝืน และทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

 

 

บทบัญญัติเกี่ยวกับการผิดประเวณี

 

          การผิดประเวณีเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) และเป็นบาปใหญ่รองจากการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺและการฆ่าชีวิตผู้อื่นโดยไม่ถูกต้องและความผิดนั้นจะไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้นการผิดประเวณีกับผู้ที่มีสามี กับผู้ที่เป็นเครือญาติ (มะหฺรอม) กับภรรยาของเพื่อนบ้านจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงยิ่ง

อัลลอฮฺ ทรงกล่าวว่า

 

وَلَا تَقْرَبُوا الزِّنَا إِنَّهُ كَانَ فَاحِشَةً وَسَاءَ سَبِيلًا

 

"และจงอย่าเข้าใกล้การละเมิดประเวณี แท้จริงมันเป็นการลามกและหนทางที่ชั่วร้ายยิ่ง

(อัลอิสรออฺ : 32)

อัลลอฮฺ ทรงกล่าวว่า

 

( قُلْ إِنَّمَا حَرَّمَ رَبِّيَ الْفَوَاحِشَ مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَمَا بَطَنَ )

 

     “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า แท้จริงสิ่งที่พระเจ้าของฉันทรงห้ามนั้น คือบรรดาสิ่งที่ชั่วช้าน่ารังเกียจ ทั้งเป็นสิ่งที่เปิดเผยจากมันและสิ่งที่ไม่เปิดเผย

( อะรอฟ 33)

อัลลอฮฺ ตรัสว่า

 

( وَٱلَّذِينَ لَا يَدۡعُونَ مَعَ ٱللَّهِ إِلَٰهًا ءَاخَرَ وَلَا يَقۡتُلُونَ ٱلنَّفۡسَ ٱلَّتِي حَرَّمَ ٱللَّهُ إِلَّا بِٱلۡحَقِّ وَلَا يَزۡنُونَۚ وَمَن يَفۡعَلۡ ذَٰلِكَ يَلۡقَ أَثَامٗا يُضَٰعَفۡ لَهُ ٱلۡعَذَابُ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ وَيَخۡلُدۡ فِيهِۦ مُهَانًا )

 

     “และบรรดาผู้ที่ไม่ได้วิงวอนขอต่อเจ้าอื่นเคียงคู่กับพระองค์ และไม่ได้สังหารชีวิตหนึ่ง ที่อัลลอฮฺทรงห้ามเอาไว้ เว้นแต่ด้วยสิทธิอันชอบธรรม และไม่ได้ผิดประเวณี 

     และผู้ใดก็ตามที่ได้กระทำสิ่งเหล่านี้เขาได้พบกับความผิดอันมหันต์ การลงโทษของเขาในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายเท่า และเขาจะต้องอยู่ในนั้นอย่างอัปยศตลอดกาล

( อัลฟุรกอน อายะฮฺที่ 68-69)

 

จากอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ กล่าวว่า 

 

«أَنْ تَـجْعَلَ لله نِدّاً وَهُوَ خَلَقَكَ» قَالَ: قُلْتُ لَـهُ إنَّ ذَلِكَ لَعَظِيمٌ، قَالَ قُلْتُ ثُمَّ أَيٌّ؟ قَالَ: «ثُمَّ أَنْ تَقْتُلَ وَلَدَكَ مَـخَافَةَ أَنْ يَطْعَمَ مَعَكَ» قُلْتُ ثُمَّ أَيٌّ؟ قَالَ: «ثُمَّ أَنْ تُزَانِيَ حَلِيلَةَ جَارِكَ».

 

ฉันได้ถามท่านรอสูลุลลอฮฺ ว่า ความผิดอันใดที่ร้ายแรงที่สุด อัลลอฮฺ ?

ท่านตอบว่า การที่ท่านได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺในขณะที่พระองค์ได้ทรงสร้างบังเกิดท่าน 

ฉัน (อิบนุมัสอูด) ได้กล่าวว่า ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ 

ฉันถามว่า หลังจากนั้นความผิดอันใดอีก ?

ท่านตอบว่า การที่ท่านฆ่าลูกเพราะกลัวว่าจะเขาจะเอาอาหารของท่าน 

ฉันถามอีกว่า หลังจากนั้นความผิดอันใดอีก ?

ท่านตอบว่า การที่ท่านทำผิดประเวณีกับภรรยาของเพื่อนบ้านของท่าน

 (บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ และมุสลิม)

 

           จากอัลหะดีษที่กล่าวถึงการผิดประเวณี คือ บาปใหญ่ จากอบูฮุรอยเราะฮฺ ได้รายงานว่า ท่านเราะซูล(ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม)ได้กล่าวว่า

 

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : اجْتَنِبُوا السَّبْعَ الْمُوبِقَاتِ

قِيلَ يَا رَسُولَ اللَّهِ وَمَا هُنَّ قَالَ الشِّرْكُ بِاللَّهِ وَالسِّحْرُ وَقَتْلُ النَّفْسِ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ وَأَكْلُ مَالِ الْيَتِيمِ وَأَكْلُ الرِّبَا وَالتَّوَلِّي يَوْمَ الزَّحْفِ وَقَذْفُ الْمُحْصِنَاتِ الْغَافِلَاتِ الْمُؤْمِنَاتِ

 

     "พวกท่านจงหลีกห่างจากบาปใหญ่เจ็ดชนิด มีผู้กล่าวว่า มันคืออะไรบ้างครับท่านเราะซูล

     ท่านได้ตอบว่า มันคือ การทำชิริกต่ออัลลอฮฺ การยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้าม ยกเว้นด้วยความชอบธรรม(ตามหลักศาสนา) การกินทรัพย์เด็กกำพร้า การกินดอกเบี้ย การหนีทัพในวันประจัญหน้า และการใส่ร้ายหญิงสาวบริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องว่าทำซินา"

(รายงานโดยอิมามมุสลิม)

 

 

รูปแบบการ คุกคามทางเพศในสังคมยุคปัจจุบัน

 

     รูปแบบที่หนึ่ง การกระทำด้วยสายตา เช่น จ้องมองร่างกาย มองช้อนใต้กระโปรง จ้องมองหน้าอกจนผู้ถูกจ้องรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจ จนผู้ที่อยู่รอบข้างรู้สึกเช่นเดียวกัน

 

     รูปแบบที่สอง การกระทำด้วยวาจา เช่น วิพากษ์วิจารณ์รูปร่าง ทรวดทรงที่ส่อไปในทางเพศ ชักชวนให้กระทำการใดๆ ในที่ลับตา โดยผู้ถูกชักชวนไม่เต็มใจ การพูดเรื่องตลกในเรื่องทางเพศ การพูดจาแทะโลม พูดเรื่องลามก

 

     รูปแบบที่สาม การกระทำทางร่างกาย เช่น การสัมผัสรูปร่างผู้อื่น การลูบคลำการถูไถร่างกายผู้อื่นอย่างมีนัยทางเพศ การฉวยโอกาสกอดรัด การดึงคนมานั่งตัก การตามตื๊อโดยที่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย การต้อนเข้ามุม หรือขวางทางเดิน การส่งจูบ การเลียริมฝีปาก การทำท่าน้ำลายหก การแสดงพฤติกรรมที่สื่อไปในทางเพศโดยใช้มือหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย

 

     รูปแบบที่สี่ การแสดงรูปภาพ วัตถุ และข้อความที่เกี่ยวกับทางเพศ รวมถึงการเปิดภาพโป๊ในที่ทำงานหรือคอมพิวเตอร์ของตน การสื่อข้อความรูปภาพสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเรื่องเพศทางอินเตอร์เน็ต เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก

 

     รูปแบบที่ห้า การกระทำทางเพศที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เช่น การให้สัญญาที่จะให้ผลประโยชน์เช่นตำแหน่งหน้าที่การงาน ผลการเรียน การให้ทุน การเพิ่มเงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง การต่อสัญญาการทำงาน โดยการขอให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย หรือขอให้ทำอย่างอื่นเกี่ยวกับทางเพศ

 

          เมื่อกิยามะฮฺใกล้เข้ามาส่วนหนึ่งจากสัญญาณเล็ก จะมีการผิดประเวณี (ซินา) มากมาย

 

ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

لَيَكونَنَّ في أُمَّتي أقوامٌ يَستَحِلُّون الحِرَ والحريرَ والخمرَ والمعازِفَ

 

     “จะมีกลุ่มหนึ่งจากประชาชาติของฉันนั้น พวกเขาจะทำให้ การผิดประเวณี การสวมใส่ผ้าไหมของผู้ชาย การดื่มสุรา และการละเล่นเครื่องดนตรีกลายเป็นสิ่งที่ฮะลาลนั้นมันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

(บันทึกโดย อิมาม บุคอรีย์)

รายงานจากท่านอะนัส บิน มาลิก ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

مِنْ أشْراطِ السَّاعَةِ أنْ يُرْفَعَ العِلْمُ، ويَثْبُتَ الجَهْلُ، ويُشْرَبَ الخَمْرُ، ويَظْهَرَ الزِّنا.

 

     “จากบรรดาสัญญาณ(เล็ก) วันกียามะฮฺ ความรู้จะหายไป ความโง่เขลาจะปรากฏขึ้น การดื่มสุรา และมีการผิดประเวณีมากมาย

(บันทึกโดย มุสลิม)