การอวดโต เย่อหยิ่ง
  จำนวนคนเข้าชม  1252

การอวดโต เย่อหยิ่ง

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา ... แปลเรียบเรียง

 

 ความหมาย 

 

          ผู้หยิ่งยะโส คือผู้ที่ชอบตามอารมณ์ ชอบดูถูกผู้อื่น และมักจะมองตัวเองเหนือกว่าใครๆ

 

 

 หลักการ 

 

          การหยิ่งยโส โอหัง อวดใหญ่ การหลงตัวเองนั้น เป็นคุณสมบัติที่สวนทางกับคุณลักษณะของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง และลักษณะดังกล่าวมักเกิดกับผู้ที่คิดว่า ตัวเองนั้นเกิดมาอยู่ในชนชั้นที่เหนือคนอื่น  เช่น มีฐานะร่ำรวย ตระกูลดี หน้าตาดี หรือมีความรู้มากกว่าคนอื่น สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้เขามองผู้อื่นอย่างดูถูกเหยียดหยาม ดูหมิ่นดูแคลน ทั้งๆที่เขาเกิดมามีสิ่งที่ดีกว่าคนอื่น

 

อัลลอฮฺ ทรงกล่าวไว้ว่า

وَلَا تُصَعِّرْ خَدَّكَ لِلنَّاسِ وَلَا تَمْشِ فِي الْأَرْضِ مَرَحًا إِنَّ اللَّهَ لَا يُحِبُّ كُلَّ مُخْتَالٍ فَخُورٍ

 

 และเจ้าอย่าหันแก้ม (ใบหน้า) ของเจ้าให้แก่ผู้คนอย่างยโส และอย่าเดินไปตามแผ่นดินอย่างไร้มารยาท

แท้จริงอัลลอฮฺมิทรงชอบทุกผู้หยิ่งจองหอง และผู้คุยโวโอ้อวด

 (ลุกมาน : 18)

( كَذَلِكَ يَطْبَعُ اللَّهُ عَلَى كُلِّ قَلْبِ مُتَكَبِّرٍ جَبَّارٍ )

 

"เช่นนั้นแหละอัลลอฮฺทรงประทับบนทุก ๆ หัวใจของผู้จองหองหยิ่งยะโส"

(ฆอฟีร : อายะที่ 35)

รายงานจากท่าน อับดุลลอฮฺ บิน มุสฮูด

لا يَدْخُلُ الْجَنَّةَ مَنْ كَانَ فِي قَلْبِهِ مِثْقَالُ ذَرَّةٍ مِنْ كِبْرٍ

 

เขาไม่มีสิทธิ์เข้าสวรรค์ ผู้ใดที่มีความหยิ่งยโสแม้เพียงน้อยนิดเท่าผงธุลี

(โดยมุสลิม)

รายงานจาก อะบูฮูรอยเราะฮ์ ท่านเราะซูล  กล่าวว่า

 

 ثَلاثَةٌ لاَ يُكَلِّمُهُمْ اللَّه يوْمَ الْقِيَامةِ، وَلاَ يُزَكِّيهِمْ، وَلا ينْظُرُ إلَيْهِمْ، ولَهُمْ عذَابٌ أليمٌ: شَيْخٌ زَانٍ، ومَلِكٌ كَذَّابٌ، وَعَائِل مُسْتَكْبِرٌ

 

"บุคคล 3 ประเภท ที่อัลลอฮ์ จะไม่พูดกับเ จะไม่ขัดเกลาให้แก่เขา ไม่มองเขาในวันกิยามะฮ์

และบุคคลเหล่านี้จะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ บุคคลเหล่านั้นได้แก่

คนชราที่ทำซินา กษัตริย์จอมโกหก และยาจกที่อวดโตหยิ่งผยอง" 

(บันทึกมุสลิม นะซาอีย์)

 

 ลักษณะพฤติกรรมที่ต้องห้าม 

 

     ♣-การหยิ่งยะโสเป็นนิสัยที่เลวที่สุด คือนิสัยของอิบลีสในอดีต ที่มันหยิ่งยะโสไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์  และได้อิจฉาริษยาต่ออาดัม(อาลัยฮิสสลาม)

 

     ♣-คนปฏิเสธศรัทธาที่พวกเขาไม่ยอมศรัทธาก็เนื่องจากความยิ่งยะโส

 

     ♣-การหยิ่งยะโสคือสาเหตุแห่งความแตกแยก และความเกลียดชังกัน ดังที่ได้เกิดมาแล้วในวงค์วานของอิสรออีลในอดีต

 

     ♣-หยิ่งยะโสเป็นสาเหตุแห่งการปฏิเสธความจริง และเป็นเหตุของการก่ออาชญากรรม

 

     ♣-คนที่มีนิสัยที่หยิ่งยะโส คือผู้ที่อัลลอฮ์  ทรงเกลียดชัง

 

     ♣-การหยิ่งยะโส คือนิสัยของบรรดาผู้กลับกลอก ดังที่พระองค์ทรงกล่าวเกี่ยวกับพวกเขาว่า

ผู้หยิ่งยะโส คือผู้ที่ชอบตามอารมณ์ ชอบดูถูกผู้อื่น และมักจะมองตัวเองเหนือกว่าผู้อื่น พวกเขาจึงถูกปิดกั้นหัวใจ

ผู้ที่หยิ่งยะโส เมื่อถูกปิดหัวใจเเล้ว จะโดนลงโทษโดยที่ให้พวกเขาห่างไกล และไม่ยอมรับกับสัจธรรม

 

 

 ประเภทของความผิด 

 

@ การหยิ่งยะโส ต่ออัลลอฮฺ เช่น ฟิรฮูน อวดอ้วงต่ออัลลอฮฺการเป็นพระเจ้า

 

( فَقَالَ أَنَا رَبُّكُمُ الْأَعْلَى ) النازعات24

 

แล้วกล่าวว่า ฉัน(ฟิรฮูน)คือพระเจ้าสูงสุดของพวกท่าน

 

@ การหยิ่งยะโสต่อบรรดาร่อซูล เช่น ฟิรฮูนกล่าวอวดโตต่อร่อซูลของพระองค์

 

( أَنُؤْمِنُ لِبَشَرَيْنِ مِثْلِنَا وَقَوْمُهُمَا لَنَا عَابِدُونَ ) المؤمنون: 47

 

     พวกเขากล่าวว่าจะให้พวกเราศรัทธาต่อบุคคลทั้งสองที่มีสภาพเช่นเดียวกับเราและทั้ง ๆ ที่พวกพ้องของเขาทั้งสองก็เป็นทาสรับใช้เรา

 

@ การหยิ่งยะโสต่อมนุษย์ด้วยกัน เช่น อิบลีส (มารร้าย)ไม่ยอมก้มกราบต่อท่านนบีอาดัม

 

( أَنَا خَيْرٌ مِنْهُ خَلَقْتَنِي مِنْ نَارٍ وَخَلَقْتَهُ مِنْ طِينٍ ) الأعراف: 12

 

พระองค์ตรัสว่าอะไรที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุยูด ขณะที่ข้าได้ใช้เจ้า

มันกล่าวว่าข้าพระองค์ดีกว่าเขา โดยที่พระองค์ทรงบังเกิดข้าพระองค์จาไฟ และได้บังเกิดเขาจากดิน

 

 

 ดุอาอฺขอรอดพ้นจากการ การหยิ่งยะโส 

 

     จากอับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม นั้นเมื่อถึงเวลาเย็นจะกล่าวว่า:

 

أَصْبَحْنَا وَأَصْبَحَ المُلْكُ للهِ، وَالحَـمْدُ للهِ، لا إلٰـهَ إلَّا اللهُ وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ، اللَّهُـمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ مِنْ خَيرِ هَذا اليَوْمِ ، وَخَيرِ مَا فِيهِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهِ، وَشَرِّ مَا فِيهِ، اللَّهُـمَّ إنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الكَسَلِ، وَالهَرَمِ، وَسُوءِ الكِبَرِ، وَفِتْنَةِ الدُّنْيَا وَعَذَابِ القَبْرِ

 

     คำอ่าน : อัศบะหฺนา ว่าอัศบะฮัลมุลกุลิลลาฮฺ วะหฺดะฮู ลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกู้ วะละฮุลฮัมดู้ ว่าฮูว่าอะลากุลลิชัยอินก่อดีร อัซอะลุก้า ค็อยร่อ มาฟีฮะซิฮิลลัยละฮฺ ว่าค็อยร่อ มาบะด้าฮา ว่าอะอูซุบิก้า มินชัรรี่ ฮาซิฮิลลัยละฮฺ ว่าชัรรี่ มาบะด้าฮา ว่าอะอูซุบิก้า มินัลกะซะลี่ ว่าซูอิลกิบะรี่ ว่าอะอูซุบิก้า มินอะซาบินนาร ว่าอะซาบิลก็อบ

     ยามเย็น อ่านว่า อัมซัยนา วะอัมซัลมุลกุ ลิลลาฮฺ วัลฮัมดุลิลลาฮฺ

 

      (ความหมายดุอาอฺ : พวกเรามีชีวิตอยู่ในเช้านี้โดยที่อำนาจการปกครองเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และมวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว โดยปราศจากภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ 

     โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันวิงวอนขอต่อพระองค์ โปรดประทานความดีของวันนี้ และความดีที่มีอยู่ในวันนี้ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของวันนี้ และความชั่วร้ายที่มีอยู่ในวันนี้ 

     โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความเกียจคร้าน ความแก่เฒ่า ความเลวร้ายของความแก่ชรา จากฟิตนะฮฺของโลกนี้ และจากการลงโทษในหลุมฝังศพ) 

 

(บันทึกโดยมุสลิม)