ทุก ๆ การงานขึ้นอยู่กับ จุดจบสุดท้าย
  จำนวนคนเข้าชม  3291

ทุก ๆ การงานขึ้นอยู่กับ จุดจบสุดท้าย

 

( อับดุลสลาม เพชรทองคำ )

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงมีคำสั่งให้เราได้ปกป้องตัวของเราและครอบครัวของเราให้พ้นจากการถูกลงโทษในไฟนรก ...ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัตตะหฺรีม อายะฮฺที่ 6 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ قُوٓاْ أَنفُسَكُمۡ وَأَهۡلِيكُمۡ نَارٗا وَقُودُهَا ٱلنَّاسُ وَٱلۡحِجَارَةُ

 

ผู้ศรัทธาทั้งหลาย...จงปกป้องคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก

เพราะเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์และก้อนหิน(ที่เป็นรูปปั้นรูปเจว็ดต่าง ๆ)”

 

          ดังนั้น ใครก็ตามที่คิดว่า ตัวเองเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺว่าเป็นเรื่องจริงที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วก็ศรัทธาต่อบทบัญญัติศาสนาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ..เขาผู้นั้นต้องป้องกันตัวของเขาจากการถูกลงโทษของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยการศึกษาเรียนรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ พร้อมทั้งกำชับใช้ให้ตัวเองทำความดี ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยทำให้สุดกำลังความสามารถ ...ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องออกห่างจากความชั่ว ละเลิก ไม่กระทำสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งห้ามโดยสิ้นเชิง

 

         เมื่อได้ปกป้องตัวเองดังกล่าวแล้ว เขายังต้องปกป้องครอบครัวของเขา อันได้แก่บุคคลในครอบครัว เช่น ภรรยา บุตรหลาน บุคคลที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาให้พ้นจากไฟนรกด้วย ไม่ใช่ให้ตัวเองรอดพ้นจากการถูกไฟนรกคนเดียว ไม่ใช่ให้ไปเข้าสวรรค์คนเดียว แต่ให้ชวนบุคคลในครอบครัวทำตัวให้พ้นจากการถูกลงโทษ ชักชวนบุคคลในครอบครัวให้ไปเข้าสวรรค์ด้วย โดยการดูแล อบรมสั่งสอน และ ตักเตือนให้พวกเขาได้ปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย ...

 

          เมื่อเราได้พยายามดำเนินชีวิตไปในสภาพดังกล่าวข้างต้นแล้ว ซึ่งในท้ายที่สุด มันก็จะทำให้เราได้รับฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ นำไปสู่การจบชีวิตอย่างงดงาม อันเป็นการจบชีวิตในสภาพที่นอบน้อมยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโดยสิ้นเชิง

 

     ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหิจญฺร์ ( الحجر ) อายะฮฺที่ 99 อันเป็นอายะฮฺสุดท้ายของซูเราะฮฺนี้ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ตรัสว่า

 

وَٱعۡبُدۡ رَبَّكَ حَتَّىٰ يَأۡتِيَكَ ٱلۡيَقِينُ

 

และจงเคารพอิบาดะฮฺพระเจ้าของเจ้า จนกว่า ٱلۡيَقِينُ (ตรงนี้หมายถึง) ความตาย يَأۡتِيَكَ จะมาหาพวกเจ้า"

 

     นั่นก็หมายความว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงเรียกร้องให้เราเคารพอิบาดะฮฺต่อพระองค์ ให้มีเราอัตตักวาก็คือมีความยำเกรงต่อพระองค์ โดยการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์อยู่ตลอดเวลา ให้ทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์ตลอดทุกช่วงวัยของการดำเนินชีวิตอยู่บนโลกดุนยานี้ จนกว่าเราจะเสียชีวิต นั่นก็คือ เพื่อให้จุดจบสุดท้ายในชีวิตของเราเป็นจุดจบที่งดงาม เป็นจุดจบที่อยู่ในแนวทางอันถูกต้อง ซึ่งจะเป็นจุดจบของผู้ที่ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่

 

          อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์ อิมามมุสลิม รายงานจากท่านอะบีหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

« إِنَّمَا الأَعْمَالُ بِخَوَاتِيْمِهَا »

 

แท้จริง ทุกๆอะอ์มาล หรือทุกๆการงานนั้น ขึ้นอยู่กับจุดจบสุดท้ายของมัน

 

          จุดจบสุดท้าย ก็หมายความถึง การเสียชีวิตของเรา .. ดังนั้น ทุก ๆอะม้าล ทุก ๆการงานที่เราทำในทุก ๆวันนั้น จะนำเราไปสู่จุดจบแบบใด นำไปสู่สวรรค์ก็ได้ หรือนำไปสู่นรกก็ได้ ...ทำไมต้องดูกันที่จุดจบสุดท้าย ก็เพราะเราเป็นมนุษย์ที่สามารถทำผิดได้ตลอดเวลา เราสามารถทำความผิดได้ แต่ต้องเป็นความผิดที่เกิดจากความอ่อนแอของตัวเรา หรือเกิดจากความไม่รู้ หรือเป็นความผิดที่เกิดจากการไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเมื่อทำความผิดแล้ว เราต้องรู้สำนึกว่ามันเป็นความผิด และต้องขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และพยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา 

 

          แล้วถ้าเราเสียชีวิตในสภาพที่เราได้เตาบะฮฺตัว เสียชีวิตในสภาพที่อิคลาศ เสียชีวิตในสภาพที่มีเตาฮีดต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เสียชีวิตในสภาพที่ทำอิบาดะฮฺอย่างอิคลาศและตรงตามรูปแบบของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จุดจบสุดท้ายของเราก็คือ จุดจบอันงดงาม ฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ حسن الخاتمة ...

 

          ในทางตรงข้าม ถ้าหากเราเสียชีวิตในขณะที่กำลังทำเรื่องผิดต่อบทบัญญัติศาสนา ทำเรื่องที่ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อยู่ในสภาพที่ตั้งใจทำความผิด อยู่ในสภาพที่ไม่รู้สึกสำนึกตัวว่ากำลังทำความผิด นั่นก็หมายความว่าจุดจบในชีวิตของเราในขณะนั้นก็คือจุดจบอันเลวร้าย ซูอุ้ลคอติมะฮฺ سوءالخاتمة

 

     ดังนั้น จุดจบสุดท้ายของเราจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดจบที่จะนำเราไปนรก หรือจะนำเราไปสวรรค์

 

          อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามมุสลิม รายงานจากท่านญาบิร เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

يَبْعَث كُلّ عَبْدٍ عَلى مَا مَاتَ عليه»

 

บ่าวทุก ๆคน(ทั้งชายและหญิง)จะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา(ในวันกิยามะฮฺ) ตามสภาพที่เขาได้ตายไป

 

          ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้แจ้งให้เราทราบว่า ในวันกิยามะฮฺ ทุก ๆคนจะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสภาพเดียวกับสภาพที่เขาได้เสียชีวิตลง ...ในขณะที่อยู่บนโลกดุนยา ใครที่เป่าปี่เป่าขลุ่ย พอไปถึงวันกิยามะฮฺ เขาก็ถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสภาพที่มีปี่มีขลุ่ยอยู่ในมือ...ส่วนใครที่เป็นนักร้องนักเต้นรำทำเพลง ในวันกิยามะฮฺ เขาก็จะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสภาพนั้น ...ส่วนใครที่เป็นคอเหล้าคอสุรา ในวันกิยามะฮฺเขาก็จะมีสภาพที่มีเหล้าสุราอยู่ต่อหน้าเขา...ดังนั้น ต้นไม้ที่มีผลที่มีรสขมจะไม่ออกผลเป็นแอปเปิล ... หรือน้ำมันยางจะไม่กลายเป็นนมสดสำหรับดื่มฉันใด การทำความชั่วนั้น ผลตอบแทนของมันย่อมไม่เกิดเป็นอย่างอื่น ย่อมไม่กลายเป็นความดี นอกจากจะเป็นความชั่วฉันนั้นและรุนแรงยิ่งกว่า ...

 

         ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องดำเนินชีวิตให้ดีงามอยู่เสมอ ให้มันอยู่ในบทบัญญัติศาสนา และยิ่งในขณะนี้ ใครที่อยู่ในวัยชรา ก็ยิ่งต้องระวังในการใช้ชีวิตให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ต้องทำความดีอยู่อย่างสม่ำเสมอ และงดเว้นจากการทำมะอ์ศิยะฮฺต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับจุดจบชีวิตอย่างงดงาม

 

          สำหรับในเรื่องของการได้รับจุดจบชีวิตอย่างงดงามนั้น ท่านอิมามชาฟิอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ( เจ้าของมัซฮับชาฟิอีย์ ) ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า ผู้ใดต้องการจุดจบชีวิตอย่างงดงามนั้น สิ่งหนึ่งที่เขาควรจะทำก็คือขอให้เขาคิดดี และทำดีต่อเพื่อนมนุษย์เสมอ"

 

          เมื่อพูดถึงเรื่องของการคิดดี และทำดีกับเพื่อนมนุษย์ ทำให้นึกถึงเรื่อง ๆหนึ่งที่ถูกเผยแพร่อยู่ทางอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องที่กล่าวกันว่าเป็นเรื่องจริง วัลลอฮุอะลัม เป็นเรื่องที่เล่าโดยอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอุมมุลกุรอ มหานครมักกะฮฺ ..จึงขอนำมาเล่า ณ ที่นี้ เพราะอาจจะเป็นข้อคิด ข้อเตือนใจแก่เราได้เหมือนกัน เรื่องก็มีอยู่ว่า...

 

          ชายชาวซาอุดี้คนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่กรุงริยาด เป็นคนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในบทบัญญัติศาสนา และมักจะไปละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสญิดเป็นประจำ ..วันหนึ่ง ชายคนนี้ได้เล่าให้อิมามประจำมัสญิดฟังว่า...เขาได้ฝัน เขาฝันว่า ให้ไปหาชายคนหนึ่ง และให้พาคน ๆนี้ไปทำอุมเราะฮฺ ซึ่งในฝันก็บอกชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ด้วย ..

 

          ท่านอิมามก็เลยบอกกับชายคนนี้ว่า ถ้าฝันเช่นนี้อีก ก็ให้จำชื่อ จำหมายเลขโทรศัพท์ไว้ด้วย แล้วก็ลองโทรไปหา สุดท้ายปรากฏว่า ติดต่อกับชายคนดังกล่าวได้ ซึ่งชายคนที่ฝันนี้ก็ไม่ได้เล่าเรื่องที่ฝันให้คน ๆนี้ฟัง บอกแต่เพียงว่า ..มีคนใจดีต้องการให้พาเขา คือพาคน ๆ นี้ไปทำอุมเราะฮฺ ที่มหานครมักกะฮฺ

 

          คน ๆ นี้ เขาก็เลยบอกว่า เขาเป็นคนไม่ดี เพราะไม่ค่อยทำอิบาดะฮฺ แล้วก็ยังทำมะอ์ศิยะฮฺ ทำบาปโน้นบาปนี้อยู่เรื่อย ๆ แล้วเขาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะไปทำอุมเราะฮฺ เพราะต้องทำงานทุกวัน ไม่มีเวลา แล้วก็ไม่มีเงินพอที่จะเดินทางไปทำอุมเราะฮฺด้วย ...

 

          ชายผู้ศรัทธาจึงบอกกับคน ๆ นี้ว่า มีคนใจดีจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อให้เขาได้ทำอุมเราะฮฺ จึงขอให้เขาได้ไปเถิด ..คน ๆนี้จึงยอมไป โดยมีเงื่อนไขว่า จะเดินทางไปเพียงวันเดียว เมื่อทำอุมเราะฮฺเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ชายผู้ศรัทธาคนนี้ พาเขากลับบ้านเลย ซึ่งก็ตกลงกันตามนี้ ...แล้วทั้งสองก็เดินทางไปทำอุมเราะฮฺด้วยกัน จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย

 

          เมื่อทำอุมเราะฮฺเสร็จเรียบร้อยแล้ว คน ๆนี้เขาก็ขอให้ชายผู้ศรัทธาที่พาเขามาทำอุมเราะฮฺ ให้พาเขากลับบ้านเลย กลับริยาดเพื่อไปหาครอบครัวของเขา ..ชายผู้ศรัทธาก็รับปาก แต่ขอให้คน ๆ นี้รออีกสักชั่วโมง เพราะมันใกล้จะได้เวลาละหมาดซุบฮฺแล้ว ขอให้เราได้ละหมาดซุบฮฺกันก่อน แล้วค่อยเดินทางกลับ ..ก็ตกลงกันตามนี้...

 

          ครั้นได้เวลาละหมาดซุบฮฺ และละหมาดซุบฮฺกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า ชายผู้ศรัทธาก็รอให้คน ๆ นี้เขาเงยขึ้นจากการสุญูด แต่ก็ปรากฏว่า ไม่มีทีท่าว่าคน ๆนี้จะเงยขึ้นจากการสุญูดสักที จึงได้มีการจับตัวคน ๆ นี้ และพบว่า คน ๆ นี้ได้เสียชีวิตแล้ว ..ซุบฮานัลลอฮฺ ..คน ๆ นี้ได้เสียชีวิตในขณะที่สุญูด ในขณะที่ละหมาดอยู่หลังมะกอมอิบรอฮีม ตรงประตูกะอ์บะฮฺ ตรงหน้าคือบัยตุลลอฮฺ เสียชีวิตในขณะละหมาด และเพิ่งทำอุมเราะฮฺเสร็จ ...

 

          ชายผู้ศรัทธาที่พาคน ๆ นี้มาทำอุมเราะฮจึงได้ดำเนินการเรื่องการอาบน้ำมะญัตและละหมาดญะนาซะฮฺ ณ มัสญิดอัลหะรอม มหานครมักกะฮฺ และนำมะญัตกลับไปหาครอบครัวของเขา และฝังที่ริยาด

 

          ครั้นเวลาผ่านไปสามวัน ชายผู้ศรัทธาก็ได้โทรไปหาครอบครัวของคน ๆนี้ และได้สอบถามพูดคุยกันว่า ..คน ๆ นี้คนที่เสียชีวิตนี้ เขาได้ทำอะมัล หรือทำการงานอะไรหรือ ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาได้ทำความดีอะไรหรือ จึงได้รับ ฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ ได้รับบั้นปลายชีวิต หรือได้รับจุดจบสุดท้ายของชีวิตที่ดีงามเช่นนี้ ...

 

          ภรรยาของคน ๆ นี้ ก็เลยบอกว่า ไม่มีเลย คน ๆนี้ เขาไม่ได้เคร่งครัดอะไรเลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำเป็นประจำทุก ๆ วัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตอะไร ...สิ่งนั้นก็คือ..ข้าง ๆ ที่พักของคน ๆ นี้ มีหญิงหม้ายที่สามีเสียชีวิตและลูก ๆ อาศัยอยู่ หญิงหม้ายคนนี้อายุมากแล้ว ทำงานก็ไม่ค่อยไหวแล้ว และฐานะก็ยากจน ในทุก ๆ วันที่คน ๆ นี้เขาทำงาน ขับรถแท๊กซี่ ทุกวันที่เขากลับจากการทำงาน เขาจะแบ่งเงินออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน และซื้ออาหารสองชุดที่เหมือน ๆ กัน ชุดหนึ่งเป็นของภรรยากับลูก อีกชุดหนึ่งเขาก็จะนำไปมอบให้หญิงหม้าย โดยแขวนทั้งเงินและอาหารไว้ที่ประตู ไม่ได้พบปะกัน ..

 

         ซึ่งหญิงหม้ายคนนี้ก็จะส่งเสียงอยู่หลังประตูที่พัก เพื่อขอดุอาอ์ให้กับคน ๆ นี้เป็นประจำทุกวันว่า ขอให้ท่านได้รับ ฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ....

 

          นั่นก็หมายความว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ตอบรับดุอาอ์ของหญิงหม้ายคนนี้ และเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การที่คน ๆ หนึ่งรับผิดชอบและดูแลครอบครัวของเขา อีกทั้งเขายังเป็นคนที่คิดดี และปฏิบัติดีต่อเพื่อนมนุษย์นั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คน ๆ นั้นได้รับฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ ..

 

         ดังเช่นที่ท่านอิมามชาฟีอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺได้ให้คำแนะนำหนึ่งแก่เราไว้ว่า ..ใครที่ปรารถนาจะได้รับฮุลนุ้ลคอติมะฮฺ ได้รับการจบชีวิตอย่างงดงาม ก็ขอให้เขานั้น คิดดี และปฏิบัติดีต่อเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ ...

          เป็นคำตักเตือนที่สมควรที่เราจะนำมาปฏิบัติอย่างยิ่ง เพราะแท้จริงแล้ว ในเรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือเรื่องของมุอามะลาตนั้น อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงให้เราใส่ใจเพื่อนมนุษย์ยิ่งกว่าพระองค์เสียอีก ..

 

          เพราะสิ่งใดก็ตามที่เราได้หลงไปฝ่าฝืนต่อคำสั่งของพระองค์ แล้วเราสำนึกตัวได้ เราขออิสติฆฟาร ขอเตาบะฮฺตัวอย่างจริงใจต่อพระองค์ .. พระองค์ทรงสัญญาว่า พระองค์จะทรงอภัยโทษให้ แล้วก็เป็นอันจบเรื่องกันไป ..แต่เมื่อใดก็ตาม ที่เราหลงไปล่วงละเมิดต่อเพื่อนมนุษย์ แล้วเราสำนึกตัวได้ เราขออิสติฆฟาร ขอเตาบะฮฺตัวอย่างจริงใจต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแล้ว เรื่องระหว่างเราต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะอาลา จบสิ้นไปแล้ว 

 

         แต่เรื่องระหว่างเรากับเพื่อนมนุษย์ที่เราไปล่วงเกินเขาไว้ จะยังไม่จบ จนกว่าเราจะไปขอมะอัฟต่อเขาเสียก่อน เพราะถ้าเรายังไม่ทำ ยังไม่ไปขอมะอัฟ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เราได้ไปอธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ มันก็จะติดตัวเราไปจนถึงวันกิยามะฮฺ และในวันกิยามะฮฺนั้น เมื่อเราผ่านกระบวนการสอบสวน ถูกชำระความผิดจนหมดสิ้นแล้ว จะได้เข้าสวรรค์อยู่แล้ว แต่ก็ยังเข้าไม่ได้ จนกว่าเราจะถูกชำระความผิดในเรื่องที่เราไปอธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ให้จบสิ้นเสียก่อน ดังนั้น เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนมนุษย์จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเช่นกัน

 

          ดังนั้น ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานั้น เราไม่สามารถทราบได้เลยว่า วันไหน หรือตอนไหนจะเป็นวาระสุดท้าย หรือจุดจบสุดท้ายในชีวิตของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องดำเนินชีวิตของเราให้มันอยู่ในบทบัญญัติที่ถูกต้องอยู่ตลอดเวลา และขอดุอาอ์ให้หัวใจของเราได้มั่นคงอยู่กับบทบัญญัติศาสนาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

يَا مُقَلِّبَ القُلُوبِ ثَبِّت قَلْبِي عَلَى دِينِكَ اللَّهُمَّ 

 

( อัลลอฮุมมะ ยามุก็อลลิบัลกุลูบ ซับบิตก็อลบี อะลาดีนิกะ )

 

โอ้ อัลลอฮฺ ผู้ทรงพลิกผันหัวใจ โปรดทรงให้หัวใจของข้าพระองค์มั่นคงอยู่กับบทบัญญัติศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด

 

          และสิ่งใดที่เราผิดพลาดพลั้งไปก็ต้องรู้จักสำนึกผิด แล้วก็อิสติฆฟาร เตาบะฮฺตัว ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาให้ทรงอภัยโทษให้แก่เรา แล้วเราก็ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และต้องหมั่นขอดุอาอ์อยู่เสมอ

 

اللهم ارزقني توبتا نصوحا قبل الموت

 

( อัลลอฮุมมัรซุกนี เตาบะตัน นะศูฮา ก็อบลัลเมาต์ )

 

โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานริสกีเตาบัต นะศูฮา ก่อนที่ข้าพระองค์จะกลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์( ก็คือก่อนที่จะเสียชีวิต )”

 

         และขอดุอาอ์ให้เราได้รับฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ เพราะเราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า จะมีใครมาขอดุอาอ์นี้ให้เราหรือไม่ เราจึงควรขอดุอาอ์นี้ให้ตัวเราเช่นกัน

 

اللهم إني أسألك حسن الخاتمة

 

( อัลลฮุมมะอินนีย์ อัสอะลุกุ ฮุสนุลตอติมะฮฺ )

 

โอ้ อัลลอฮฺ ขอให้ข้าพระองค์ได้รับฮุลนุ้ลคอติมะฮฺ

 

          ซึ่งทั้งสามดุอาอ์นี้เป็นสามดุอาอ์ที่ท่านชัยค์อับดุลอะซีซ บินบาซ เราะหิมะฮุลลอฮฺ อุละมาอ์คนสำคัญท่านหนึ่งในยุคของเราได้แนะนำแก่เราว่า เป็นดุอาอ์ที่เราควรขออยู่เสมอในขณะที่เรากำลังสุญูดในขณะละหมาด

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดประทานความดีงามให้แก่เราทั้งในโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ ...ขอพระองค์โปรดให้เราทุกคนห่างไกลจากซูอุ้ลคอติมะฮฺ ห่างไกลจากจุดจบอันเลวร้าย และโปรดให้เราทุกคนได้รับฮุสนุ้ลคอติมะฮฺ ได้รับจุดจบชีวิตอย่างงดงาม

 

 

( นะศีหะหฺ มัสญิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ )