การบริจาคของท่านอุษมาน อิบนุ อัฟฟาน
  จำนวนคนเข้าชม  1129

การบริจาคของท่านอุษมาน อิบนุ อัฟฟาน

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา ก็คือให้เรามีความยำเกรงต่อพระองค์ เพราะการยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลานั้น หากมีอยู่ในหัวใจของเราแล้ว มันก็จะเป็นเสมือนกำแพงที่ขวางกั้นเรา ไม่ให้ทำสิ่งที่เป็นมะอ์ศิยะฮฺ สิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และมันก็จะเป็นแรงผลักดันเราให้ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นอะมัลศ่อลิหฺต่างๆ ซึ่งผลสุดท้ายของการที่เรามีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั่นก็คือ การที่เราได้ปกป้องตัวของเราเองให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษในไฟนรกของพระองค์ในวันกิยามะฮฺ และเรายังได้รับชีวิตที่ดีงามในโลกดุนยานี้ และในโลกอาคิเราะฮฺเราก็จะได้รับรางวัลตอบแทนด้วยสวนสวรรค์ของพระองค์ และสิ่งพิเศษ ๆมากมายที่อยู่ภายในสวนสวรรค์นั้นอย่างตลอดกาล

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เดือนเราะมะฎอนปีนี้ได้จากเราไปแล้ว เราเป็นอย่างไรกันบ้างครับ ยังคงเข้มแข็งในการทำอิบาดะฮฺเฉกเช่นเดิม เหมือนขณะอยู่ในเดือนเราะมะฏอน หรือเราเริ่มอ่อนล้า อ่อนแรงลงบ้างแล้ว เพราะต้องต่อสู้กับชัยฏอนที่ตอนนี้มันถูกปล่อยพันธนาการแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้เรายังคงเข้มแข็งในการทำอิบาดะฮฺต่าง ๆ ต่อไป 

 

          ซึ่งเราจะพบว่า อิบาดะฮฺต่าง ๆที่เราทำนั้น ส่วนใหญ่เป็นอิบาดะฮฺที่เกี่ยวกับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลากับตัวเรา แต่จะมีอิบาดะฮฺอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นอิบาดะฮฺที่เกี่ยวกับตัวเรากับฮักกุลอาดัม หรือเกี่ยวกับเพื่อนมนุษย์ นั่นก็คือ เรื่องของเศาะดะเกาะฮฺหรือการบริจาค และเป็นอิบาดะฮฺที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า คนตายเลือกอยากที่จะกลับมาทำในโลกดุนยา และหวังว่าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทรงประวิงเวลาให้เขาได้กลับไปแก้ตัว อย่าเพิ่งให้เขาตาย เพื่อที่เขาจะได้กลับไปบริจาค แต่มันสายไปเสียแล้ว

 

     ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลมุนาฟิกูน อายะฮฺที่ 10 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

وَأَنفِقُواْ مِن مَّا رَزَقۡنَٰكُم مِّن قَبۡلِ أَن يَأۡتِيَ أَحَدَكُمُ ٱلۡمَوۡتُ فَيَقُولَ رَبِّ لَوۡلَآ أَخَّرۡتَنِيٓ إِلَىٰٓ أَجَلٖ قَرِيبٖ فَأَصَّدَّقَ وَأَكُن مِّنَ ٱلصَّٰلِحِينَ

 

     “และจงบริจาคจากสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า ก่อนที่ความตายจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใดในหมู่พวกเจ้า

     แล้วเขาก็จะกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ หากแม้ว่าพระองค์จะทรงประวิงเวลา(การตาย) อีกเพียงเล็กน้อยให้แก่ข้าพระองค์

     เพื่อที่ข้าพระองค์จะได้บริจาค และข้าพระองค์ก็จะได้อยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงเล่าถึงพวกมุนาฟิก ที่พวกเขาไม่เคยบริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ เลย แต่พอพวกเขาใกล้จะตาย พวกเขาก็กลับมาวิงวอนร้องขอต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ขอให้พวกเขาได้กลับมาบริจาคก่อน อย่าเพิ่งให้พวกเขาตาย เพราะพวกเขาเพิ่งทราบถึงผลบุญ ความดีงามต่าง ๆ ที่พวกเขาจะได้รับอย่างมากมายจากการบริจาค แต่มันสายไปเสียแล้วสำหรับพวกเขา... 

 

          ในขณะที่มุสลิมต่างตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริจาคเป็นอย่างดี และโดยเฉพาะบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านนบีนั้นต่างเป็นผู้ที่รักการบริจาค และบริจาคกันอย่างมากมายทั้งสิ้น ...เศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งคือท่านอุษมาน อิบนุ อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ซึ่งเป็นเคาะลีฟะฮฺอัรรอชิดีนท่านที่สามแห่งอัลอิสลาม ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้ชื่อว่าใจบุญสุนทานอย่างที่สุด ท่านเป็นเศาะฮาบะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เกิดในตระกูลกุร็อยช์ ก็คือเกิดในตระกูลเดียวกับท่านนบี เป็นเชื้อสายเดียวกัน มีอายุอ่อนกว่าท่านนบี 5 ปี

 

          ท่านอุษมานเป็นท่านหนึ่งในจำนวนสิบท่าน ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงรับรองว่าเป็นชาวสวรรค์อย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ท่านนบีได้กล่าวไว้ว่า ท่านอุษมานจะเป็นคนสนิทของท่านนบีในสวรรค์

 

          ท่านอุษมานเป็นผู้ที่ได้รับสมญานามว่า ซุนนูร็อยน์ ذو النورين ก็คือ เจ้าของรัศมีสองดวง ...สาเหตุที่ได้รับสมญานามนี้ก็เพราะท่านอุษมานได้แต่งงานกับบุตรสาวของท่านนบี 2 คน โดยในตอนแรกท่านอุษมานได้แต่งงานกับท่านหญิงรุกอยยะฮฺ เมื่อท่านหญิงรุกอยยะฮฺเสียชีวิต ท่านนบีก็ได้มอบท่านหญิงอุมมุ กัลโซม ซึ่งเป็นบุตรสาวอีกคนหนึ่งให้แต่งงานกับท่านอุษมาน ครั้นเมื่อท่านหญิงอุมมุ กัลโซมเสียชีวิต ท่านนบีได้กล่าวว่า หากท่านนบีมีบุตรสาวอีก ท่านนบีก็จะให้แต่งงานกับท่านอุษมาน

 

          ท่านอุษมานเป็นผู้ที่มีจรรยามารยาทงดงาม สุภาพอ่อนโยน และมีความละอายอย่างยิ่ง มีความละอายอย่างมากมาย จนกระทั่ง บรรดามะลาอิกะฮฺและท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังต้องยกย่องให้เกียรติในความละอายของท่านอุษมาน

          ท่านอุษมานเป็นบุคคลที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใจบุญเป็นที่สุด เป็นผู้ที่เสียสละกำลังกาย ออกญิฮาดเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านนบี และยังเป็นผู้ที่บริจาคทรัพย์สมบัติอย่างมากมายในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

          ครั้งหนึ่ง ในสมัยของท่านเคาะลีฟะฮฺ อุมัร อิบนุ อัล ค๊อฏฏ็อบ ได้เกิดความแห้งแล้ง ขาดแคลนอาหารการกิน ท่านอุษมานซึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้าจึงได้บริจาคสินค้าและอาหารในกองคาราวานของท่านทั้งหมด ให้แก่คนยากจนขัดสนในนครมะดีนะฮฺจนหมดสิ้น ..และอีกหลายต่อหลายครั้งที่ท่านอุษมานทำเช่นนี้ บริจาคอย่างมากมายโดยไม่เสียดาย สิ่งที่ท่านอุษมานทำก็คือ บริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทำเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พร้อมทั้งมุ่งหวังผลบุญในโลกอาคิเราะฮฺอย่างแท้จริง

 

          ครั้งหนึ่ง ในช่วงระยะเวลาแห่งการฮิจญฺเราะฮฺ ก็คือ ช่วงที่บรรดามุสลิมอพยพจากนครมักกะฮฺไปยังนครมะดีนะฮฺ ...ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ร่วมเดินทางไปกับบรรดามุสลิม ในระหว่างการเดินทาง พวกเขารู้สึกกระหายน้ำมาก อยากจะดื่มน้ำ แต่ความที่พวกเขาเคยชินกับรสชาติของน้ำซัมซัมที่พวกเขาเคยดื่มตอนที่อยู่ที่นครมักกะฮฺ พวกเขาก็เลยไปพูดคุยกับท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม แล้วก็เรียนให้ท่านนบีทราบว่า ในนครมะดีนะฮฺ มีบ่อน้ำบ่อหนึ่ง มีชื่อว่า บ่อน้ำรูมะฮฺ ที่น้ำในบ่อมีรสชาติใกล้เคียงกับน้ำซัมซัม แต่ว่า..เจ้าของบ่อนี้เป็นคนยิว และคนยิวคนนี้ไม่ใช่คนใจดี เขามุ่งแต่จะทำการค้าให้ได้ผลกำไร ไม่มีการแจกฟรี ใครจะมาตักไปดื่ม หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นใดก็ตาม คนยิวคนนี้ก็จะคิดเงินหมด แม้แค่น้ำกอบมือหนึ่ง เขาก็คิดเงิน

 

          เมื่อท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ฟังเช่นนั้น ก็เลยส่งตัวแทนไปเจรจากับคนยิวเจ้าของบ่อน้ำ ..ขอซื้อบ่อน้ำนี้ให้แก่บรรดามุสลิม ด้วยจำนวนเงินที่เทียบเท่ากับตาน้ำที่ผุดขึ้นในสวรรค์ แต่ทว่า คนยิวคนนี้ปฏิเสธ เขาบอกว่า เขาอยากได้เงินมากกว่า

          เมื่อท่านอุษมานทราบเรื่องดังกล่าว ท่านก็เลยไปหาคนยิวคนนี้ แล้วก็เจรจาขอซื้อบ่อน้ำ แต่คนยิวคนนี้ก็ปฏิเสธที่จะขายมัน ท่านอุษมานก็เลยต่อรอง ขอซื้อเพียงครึ่งเดียว โดยวิธีการก็คือ สลับวันกันถือครอง ถือครองบ่อน้ำกันคนละวัน ใครถือครองวันไหน ก็สามารถจะขายน้ำในบ่อวันนั้นได้ ... คนยิวได้ฟังดังนั้น ก็ดีดลูกคิดในสมอง เขาคิดว่า หากท่านอุษมานมาร่วมเป็นหุ้นส่วนในบ่อน้ำนี้ ราคาของน้ำในบ่อนี้ต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคนยิวคนนี้ทราบดีถึงฝีไม้ลายมือในการค้าขายของท่านอุษมาน ที่มักจะได้กำไรอย่างงามเสมอ คนยิวคนนี้ก็เลยตกลงตามข้อเสนอของท่านอุษมาน

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย...เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คนยิวคนนี้คิด เพราะปรากฏว่า วันไหนที่คนยิวขายน้ำ ยอดขายของคนยิวกลับลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่มีคนมาซื้อน้ำจากเขาอีกเลย คนยิวคนนี้แปลกใจมาก..ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น..

 

          ในที่สุด เขาก็ทราบว่า ในวันที่ท่านอุษมานถือครองบ่อน้ำนี้ ท่านอุษมานได้ปล่อยให้ผู้คนได้ใช้น้ำโดยไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด และไม่ต้องมีสิ่งใดแลกเปลี่ยนอีกด้วย เพราะท่านอุษมานได้อุทิศบ่อน้ำนี้เพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา .. บรรดาผู้คนทั้งหมดก็เลยหันไปใช้น้ำในวันที่ท่านอุษมานถือครอง แล้วก็ตักเก็บไว้ใช้ตามความจำเป็น ก็เลยไม่มีใครไปใช้น้ำในวันที่คนยิวถือครอง

 

          เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ คนยิวก็รู้สึกได้ว่า ตนเองกำลังขาดทุน ก็เลยตัดสินใจขายบ่อน้ำบ่อนี้ให้แก่ท่านอุษมานทั้งหมด ซึ่งท่านอุษมานก็รับซื้อไว้ด้วยราคาสูงถึงกว่าสองหมื่นดิรฮัม เมื่อซื้อแล้ว ท่านอุษมานก็ได้วะกัฟหรืออุทิศบ่อน้ำแห่งนี้เพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และให้บรรดามุสลิมและผู้คนทั้งหลายที่ไม่ใช่มุสลิมได้ใช้ดื่มกิน ใช้ประโยชน์ต่าง ๆตามที่แต่ละคนต้องการ

 

     หลังจากนั้น ผ่านไปสักระยะหนึ่ง มีเศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งได้มาพบท่านอุษมาน แล้วก็เสนอซื้อบ่อน้ำแห่งนี้ด้วยราคาเป็นสองเท่าของราคาที่ท่านอุษมานเคยซื้อไว้

     ท่านอุษมานจึงตอบว่า บ่อน้ำแห่งนี้มีค่ามากมายสำหรับฉัน

     เศาะฮาบะฮฺท่านนั้นจึงเพิ่มราคาให้เป็นสามเท่า

     ท่านอุษมานก็ยังยืนยันคำพูดเดิม 

     เศาะฮาบะฮฺท่านนั้นจึงได้เพิ่มราคาขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเพิ่มราคาไปจนถึงเก้าเท่า 

     แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ ท่านอุษมานไม่ขาย

     เศาะฮาบะฮฺท่านนั้นจึงพูดกับท่านอุษมานว่า ยังมีใครอีกหรือ ที่จะให้ราคาบ่อน้ำแห่งนี้สูงกว่าฉัน ?

     ท่านอุษมานตอบว่า มีสิ ...อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างไรเล่า พระองค์ทรงตอบแทนให้มากกว่า 10 เท่า

     ตกลงก็ไม่ได้ขาย แล้วเกิดอะไรขึ้น ?

 

          ครั้นเวลาผ่านไป ปรากฏว่า ความจำเริญ ความเมตตา บะเราะกะฮฺ เราะหฺมะฮฺได้เกิดขึ้นที่รอบ ๆบ่อน้ำแห่งนี้ เพราะปรากฏว่า มีต้นอินทผลัมเจริญเติบโตงอกงามขึ้นมา ท่านอุษมานจึงได้สั่งให้ผู้คนดูแลเพาะปลูกต้นอินทผลัมเหล่านั้นนำมาแบ่งกินกัน จนที่นั่นได้กลายเป็นแหล่งปลูกต้นอินทผลัมตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังมีบ่อน้ำและสวนแห่งนี้อยู่ 

 

          ซึ่งมีข่าวว่า ทางประเทศซาอุดิอารเบียได้ให้กระทรวงที่เกี่ยวกับการเกษตรดูแล ทำการพัฒนาพันธุ์ และจัดจำหน่ายผลอินทผลัมจากสวนนี้ไปตามท้องตลาดทั่วโลก โดยรายได้นี้ได้ถูกจัดสรรไปใช้ในกิจการของศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเด็กกำพร้า คนยากจน หรือบูรณะปรับปรุงมัสญิด หรืออื่น ๆในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยอยู่ในการกำกับของกระทรวงเอาก็อฟ ก็คือกระทรวงศาสนสมบัติ

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย นั่นก็คือ เรื่องราวเพียงบางส่วนเกี่ยวกับการบริจาคของท่านอุษมาน อิบนุ อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ที่ท่านที่ได้ทำการค้าขายกับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งท่านได้มอบตัวของท่าน มอบชีวิตความสุขสบายในดุนยาของท่าน และทรัพย์สมบัติของท่านเป็นต้นทุนในการค้าขายให้กับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยมีความปรารถนาอยากจะได้กำไรในโลกอาคิเราะฮฺเป็นผลกำไรขั้นต่ำสิบเท่า หรืออาจจะเป็นเจ็ดร้อยเท่า หรือมากเท่าที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงอนุมัติ ก็คือ พระองค์จะทรงเพิ่มพูนให้อีกเป็นจำนวนที่มากมายจนไม่อาจคำนวณนับได้ อีกทั้งยังเป็นผลบุญญารียะฮฺ คือเป็นผลบุญที่ได้รับอย่างไม่ขาดสาย ได้รับอย่างต่อเนื่องตลอดไปจนถึงวันกิยามะฮฺตามที่อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงสัญญาไว้อีกด้วย

 

          ดังนั้น เมื่อเราได้ทราบเรื่องราวแล้ว ก็จะรู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่ท่านอุษมาน ตลอดจนบรรดาเศาะฮาบะฮฺ และบรรดาบรรพชนคนศอลิหฺในยุคอดีตได้ทำไว้เพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และทำเพื่อบทบัญญัติศาสนาของพระองค์ ...นำมาเล่าเพื่อให้ความมั่นใจแก่เรา ถึงการบริจาคของเรา ที่ทุก ๆคนได้รักษาเรื่องของการบริจาคนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอ ว่าเราจะได้รับผลตอบแทนอย่างแน่นอนทั้งในโลกดุนยานี้และโลกอาคิเราะฮฺ อย่างน้อย ๆก็สิบเท่า อย่างมากก็ไม่สามารถคำนวณนับได้ 

 

          ซึ่งไม่ว่าจะบริจาคมากหรือบริจาคน้อยต่างก็ได้รับผลบุญ ได้รับรางวัลตอบแทนทั้งสิ้น จะบริจาคน้อยตามกำลังความสามารถ ก็สามารถที่จะได้รับผลบุญตอบแทนอย่างมากมาย อย่างไม่จำกัดจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเช่นกัน ขอแต่เพียงให้การบริจาคนั้น เป็นไปโดยอิคลาศ เพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแต่เพียงองค์เดียวเท่านั้น ต้องไม่ให้มีชิริกใด ๆแอบแฝงเลยแม้แต่น้อย

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราทุกคนเป็นผู้ที่รักษาเรื่องของการบริจาค หรือการเศาะดะเกาะฮฺ และเรื่องของซะกาตเอาไว้อย่างเหนียวแน่นตลอดไป และขอให้เราได้สืบทอด ได้อบรมสั่งสอนลูกหลานของเราให้ดำรงรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้เช่นกัน ........อามีน

 

 

( คุฏบะฮฺวันศุกร์ มัสญิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ )