มารยาทในการเยี่ยมเยียนครมักกะฮฺ
  จำนวนคนเข้าชม  1271

มารยาทในการเยี่ยมเยียนครมักกะฮฺ

 

อับดุลวาเฮด สุคนธา... เรียบเรียง

 

          ส่งเสริมให้พี่น้องมุสลิมทุกๆจะต้องเรียนรู้มารยาทต่างๆที่สำคัญเกี่ยวกับมัสยิดอัลหะรอมนครมักกะฮฺหากมีโอกาศได้ไปเยี่ยมเยียน ณ สถานที่ตรงนี้

 

♥· มีแบบฉบับ(ซุนนะฮฺ)เข้ามัสยิดอัลหะรอม โดยก้าวเท้าขวาเข้าขณะมัสยิดและอ่านดุอาอ์ว่า :

 

أَعُوذُ بِالله العَظِيمِ، وَبِوَجْهِهِ الكَرِيمِ، وَسُلْطَانِـهِ القَدِيمِ، مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ

 

ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยพระพักตร์ของพระองค์

ด้วยอำนาจความของพระองค์ที่มีแต่เดิมมาให้รอดพ้นจากชัยฏอนผู้ถูกสาปแช่ง

 

اَللهم صَلِّ علَىَ مُحَمَّد اللَّـهُـمَّ افْتَـحْ لِي أَبْوَابَ رَحْـمَتِكَ

 

โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานพรให้แก่ท่านนบีมุฮัมมัด โอ้อัลลอฮฺ ขอได้ทรงเปิดประตูแห่งความเมตตาของพระองค์แก่ฉันด้วยเถิด

 

     เช่นที่ให้กล่าวดุอาอ์นี้ขณะที่เข้ามัสยิดทั่วไป หรือจะอ่านแบบสั้นๆ ขณะเดินออกจากมัสยิดก็ให้ก้าวเท้าซ้าย

ดุอาอฺเข้ามัสยิด

اللّهُـمَّ افْتَـحْ لِي أَبْوَابَ رَحْمَتـِكَ

อัลลอฮุมมัฟตะฮฺลียฺ อับวาบ้า เราะฮฺม่าติก้า

โอ้อัลลอฮฺ โปรดเปิดประตูแห่งความเมตตาของพระองค์ให้แก่ฉัน

 

ดุอาอฺออกจากมัสยิด

اللّهُـمَّ إِنّـي أَسْأَلُكَ مِـنْ فَضْـلِكَ

อัลลอฮุมม่า อินนียฺ อัสอ้าลุก้า มินฟัดลิก

โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งส่วนหนึ่งของโปรดปรานของพระองค์

 

 

♥· จะต้องระวังจากการกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง เช่น กระเทียม หัวหอม การสูบบุหรี่

 

     จากอิบนุ อุมัร กล่าวว่า ท่านเราะซูล กล่าวว่า

 

مَنْ أَكَلَ مِنْ هَذِهِ الشَّجَرَةِ - يَعْنِي الثُّومَ - ، فَلَا يَقْرَبَنَّ مَسْجِدَنَا

"ผู้ใดรับประทานกระเทียม และสิ่งที่มีกลิ่นแรง ก็อย่าได้เข้าใกล้มัสยิดของเรา

( บันทึกโดยมุสลิม)

 

ท่านญาบิรฺ บิน อับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จาก ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า :

 

" مَنْ أَكَلَ مِنْ هَذِهِ الْبَقْلَةِ الثُّومِ - وَقَالَ مَرَّةً مَنْ أَكَلَ الْبَصَلَ وَالثُّومَ وَالْكُرَّاثَ - فَلاَ يَقْرَبَنَّ مَسْجِدَنَا فَإِنَّ الْمَلاَئِكَةَ تَتَأَذَّى مِمَّا يَتَأَذَّى مِنْهُ بَنُو آدَمَ " .

     "ผู้ใดรับประทานพืชสมุนไพรนี้ หมายถึงกระเทียม (ในอีกบทหนึ่งท่านกล่าวว่า: ผู้ใดรับประทานหัวหอม กระเทียม และหอมแดง) ก็อย่าได้เข้าใกล้มัสยิดของเรา เพราะมะลาอิกะฮฺก็ได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากสิ่งที่ทำให้ลูกหลานอาดัมเดือดร้อนรำคาญเช่นเดียวกัน" 

(เศาะฮีหฺ อัลบุคอรียฺ มุสลิม)

 

 

♥· การละหมาดเคารพมัสยิด

 

     ละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสยิด คือการละหมาดสุนัต 2 ร่อกะอัตสำหรับผู้ที่เข้าไปในมัสยิด ก่อนที่เขาจะนั่งควรละหมาดตะฮียะตุ้ลมัสยิดเสียก่อน

     รายงานจากอบีก่อตาดะฮ์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

 

إِذَا جَاءَ أَحَدُكُمْ الْمَسْجِدَ فَلْيَرْكَعْ رَكْعَتَيْنِ قَبْلَ أَنْ يَجْلِسَ

เมื่อคนใดจากพวกท่านได้เข้ามาที่มัสยิด ดังนั้น เขาจงละหมาดสองร่อกะอัตก่อนที่เขาจะนั่ง" 

(รายงานโดยติรมีซีย์)

          ยกเว้นในกรณีเขาเข้ามัสยิดในสภาพการครองชุดอิหฺรอมเพื่อทำฮัจญ์หรืออุมเราะฮฺหรือตั้งเจตนาไปมัสยิดอัลหะรอมเพื่อทำการเฏาะวาฟสุนนะฮฺกรณีนี้ไม่จำเป็นละหมาดเคารพมัสยิด (ฟัตวาอิบนุตัยมียะฮฺ)

          แต่หากว่าเราตั้งเจตนาไปทำการเฏาะวาฟในช่วงนั้นคนหนาแน่มากไม่สามารถทำการเฏาะวาฟได้ ก็สามารถละหมาดเคารพมัสยิดได้เช่นกัน (ฟัตวาเชคบินบาซ)

 

 

♥· ห้ามซื้อขายกันในมัสยิด

 

     ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า :

إِذَا رَأَيْتُمْ مَنْ يَبِيعُ، أَوْ يَبْتَاعُ فِي الْمَسْجِدِ فَقُولُوا : لَا أَرْبَحَ اللَّهُ تِجَارَتَكَ.

เมื่อพวกท่านเห็นผู้ใดทำการขายหรือซื้อสินค้าในมัสยิด พวกท่านจงกล่าวว่า : ขออัลลอฮฺทรงไม่ให้การค้าขายของท่านมีกำไร

(ศ่อฮีหฺ ติรมิซีย)

 

 

♥· ห้ามฆ่าสัตว์ ตัดต้นไม้และเก็บสิ่งตกหล่นในแผ่นหะรอม(มักกะฮฺและมะดีนะฮฺ)

 

          สิ่งที่ตกหล่นในแผ่นดินหะรอมไม่อนุญาตให้เก็บมันมา ยกเว้นหากเกรงว่าสิ่งนั้นจะเสียหาย หรือสูญหาย ถือว่าวาญิบที่ผู้เก็บเอามันมาต้องทำการประกาศหาเจ้าของตราบใดที่เขายังอยู่ที่เมืองมักกะฮฺ เมื่อต้องการเดินทางออกจากมักกะฮฺ ก็จะต้องส่งมอบให้แก่ฝ่ายที่รับผิดชอบ อาจเป็นผู้ปกครองเมือง ตัวแทนของเขา หรือคนที่รับหน้าที่แทนเขา จะไม่อนุญาตให้ครอบครองสิ่งตกหล่นในมักกะฮฺในทุกกรณี 

 

          และไม่อนุญาตให้หยิบมันมายกเว้นสำหรับผู้ที่ต้องการประกาศหาเจ้าของตลอดไปเท่านั้น ส่วนสิ่งตกหล่นของคนที่กำลังทำหัจญ์ถือว่าหะรอมที่จะเอามันมาไม่ว่าจะพบในแผ่นดินนอกเขตหะรอม(เขตต้องห้าม)หรือในเขตหะรอม

 

     รายงานจากอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

 

«حَرَّمَ اللَّهُ مَكَّةَ فَلَمْ تَحِلَّ لِأَحَدٍ قَبْلِي وَلَا لِأَحَدٍ بَعْدِي، أُحِلَّتْ لِي سَاعَةً مِنْ نَهَارٍ، لَا يُخْتَلَى خَلَاهَا، وَلَا يُعْضَدُ شَجَرُهَا، وَلَا يُنَفَّرُ صَيْدُهَا، وَلَا تُلْتَقَطُ لُقَطَتُهَا إِلَّا لِمُعَرِّفٍ» فَقَالَ الْعَبَّاسُ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ: إِلَّا الْإِذْخِرَ لِصَاغَتِنَا وَقُبُورِنَا؟ فَقَالَ: «إِلَّا الْإِذْخِرَ»

     "อัลลอฮฺได้ทำให้มักกะฮฺเป็นเขตหะรอม(ต้องห้าม) ดังนั้นจึงไม่ถูกอนุญาตให้แก่ผู้ใดก่อนหน้าฉันและหลังจากฉัน มันถูกอนุญาตแก่ฉันเพียงชั่วยามหนึ่งของเวลากลางวัน(เมื่อครั้งสงครามเปิดมักกะฮฺ) จะต้องไม่ถูกถอนต้นพืชในเขตของมัน จะต้องไม่ถูกตัดโค่นต้นไม้ของมัน สัตว์ล่าในเขตของมันต้องไม่ถูกไล่ สิ่งตกหล่นในเขตของมันต้องไม่ถูกหยิบนำมา เว้นแต่สำหรับคนที่ต้องการประกาศหาเจ้าของ" 

 

     ท่านอับบาส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้ถามว่า ยกเว้นต้นอิซคิรฺ(พืชที่คล้ายตะไคร้) สำหรับรวงร้านและสุสานใช่หรือไม่ ? 

    ท่านนบีตอบว่า "ยกเว้นต้นอิซคิรฺ"

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ สำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน และ มุสลิม)

 

 

♥· ส่งเสริมให้ทำการเฏาะวาฟให้มากๆ

 

     รายงานจากอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา ได้ยิน ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

 

(مَنْ طَافَ أُسْبُوعًا ، يُحْصِيهِ ، وَصَلَّى رَكْعَتَيْنِ : كَانَ لَهُ كَعِدْلِ رَقَبَةٍ)

     “ใครก็ตามที่ เดินวนรอบกะบะฮฺ เจ็ด รอบถูกบันทึก ตามด้วยการละหมาด สองร็อกฮะ ได้รับภาคผล การปลดปล่อยทาส

(ติรมีซีย์ ถูกต้องในทัศนะอิหม่าม อัลบานีย์)

 

     รายงานจากอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา ได้ยิน ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

 

(مَا رَفَعَ رَجُلٌ قَدَمًا وَلَا وَضَعَهَا : إِلَّا كُتِبَتْ لَهُ عَشْرُ حَسَنَاتٍ ، وَحُطَّ عَنْهُ عَشْرُ سَيِّئَاتٍ ، وَرُفِعَ لَهُ عَشْرُ دَرَجَاتٍ)

     “บุคคลหนึ่ง ยกเท้า และวางเท้าลง เว้นแต่ว่า เขานั้นจะถูกได้รับการบันทึก สิบความดี ถูกลบล้างความผิด สิบครั้ง ถูกยกระดับ สิบขั้น 

(อะหมัด ถูกต้อง ท่านเชค ฮะหมัด ซากีร)

 

ในสำนวนของอิหม่าม ติรมีซีย์

(لَا يَضَعُ قَدَمًا وَلَا يَرْفَعُ أُخْرَى : إِلَّا حَطَّ اللَّهُ عَنْهُ خَطِيئَةً ، وَكَتَبَ لَهُ بِهَا حَسَنَةً).

     “เขาวางเท้า และยกเท้า (แต่ละก้าวในการวนรอบกะบะฮฺ) เว้นแต่ว่า เขานั้นจะถูกได้รับการบันทึก ถูกลบล้างความผิดและบันทึกความดี 

 

     (ถูกต้องในทัศนะอิหม่าม อัลบานีย์)ท่าน ซินดีย์ กล่าวว่า ภาคผลการตอวาฟได้รับเท่ากับการ ปลดปล่อยทาส

 

 

♥· ส่งเสริมให้ขอดุอาอฺให้มากๆเพราะว่าดุอาอ์ของคนมาทำฮัจญ์อุมเราะฮฺนั้นจะถูกตอบรับ

 

     รายงานจากท่านญาบีร แท้จริงท่านนบี กล่าวว่า

 

الْحُجَّاجُ وَالْعُمَّارُ وَفْدُ اللهِ عز وجل، إن دَعوْه أجابَهم، وإنِ استغفرُوهُ غفرَ لهُم

บรรดาคนที่มาทำฮัจญ์และอุมเราะห์ พวกเขาคือแขกของอัลลอฮฺ

หากว่าพวกเขาขอฉัน ฉันจะตอบรับพวกเขา หากพวกเขาขออภัยโทษ ฉันจะให้อภัยแก่พวกเขา

(บันทึกโดย นะซะอีย์ อิบนุมาญะ ศอเฮี้ยะ อัลบานีย์)

 

 

♥· ส่งเสริมรักษาการละหมาดทั้งสุนนะฮฺ(วิตร กียามุลลัยฺ ดุฮา) และฟัรฎู

 

     ท่านญาบีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

 

صلاةٌ في مسجِدي أفضلُ من ألفِ صلاةٍ فيما سواهُ إلَّا المسجدَ الحرامَ وصلاةٌ في المسجدِ الحرامِ أفضلُ من مائةِ ألفِ صلاةٍ فيما سواهُ

     “การละหมาด 1 ครั้งในมัสยิดของฉันนี้ (มัสยิดอันนะบะวี นครมะดีนะฮ์) ประเสริฐกว่าการละหมาด 1,000 ครั้ง ณ ที่อื่นๆ ยกเว้น มัสยิดอัลฮะรอม (นครมักกะฮ์)

     และการละหมาด 1 ครั้ง ณ มัสยิดอัลหะรอม ประเสริฐกว่าการละหมาด ณ ที่อื่นๆ 100,000 ครั้ง 

(บันทึกโดยอิบนุมาญะ)

 

 

♥· จะต้องระวังการเข้าไปสัมผัสหินดำหากว่าเข้าไปแล้วสร้างความเดือนร้อนหรือทำอันตรายแก่ให้ผู้อื่นควรที่จะละทิ้ง

 

          แท้จริงอัลลอฮ์ ตะอาลา มิทรงวางบทบัญญัติให้แก่บรรดามุสลิมในการที่เขาจะทำความใกล้ชิดพระองค์ ด้วยกับการจูบ หรือสัมผัสหินใดๆ นอกจากสองสถานที่นี้เท่านั้น ดังที่ได้มีคำพูดยืนยันของท่านอุมัร บิน ค็อฏฏ็อบ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮู่ เมื่อท่านเข้าไปเพื่อที่จะจูบหินดำว่า

 

فَقَالَ إِنِّى أَعْلَمُ أَنَّكَ حَجَرٌ لا تَضُرُّ وَلا تَنْفَعُ وَلَوْلا أَنِّى رَأَيْتُ النَّبِى يُقَبِّلُكَ مَا قَبَّلْتُكَ

"แท้จริงฉันรู้ว่าเจ้าคือก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง ไม่ให้โทษ ไม่ให้คุณ หากแม้นว่าฉันไม่เห็นว่าท่านร่อซูล จูบเจ้า ฉันก็จะไม่จูบเจ้า" 

(บุครีย์ และ มุสลิม)

 

ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

 

إِنَّ اسْتِلَامَهُمَا يَحُطُّ الْخَطَايَا

แท้จริง การสัมผัสมุมทั้งสองคือ มุมหินดำและ มุม อัลญามานีย์ จะลบล้างความผิด

( บันทึกโดย อะหมัด และติรมีซีย์)

     สำหรับคนเดินเฏาวาฟระวังการเบียดเสียด แออัดในขณะจูบหินดำและการสัมผัสมุม ยามานี จงระวังการทำร้ายผู้อื่นในระหว่างการจูบหรือสัมผัส

 

 

♥. นครมักกะฮฺเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ห้ามคิดไม่ดีในดินแดนแห่งนี้

 

     อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า

 وَمَن يُرِدْ فِيهِ بِإِلْحَادٍ بِظُلْمٍ نُذِقْهُ مِنْ عَذَابٍ أَلِيم ﴾ [الحج: 25].)

 

และถ้าผู้ใดปรารถนาที่จะกระทำฝ่าฝืนด้วยทุจริตใดๆ ในนั้น เราก็จะให้เขาลิ้มรสการลงโทษอย่างเจ็บปวด

 

     จากโองการดังกล่าวทำให้เราได้รับทราบว่าผู้ใดที่ตั้งใจจะทำบาปในดินแดนตรงนี้ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ทำถือว่าสำหรับเขานั้นมีบาปแล้ว