ระวังอิบลีสกับลูกสมุนของมัน
  จำนวนคนเข้าชม  697

ระวังอิบลีสกับลูกสมุนของมัน

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยเราต้องพยายามทำให้สุดความสามารถของเรา ..ในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์โดยสิ้นเชิง ..พร้อมกันนั้นก็ต้องปฏิบัติอิบาดะฮฺทุกอย่างให้อยู่ในแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมด้วย นั่นก็คือ ต้องไม่ทำบิดอะฮฺนั่นเอง

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เราทุก ๆคนจะมีผู้คอยประกบติดตามเรา ไม่ว่าเราจะเดินไปทางไหน ไม่ว่าเราจะทำอะไร ก็จะมีผู้คอยตามติดเราอยู่ตลอด ซึ่งเราจะมองไม่เห็นเขา ..หลักฐานปรากฏอยู่ในอัลหะดีษในบันทึกของอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

 

«وَمَا مِنْكُمْ مِنْ أَحَدٍ إِلاَّ وَقَدْ وُكِّلَ بِهِ قَرِينُهُ مِنَ الْجِنِّ، وَقَرِينُهُ مِنَ الْمَلاَئِكَةِ». قَالُوا: وَإِيَّاكَ يَا رَسُولَ اللَّهِ؟، قَالَ: «وَإِيَّاىَ، إِلاَّ أَنَّ اللَّهَ عَزَّ وجَلَّ أَعَانَنِى عَلَيْهِ، فَلاَ يَأْمُرُنِى إِلاَّ بحَقٍّ».

 

     “ไม่มีใครในบรรดาพวกท่านนอกเสียจากว่าจะมีผู้คอยประกบติดตามเราอยู่ จากทั้งญินและมะลาอิกะฮฺ

     เศาะหาบะฮฺจึงได้ถามว่า: แล้วสำหรับท่านเล่าครับ ท่านเราะซูลุลลอฮฺ (ท่านก็มีผู้ที่คอยประกบติดตามด้วยหรือครับ) ?

     ท่านนบีได้ตอบว่า ..สำหรับฉันก็เช่นเดียวกัน แต่ทว่าอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล ทรงคุ้มครองฉันจากมัน ดังนั้น มันจะไม่สั่งฉันนอกจากในเรื่องที่ดีเท่านั้น

 

          สำหรับญินที่คอยติดตามเราอยู่นั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่า มันก็คือ ชัยฏอน ซึ่งหัวหน้าของชัยฏอนก็คืออิบลีส ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ อายะฮฺที่ 50 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะอาลาตรัสว่า

 

(وَإِذۡ قُلۡنَا لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ ٱسۡجُدُواْ لِأٓدَمَ فَسَجَدُوٓاْ إِلَّآ إِبۡلِيسَ كَانَ مِنَ ٱلۡجِنِّ فَفَسَقَ عَنۡ أَمۡرِ رَبِّهِۦٓۗ)

 

และเมื่อเราได้กล่าวแก่มะลาอิกะฮฺว่า จงสุญูดต่ออาดัม พวกเขาก็สุญูดเว้นแต่อิบลีส(ที่มันไม่ยอมสุญูด).. มันอยู่ในจำพวกญิน

 

          ดังนั้น อะกีดะฮฺหรือหลักความเชื่อมั่นของชาวอะฮฺลุซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺในเรื่องนี้ก็คือ อิบลีสนั้นเป็นสิ่งถูกสร้างจำพวกญิน ญินถูกสร้างมาจากไฟ ญินจึงไม่อยู่ในจำพวกของมะลาอิกะฮฺ เพราะมะลาอิกะฮฺถูกสร้างจากรัศมี ...ญินมีทั้งญินที่ดีที่เชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา กับญินที่ไม่ดี ที่ฝ่าฝืนต่อพระองค์ ..

          ญินตนแรกที่เป็นชัยฏอนมีชื่อว่า อิบลีส เฉกเช่นที่ มนุษย์คนแรกก็คือท่านนบีอาดัม อะลัยฮิสสลาม ..ครั้นเมื่ออิบลีสที่ความจริงก็ศรัทธาและเชื่อว่าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาทรงเป็นพระเจ้านั้น ได้ทำการฝ่าฝืนต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่พระองค์ให้มันสุญูดต่อท่านนบีอาดัม แต่มันไม่ยอมสุญูด มันปล่อยให้ความหยิ่งยโสโอหังของมัน มามีอำนาจเหนือคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา มันดื้อดึงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา มันอ้างว่ามันถูกสร้างมาจากไฟ ย่อมมีดีกว่าท่านนบีอาดัมที่ถูกสร้างมาจากดิน มันคิดเอาเองว่ามันดีกว่า มันจึงไม่ยอมสุญูดต่อท่านนบีอาดัม มันจึงกลายเป็นผู้ที่ตั้งใจฝ่าฝืนต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาซึ่งทำให้พระองค์ทรงโกรธกริ้วมัน และทรงลงโทษมันให้ตกนรกตลอดกาล และทรงเรียกมันว่า อิบลีส ที่แปลว่า ผู้ที่สิ้นหวัง ผู้ที่หมดหวังจากความเมตตาของอัลลอฮฺ เพราะมันไม่มีโอกาสที่จะแก้ตัวอีกแล้วที่จะได้เข้าสวรรค์ของพระองค์ 

         ด้วยเหตุนี้มันจึงได้ขอต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาว่า ขอให้มันมีชีวิตอยู่จนถึงวันกิยามะฮฺ และขอสาบานต่อพระองค์ว่า มันจะไม่ยอมตกนรกฝ่ายเดียว มันจะต้องคอยล่อลวง คอยล่อหลอกมนุษย์ทุก ๆคนให้ไปตกนรกร่วมกับมัน ดังนั้น พระองค์จึงทรงอนุญาต และทรงให้มันเป็นชัยฏอนตนแรก ใครที่ถูกมันล่อลวงได้สำเร็จก็กลายเป็นชัยฏอน กลายเป็นลูกสมุน กลายเป็นพลพรรคของอิบลีส

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ชัยฏอน มีความหมายถึง ใครก็ได้ สิ่งใดก็ได้ที่ชักนำ ที่ล่อลวงเราให้ออกห่างจากคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นำเราไปสู่การปฏิเสธอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทำให้เราออกห่างจากทางนำที่ถูกต้อง ... ด้วยเหตุนี้ญินก็เป็นชัยฏอนได้ และคนเราก็เป็นชัยฏอนได้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องคอยระมัดระวังตัวเราไม่ให้ตกอยู่ในการล่อลวงของมัน โดยเราต้องรู้เท่าทันวิธีการของมันที่มันใช้ในการล่อลวงเรา

         ซึ่งท่านอิบนุล กอยยิม อัลเญาซียะฮฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ อุละมาอ์คนสำคัญท่านหนึ่งได้บอกถึงวิธีการที่มันใช้ล่อลวงมนุษย์

 

     ♠ ประการที่หนึ่ง ล่อลวงเราให้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา หรือไม่ก็ให้เราทำชิริกต่อพระองค์ ..

           เราเป็นมุสลิม เราเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เราก็คิดว่า เพียงพอแล้ว ฉันเป็นมุสลิมแล้ว ฉันไม่ได้ปฏิเสธอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แต่ความจริงก็คือ มันจะมีความนึกคิด หรือมีการกระทำบางอย่างที่สามารถทำให้เราหลุดออกจากการเป็นมุสลิมได้โดยที่บางทีเราก็ไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจ เหมือนอย่างอิบลีสที่มันก็ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แต่เพราะมันตั้งใจฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแค่เพียงคำสั่งเดียวเท่านั้น ก็ยังทำให้มันกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานฮูวะตะอาลาได้ ก็ขอให้เราพึงระมัดระวังไว้ด้วย

 

     ♠ ประการที่สอง ล่อลวงเราให้ทำบิดอะฮฺ หรือทำอุตริกรรมต่าง ๆในเรื่องของอิบาดะฮฺ ..

          ความจริงแล้ว บิดอะฮฺส่วนใหญ่มักเกิดจากความปรารถนาที่อยากจะทำอิบาดะฮฺมาก ๆ ก็เลยทำอิบาดะฮฺเพิ่มขึ้นมา โดยไม่มีแบบอย่างมาจากท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นการคิดรูปแบบอิบาดะฮฺเพิ่มขึ้นมาเอง หรือบางทีคนก็มีความตั้งใจดีที่อยากจะเห็นผู้คนหันกลับเข้าหาศาสนาโดยการเพิ่มเติมเรื่องราวให้น่าสนใจ บางคนก็บอกว่า ผู้คนห่างไกลศาสนากันเหลือเกิน งั้นเรามาแต่งหะดีษกัน เพื่อให้ผู้คนเกรงกลัวอัลลอฮฺ จึงได้อุปโลกน์หะดีษปลอมกันขึ้น หรืออื่น ๆในทำนองนี้ ซึ่งเราเรียกการทำสิ่งเหล่านี้ว่า การทำบิดอะฮฺ... แต่ความจริงที่ถูกต้องก็คือ ในเรื่องของอิบาดะฮฺนั้น เราต้องปฏิบัติไปตามแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเท่านั้น ห้ามคิดเอง ห้ามทำขึ้นมาเอง ห้ามเกินเลยเด็ดขาด

 

     ♠ ประการที่สาม ชัยฏอนมันจะหลอกล่อให้เราทำบาปใหญ่...

          บาปใหญ่ ก็คือ บาปที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงกำหนดบทลงโทษเอาไว้แล้วในโลกดุนยานี้ หรือทรงกำหนดให้ได้รับโทษในโลกอาคิเราะฮฺ หรือได้รับโทษทั้งในโลกดุนยานี้และโลกอาคิเราะฮฺด้วย....บาปใหญ่ก็เช่น ทำให้เรารู้สึกหมดหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ดื่มเหล้า เล่นการพนัน กินดอกเบี้ย ทำซินา ตัดญาติขาดมิตร นินทาว่าร้าย การเป็นพยานเท็จ เป็นต้น....แต่ถ้าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงคุ้มครองเราไม่ให้ทำบาปใหญ่ ชัยฏอนมันก็จะเริ่มวิธีการประการต่อไป

 

     ♠ ประการที่สี่ ชัยฏอนมันจะล่อลวงเราให้ทำบาปเล็ก ...

           บาปเล็ก ก็คือ บาปที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาไม่ได้ทรงกำหนดบทลงโทษที่แน่นอนเอาไว้ แต่สามารถลบล้างบาปได้ด้วยการทำความดีทดแทน ...บาปเล็กก็เช่น บาปจากการดูหรือการฟังสิ่งที่ต้องห้าม โดยมันจะมาล่อลวงเราว่า ทำไปเถิด แค่บาปเล็กเอง ไม่ใช่บาปใหญ่ซะหน่อย ทำไปเถอะ ไม่เป็นหรอก .. แต่ความจริงก็คือ อุละมาอ์ได้บอกไว้ว่า บาปเล็กนั้น ถ้าหากเราทำมันบ่อย ๆทำมันจนติดเป็นนิสัย ทำมันอยู่อย่างสม่ำเสมอ บาปเล็กนั้นก็อาจจะกลายเป็นบาปใหญ่ได้ ...แต่ถ้าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราไม่หลง ไม่ทำบาปเล็ก มันก็จะใช้วิธีการประการต่อไป

 

     ♠ ประการที่ห้า ชัยฏอนมันจะให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เป็นมุบาหฺ مباح...

          มุบาหฺ คือเรื่องที่ศาสนาอนุมัติ เรื่องที่ศาสนาอนุญาต เช่น การดูการฟังข่าวสารบ้านเมือง การดูสารคดี การศึกษาค้นคว้าในเรื่องวิชาการที่ไม่ใช่เรื่องของบทบัญญัติศาสนา ..ชัยฏอนมันจะล่อลวงเราให้เราจดจ่ออยู่กับเรื่องของมุบาหฺจนมากเกินไป ทำให้เราละทิ้งการทำสิ่งที่มันสำคัญกว่า เช่น อ่านอัลกุรอาน หรือทำละหมาดซุนนะฮฺต่าง ๆ มันจะล่อลวงเราให้หมดเวลาไปกับเรื่องของมุบาหฺ แทนที่เราจะได้ไปทำสิ่งที่เป็นซุนนะฮฺ และในท้ายที่สุด มันก็อาจจะทำให้เราละทิ้งเรื่องที่เป็นวาญิบ เรื่องที่เป็นฟัรฎู จึงเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังให้มาก

 

     ♠ ประการที่หก ชัยฏอนมันจะให้เราจดจ่ออยู่กับเรื่องของมัฟฎู๊ล مفضول ...

          มัฟฎู๊ล ก็คือเรื่องที่มันสำคัญน้อยกว่า ทำให้เราหันไปสนใจในสิ่งที่เป็นซุนนะฮฺมากกว่าสิ่งที่เป็นวาญิบ เช่น เมื่อเวลาที่เราตื่นขึ้นมาละหมาดในยามค่ำคืน ละหมาดกิยามุลลัยล์ มันจะหลอกล่อให้เราทำละหมาดอย่างหักโหม แล้วในท้ายที่สุด เราก็อาจจะเพลียจากการละหมาดกิยามุลลัยล์ แล้วหลับไปในเวลาศุบฮฺ ทำให้พลาดการละหมาดศุบฮฺ ซึ่งมันสำคัญมากกว่า

 

          นั่นก็คือ วิธีการหรือลำดับขั้นตอนของอิบลีสและชัยฏอนที่มันนำมาใช้ในการล่อลวงเรา หลอกล่อเราให้เราออกห่างจากบทบัญญัติศาสนาที่ถูกต้อง เพื่อให้เราได้ตกเป็นลูกสมุนหรือเป็นพลพรรคของมัน และชักชวนเราให้ไปอยู่ร่วมกับมันในไฟนรกญะฮันนัม ซึ่งท่านอิบนุล กอยยิม อัลเญาซียะฮฺ ได้นำมาเสนอแก่เรา เพื่อให้เราได้รู้เท่าทันวิธีการของมัน เราจะได้ระมัดระวังตัวของเรา ซึ่งถ้ามันยังใช้วิธีการเหล่านี้ไม่สำเร็จ แน่นอน มันก็ยังคงมีวิธีการอื่น ๆอีก เพราะมันบอกต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแล้วว่า มันจะมาล่อลวงเราในทุก ๆทาง มันจะมาทั้งทางเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้ายของเรา จึงเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังตัวเราเป็นอย่างยิ่ง

 

         ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เราจะป้องกันตัวเราให้รอดพ้นจากการถูกล่อลวงของอิบลีสและชัยฏอนได้อย่างไร ? ซึ่งบรรดาอุละมาอ์มีคำแนะนำดังนี้

 

     ♣ วิธีการที่หนึ่ง ให้เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างถูกต้องแท้จริง โดยการมอบเตาฮีด มอบการเป็นพระเจ้าองค์เดียวแด่พระองค์อย่างแท้จริง พร้อมทั้งตะวักกุลมอบหมายทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ...ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอันนะหฺลฺ อายะฮฺที่ 99 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

(إِنَّهُۥ لَيۡسَ لَهُۥ سُلۡطَٰنٌ عَلَى ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَلَىٰ رَبِّهِمۡ يَتَوَكَّلُونَ ٩٩)

 

แท้จริง (ชัยฏอน)มันไม่มีอำนาจใดๆ เหนือบรรดาผู้ศรัทธาที่พวกเขาได้มอบหมาย (ทุกสิ่งทุกอย่าง)ต่อพระเจ้าของพวกเขา

 

     ♣ วิธีการที่สอง โดยการแสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจากแหล่งความรู้ที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพราะเมื่อเรามีความรู้ที่ถูกต้อง เราก็จะปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง

 

     ♣ วิธีการที่สาม ให้เรามอบอัลอิคลาศแด่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาองค์เดียวเท่านั้น ในอัลกุรอานซูเราะฮฺศอด อายะฮฺที่ 81 – 82 อัลลฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

(قَالَ فَبِعِزَّتِكَ لَأُغۡوِيَنَّهُمۡ أَجۡمَعِينَ ٨٢ إِلَّا عِبَادَكَ مِنۡهُمُ ٱلۡمُخۡلَصِينَ ٨٣)

 

มัน(ชัยฏอน)กล่าวว่า ดังนั้นด้วยอำนาจของพระองค์ แน่นอนข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด

เว้นแต่ปวงป่าวของพระองค์ในบรรดาพวกเขาที่มีอิคลาศ มีใจบริสุทธิ์ต่อพระองค์เท่านั้น

 

     ♣ วิธีการที่สี่ ให้เรารำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตอาลาอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้รอดพ้นจากการถูกล่อลวงของอิบลีสและชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 200 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

(وَإِمَّا يَنزَغَنَّكَ مِنَ ٱلشَّيۡطَٰنِ نَزۡغٞ فَٱسۡتَعِذۡ بِٱللَّهِۚ إِنَّهُۥ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ٢٠٠)

 

และหากมีการยั่วยุใดๆ จากชัยฏอนกำลังยั่วยุเจ้าอยู่ ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺเถิด แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้

 

          นอกจากนี้ยังมีวิธีการอื่นอีก เช่น การอ่านอัลมุเอาวิซะตาน ก็คือการอ่านซูเราะฮฺอันนาส กับซูเราะฮฺอัลฟะลักรวมถึงการอ่านอายะฮฺกุรซีย์ด้วย ก็ขอให้เราได้ปกป้องตัวเราให้พ้นจากการล่อลวงของอิบลีสและชัยฏอนด้วยการปฏิบัติตามคำตักเตือนของบรรดาอุละมาอ์อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำในทุก ๆวัน

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงคุ้มครองเรา โปรดให้เรารอดพ้นจากการถูกล่อลวงของอิบลีสและชัยฏอน ศัตรูตัวฉกาจของเรา ขอพระองค์โปรดให้เราเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างแท้จริง โปรดให้เราเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โปรดให้เราได้ดำรงตนและปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขตของบทบัญญัติศาสนา และเสียชีวิตในฐานะผู้ที่นอบน้อมยอมจำนนต่อพระองค์โดยสิ้นเชิง

 

( คุฏบะฮฺวันศุกร์ มัสญิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ )