หัวใจหวั่นเกรง อีมานเพิ่มพูน
  จำนวนคนเข้าชม  63

หัวใจหวั่นเกรง อีมานเพิ่มพูน

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยต้องพยายามทำให้สุดความสามารถของเรา ในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์โดยสิ้นเชิง พร้อมกันนั้นก็ต้องปฏิบัติอิบาดะฮฺทุกอย่างให้อยู่ในแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมด้วย นั่นก็คือ ต้องไม่ทำบิดอะฮฺนั่นเอง

 

           ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เราพึงระวังตัวเราจากการมีลักษณะของการเป็นมุนาฟิก โดยที่หัวใจของมุนาฟิกนั้นเป็นหัวใจที่ไม่มีการรำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ..เป็นหัวใจที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ เมื่อเวลาที่พวกเขาอยู่เพียงลำพัง พวกเขาก็ไม่ละหมาด .. เมื่อเวลาที่พวกเขาได้รับริสกี ได้รับปัจจัยยังชีพ พวกเขาก็ไม่ยอมจ่ายซะกาต ไม่ยอมบริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พวกเขาจะปล่อยปละละเลยต่อคำสั่งใช้ของพระองค์ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่สนใจต่อคำสั่งห้ามของพระองค์ เมื่อพวกเขาทำสิ่งใด ๆ พวกเขาก็ไม่มอบหมายต่อพระองค์ ลักษณะดังกล่าวนี้แหละก็คือ ส่วนหนึ่งของลักษณะของมุนาฟิก

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า มุนาฟิกนั้นพวกเขาไม่ได้เป็นผู้ศรัทธา ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลอันฟาล อายะฮฺที่ 2 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

إِنَّمَا ٱلۡمُؤۡمِنُونَ ٱلَّذِينَ إِذَا ذُكِرَ ٱللَّهُ وَجِلَتۡ قُلُوبُهُمۡ وَإِذَا تُلِيَتۡ عَلَيۡهِمۡ ءَايَٰتُهُۥ زَادَتۡهُمۡ إِيمَٰنٗا وَعَلَىٰ رَبِّهِمۡ يَتَوَكَّلُونَ

 

แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธานั้น คือบรรดาผู้ที่เมื่ออัลลอฮฺถูกกล่าวขึ้นแล้ว وَجِلَتۡ قُلُوبُهُمۡ หัวใจของพวกเขาก็หวั่นเกรง

พวกเขารู้สึกกลัวเกรง รู้สึกหวาดกลัวต่อการลงโทษของพระองค์ จึงเป็นเหตุให้พวกเขาเชื่อฟังและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์

 

     “และเมื่อบรรดาอายะฮฺของพระองค์ถูกอ่านแก่พวกเขา ..บรรดาอายะฮฺเหล่านั้นก็ زَادَتۡهُمۡ إِيمَٰنٗا เพิ่มพูนอีมาน เพิ่มพูนความศรัทธาแก่พวกเขา

     การได้อ่านอัลกุรอาน ได้ยินได้ฟังบรรดาอายะฮฺต่าง ๆของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทำความเข้าใจข้อตักเตือน ได้รู้ถึงคำสั่งใช้ คำสั่งห้าม จะทำให้อีมานของผู้ศรัทธาเพิ่มมากขึ้น เกิดความเชื่อมั่นต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเพิ่มขึ้น 

 

     และเฉพาะพระเจ้าของพวกเขาเท่านั้นที่พวกเขาผู้ศรัทธา يَتَوَكَّلُونَ มอบหมาย(ต่อพระองค์)” 

      ผู้ศรัทธานั้นจะตะวักกุลต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งกล่าวกันว่า การตะวักกุลนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการศรัทธา การตะวักกุลทำให้ผู้ศรัทธาไม่ทำชิริกต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

      เพราะเขาจะไม่หวังอะไรจากใคร นอกจากพระองค์ .. ไม่มุ่งต่อใคร ๆ นอกจากพระองค์.. ไม่พึ่งพาผู้ใดหรือสิ่งใด นอกจากพระองค์..ไม่ร้องขอสิ่งใดจากใคร ๆ นอกจากพระองค์ ..ไม่แสวงหาความใกล้ชิดจากผู้ใดนอกจากพระองค์ ..

     ผู้ศรัทธาจะตระหนักดีว่า สิ่งใดที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงประสงค์จะให้เกิดขึ้น มันก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และหากพระองค์ไม่ทรงประสงค์จะให้สิ่งใดเกิดขึ้น มันก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ..

     เมื่อใดก็ตามที่ผู้ศรัทธาได้พลาดพลั้งไปทำบาป ทำสิ่งที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของพระองค์ พวกเขาก็จะรู้สึกเสียใจ และจะรำลึกถึงพระองค์ จะขออภัยโทษต่อพระองค์ จะมีก็แต่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเท่านั้นที่จะทรงอภัยโทษให้แก่เขาได้ และพวกเขาจะไม่ดื้อรั้นปฎิบัติในสิ่งที่เป็นบาป ไม่ดื้อดึงทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติศาสนาของพระองค์ 

 

     ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ตรัสต่อไปในอายะฮฺที่ 3 ว่า

 

 ٱلَّذِينَ يُقِيمُونَ ٱلصَّلَوٰةَ وَمِمَّا رَزَقۡنَٰهُمۡ يُنفِقُونَ

 

“(ผู้ศรัทธา)คือบรรดาผู้ที่ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และส่วนหนึ่งจากสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา พวกเขาก็บริจาค

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า เมื่อผู้ศรัทธาได้เชื่อมั่นศรัทธาต่อพระองค์และไม่ทำชิริกต่อพระองค์แล้ว พวกเขายังปฏิบัติการงานที่ครอบคลุมไปถึงความดีทั้งหมด นั่นก็คือ 

 

พวกเขาจะ  يُقِيمُونَ ٱلصَّلَوٰةَ ดำรงรักษาการละหมาด

          อันเป็นหน้าที่ที่เขาต้องปฏิบัติเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ...ซึ่งการดำรงรักษาการละหมาดจะครอบคลุมตั้งแต่ การรักษาเวลาละหมาด ละหมาดให้ตรงเวลา ให้อยู่ในเวลาของมัน ละหมาดซุบฮฺ ก็ต้องอยู่ในเวลาซุบฮฺ ไม่ใช่ล่าช้าจนเลยเวลา .. ก่อนละหมาดก็ต้องมีน้ำละหมาด อาบน้ำละหมาดอย่างถูกต้องและดีงาม สวมใส่เสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อย ละหมาดให้ตรงตามรูปแบบที่ถูกต้องของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พร้อมทั้งมีเฏาะมะนีนะฮฺ มีความนอบน้อมถ่อมตนในการละหมาดของเขา..เมื่อดำรงรักษาการละหมาดอย่างถูกต้องดีงามแล้ว 

 

ผู้ศรัทธายังต้องบริจาค

           เมื่อได้รับริสกี ได้รับปัจจัยยังชีพ ก็ต้องสร้างตัวเองให้เป็นคนที่มีจิตใจที่เสียสละ ยอมบริจาค ซึ่งการบริจาคก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด บริจาคไปในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือส่วนรวม ช่วยเหลือในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา เพื่อดำรงรักษาบทบัญญัติศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไป ผู้ศรัทธาจะบริจาคทั้งในส่วนที่เป็นซะกาต และเศาะดะเกาะฮฺโดยไม่เกี่ยงงอน หากเขามีความสามารถที่จะบริจาคได้ เพราะแท้จริงแล้ว มุนาฟิกนั้น เขาจะไม่ยอมบริจาคใด ๆทั้งสิ้น

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย นั่นก็คือ ลักษณะของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริงตามที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงบอกไว้ในซูเราะฮฺอัลอันฟาล อายะฮที่ 2 อายะฮฺที่ 3 และในอายะฮฺที่ 4 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสไว้ว่า

 

أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ حَقّٗاۚ لَّهُمۡ دَرَجَٰتٌ عِندَ رَبِّهِمۡ وَمَغۡفِرَةٞ وَرِزۡقٞ كَرِيمٞ

 

ชนดังกล่าวนี้แหละคือ ผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง โดยที่พวกเขาจะได้รับหลายขั้น ณ พระเจ้าของพวกเขา 

และ(พวกเขา)จะได้รับการอภัยโทษ(ในความผิดต่าง ๆของพวกเขา ) 

และ(พวกเขายัง)ได้รับปัจจัยยังชีพอย่างมากมาย

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกถึง รางวัลตอบแทนที่ผู้ศรัทธาอย่างแท้จริงจะได้รับในการศรัทธาของพวกเขาและการปฏิบัติการงานของพวกเขา ว่า 

 

     “พวกเขาจะได้รับรางวัลหลายขั้น ณ ที่พระองค์นั่นก็หมายความว่า ในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะได้ที่อยู่ที่พำนักอันบรมสุขในสวนสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้รับสถานภาพ ได้รับความสะดวกสบาย ได้รับความสุขในระดับต่าง ๆ ซึ่งจะเพิ่มมากขึ้นตามการศรัทธาและการปฏิบัติการงานของพวกเขา..

 

     นอกจากนี้พวกเขายังได้รับการอภัยโทษในความผิดต่าง ๆที่ไม่ใช่ความผิดอันเกิดจากการเป็นมุนาฟิกีนและมุชริกีน ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้รอดพ้นจากการถูกลงโทษอันสาหัสสากรรจ์ 

 

     อีกทั้งพวกเขายังได้รับริสกี ได้รับปัจจัยยังชีพอย่างมากมายอย่างไม่ต้องคำนวณนับอีกด้วย

 

          ดังนั้น ขอให้เราได้พึงสร้างลักษณะของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้นอยู่ในตัวของเรา ให้หัวใจของเรา ให้ความรู้สึกนึกคิดของเราได้รำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอยู่อย่างสม่ำเสมอ ให้หัวใจของเราได้ยอมน้อมรับการเชื่อฟังอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พร้อมทั้งเต็มใจที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ทั้งคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม ..

 

          สิ่งใดที่เราได้พลาดพลั้งไป หลงไปทำสิ่งที่เป็นบาป สิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติศาสนาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เราก็ต้องรู้จักสำนึกผิด ขออิสติฆฟาร ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทำการเตาบะฮฺตัวอยู่เสมอ เพื่อให้พระองค์ได้ทรงอภัยโทษให้แก่เรา อย่าดื้อดึง อย่าหยิ่งทะนง อย่ายโสโอหัง เราต้องพร้อมเสมอที่จะแก้ไขปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะหากเราไม่ทำอย่างนี้ก็เท่ากับเราได้สร้างลักษณะบางส่วนของมุนาฟิกให้เกิดขึ้นอยู่ในตัวของเรา อันเป็นมุนาฟิก ที่เรียกว่า มุนาฟิกเล็ก หรือนิฟากอัศฆอรฺ เป็นมุนาฟิกในเรื่องของพฤติกรรมที่แสดงออกมา มุนาฟิกประเภทนี้ไม่ทำให้เราเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา แต่ถือว่าเราได้ทำบาป ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ต้องระมัดระวัง 

 

          เพราะถ้าเรามีพฤติกรรมของมุนาฟิกเล็กอยู่เป็นประจำ ทำมันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ยอมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง อุละมาอ์บอกว่า มันก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นมุนาฟิกใหญ่ได้เหมือนกัน ...

 

          มุนาฟิกใหญ่หรือนิฟากอักบัรก็คือ คนสับปลับ คนหน้าไหว้หลังหลอก คนที่แสดงตัวให้มุสลิมได้เห็นว่าเขาเป็นมุสลิม แต่ภายในจิตใจของเขานั้นได้ปฏิเสธการศรัทธา ซึ่งผลตอบแทนของการเป็นมุนาฟิกใหญ่ก็คือ ในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะได้รับการลงโทษให้อยู่ในนรกชั้นต่ำสุด ต่ำยิ่งกว่าบรรดากุฟฟารหรือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเสียอีก

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงคุ้มครองเราทุกคนให้เป็นผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง ขอให้เราได้ออกห่างจากการมีลักษณะของมุนาฟิก ขอพระองค์ทรงปกปักรักษาเราให้พ้นจากการเป็นผู้ที่ละเมิดบทบัญญัติศาสนาของพระองค์ ขอให้เราได้ดำรงตนและปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขตของบทบัญญัติศาสนา และเสียชีวิตในสภาพของผู้ที่นอบน้อมยอมจำนนต่อพระองค์โดยสิ้นเชิง

 

 

( มัสญิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ )