จวนเจียนเหลือเกินแล้ว
  จำนวนคนเข้าชม  263

จวนเจียนเหลือเกินแล้ว

 

วันละหนึ่งความคิด....แปลเรียบเรียง

 

-อัลกอฎีย์ ชุรอยฮฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ-

 

แน่นอนเหลือเกินว่า จะมียุคสมัยหนึ่งมายังผู้คน ที่ผู้ศรัทธาจะได้รับการดูถูกเหยียดหยาม ในการมีศรัทธาของเขา

เฉกเช่นที่วันนี้ คนชั่วช้าสามานย์ได้รับการดูถูกเหยียดหยาม ในความชั่วช้าเลวทรามของเขา

กระทั่งว่า จะมีผู้กล่าวแก่คนๆ หนึ่งว่า "ท่าน (น่ะหรือ) เป็นผู้ศรัทธา" (ด้วยความเหยียดหยามดูถูก)

 

 

 

ท่านร่อซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า :

     "จวนเจียนเหลือเกินแล้ว ที่ทรัพย์สินที่ดีที่สุดของมุสลิมจะเป็นแพะเป็นแกะ ที่เขาจะติดตาม (ต้อน) มันไปบนยอดเขาสูง และตามท้องทุ่งที่เป็นแหล่งน้ำฝน (หุบเขา)

     (เพื่อที่เขา) จะได้นำการมีศาสนาของเขา หลีกหนีไปให้พ้นจากฟิตนะฮฺ (ความสับสนวุ่นวาย) ทั้งหลายทั้งปวง"

(บันทึกโดย อิมามอัลบุคอรีย์)

 

 

 

- ท่านอุมัร อิบนิ้ล ค๊อฏฏอบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ -

 

จวนเจียนเหลือเกินแล้ว ที่ห่วงแห่งอิสลาม จะค่อยๆ หลุดไปทีละห่วง ทีละห่วง

ในเมื่อผู้ที่เติบโตขึ้นมาในอิสลาม ไม่รู้จักกับญาฮิลียะฮฺ” (สภาพความโง่เขลา งมงายในยุคก่อนที่อิสลามจะปรากฏ)

 

 

 

- ท่านอุมัร อิบนิ้ล ค็อฏฏอบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ-

 

จวนเจียนเหลือเกินแล้ว ที่บ้านเมืองจะพังทลาย  ทั้งๆ ที่ยังคงได้รับการบูรณะฟื้นฟู

มีคนถามขึ้นว่า: เหตุใดกันที่บ้านเมืองจะพังเสียหาย  ทั้งๆ ที่ยังคงถูกฟื้นฟูดูแล?

เมื่อคนชั่วอยู่เหนือคนดี และคนสองสี (สับปลับกลับกลอก) ปกครองเป็นผู้นำกลุ่มชน

 [العقوبات ص46 ح:44]

 

 

 

- ท่านอุบาดะฮฺ อิบนิ ซอมิต ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ -

 

     หากท่านปรารถนา ฉันจะบอกท่านถึงความรู้ชุดแรก ที่จะถูกเก็บคืนกลับไปจากผู้คน สิ่งนั้นคือ ความคุชั้วะ (นอบน้อมในการละหมาด) 

     ช่างจวนเจียนเหลือเกินแล้ว ที่ท่านจะเข้าไปในมัสญิด โดยที่ท่านจะไม่เห็นใครที่มีความคุชั้วะอยู่ในมัสญิดเลย

(บันทึกโดย อิมามอัตติรมีซีย์)

 

 

 

- ท่านวุฮัยบฺ อิบนุ้ล วัรดฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ - (ตาบิอิตตาบิอีน)

 

"ท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺในการที่จะทำให้อัลลอฮฺ ตะอาลา (กลายเป็น) เป็นผู้ทรงมองเห็นเรา ที่ไร้ความหมายที่สุด*

     *หมายถึง ใส่ใจให้ความสำคัญและให้เกียรติ แต่สายตามนุษย์ที่จ้องมองมา แต่กลับไม่ใยดีสายตาของอัลลอฮฺ ที่ทรงมองเห็นทุกการกระทำ (ผู้แปล)

 

 

 

-เชค ซอลิฮฺ อัลอุศ็อยมีย์ ฮะฟิศ่อฮุ้ลลอฮฺ-

 

ในยุคสุดท้าย เหตุการณ์ข้อเท็จจริงต่างๆ จะพลิกผันกลับตาลปัตร

♦ คนมีความรู้จะถูกทิ้งขว้าง

♦ คนเขลาอวิชาจะถูกให้ตัดสินวินิจฉัยปัญหา

♦ คนพูดจริง ถูกหาว่าโกหก

♦ คนโกหก จะได้รับการเชื่อถือ

♦ คนซื่อสัตย์ ถูกหาว่าหลอกลวง

♦ คนคดโกง จะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ

     ดังนั้น ใครที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ เขาย่อมขาดทุนย่อยยับ และใครที่ยืนหยัดมั่นคง ในสิ่งที่เป็นที่รับทราบกันว่าอยู่ในความจริงความถูกต้อง เขาย่อมประสบความสำเร็จ

 

 

 

ท่านร่อซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

"إِنَّ ‌الْإِيمَانَ ‌لَيَخْلَقُ فِي جَوْفِ أَحَدِكُمْ كَمَا يَخْلَقُ الثَّوْبُ، 

فَاتْلُوا الْقُرْآنَ يُجَدِّدُ الْإِيمَانَ فِي قُلُوبِكُمْ"

     "แท้จริง การศรัทธาภายในหัวใจ ของคนหนึ่งคนใดในพวกท่าน ย่อมมีทรุดโทรมลง เฉกเช่นเสื้อผ้าอาภรณ์ ที่มีเก่าเปื่อยเสื่อมสภาพลง

     ดังนั้น พวกท่านจงอ่านอัลกุรอาน เพื่อให้ศรัทธาในหัวใจของพวกท่าน สดใหม่อยู่เสมอเถิด"

(บันทึกโดย อัลฮากิม)

 

 

 

- อิมามอัลฮาซัน อัลบัศรีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ-

 

มิใช่เช่นนั้น ทว่าสิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้นั้น ได้เป็นสนิมบนหัวใจของพวกเขา

(อัลมุฏอฟฟิฟีน 14)

     พวกท่านรู้หรือไม่ว่าอัลอิรอนะฮฺ (สนิมที่กัดกินหัวใจ) นั้น คืออะไร?

     มันคือ ความผิดหลังจากความผิด และ ความผิดหลังจากความผิด จวบจนกว่าหัวใจจะตายด้าน

 

 

 

- ท่าน อบุล อาลิยะฮฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ

 

     จะมียุคสมัยหนึ่งมายังผู้คน หัวใจของพวกเขาจะร้างราว่างเปล่าจากอัลกุรอาน พวกเขาจะไม่ได้พบกับรสชาติความหวานหอมใดๆ

     หากพวกเขาขาดตกบกพร่องในคำบัญชาใช้ พวกเขาก็จะกล่าวกันว่า แท้จริง อัลลอฮฺนั้น คือ ผู้ทรงอภัยอย่างมากมาย คือผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ

     และหากพวกเขาทำในสิ่งที่ถูกบัญชาห้ามปรามไว้ พวกเขาก็จะกล่าวกันว่า เราจะถูกยกโทษให้ เพราะเราไม่ได้ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีกับอัลลอฮฺ

     กิจการทั้งหมดของพวกเขา เป็นเพียงความละโมบปรารถนาที่เลื่อนลอย หาได้มีความจริงใจใดๆ เลย (เบาความกับคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของอัลลอฮฺทั้งๆ ที่ทราบดี)

 

 

 

 

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&