ห่างให้ไกลจากสิ่งมึนเมา
  จำนวนคนเข้าชม  983

ห่างให้ไกลจากสิ่งมึนเมา

 

 คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา ก็คือให้เรามีความยำเกรงต่อพระองค์ เพราะการยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลานั้น หากมีอยู่ในหัวใจของเราแล้ว มันก็จะเป็นเสมือนกำแพงที่ขวางกั้นเรา ไม่ให้ทำสิ่งที่เป็นมะอ์ศิยะฮฺ สิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และมันก็จะเป็นแรงผลักดันเราให้ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นอะมัลศ่อลิหฺต่างๆ 

 

         ซึ่งผลสุดท้ายของการที่เรามีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั่นก็คือ การที่เราได้ปกป้องตัวของเราเองให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษในไฟนรกของพระองค์ในวันกิยามะฮฺ และเรายังได้รับชีวิตที่ดีงามในโลกดุนยานี้ และในโลกอาคิเราะฮฺเราก็จะได้รับรางวัลตอบแทนด้วยสวนสวรรค์ของพระองค์ และสิ่งพิเศษ ๆมากมายที่อยู่ภายในสวนสวรรค์นั้นอย่างตลอดกาล

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 90 ว่า

 

يَا أَيُّهَا الَّذِيْنَ آمَنُوْا إِنَّمَا الْخَمْرُ وَالْمَيْسِرُ وَالأَنْصَابُ وَالأَزْلاَمُ رِجْسٌ مِنْ عَمَلِ الشَّيْطَانِ فَاجْتَنِبُوْهُ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُوْنَ ،

 

ผู้ศรัทธาทั้งหลาย แท้จริง الْخَمْرُ สุรายาเมาเหล้าเบียร์ وَالْمَيْسِرُ การพนันขันต่อ وَالأَنْصَابُ แท่นสำหรับการเชือดสัตว์บูชายัญ 

และ وَالأَزْلاَمُ การเสี่ยงติ้วนั้น เป็น رِجْسٌ สิ่งสกปรกโสมม น่ารังเกียจที่มาจาก عَمَلِ الشَّيْطَانِ การงานของชัยฏอน 

ดังนั้นพวกเจ้าจง فَاجْتَنِبُوْهُ ออกห่างจากมันให้ไกล ๆ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ

 

          อายะฮฺนี้ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงวางบทบัญญัติไว้ว่า เรื่องของสุรายาเมาเหล้าเบียร์ เรื่องของการพนันขันต่อ เรื่องของแท่นหินสำหรับเชือดสัตว์บูชายัญ และเรื่องของการเสี่ยงติ้ว ...ทั้งสี่ประเภทในอายะฮฺนี้ มันเป็นสิ่งสกปรกโสมม สิ่งที่น่ารังเกียจ ที่มาจากการงานของชัยฏอน 

 

          ชัยฏอนมันเป็นผู้มาล่อหลอก มาล่อลวงให้เราทำมัน ทำให้เราฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติศาสนาของพระองค์ หากเราทำมัน ก็แสดงว่า เราตกอยู่ในการล่อลวงของชัยฏอน...แต่ถ้าเราสามารถที่จะออกห่างจากทั้งสี่ประการนี้ได้ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ไม่ไปลงมือทำมัน นั่นแสดงว่า เราสามารถเอาชนะมันได้ ชัยชนะจึงเป็นของเรา นำเราไปสู่ความสำเร็จในชีวิต คือการได้เป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และได้รับรางวัลตอบแทนจากพระองค์อย่างมากมาย

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เรามารู้จัก رِجْسٌ สิ่งสกปรกโสมม น่ารังเกียจที่มาจากการงานของชัยฎอนกันสักหน่อย เพื่อที่จะเป็นความรู้พื้นฐานให้เราไม่เข้าใกล้มัน ให้เราออกห่างจากมัน ...ประการแรกที่จะกล่าวถึงในวันนี้ ก็คือเรื่องราวของอัลคอมร์

 

          الْخَمْرُ อัลคอมร์ หมายถึงสุรายาเมาเหล้าเบียร์ รวมตลอดไปจนถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เมื่อเรานำมันเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการดื่ม การกิน การอม การดม การฉีด แล้วมันมีผลออกฤทธิ์ ทำให้เรามึนเมา ทำให้เราขาดสติสัมปชัญญะ ทำลายความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เป็นต้นเหตุที่นำอันตราย นำความชั่วร้ายมากมายมาสู่ตนเองและสังคม ไม่ว่าจะเป็นสุรายาเมาเหล้าเบียร์ วิสกี้ ยาม้า ยาบ้า ยาอี ยากล่อมประสาท ยาเสพติด บุหรี่ กระท่อม กัญชง กัญชา ฝิ่น เฮโรอีน ดมทินเนอร์ ดมกาว และอื่น ๆอีกมากมายที่แพร่หลายอยู่ในสังคมขณะนี้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีปริมาณเท่าใดก็ตาม จะมากหรือน้อยก็ถือเป็นอัลคอมร์ทั้งสิ้น

 

          นอกจากนี้ อัลคอมร์ยังรวมไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แม้จะไม่ได้เรียกชื่อว่าสุรายาเมาเหล้าเบียร์ แต่ถ้ามันมีผลออกฤทธิ์ให้มึนเมา ขาดสติ สิ่งนั้นก็จะถูกจัดอยู่ในอัลคอมร์ด้วยเช่นกัน

 

          อัลหะดีษ (เศาะหิหฺ ) ในบันทึกของอิมามอะหฺมัด อิมามอิบนุมาญะฮฺ รายงานจาก عن عبادة بن الصامت เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

لَتَسْتَحِلَنَّ طَائِفَةٌ مِنْ أُمَّتِي الْخَمْرَ بِاسْمٍ يُسَمُّوْنَهَا إِيَّاهُ

 

ประชาชาติของฉันกลุ่มหนึ่งจะให้อัลคอมร์ สิ่งมึนเมาเป็นที่อนุญาตด้วยการตั้งชื่อตามที่พวกเขาเรียก

 

          นั่นก็หมายความว่า สิ่งมึนเมาใดก็ตามที่ไม่ได้ถูกเรียกชื่อว่าเป็นสุรายาเมาเหล้าเบียร์ สิ่งนั้นเขาก็จะอ้างว่ามันเป็นที่อนุญาต ยกตัวอย่างเช่น ยาอี จัดเป็นสิ่งมึนเมา หรือเป็นอัลคอมร์ชนิดหนึ่ง แต่คนกลุ่มหนึ่งจะเอามาอ้างว่า มันไม่ใช่สิ่งมึนเมา เพราะมันไม่ได้ถูกเรียกว่า สุรา แต่มันถูกเรียกว่า ยาอี เป็นต้น ..นี่ก็คือการอ้างตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ถึงแม้ว่า คนบางกลุ่มจะเรียกสุรายาเมาเหล้าเบียร์ทั้งหลายด้วยชื่อที่หลากหลาย เรียกให้ดูดี แต่แท้ที่จริงมันก็คือสุรายาเมาเหล้าเบียร์ และหุก่มของมันก็ชัดเจนว่ามันคือหะรอม มันคือของต้องห้าม

 

          อัลหะดีษ ในบันทึกอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

كُلُّ مُسْكِرٍ خَمْرٌ، وكُلُّ مُسْكِرٍ حَرامٌ،

 

สิ่งมึนเมาทุกอย่างเป็นสุรายาเมาเหล้าเบียร์ และสิ่งมึนเมาทุกอย่างเป็นหะรอม เป็นของต้องห้าม...”

 

         อีกทั้ง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงมีคำสั่งให้เราاجتنِبوا الخمرَ ออกห่างจากอัลคอมร์ ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งใดก็ตามที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงมีคำสั่งให้เราออกห่าง นั่นแสดงว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งหะรอม เป็นของต้องห้ามอย่างชัดเจน เพราะมันมีโทษอย่างมากมาย และมันเป็นปฐมเหตุของความชั่วร้ายทั้งหลาย

 

         อัลหะดีษ ( เมากู๊ฟ คืออัลหะดีษที่สายรายงานสุดที่เศาะฮาบะฮฺ ) صحيح النسائي รายงานจากท่านอับดิรเราะหฺมาน อิบนิ ฮาริษ ได้เล่าว่า ฉันได้ยินท่านอุษมาน อิบนิ อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุกล่าวว่า

 

الخبائثَاجتنِبوا الخمرَ فإنها أمُّ

 

ท่านทั้งหลาย จงออกห่างจากสุรายาเมาเหล้าเบียร์ เพราะมันเป็นปฐมเหตุแห่งความชั่วร้ายต่าง ๆ

 

          แล้วท่านอุษมานก็ได้เล่าว่า ก่อนสมัยพวกท่าน มีชายคนหนึ่งที่เคารพอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ปลีกตัวอยู่โดดเดี่ยวจากผู้คน ครั้นแล้ว มีหญิงไม่ดีคนหนึ่งสนใจในตัวเขา นางจึงส่งคนรับใช้ของนางไปหาเขา โดยให้แจ้งว่า นางขอเชิญเขามาเป็นพยานในเรื่อง ๆหนึ่ง ครั้นพอเขามาถึง ก็สังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่เขาเข้าประตูหนึ่ง ประตูบานนั้นก็จะปิด จนกระทั่งเขาได้เข้าไปพบกับหญิงไม่ดีคนนั้น หน้าตาสวยงาม มีเด็กคนหนึ่งอยู่ข้างนาง และมีขวดสุราวางอยู่ด้วย ...

          นางได้กล่าวกับเขาว่า ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ .. ความจริง ฉันไม่ได้ต้องการเชิญท่านมาเป็นพยานอะไรเลย เพียงแต่เชิญท่านให้มาทำซินากับฉัน .. หรือไม่ก็ ฆ่าเด็กชายคนนี้ .. หรือไม่ก็ ดื่มสุรานี้ แล้วนางก็รินสุราให้เขาดื่มแก้วหนึ่ง โดยที่เขาไม่ได้เทมันทิ้งไป 

          แล้วเขาก็กล่าวว่า รินให้ฉันอีก รินให้ฉันอีก จนกระทั่งเขาได้ทำซินากับนาง แล้วก็ฆ่าเด็กชายคนนี้เพื่อเป็นการปิดปากพยาน ..

          (ท่านอุษมานจึงได้กล่าวว่า ) ..ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงออกห่างให้ไกล ๆจากสุรายาเมาเหล้าเบียร์ อย่าได้ไปแตะต้องมัน เพราะว่าสุรายาเมาเหล้าเบียร์ กับอีมานความศรัทธานั้น จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ..เมื่อมีสิ่งหนึ่ง อีกสิ่งหนึ่งก็จะถูกทิ้งไป

 

          นั่นก็คือ เมื่ออยู่กับสิ่งมึนเมา อีมานความศรัทธาก็จะหายไป เราก็จะทำความชั่ว .. แต่ถ้าเราอยู่กับอีมานความศรัทธา สิ่งมึนเมาก็จะถูกสลัดทิ้งไป เราก็จะไม่ทำความชั่ว

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย จากเรื่องราวดังกล่าวนี้ ก็คือว่า ชายผู้ศรัทธาคนนี้ เขาไม่ได้ต้องการที่จะทำซินากับหญิงไม่ดีคนนี้ แล้วก็ไม่ได้ต้องการจะฆ่าเด็กชายคนนี้ เขาจึงเอาการดื่มสุราเป็นทางเลือกที่เขาคิดว่าดีกว่าการทำซินา หรือการฆ่าคน ..แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อเขาดื่มสุราแล้ว มันก็ทำให้เขาขาดสติสัมปชัญญะ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี สุดท้ายแล้ว เขาก็เลยทำบาปหมดทุกอย่าง นี่แหละ สุรายาเมาเหล้าเบียร์ หรือสิ่งมึนเมาทั้งหลายจึงเป็นปฐมเหตุแห่งความชั่วร้ายทั้งหมด

 

 

          ด้วยเหตุนี้ เราจึงพึงระมัดระวังตัวเรา ให้ออกห่างอย่างไกล ๆจากเรื่องของอัลคอมร์ สิ่งมึนเมาทั้งหลาย เพื่อเป็นการป้องกัน ปกป้องตัวเราให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายทั้งหลาย ทั้งนี้ การออกห่างไม่ได้หมายถึงเฉพาะแต่ผู้ดื่มหรือผู้เสพแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกรณีอื่น ๆด้วย อะไรบ้าง เรามาดูกัน

 

          อัลหะดีษ ( เศาะหิหฺ )ในบันทึกของอิมามอิบนุมาญะฮฺ รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

لُعِنتِ الخمرُ على عشرةِ أوجُهٍ : بعينِها ، وعاصرِها ، ومعتَصرِها ، وبائعِها ، ومُبتاعِها ، وحاملِها ، والمحمولةِ إليهِ ، وآكِلِ ثمنِها ، وشاربِها ، وساقيها

 

          “สุรายาเมา สิ่งมึนเมาทั้งหลายนั้นได้ถูกสาปแช่ง(โดยการถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับมันถึงสิบประการด้วยกัน) ได้แก่ ถูกห้ามโดยตัว(ของอัลคอมร์)เอง ผู้สั่งให้ทำหรือสั่งให้ผลิต ผู้ทำหรือผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ซื้อ ผู้แบกหรือผู้ขนส่ง ผู้ที่ของถูกนำไปให้เขาหรือผู้รับ ผู้กินเงินจากการขาย ผู้ดื่มหรือผู้เสพ ผู้รินหรือผู้บริการ

 

          นั่นก็คือ ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั้งสิบประการ มีความผิด ได้รับโทษเหมือนกันทั้งหมด ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้ดื่มหรือผู้เสพเท่านั้น ซึ่งมันก็จะมาเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆของเรา เราอาจจะไม่ได้ดื่มหรือไม่ได้เสพโดยตรง แต่ไปมีอาชีพที่เกี่ยวกับการกระทำที่ท่านนบีได้ห้ามไว้ข้างต้น เช่น การให้บริการหรือแจกจ่ายสิ่งมึนเมาเหล่านี้ในร้านค้า หรือตามสายการบินต่าง ๆ ก็จะเข้าข่ายในสิ่งต้องห้ามตามคำเตือนของท่านนบี ก็เป็นเรื่องที่เราพึงต้องระมัดระวังให้ดี

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลคอมร์หรือสิ่งมึนเมาทั้งหลายเป็นกะบาอิร كبائر คือเป็นบาปใหญ่ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งในโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ 

 

     สำหรับบทลงโทษในดุนยา ในสมัยท่านนบี จะถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยน 40 ที ซึ่งเป็นการลงโทษขั้นสูงสุด ..

         ♣ สมัยเคาะลีฟะฮฺอบูบักรก็เฆี่ยน 40 ที จนมาถึงสมัยเคาะลีฟะฮฺอุมัร เมื่อท่านเห็นว่า มีคนทำผิดในเรื่องนี้มากขึ้น ท่านก็เลยปรึกษากับบรรดาเศาะฮาบะฮฺ สุดท้ายจึงกำหนดบทลงโทษด้วยการเฆี่ยน 80 ที 

         ♣ ครั้นมาถึงสมัยของเคาะลีฟะฮฺอาลี ได้กำหนดบทลงโทษเป็นเฆี่ยน 40 ที ..นี่ก็เป็นการลงโทษระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้เราไปทำความผิดนี้ อาจจะเป็นการลงโทษด้วยวิธีการอื่นก็ได้ ตามที่ผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจหน้าที่จะเห็นสมควร ...

 

          ♣ ในส่วนบทลงโทษของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาก็มีเช่นกัน อย่างเช่น พระองค์จะไม่ทรงรับการละหมาดเป็นเวลา 40 วัน

 

          อัลหะดีษ (เศาะหิหฺ ) ในบันทึกของอิมามอิบนุ มาญะฮฺ รายงานจากท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

- مَن شَرِبَ الخمرَ وسَكِرَ لم تُقْبَلْ له صلاةٌ أَرْبَعِينَ صباحًا ، فإن مات دخل النارَ ، فإن تاب ، تاب اللهُ عليه ،

 

          “ใครที่ดื่มสุรายาเมา การละหมาดของเขาจะไม่ถูกตอบรับเป็นเวลา 40 เช้า(ก็คือ 40 วัน ) และหากเขาเสียชีวิตลง(ในสภาพนั้น ในสภาพที่เสพติดสุรา ยังไม่ได้เตาบะฮฺ) เขาจะตกนรก ..แต่ถ้าหากเขาเตาบะฮฺตัว อัลลอฮฺก็จะทรงตอบรับการเตาบะฮฺของเขา...”

 

     ส่วนสำหรับบทลงโทษในโลกอาคิเราะฮฺ ก็มีหลายประการ จะขอยกมาสัก 1- 2 ประการ

 

     ประการแรก เขาจะพบอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาในสภาพของผู้ทำชิริก

 

     อัลหะดีษ (เศาะหิหฺ )ในบันทึกของอิมามอัฏฏ็อบรอนีย์ รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานมาจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมว่า

 

: مَنْ مَاتَ وَهُوَ مُدْمِنُ الْخَمْرِ لَقِيَ اللَّهَ وَهُوَ كَعَابِدِ وَثَنٍ

 

ใครที่เสียชีวิตในสภาพที่ติดสุรายาเมา เขาจะพบกับอัลลอฮฺในสภาพที่บูชารูปปั้นรูปเจว็ด (ก็คือสภาพของผู้ทำชิริก)”

 

 

     ประการที่สอง เขาจะได้ลิ้มรสเหงื่อหรือน้ำเหลืองของชาวนรก

 

     อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามมุสลิม รายงานจากท่านญาบิร บิน อับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

علَى اللهِ عَزَّ وَجَلَّ عَهْدًا لِمَن يَشْرَبُ المُسْكِرَ أَنْ يَسْقِيَهُ مِن طِينَةِ الخَبَالِ، قالوا: إنَّيا رَسولَ اللهِ، وَما طِينَةُ الخَبَالِ؟ قالَ: عَرَقُ أَهْلِ النَّارِ، أَوْ عُصَارَةُ أَهْلِ النَّارِ.

 

     “แท้จริง อัลลอฮฺ อัซซะวะญัลทรงสัญญาว่า สำหรับผู้ที่ดื่มสุรายาเมานั้น พระองค์จะทรงให้เขาได้ลิ้มรสของ طِينَةِ الخَبَالِ ฏีนะตุลค่อบาล...

     เศาะฮาบะฮฺถามว่า ฏีนะตุลค่อบาล คืออะไรครับ ?

     ท่านนบีตอบว่า มันคือเหงื่อของชาวนรก หรือน้ำเหลืองที่ออกมาจากแผลของชาวนรก

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย นั่นก็คือ เรื่องราวบางส่วนที่เกี่ยวกับอัลคอมร์ สุรายาเมาเหล้าเบียร์และสิ่งเสพติดทั้งหลาย ซึ่งอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงบอกว่า เป็นหนึ่งในสิ่งสกปรกโสมม น่ารังเกียจที่มาจากการงานของชัยฏอน ซึ่งพระองค์ทรงให้เราออกห่างอย่างไกล ๆจากมัน จึงเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาหาความรู้ในเรื่องเหล่านี้ พร้อมทั้งระมัดระวังตัวเรา อย่าเข้าใกล้ในเรื่องเหล่านี้ และอย่าไปทำมัน ..ส่วนสำหรับใครที่พลั้งเผลอ พลาดพลั้งไปในเรื่องนี้ ก็ขอให้เขาได้เตาบะฮฺตัว พยายามละเลิกเสีย พร้อมทั้งขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างจริงจัง จริงใจ ดังนี้แหละ ที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ว่า พระองค์จะทรงอภัยโทษให้

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดทรงอภัยโทษในความผิดต่าง ๆให้แก่เรา ขอพระองค์ทรงโปรดคุ้มครองเราให้ปลอดภัย ให้รอดพ้นจากสิ่งสกปรกโสมม น่ารังเกียจที่เป็นการงานที่มาจากชัยฏอนด้วยเถิด

 

 

( คุฏบะฮฺวันศุกร์ มัสญิดดารุลอิหฺซาน บางอ้อ )