12 คุณลักษณะของอิบาดุรเราะห์มาน
  จำนวนคนเข้าชม  859

12 คุณลักษณะของอิบาดุรเราะห์มาน(ปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานี)

 

เรียบเรียงโดย อิบนุมะฮฺดี

 

          อิบาดุรเราะห์มาน (عباد الرحمن) หมายถึง ปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานี ซึ่งก็คือบรรดาบ่าวผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ที่พวกเขาเคารพภักดีต่อพระองค์ เป็นบ่าวที่เชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างดีงามต่อพระผู้ทรงสร้าง และต่อบรรดาสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงเรียกพวกเขาว่า บ่าวของอัรเราะห์มาน” (الرحمن) “ผู้ทรงกรุณาปรานีซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาพระนามและคุณลักษณะของอัลลอฮฺ 

 

          อัลลอฮ์ทรงเรียกพวกเขาด้วยการพาดพิงไปยังพระนามแห่งความกรุณาปารนีของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงให้เกียรติพวกเขา ที่วิถีชีวิตของพวกเขานั้นได้แสดงออกถึงร่องรอยแห่งความกรุณาปรานีของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ พวกเขาคือตัวอย่างของผู้ที่สำนึกในความกรุณาปรานี และต่อบรรดาความโปรดปรานของพระองค์ 

 

          ซึ่งในตอนท้ายของซูเราะห์อัลฟุรกอนอัลลอฮฺได้ทรงกล่าวถึงคุณลักษณะพวกเขาอันเนื่องจากเหตุการณ์ของบรรดามุชริกูน ผู้ปฏิเสธศรัทธา ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ตักเตือนพวกเขาให้เลิกสุญูด กราบไหว้ต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ และหันมาสุญูดต่ออัรเราะห์มาน ผู้ทรงกรุณาปรานีแต่เพียงผู้เดียว แต่พวกเขากลับปฏิเสธ และดื้อด้านที่จะสุญูดต่ออัรเราะห์มาน และพวกเขากล่าวว่าใครคืออัรเราะห์มาน พวกเราไม่รู้จักอัรเราะห์มาน 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ได้ตรัสว่า

 

وَإِذَا  قِيلَ  لَهُمُ  ٱسۡجُدُواْۤ  لِلرَّحۡمَٰنِ  قَالُواْ  وَمَا  ٱلرَّحۡمَٰنُ  أَنَسۡجُدُ  لِمَا  تَأۡمُرُنَا  وَزَادَهُمۡ  نُفُورًا

 

และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่าจงสุญูดต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี 

พวกเขาได้กล่าวว่าใครคือพระผู้ทรงกรุณาปรานี จะให้เราสุญูดตามที่ท่านสั่งเรากระนั้นหรือ?” 

และมันได้เพิ่มการหันห่างออกไปแก่พวกเขา

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 60)

 

        ในอายะห์ต่างๆก่อนหน้านี้ของซูเราะห์อัลฟุรกอน อัลลอฮฺ ทรงกล่าวถึง ความยิ่งใหญ่ ความเดชานุภาพของพระองค์ และกล่าวถึงความโปรดปรานอันมากมาย มหาศาลของพระองค์ที่ประทานให้แก่มนุษย์ พระองค์เป็นผู้ทรงสร้างและทรงบริหารดูแลทุกสรรพสิ่ง ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน พระองค์ทรงให้ชีวิตแก่มนุษย์ ประทานริซกีปัจจัยยังชีพอันมากมาย และประทานทางนำที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา แต่ทว่าพวกเขาก็ยังปฏิเสธศรัทธา เนรคุณต่อพระองค์ และกราบไหว้ บูชาบรรดาเจว็ดที่มันไม่สามารถให้ประโยชน์หรือโทษแก่พวกเขาได้เลย อัลลอฮฺ ได้ทรงกล่าวถึงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่โง่เขลาไว้ว่า

 

وَيَعۡبُدُونَ  مِن  دُونِ  ٱللَّهِ  مَا  لَا  يَنفَعُهُمۡ  وَلَا  يَضُرُّهُمۡۗ  وَكَانَ  ٱلۡكَافِرُ  عَلَىٰ  رَبِّهِۦ  ظَهِيرًا

 

และพวกเขาเคารพอิบาดะฮฺอื่นจากอัลลอฮฺ ซึ่งมันไม่ให้คุณประโยชน์แก่พวกเขาและไม่ให้โทษแก่พวกเขา

และผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นเป็นผู้ช่วยเหลือ(ชัยฏอน) ให้ฝ่าฝืนพระเจ้าของเขา

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 55)

   

           สาเหตุที่ผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า ไม่รู้จักอัรเราะห์มาน และไม่ยอมสุญูดต่อพระองค์ ก็เพราะหัวใจที่ปฏิเสธศรัทธาและความดื้อด้านของพวกเขาเองที่ไม่ยอมละทิ้งการกราบไหว้บรรดาเจว็ด ไม่ยอมละทิ้งบรรดาพระเจ้าจอมปลอมของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงยิ่งทำให้ตัวของพวกเขาเองห่างไกลออกจากทางนำที่ถูกต้องมากยิ่งกว่าเดิม

 

         อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ได้ทรงยืนยันว่าพระองค์ทรงมีพระนาม อัรเราะห์มาน และบรรดาพระนามอื่นๆอันสวยงาม เพื่อให้บ่าวของพระองค์ใช้เรียก และวิงวอนขอต่อพระองค์ โดยพระองค์ได้ตรัสว่า

 

قُلِ  ٱدۡعُواْ  ٱللَّهَ  أَوِ  ٱدۡعُواْ  ٱلرَّحۡمَٰنَۖ  أَيًّا  مَّا  تَدۡعُواْ  فَلَهُ  ٱلۡأَسۡمَآءُ  ٱلۡحُسۡنَىٰۚ

 

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) พวกท่านจงเรียกอัลลอฮฺหรือจงเรียกอัรเราะห์มานเถิด อันใดก็ตามที่เจ้าเรียก สำหรับพระองค์นั้นพระนามสวยงามยิ่ง 

(ซูเราะห์อัลอิสรออ์ อายะห์ที่ 110)

   

           ในซูเราะห์อัลฟุรกอนนี้อัลลอฮฺได้ทรงบอกให้มนุษย์ได้รู้จักพระนามและคุณลักษณะอัรเราะห์มานด้วยกับการยกบางส่วนจากความยิ่งใหญ่ ความเดชานุภาพของพระองค์ในการสร้าง การบริหาร การปกครองทุกสรรพสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และยังประทานความโปรดปรานอันมากมายให้แก่มนุษย์  และพระองค์ก็ทรงยกบางส่วนจากคุณลักษณะของบรรดาบ่าวผู้ภักดีของพระองค์ มากล่าวเพื่อให้มนุษย์ได้รู้จักพระนามอัรเราะห์มานของพระองค์ บ่าวเหล่านั้นก็คืออิบาดุรเราะห์มาน

 

          คุณลักษณะของอิบาดุรเราะห์มานถูกกล่าวถึงก็เพราะ ความศรัทธาของพวกเขา การที่พวกเขายอมจำนน นอบน้อม และเชื่อฟังปฏิบัติตามสิ่งที่พระผู้ทรงกรุณาปรานีใช้ ด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง พวกเขาแสดงออกถึงการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺด้วยหัวใจของพวกเขา คำพูดของพวกเขา การกระทำของพวกเขา มารยาทของพวกเขา การปฏิบัติตนต่อผู้คนของพวกเขา และวิถีชีวิตของพวกเขานั้นล้วนเป็นไปตามสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่งใช้ และเป็นไปตามแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม 

 

           และวิถีชีวิตของพวกเขานั้นได้แสดงออกให้เห็นถึงร่องรอยแห่งความกรุณาปรานีของอัลลอฮฺที่มนุษย์ได้รับ พวกเขาคือตัวอย่างของผู้ที่สำนึกในความกรุณาปรานี สำนึกต่อบรรดาความโปรดปรานของพระองค์  พวกเขาคือตัวอย่างของมนุษย์ที่มีชีวิตที่ดีงามต่อพระผู้ทรงสร้างและต่อสิ่งถูกสร้าง อัลลอฮฺจึงพอพระทัยพวกเขาและได้ทรงให้เกียรติยกย่องพวกเขา ยกคุณลักษณะของพวกเขามากล่าวให้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้เห็น และพระองค์ทรงเรียกพวกเขาด้วยชื่อที่ยืนยันว่าพระองค์ทรงพอพระทัยพวกเขาว่า "อิบาดุรเราะห์มาน"

 

คุณลักษณะของอิบาดุรเราะห์มาน 12 ประการ

 

1. อ่อนน้อมถ่อมตน(ตะวาฎุอฺ) และไม่ทระนงตน(ตะกับบุร)

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَعِبَادُ الرَّحْمَٰنِ الَّذِينَ يَمْشُونَ عَلَى الْأَرْضِ هَوْنًا

และปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานีคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยม

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 63)

         คุณลักษณะของอิบาดุรเราะห์มานนั้น คือ เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน สงบเสงี่ยม ทั้งต่ออัลลอฮฺ และต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ตะกับบุร ทระนงตน หยิ่งยโส โอหัง และไม่มีพฤติกรรมที่อวดเบ่งตน ลำพองตน ดูถูก เหยียดหยามผู้คน ไม่คิดว่าตนเองสูงส่งกว่าคนอื่น หรือคิดว่าคนอื่นต่ำต้อยกว่าตนเอง แต่อิบาดุรเราะห์มานจะมีพฤติกรรมมีความที่อ่อนน้อมถ่อมตน สุขุม สงบเงี่ยม สำรวมตนซึ่งแม้กระทั่งการเดินของพวกเขา เวลาเดินนั้นจะมีแต่ความสงบเสงี่ยม สำรวมตนเป็นอย่างมาก

 

 

2. อ่อนโยนต่อผู้ที่ไม่รู้และแข็งกระด้าง

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَإِذَا خَاطَبَهُمُ الْجَاهِلُونَ قَالُوا سَلامًا

และเมื่อมีคนโง่เขลามาพูดกับพวกเขา พวกเขาจะพูด(อย่าง) ศานติ

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 63)

        อิบาดุรเราะห์มานมีคุณลักษณะ เป็นผู้ที่อ่อนโยนต่อผู้คน เมื่อมีคนโง่เขลา หรือไม่รู้ไม่เข้าใจมาพูดกับพวกเขาด้วยมารยาทที่ไม่ดี ด้วยคำพูดที่ไม่ดี หยาบคาย แข็งกระด้าง อิบาดุรเราะห์มานนั้นจะอดทน ให้อภัย และไม่ตอบโต้เหมือนที่ได้รับมา ไม่ตอบโต้สิ่งที่ไม่ดีด้วยสิ่งที่ไม่ดี แต่จะตอบโต้ด้วยสิ่งที่ดีกว่า ตอบโต้ด้วยความจริง ตอบโต้ด้วยความถูกต้องอย่างศานติ คือด้วยคำพูด และการกระทำที่อยู่บนความดี อิบาดุรเราะห์มานจะใช้คำพูดที่ดี การกระทำที่ดี มารยาทที่ดีงามปฏิบัติต่อผู้คน แม้ว่าผู้คนเหล่านั้นจะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างหยาบคาย แข็งกระด้างก็ตาม ดังนั้นอิบาดุรเราะห์มานจึงเป็นผู้ที่มีมารยาทที่งดงามยิ่ง

 

 

3. ขยันในการอิบาดะฮฺ และละหมาดยามค่ำคืน(กิยามุ้ลลัยนฺ)

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ يَبِيتُونَ لِرَبِّهِمْ سُجَّدًا وَقِيَامًا

และบรรดาผู้ใช้เวลากลางคืนทำการสุญูดและยืน(ละหมาด) เพื่อพระเจ้าของพวกเขา

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 64)

          อิบาดุรเราะห์มานนั้น เป็นผู้ที่ขยันในการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ พวกเขารักในการกราบ รักในการสักการะต่ออัลลอฮฺ พวกเขาขยันในการละหมาดที่เป็นฟัรฎู และแม้กระทั่งในยามค่ำคืน พวกเขาก็ทำการละหมาดที่เป็นซุนนะฮฺยามค่ำคืน หรือกิยามุ้ลลัยนฺ พวกเขาไม่หลงลืมการรำลึกถึงอัลลอฮฺแม้ในยามที่ผู้คนหลับใหล แต่จะตื่นขึ้นมาเพื่อใช้เวลาในยามค่ำคืนนั้นไปในการอิบาดะฮฺไม่ว่าจะเป็นการละหมาด การอ่านอัลกุรอาน หรือการซิกรุ้ลลอฮฺ เพื่อสร้างความใกล้ชิดต่อพระองค์ ซึ่งสำหรับการละหมาดในยามค่ำคืนนั้นถือเป็นสัญลักษณ์พิเศษของความเป็นอิบาดุรเราะห์มาน

 

         การอิบาดะฮฺ หรือการละหมาดยามค่ำคืนนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการมีความรักต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง รักที่จะเข้าเฝ้าอัลลอฮฺ และมีความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ เพราะในขณะที่ผู้คนหลับใหล เขาก็ลุกขึ้นมาละหมาดเพียงลำพัง ไม่มีใครเห็น มิได้อยู่ต่อหน้าผู้คน และทำเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น และการละหมาดยามค่ำคืนนั้นยังบ่งบอกอีกว่า เขาเป็นผู้มีความขยัน มีความพยายาม และมีความอดทนในการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ไม่มีใครที่จะรักในการตื่นขึ้นมาอิบาดะฮฺและละหมาดยามค่ำคืนในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่สุขสบายกับการนอนหลับ นอกจากอิบาดุรเราะห์มาน บ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานี

 

 

4. เกรงกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮฺ

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا اصْرِفْ عَنَّا عَذَابَ جَهَنَّمَ ۖ إِنَّ عَذَابَهَا كَانَ غَرَامًا

     และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า : ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงปัดเป่าการลงโทษของนรกให้พ้นไปจากเรา แท้จริงการลงโทษของมันนั้นมันคงอยู่ตลอดกาล

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 65)

إِنَّهَا سَاءَتْ مُسْتَقَرًّا وَمُقَامًا

แท้จริงมันเป็นที่อยู่และที่พำนักอันเลวร้ายยิ่ง

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 66)

          อิบาดุรเราะห์มานนั้น เป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนความหวังและความกลัว คือหวังต่อการตอบแทนในสวรรค์จากอัลลอฮฺ และกลัวการลงโทษในนรกจากพระองค์ พวกเขาจึงเป็นผู้หวังการตอบแทน และเกรงกลัวต่อการลงโทษเป็นอย่างมาก อิบาดุรเราะหฺมานนั้นจะขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้รอดพ้นจากการลงโทษของพระองค์ในไฟนรก พวกเขาไม่มีความคิดที่จะเข้าไฟนรกแม้แต่เพียงนิดเดียว เพราะพวกเขากลัวการลงโทษของอัลลอฮฺอย่างแท้จริง พวกเขาไม่มีความคิดว่าจะสามารถทนทานต่อการลงโทษของพระองค์ได้ และพวกเขาตระหนักดีถึงความทรมานและความยาวนานในการลงโทษ และตระหนักดีว่านรกนั้นเป็นสถานที่พำนักและที่อยู่ที่เลวร้ายที่สุด

 

 

5. ใช้จ่ายทรัพย์สินบนทางสายกลาง

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ إِذَا أَنفَقُوا لَمْ يُسْرِفُوا وَلَمْ يَقْتُرُوا وَكَانَ بَيْنَ ذَٰلِكَ قَوَامًا

และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ และระหว่างทั้งสองสภาพนั้น พวกเขาอยู่สายกลาง

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 67)

          อิบาดุรเราะห์มานใช้ชีวิตอยู่บนทางสายกลางในทุกด้าน ซึ่งอยู่ระหว่างความสุดโต่งและความหย่อนยาน พวกเขาจึงมีคุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือเป็นผู้ที่ใช้จ่ายบนทางสายกลาง ใช้จ่ายอย่างยุติธรรม คือไม่ฟุ่มเฟือย และไม่ตระหนี่ แต่อยู่สายกลางระหว่างทั้งสอง หรือจะกล่าวได้ว่าอิบาดุรเราะห์มานนั้นเป็นผู้ฉลาดในการการบริหารทรัพย์สิน ฉลาดในการบริหารริซกีที่อัลลอฮฺพระทานให้ ใช้จ่ายทรัพย์สินบนความพอดีเพื่อให้ก่อประโยชน์สูงสุด 

 

          พวกเขาจะไม่ใช้จ่ายไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยต่อหน้าที่ที่จำเป็นที่ต้องใช้จ่าย ไม่ว่าจะในการจ่ายซะกาต หรือการใช้จ่ายให้แก่ครอบครัว เครือญาติ พวกเขาไม่ตระหนี่ถี่เหนียว แต่จะมีความเอื้อเฟื้อในการให้บริจาคแก่คนยากจนขัดสน เด็กกำพร้า หรือในการช่วยเหลือศาสนาของอัลลอฮฺ หรือใช้จ่ายกับบรรดาผู้ที่มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือ พวกเขาไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเมื่อมีผู้เดือดร้อนหรือมีความต้องการมาร้องขอความช่วยเหลือ

 

         อิบาดุรเราะห์มานใช้ชีวิตอยู่บนความยุติธรรม ทางสายกลาง ไม่หย่อนยาน และไม่สุดโต่ง พวกเขามิได้ตกเป็นทาสของทรัพย์สินเงินทอง แต่พวกเขาเป็นผู้บริหารทรัพย์สิน พวกเขาใช้ทรัพย์สินเป็นเครื่องมือไปสู่การทำความดีและการสร้างประโยชน์

 

 

6. ให้เอกภาพ(เตาฮีด)ต่ออัลลอฮฺ และไม่ตั้งภาคี(ชิรกฺ)ต่อพระองค์

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ لَا يَدْعُونَ مَعَ اللَّهِ إِلَٰهًا آخَرَ

และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอจากพระเจ้าอื่นเคียงคู่กับอัลลอฮฺ

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 68)

         อิบาดุรเราะห์มาน มีคุณลักษณะที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ พวกเขาเป็นผู้ให้เอกภาพ(เตาฮีด)ต่ออัลลอฮฺ ศรัทธาต่ออัลลอฮฺองค์เดียว ไม่ตั้งภาคี(ชิรกฺ)ต่อพระองค์ ทั้งการตั้งภาคีเล็กหรือการตั้งภาคีใหญ่ พวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ สิ่งงมงาย และห่างไกลจากบรรดาเจว็ด หรือสิ่งที่ถูกกราบไหว้ หรือถูกขอความช่วยเหลืออื่นนอกจากอัลลอฮฺ 

 

         อิบาดุรเราะห์มานเป็นผู้มีเตาฮีดต่ออัลลอฮฺ ทั้งสามประการ (เตาฮีดอัรรุบูบียะฮฺ เตาฮีดอัลอุลูฮียะฮฺ และเตาฮีดอัลอัสมาอฺวัศศิฟาต) พวกเขาจึงเป็นผู้ให้เอกภาพในการงานของอัลลอฮฺ ทั้งการสร้าง การปกรอง การบริหารจัดการ พวกเขาไม่เชื่อว่ามีพระผู้อภิบาลอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และพวกเขาเป็นผู้ให้เอกภาพในการงานของมนุษย์ พวกเขาไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าที่ต้องสักการะอื่นจากอัลลอฮฺพวกเขาจึงไม่สักการะกราบไหว้ มอบหมาย วิงวอนขอจากสิ่งใดเลยนอกจากอัลลอฮฺ และพวกเขาเป็นผู้ให้เอกภาพต่อบรรดาพระนามและคุณลักษณะต่างๆของพระองค์ อันสมบูรณ์ สูงส่ง สวยงาม ปราศจากความบกพร่อง ปราศการความเหมือนหรือเทียบเคียงกับสิ่งถูกสร้างทั้งปวง 

 

          อิบาดุรเราะห์มานจึงเป็นผู้ที่จะไม่แขวนชีวิตของพวกเขาไว้แก่ผู้ใดนอกจากอัลลอฮฺ พวกเขาไม่เชื่อว่ามีพลังอำนาจอื่นใดที่จะสร้าง ปกครอง บริหารจัดการ ให้คุณประโยชน์หรือให้โทษได้นอกจากอัลลอฮฺ ไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดที่จะเป็นที่พึ่งพา เป็นที่มอบหมาย และให้การช่วยเหลือได้นอกจากอัลลอฮฺ และพวกเขาได้แสดงออกถึงความเชื่อของพวกเขาด้วยการปฏิบัติของพวกเขา การใช้ชีวิตของพวกเขา ที่ไม่ยอมจำนนต่อผู้ใดในฐานะพระเจ้าที่ถูกสักการะนอกจากอัลลอฮฺ ด้วยเหตุนี้อิบาดุรเราะห์มานจึงเป็นผู้ที่มีชีวิตที่หนักแน่น มั่นคง ไปส่ายไปมา ที่ต้องหาที่พึ่งตรงนั้นที ตรงนี้ที แต่พวกเขามั่นคงต่อการสักการะต่ออัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว อัลลอฮฺคือผู้ยิ่งใหญ่ผู้เดียว และเป็นที่พึ่งเดียวในชีวิต และเมื่อพวกเขาวิงวอนขอก็จะไม่ขอจากสิ่งใดนอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น

 

 

7. ไม่ฆ่าชีวิตหนึ่งชีวิตใดอย่างไม่เป็นธรรม

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَلَا يَقْتُلُونَ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ

"และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงห้ามไว้"

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 68)

         อิบาดุรเราะห์มานมีคุณลักษณะ เป็นผู้ที่ไม่ฆ่าชีวิตใดอย่างไม่เป็นธรรม หรืออย่างไม่ถูกต้องตามหลักการ และห่างไกลจากการอธรรมต่อชีวิตผู้อื่น แต่หากจะต้องฆ่าชีวิตหนึ่งชีวิตใดก็จะทำตามวิธีที่ถูกต้อง ด้วยกับความเป็นธรรม ตามวิธี รูปแบบที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ อิบาดุรเราะห์มานนั้นจะให้คุณค่า ความสำคัญต่อชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือสีผิวใด เชื้อชาติใดก็ตาม ล้วนเป็นชีวิตที่มีคุณค่ามีความสำคัญ เพราะถือเป็นชีวิตที่อัลลอฮฺได้ทรงห้ามไว้จากการละเมิด

 

 

8. ไม่ละเมิดประเวณี(ซินา)

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَلَا يَزْنُونَ     และพวกเขาไม่ละเมิดประเวณี

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 68)

          อิบาดุรเราะห์มาน มีคุณลักษณะเป็นผู้ที่ไม่ละเมิดประเวณีหรือทำซินา ไม่แม้แต่การจะเข้าใกล้การทำซินา พวกเขาจะรักษาอวัยวะพึงสงวนไว้ในแก่ผู้ที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติเท่านั้น นั่นคือคู่ครองของพวกเขา และอิบาดุรเราะห์มานนั้นยังออกห่างจากพฤติกรรมที่ลามก อนาจาร การมอง การดู การฟัง การสื่อสารระหว่างชายหญิงที่ต้องห้าม หรือแม้แต่การอยู่สองต่อสองระหว่างชายหญิงที่ไม่ใช่มะหฺรอม รวมถึงบรรดาสิ่งต่างๆที่จะเป็นสื่อไปสู่การทำซินา อิบาดุรเราะห์มานนั้นจะห่างไกลทั้งสิ้น

 

 

9. ไม่โกหก ไม่เป็นพยานเท็จ และไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่มีการฝ่าฝืนอัลลอฮฺ

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ لَا يَشْهَدُونَ الزُّورَ   และบรรดาผู้ไม่เป็นพยานในการเท็จ

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 72)

        อิบาดุรเราะห์มาน มีคุณลักษณะเป็นผู้มีวาจาสัตย์ ไม่พูดโกหก ไม่เป็นพยานเท็จ เมื่อพวกเขาพูดก็จะพูดแต่ความจริง พูดในสิ่งที่เป็นสัจจะธรรม

        และในอายะห์นี้ยังหมายถึง อิบาดุรเราะห์มานนั้น จะไม่เข้าร่วม หรือไม่ปรากฎตัวในกิจกรรมที่มีการฝ่าฝืนอัลลอฮฺด้วย อิบาดุรเราะห์มานจะไม่เข้าร่วม หรือเข้าใกล้กิจกรรมที่มีการตั้งภาคี มีบรรดาเจว็ด หรือกิจกรรมที่มีสิ่งที่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺต่างๆ เช่น มีเสียงดนตรี มีสุราสิ่งมึนเมา มีการพนัน หรือเป็นเทศกาลต่างๆของผู้ปฏิเสธศรัทธา หรือกิจกรรมอื่นๆที่เป็นความชั่ว มีการฝ่าฝืนอัลลอฮฺ อิบาดุรเราะห์มานก็จะไม่เข้าร่วม ไม่ไปปรากฎตัว และออกห่างจากสิ่งเหล่านั้น

 

 

10. ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไร้สาระ และผ่านไปอย่างมีเกียรติ

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَإِذَا مَرُّوا بِاللَّغْوِ مَرُّوا كِرَامًا

และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องไร้สาระ พวกเขาผ่านไปอย่างมีเกียรติ

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 72)

        อิบาดุรเราะห์มาน มีคุณลักษณะเป็นผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไร้สาระ ซึ่งสิ่งไร้สาระนั้นก็คือ คำพูดหรือการกระทำ หรือการยุ่ง หมกมุ่นกับสิ่งที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางดุนยาหรือทางศาสนา และเมื่ออิบาดุรเราะห์มานประสบหรือพบเจอกับสิ่งไร้สาระ พวกเขาก็จะผ่านมันไปอย่างมีเกียรติ คือไม่หยุดอยู่กับสิ่งไร้สาระนั้น ไม่ให้ความสนใจมัน แต่จะผ่านมันไปด้วยความมีเกียรติ 

         อิบาดุรเราะห์มานนั้นเป็นผู้รู้คุณค่าของชีวิตที่อัลลอฮฺทรงประทานให้มา พวกเขาจึงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือยเวลาในชีวิต ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา สิ่งใดที่มันไม่สร้างประโยชน์แก่เขาในดุนยา หรือไม่เพิ่มตราชั่งความดีของเขาในอาคิเราะห์ พวกเขาก็จะไม่เสียเวลากับมัน ไม่สนใจมัน ก้าวข้ามมันไป และมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเขา และใช้เวลากับสิ่งที่เป็นประโยชน์กับชีวิตของพวกเขาอย่างแท้จริง

 

 

11. น้อมรับข้อตักเตือนจากโองการของอัลลอฮฺ

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ إِذَا ذُكِّرُوا بِآيَاتِ رَبِّهِمْ لَمْ يَخِرُّوا عَلَيْهَا صُمًّا وَعُمْيَانًا

และบรรดาผู้ที่เมื่อถูกกล่าวเตือนให้รำลึกถึงโองการทั้งหลายของพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะไม่ผินหลังให้เป็นสภาพเช่นคนหูหนวกตาบอด

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 73)

        อิบาดุรเราะห์มาน มีคุณลักษณะเป็นผู้ที่น้อมรับข้อตักเตือนจากโองการของอัลลอฮฺ เมื่อถูกตักเตือนพวกเขาจะไม่ผินหลังให้หรือ ทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เห็น ไม่สนใจ เสมือนคนหูหนวก ตาบอด แต่อิบาดุรเราะห์มานเมื่อได้รับข้อตักเตือนนั้นจะยอมสยบ น้อมรับด้วยหัวใจ ด้วยคำพูดและการกระทำ แม้ว่าข้อตักเตือนนั้นจะมาจากผู้ที่ตนเองชอบหรือไม่ชอบ จะพอใจหรือไม่พอใจก็ตาม หากเป็นข้อตักเตือนที่ถูกต้องจากอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ พวกเขาจะไม่เมินเฉย ไม่ผินหลังให้ แต่จะน้อมรับอย่างเต็มใจ

       อิบาดุรเราะห์มานเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่ออัลกุรอาน พระดำรัส หรือโองการต่างๆของอัลลอฮฺ พวกเขายกโองการของอัลลอฮฺให้อยู่เหนือสิ่งอื่นใดในชีวิต ให้ความสำคัญและเชื่อฟังต่อโองการของอัลลอฮฺเหนือกว่าคำพูดของมนุษย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร และยกโองการของอัลลอฮฺให้อยู่เหนืออารมณ์หรือความต้องการของพวกเขา

 

 

12. ชอบวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺและมีความห่วงใยครอบครัว ลูกหลาน และชนรุ่นหลัง

 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا هَبْ لَنَا مِنْ أَزْوَاجِنَا وَذُرِّيَّاتِنَا قُرَّةَ أَعْيُنٍ وَاجْعَلْنَا لِلْمُتَّقِينَ إِمَامًا

    "และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์โปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเรา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเรา และทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 74)

        อิบาดุรเราะห์มาน มีคุณลักษณะเป็นผู้ที่วิงวอน ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ พวกเขาชอบที่จะวิงวอนขอต่อพระองค์ในสิ่งต่างๆของชีวิต ชีวิตของพวกเขามีความผูกพันกับการช่วยเหลือของอัลลอฮฺ พวกเขาชอบขอต่ออัลลอฮฺ เพราะเชื่อมั่นในการช่วยเหลือและความกรุณาปรานีของพระองค์

         และอิบาดุรเราะห์มาน ยังมีคุณลักษณะเป็นผู้ที่ห่วงใยต่อครอบครัว ลูกหลาน และชนรุ่นหลังของพวกเขา และวิงวอนขอดุอาอฺให้พวกเขาอยู่ในความศรัทธาอันบริสุทธิ์ต่ออัลลอฮฺ ขอให้พวกเขาเป็นผู้สักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว เชื่อฟังและไม่ฝ่าฝืนพระองค์ และขอให้เป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นที่รื่นรมย์ ชื่นตาชื่นใจมากไปกว่าการได้เห็นครอบครัว ลูกหลานนั้น เป็นผู้ศรัทธาที่เชื่อฟังอัลลอฮฺ และเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง

 

 

การตอบแทนแก่ผู้ที่เป็นอิบาดุรเราะห์มาน และผู้ที่ปฏิเสธความเป็นอิบาดุรเราะห์มาน

 

    อิบาดุรเราะห์มานเป็นสถานะของบ่าวผู้ศรัทธาที่สูงส่งที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัย และให้เกียรติ คุณลักษณะของพวกเขาเป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความศรัทธาที่ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ และแบบอย่างของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม 

   อัลลอฮฺได้ทรงบอกว่าผู้ใดเลือกที่จะเป็นอิบาดุรเราะห์มาน เลือกที่จะเป็นบ่าวผู้ศรัทธาต่อที่ภักดีต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะให้การตอบแทนอันยิ่งใหญ่แก่พวกเขา 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

 

أُوْلَٰٓئِكَ  يُجۡزَوۡنَ  ٱلۡغُرۡفَةَ  بِمَا  صَبَرُواْ  وَيُلَقَّوۡنَ  فِيهَا  تَحِيَّةً  وَسَلَٰمًا  

 

เขาเหล่านั้นจะได้รับการตอบแทน ในการที่พวกเขาอดทน และพวกเขาจะได้พบการกล่าวคำต้อนรับ และสลาม

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 75)

خَٰلِدِينَ  فِيهَاۚ  حَسُنَتۡ  مُسۡتَقَرًّا  وَمُقَامًا  

 

โดยพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร เป็นที่พำนักและที่อาศัยที่น่าอภิรมย์แท้ๆ

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 76)

         อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวถึงการตอบแทนต่อพวกเขาไว้ว่า เนื่องด้วยพวกเขามีความอดทนในการใช้ชีวิตเพื่อเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ อดทนในการเชื่อฟังต่อพระองค์ อดทนในการที่ไม่ฝ่าฝืนพระองค์ ในโลกอาคิเราะห์พวกเขาจะได้รับสวรรค์เป็นการตอบแทนสำหรับสิ่งที่พวกเขาอดทน พวกเขาจะได้รับที่พำนักที่สูงส่ง และพวกเขาจะได้พบกับการต้อนรับอย่างให้เกียรติ และกล่าวสลามให้ เมื่อพวกเขาเดินเข้าสวรรค์ และพวกเขาจะได้อยู่ในสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่พำนักที่มีแต่ความสุขไปตลอดกาล

 

         และในทางกลับกันอัลลอฮฺก็ได้ทรงบอกว่า หากผู้ใดเลือกที่จะปฏิเสธความเป็นอิบาดุรเราะห์มาน ปฏิเสธต่อการเป็นบ่าวผู้ศรัทธาต่อพระองค์ ไม่วิงวอนขอต่อพระองค์ผู้เดียว พระองค์ก็จะไม่ใยดีต่อพวกเขา พวกเขาถูกสั่งใช้ให้ดุอาอฺต่ออัลลอฮฺผู้เดียวก็เพื่อตัวของพวกเขาเอง อัลลอฮฺมิได้ทรงต้องการวิงวอน การเคารพภักดีจากพวกเขา พระองค์ทรงสูงส่ง ทรงมั่งคั่ง แต่พวกเขาต่างหากที่เป็นผู้ต่ำต้อย ขัดสนต้องการพึ่งพาจากพระองค์ อัลลอฮฺมิได้ต้องการประโยชน์ใดๆจากพวกเขา แต่พวกเขาต่างหากที่ต้องการประโยชน์จากอัลลอฮฺ หากพวกเขาไม่ศรัทธา ไม่เคารพภักดีต่อพระองค์ผู้เดียว สิ่งนั้นมันจะไม่เป็นโทษแก่ใครเลยนอกจากตัวของพวกเขาเอง ดังนั้นหากพวกเขาปฏิเสธไม่รับฟังคำตักเตือนจากอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ พระองค์ก็ทรงเตรียมการลงโทษไว้ให้แก่พวกเขา

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

 

قُلۡ  مَا  يَعۡبَؤُاْ  بِكُمۡ  رَبِّي  لَوۡلَا  دُعَآؤُكُمۡۖ  فَقَدۡ  كَذَّبۡتُمۡ  فَسَوۡفَ  يَكُونُ  لِزَامَۢا

 

     จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) : พระผู้เป็นเจ้าของฉันจะไม่ใยดีต่อพวกท่าน หากไม่มีการวิงวอนภักดีของพวกท่าน เพราะแน่นอน พวกท่านได้ปฏิเสธไม่รับฟัง ดังนั้น การลงโทษจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

(ซูเราะห์อัลฟุรกอน อายะห์ที่ 77)

 

        ชีวิตของมนุษย์นั้นไม่มีเป้าหมายใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า การแสวงหาความพอพระทัยจากอัลลอฮฺ และออกห่างไกลจากการความโกรธกริ้วของพระองค์ และอิบาดุรเราะห์มาน คือบ่าวที่พระองค์ทรงยืนยันว่า พระองค์ทรงพอพระทัยต่อพวกเขา

 

        สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาทุกคนจึงมีหน้าที่ ที่จะต้องพยายามเลียนแบบ ปฏิบัติตามคุณลักษณะต่างๆที่อัลลอฮฺทรงกล่าวไว้ทั้งหมดให้มากที่สุด ต้องเลียนแบบวิถีชีวิตของพวกเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถ และเตาบะห์ กลับสู่อัลลอฮฺทุกครั้งที่พลาดพลั้งกระทำสิ่งที่ฝ่าฝืน  นี่คือหนทางสู่การเป็นอิบาดุรเราะห์มาน ที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัยและพระองค์ทรงสัญญาว่าจะให้สวรรค์เป็นการตอบแทน 

 

วัลลอฮุอะอฺลัม