วาญิบให้ทำลายเจว็ด
  จำนวนคนเข้าชม  624


วาญิบให้ทำลายเจว็ด

 

อบู รุก็อยยะฮ์ ....แปลเรียบเรียง

 

           หลักฐานในชะรีอะฮฺ ระบุว่า เป็นเรื่องวาญิบ ให้ทำลายบรรดารูปเคารพ (อัล อัศนาม / الأصنام )


 ตัวอย่างเช่น

 

     1 - ในศอฮีฮฺมุสลิม เลขที่ 969 รายงานว่า อบี ฮะญาจ อัลอะสะดี กล่าวว่า

ท่านอลี อิบนุ อบีฏอลิบ กล่าวกับฉันจะให้ฉันไม่ส่งท่าน ด้วยกับคำแนะนำเดียวกันกับที่ รสุลลุลลอฮฺ  ﷺ ส่งให้ฉันนะรึ

คืออย่าได้เหลือเจว็ดตนใดไว้ โดยไม่ได้ทำลายใบหน้าของมัน หรืออย่าได้เหลือสุสานใดๆ เว้นแต่จะปรับมันให้ราบ

 

     2 - ในศอฮีฮฺมุสลิม เลขที่ 832 รายงานจาก อุรวะฮฺ อิบนุ อะบะสะฮฺ ว่า ท่านกล่าวกับ นบียฺ  ﷺ : “ท่านถูกส่งมาเพื่อการใด?” 

ท่านนบียฺตอบฉันถูกส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ และ เพื่อทำลายบรรดาเจว็ด เช่นนั้นแหละ ที่พระองค์อัลลอฮฺจะถูกเคารพสักการะ โดยไม่มีสิ่งใดเป็นคู่ภาคีเคียงพระองค์

     จึงเป็นวาญิบให้ ทำลายพวกมัน เมื่อบรรดาเจว็ดเหล่านั้นถูกใช้สักการะแทนที่อัลลอฮฺ

 

     3 - ในศอฮีฮฺ บุคอรียฺ เลขที่ 3020 และ ศอฮีฮฺ มุสลิม เลขที่ 2476 รายงานว่า ญะรีร อิบนุ อับดิลละฮฺ อัลบะญาลี กล่าว:

     รสุลลุลลฮฺ ﷺ  ได้กล่าวกับฉัน “โอ้ ญะรีร จะช่วยฉันทุเลาลงจาก ซุล เคาะละเศาะฮฺ (ذِي الْخَلَصَةِ) ไหม?  

     ซุลเคาะละเศาะฮฺ คือเจว็ดรูปม้าของ เผ่าค็อษอะมะ (خَثْعَمَ) เรียกขานว่า อัลกะอฺบะตัล ยะมานียะฮฺ (كَعْبَةَ الْيَمَانِيَةَ) ได้ยินเช่นนั้น ฉันจึงเตรียมกำลังร้อย กับอีกห้าสิบทหารม้าจากเผ่าอะฮฺมะสะ (أَحْمَسَ) ซึ่งเป็นทหารม้าที่ช่ำชอง และจู่ๆฉันก็ไม่อาจนั่งหลังม้าได้อย่างมั่นคง ดังนั้น รสุลลุลลอฮฺ ﷺ  จึงตอกมือไปบนหน้าอกของฉัน จนฉันเห็นรอยนิ้วมือท่าน ﷺ  อยู่แนบอก 

แล้ว ท่าน ﷺ  กล่าวว่า :

 

 اللهم ثبته واجعله هاديا مهديا 

 

โอ้อัลลอฮฺ ! โปรดให้เขามั่นคง และให้เขาเป็นผู้ที่ชี้นำสู่สัจธรรม และเป็นผู้ได้รับทางนำด้วยเถิด

 

     หลังจากนั้น ท่านญะรีรก็มุ่งหน้าไปยังเจว็ดเหล่านั้น รื้อถอนออก และเผามันทิ้ง แล้วจึงส่งพลนำสารชื่อ อะบา อัรฏอฺ กลับไปยัง รสุลของอัลลอฮฺ  ﷺ  ในเนื้อความ กล่าวว่า 

     “ขอสาบานต่อผู้ที่ส่งความจริงมายังท่าน ﷺ  คือ อัลลอฮฺ ฉันจะไม่กลับมาหาท่าน จนกว่าเราได้ทิ้งมันไว้เช่นอูฐขี้เรื้อน (คือ ทุบ-ทำลาย รูปปั้นม้าเหล่านั้น)

     ได้ยินเช่นนั้น รสุลลุลลอฮฺ ﷺ   จึงอวยชัยแก่ม้าของเผ่าอะฮฺมะสะ และอัศวินที่ขี่มัน ห้าครั้ง

 

     อัลฮาฟิซ อิบนุ หะญัร กล่าวว่า หะดีษนี้บ่งว่า เป็นที่สั่งใช้ให้กำจัดสิ่งที่อาจถูกใช้เพื่อล่อลวงผู้คน (ให้หันไปกราบไหว้) ไม่ว่าจะเป็นอาคาร ผู้คน สิงสาราสัตว์ หรือสิ่งไม่มีชีวิต

 

     4 - ท่านนบียฺ  ﷺ ได้เคยส่ง ท่าน คอลิด อิบนุ วะลีด  رضي الله عنه ออกศึก เพื่อไปทำลาย เจว็ด อัล อุซซา (العزى)

 

     5 - และ ท่านนบียฺได้เคยส่ง ท่าน สอัด อิบนุซัยดฺ อัลอัชฮาลี   رضي الله عنه ออกศึก เพื่อไปทำลาย เจว็ดมะนาต (مناة)

 

     6 - และ ท่านนบียฺได้เคยส่ง ท่านอัมรฺ อิบนุ อาศ رضي الله عنه ออกศึก เพื่อไปทำลาย เจว็ดสุวาอฺ (سواع) 

 

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น หลังเหตุการณ์พิชิตมักกะฮฺ

 

[البداية والهاية 4/712، 776 ، 5/83 ، السيرة النبوية للدكتور علي الصلابي 2/1186 ].

 

         อิมามนะวาวียฺ กล่าวไว้ในชัรฮฺ มุสลิมเมื่อพูดถึงประเด็นการทำรูปเหมือน   (التصوير) มีการเห็นพ้องว่า ไม่อนุญาต ไม่ว่ารูปนั้นจะเกิดเงาหรือไม่ และจะต้องถูกเปลี่ยนรูปที่ให้เงานั้นจัดอยู่ในประเภทเดียวกับรูปปั้น

 

          ประเด็นที่พูดกันว่า บรรดาศอฮาบะฮฺ رضي ‏الله عنهم ไม่เห็นทำลายรูปปั้นเหล่านั้น ในแผ่นดินที่พวกท่านเคยพิชิตเลย

          คำพูดนี้ เป็นเรื่องทึกทักเอาเอง อันที่จริง บรรดาศอฮาบะฮฺของท่านนบียฺจะไม่เหลือเจว็ด หรือรูปปั้นตนใดไว้ (โดยไม่ทำลาย) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพวกมันยังถูกสักการะอยู่ในยุคของพวกท่าน และหากมีคนถาม เหตุใดศอฮาบะฮฺถึงได้เหลือรูปปั้นเก่าแก่ของพวกฟินีเชียน (الفينيقيين) และของพวกฟิรเอาน์ หรือกลุ่มชนอื่นๆเอาไว้ล่ะ

 

 

ตอบคำถามนี้ มีสามประเด็น

 

     1- เจว็ดเหล่านี้อาจตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในสถานที่ซึ่งศอฮาบะฮฺอาจเข้าไปไม่ถึง ตัวอย่างเช่น ตอนที่ศอฮาบะฮฺได้พิชิตอียิปต์ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกท่านได้เข้าไปถึงพื้นที่ทุกส่วนของดินแดนอียิปต์

 

 

     2- เจว็ดเหล่านี้ไม่ปรากฏให้เห็น เช่นว่ามันอาจอยู่ทับถมในสิ่งก่อสร้างของชนฟิรเอาวน์ ท่านนบียฺบอกกับเราว่า ให้เร่งผ่านไป เมื่อผ่านสถานที่ของกลุ่มชนที่ละเมิด และพวกที่ถูกการลงโทษของอัลลอฮฺ และห้ามไม่ให้เข้าไปยังสถานที่นั้น

 

     ในศอฮีฮฺทั้งสอง กล่าว: “อย่าได้เข้าไปยังสถานที่ของพวกเขา เว้นเเต่เข้าไปด้วยกับการร้องไห้ เนื่องจากกล้วว่าผู้ที่เข้าไปนั้น จะประสบกับสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้ประสบกับมันมาก่อนเเล้ว

 

     (เช่นเดียวกับ) ท่านนบียฺกล่าวถึง เมื่อพวกท่านผ่านไปยัง อัศฮาบุล ฮิจร (أصحاب الحجر) ในแผ่นดินของพวกษะมูด ชนของนบีศอลิฮฺ عليه السلام 

     “หากพวกท่านไม่ได้ร่ำไห้ ก็จงอย่าได้เข้าไปที่แห่งนั้น เกรงว่า (ผู้ที่เข้าไป) จะประสบกับสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้ประสบกับมันมาก่อนเเล้ว

 

     เหตุนี้เราคาดว่า บรรดาศอฮาบะฮฺของท่านนบียฺเห็นสถูป หรืออาคารของกลุ่มชนเหล่านั้น แต่พวกท่านไม่ได้เข้าไป หรือไม่แม้แต่จะมองเข้าไปว่ามีสิ่งใดอยู่

     ข้อนี้จึงช่วยคลายสงสัยว่า เหตุใดศอฮาบะฮฺไม่เห็นพีระมิด หรือสิ่งที่อยู่ในมันหรอกรึ และก็เป็นไปได้ว่าประตูทางเข้า อาจถูกทะเลทรายปกคลุมอยู่ ณ เวลานั้น

 

 

     3- ส่วนมากของเจว็ดที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ (ในอดีต) อาจถูกปกปิด หรือซ่อนเอาไว้ จึงพึ่งถูกค้นพบไม่นานนี้ หรือพวกมันได้ถูกนำมาจากสถานที่ห่างไกล ซึ่ง ศอฮาบะฮฺของท่านนบียฺ ﷺ  เข้าไปไม่ถึง

 

     อัซซิริกลียฺ เคยถูกถามเกี่ยวกับ พีระมิด และ รูปปั้นสฟิงซ์ เช่น: ‘ตอนศอฮาบะฮฺเข้าไปในอียิปต์ ได้เคยเห็นพวกมันไหม?’

    ท่านตอบว่า : พวกมันส่วนใหญ่ ถูกทรายปกคลุมอยู่ โดยเฉพาะสฟิงซ์ 

(شبه جزيرة العرب 4/1188).‏

     แม้จะตั้งสมมติฐานใหม่ว่ารูปปั้น เจว็ด ก็มีที่ตั้งอยู่ ไม่ได้ถูกซ่อนเอาไว้ กระนั้นก็ยังต้องพิสูจน์อีกว่า ศอฮาบะฮฺได้เห็นมัน และมีกำลังพอที่จะทำลายมันได้ไหม

 

     ข้อเท็จจริงคือ บรรดาศอฮาบะฮฺ رضي الله عنهم อาจไม่ได้มีความสามารถที่จะทำลายมันได้ครบ อาจต้องใช้เวลากว่า 20   วัน ในการทำลายเจว็ดสักตัวนึง และอาจต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระเบิด เป็นต้น ซึ่งศอฮาบะฮฺไม่ได้มี (เครื่องทุ่นแรง) ทั้งหมดที่กล่าวมา

 

     เรื่องนี้มีระบุโดย อิบนุ คอลดูน กล่าวในอัลมุก็อดดิมะฮฺ’ (หน้า 383) ว่า คอลีฟะฮฺ อัรรอชีด ยังไม่สามารถทำลาย ยอดโค้งเมืองกิสรออฺ (إيوان كسرى) ลงได้ คอลีฟะฮฺสั่งรวบรวมกำลังคน และเครื่องมือ เผาด้วยกับไฟ และเทกรดลงไปบนมัน แต่ก็มิอาจทำลายมันได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ คอลีฟะฮฺ อัลมะอฺมูน ก็มีรับส่งให้รวมกำลังพล ทำลายพีระมิดในอียิปต์ แต่ก็ไม่อาจทำลายได้หมด

 

     ในประเด็นคำอ้างที่ว่า บรรดาเจว็ดพวกนี้เป็นสมบัติของมนุษยชาติ (มรดกโลก) ก็ไม่ควรถือสาใดๆ กับคำพูดไร้ราคาเช่นนั้น พวกอัลลาต อัลอุซซา ฮุบัล มะนาต และเจว็ดตัวอื่นๆ ก็เคยตกเป็นมรดกของพวกที่บูชามันในหมู่กุเรซ และอาหรับมาก่อนทั้งสิ้น นี้จึงอาจเป็นมรดก แต่มันเป็นมรดกที่หะรอม ซึ่งควรถูกรื้อถอนออกไป เมื่อมีคำสั่งใช้มาจากอัลลอฮฺ และรสุล เช่นนั้นผู้มีศรัทธาต้องรีบเร่งสู่การฏออัต  และคำสั่งใช้จากอัลลอฮฺ และรสุลของพระองค์ มิอาจเทลงพื้นดิน เพียงเพื่อสนองข้ออ้างเบาความ

 

อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตาอะลา ตรัสว่า

 

إِنَّمَا كَانَ قَوْلَ الْمُؤْمِنِينَ إِذَا دُعُوا إِلَى اللَّهِ وَرَسُولِهِ لِيَحْكُمَ بَيْنَهُمْ 

أَن يَقُولُوا سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا 

وَأُوْلَئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ

 

     “แท้จริงคำกล่าวของบรรดาผู้มีศรัทธา เมื่อพวกเขาถูกเรียกร้องไปสู่อัลลอฮฺ (คือ อัลกุรอาน) และรสุลของพระองค์ เพื่อใช้เป็นตัดสินระหว่างพวกเขา 

     (เช่นนั้น) พวกเขาจะกล่าวว่าเราได้ยินแล้ว และเราเชื่อฟังปฏิบัติตาม” 

     และชนเหล่านี้พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ (คือ พำนักอยู่ในสวรรค์ตลอดกาล) ”

(สูเราะฮฺ อันนูร อายะฮฺที่ 51)

 

เราขอต่อเอกองค์อัลลอฮฺให้ทรงช่วยเหลือมุสลิม ได้ทำในสิ่งที่พระองค์รัก และพึงพอใจ

 

 

 

 

 

คำถามที่ 20894 Obligation to destroy idols : https://islamqa.info/.../20894/obligation-to-destroy-idols