(ภูมิใจ ?!)เมื่อลูกหลานห่างไกลจากศาสนา 
  จำนวนคนเข้าชม  218

(ภูมิใจ ?!)...เมื่อลูกหลานห่างไกลจากศาสนา 

 

เรียบเรียง....อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

เพราะคำถามมีอยู่ว่า เรียนศาสนาแล้วได้อะไร เรียนไปทำไม ?

 

     เราจะต้องค้นหาถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของศาสนาอิสลามในการส่งเสริมให้มีการศึกษาเพราะอะไร ? 

     และเป้าหมายการศึกษาของอิสลามนั้นเพื่ออะไร ?

     ถ้าหากเรามองไม่ทะลุและเข้าใจถึงแก่นแท้แล้วมันจะกลายเป็นคำถามขึ้นในใจ ว่าการเรียนศาสนาแล้วได้อะไร ?

 

          ฉะนั้นพ่อแม่จะต้องค้นหาคำตอบ และประการแรกที่จะต้องเข้าใจอย่างแท้จริงโดยเฉพาะของเรื่องของการเรียนรู้ในด้านศาสนา จะต้องตั้งเจตนาว่า จะต้องเอาความโง่เขลาออกจากตัวเองและคนอื่น ฉะนั้นหลักแรกในการศึกษา ให้ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า

· ยกความไม่รู้ออกจากตัวเอง

· เอาความไม่รู้ออกจากคนอื่น

· ปกปักรักษไว้ซึ่งศาสนา

· เรียนเพื่อนำมาปฎิบัติ

 

- โทษสำหรับผู้ที่ศึกษาความรู้ศาสนาด้วยเจตนาอื่น ๆ นอกเหนือจากการหวังในความโปรดปรานของอัลลอฮฺ

 

     มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :

 

« مَنْ تَعَلَّمَ عِلْمًا مِمَّا يُبْتَغَى بِهِ وَجْهُ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ لاَ يَتَعَلَّمُهُ إِلاَّ لِيُصِيبَ بِهِ عَرَضًا مِنَ الدُّنْيَا لَمْ يَجِدْ عَرْفَ الْجَنَّةِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ

 

     “ผู้ใดที่ศึกษาความรู้ประเภทที่มีจุดประสงค์เพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ด้วยเจตนาเพียงเพื่อแสวงหาวัตถุโลกดุนยา เขาจะไม่ได้กลิ่นสวรรค์ในวันกิยามัต 

[เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูดตามสำนวนนี้ เศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด และบันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 252 เศาะฮีหฺสุนันอิบนุมาญะฮฺ)

 

      จากกะอับ บินมาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า : ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า :

 

مَنْ طَلَبَ الْعِلْمَ لِيُجَارِىَ بِهِ الْعُلَمَاءَ أَوْ لِيُمَارِىَ بِهِ السُّفَهَاءَ أَوْ يَصْرِفَ بِهِ وُجُوهَ النَّاسِ إِلَيْهِ أَدْخَلَهُ اللَّهُ النَّارَ.

 

     “ผู้ใดที่ร่ำเรียนวิชาเพื่อจะใช้แข่งประชันกับบรรดาผู้รู้ หรือเพื่อจะใช้โอ้อวดคนโง่

     หรือเพื่อจะใช้เบนใบหน้าคนอื่นให้มองไปยังตัวเขา(หมายถึงหาผลประโยชน์กับคนอื่นด้วยความรู้ของเขา) อัลลอฮฺก็จะให้เขาเข้านรก 

[หะสัน บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ตามสำนวนนี้ เศาะฮีหฺสุนันอัตติรมิซีย์ และบันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ เศาะฮีหฺสุนันอิบนุมาญะฮฺ ]

 

 

- การศึกษามีเป้าหมายเพื่ออะไร ?!

 

1. เพื่อให้บุคคลได้ทำอิบาดะฮ์(เคารพภักดี)ต่อค์อัลลอฮ์ ดังเป้าหมายของการสร้างมนุษย์และญิน

     

     ดังดำรัสของอัลลอฮ์ ในอัลกุรอานที่ว่า

 

وَمَا خَلَقْتُ ٱلْجِنَّ وَٱلْإِنسَ إِلَّا لِيَعْبُدُونِ

 

และข้า (อัลลอฮ์) มิได้สร้างญินและมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่ให้เคารพภักดีข้า

( อัซซารียาต 56)

 

 

2. เพื่อสร้างประชาชาติ(อุมมะฮ์)ที่ดี ดังดำรัสของอัลลอฮ์ ความว่า

 

كُنتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِٱلْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ ٱلْمُنكَرِ

 

พวกเจ้านั้นเป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษยชาติ

โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ

(อะลาอิมรอน :110)

 

 

3. เพื่อปลูกฝังคุณค่าของอิสลามคุณธรรมอันดีงามในตัวมนุษย์ 

 

     ดังคำพูดของท่านนบี ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีความว่า

 

إنما بُعِثْتُ لأُتَمِّمَ مكارمَ الأخلاقِ 

 

แท้จริงแล้ว ฉันถูกส่งมาเพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับมารยาทอันดีงาม

(รายงานโดยอะหฺมัด)

 

     อัลลอฮ์ ตรัสว่า

 

(كَمَا أَرْسَلْنَا فِيكُمْ رَسُولًا مِّنكُمْ يَتْلُو عَلَيْكُمْ آيَاتِنَا وَيُزَكِّيكُمْ وَيُعَلِّمُكُمُ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ وَيُعَلِّمُكُم مَّا لَمْ تَكُونُوا تَعْلَمُونَ ﴿١٥١ البقرة

 

ดังที่เราได้ส่งร่อซูลผู้หนึ่ง จากพวกเจ้าเองมาในหมู่พวกเจ้า ซึ่งเขาจะอ่านบรรดาโองการของเราให้พวกเจ้าฟัง 

และจะทำให้พวกเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ และจะสอนคัมภีร์ และความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติให้แก่พวกเจ้า 

และจะสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน"

 

 

4. เพื่อชี้นำแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับมุสลิมในการดำรงชีวิตในโลกใบนี้

 

وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلاَّ كَافَّةً لِّلنَّاسِ بَشِيرًا وَنَذِيرًا وَلَكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لا يَعْلَمُونَ

 

และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด เว้นแต่เป็นผู้แจ้งข่าวดีและเป็นผู้ตักเตือนมนุษย์ทั้งหลาย แต่ทว่าส่วนมากของมนุษย์ไม่รู้ 

(สะบะ:28)

 

 

          พ่อแม่จะต้องให้ความสำคัญอย่างมากต่อบุตรหลานของท่าน เพราะนี้คือภาระกิจอันยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ นั้นคือการปกป้องตัวเองและครอบครัวให้รอดพ้นจากไฟนรกนั้นเอง

     อัลลอฮ์ ตรัสว่า

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا قُوا أَنْفُسَكُمْ وَأَهْلِيكُمْ نَاراً

 

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก" 

(อัตตะฮฺรีม /6)

 

 

     ท่านอิบนุ เญาซีย์ กล่าวว่า พึ่งทราบเถิดว่าแท้จริงมีประตูบานหนึ่งที่ใหญ่มากจะย่างกายมายังมนุษย์ด้วยการนำของอิบลีส นั่นคือ ความโง่เขลา

 

 

          พ่อแม่มุสลิมในยุคปัจจุบันกลับไม่ได้เริ่มต้นปลูกฝังศาสนาให้กับลูกหลานอันดับแรก นักเรียนจำนวนมากถูกปลูกฝังในเรื่องของการศึกษา ว่าถ้าจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยต้องเข้าเรียนคณะที่มีความนิยม และค่านิยมของคนในประเทศไทยถูกปลูกฝังว่าเรียนคณะอะไร จบมาแล้วมีงานอะไรให้ทำบ้าง ? 

 

          เป้าหมายของคนส่วนมากในการศึกษาคือ จบมาแล้วจะได้มีงานทำ มีเงินเดือนสูงๆแต่สังคมกลับมองว่า เรียนศาสนาจบมาแล้วทำอะไรกิน เงินเดือนเท่าไร ระบบการศึกษาในยุคปัจจุบันการแข่งขันด้านรูปใบปริญญา คะแนนดี เกรดดีเท่านั้นจึงจะมีที่ยืนในสังคม พ่อแม่บางคนมองการคนดี ๆ ไปเรียนสูง ๆ ส่วนคนไม่ดีติดยาส่งไปปอเนาะ

 

          สิ่งรอบข้างสภาพแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่มันทำให้เรามองเรื่องหลักการศาสนาเป็นเรื่องทีหลัง ถ้าเรื่องอื่น ปากท้อง เงินทอง ชื่อเสียงไว้ลำดับแรก ลูกได้เกรดที่หนึ่ง ลูกขึ้นไปเต้นบนเวที เฝ้าลูกแข่งบอลชนะ

     ลูกประกวดบทความได้ระดับประเทศ แข่งขันร้องเพลง แข่งเต้นพ่อแม่มีความภาคภูมิใจมาก แต่เวลาลูกไม่ละหมาด ไม่คลุมฮิญาบ พ่อแม่กลับมองเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา

     พี่น้องจะทำอย่างไร ลูกเก่งแต่ไม่ละหมาด ลูกได้เงินเดือนเป็นแสน แต่ทำงานไม่ใส่ผ้าคลุมฮิญาบ !?!

     พ่อแม่บางคนลูกสอบตก ลูกเรียนไม่ทันคนอื่น ลูกสมองช้า เครียดมาก แต่ลูกไม่ละหมาด ลูกไม่เคยบวช ลูกไม่คลุมผม เป็นเรื่องธรรมดา

 

นี้คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับพ่อแม่จะต้องปลูกฝังให้กับลูกหลาน

รากฐานสามประการของการเป็นมุสลิมนั้นมีดังนี้

· การรู้จักอัลลอฮ

· การรู้จักศาสนาอิสลาม

· การรู้จักท่านนบี

 

ลำดับขั้นของอิสลาม

· หลักศรัทธา(รุก่นอีมาน)

· หลักปฏิบัติ(รุก่นอิสลาม)

· หลักคุณธรรม(อิหฺซาน)

 

          ในสังคมยุคปัจจุบันไม่มีสิ่งใดเลยที่จะปกป้องคุ้มครองลูกหลานเราให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายต่างๆที่มันเกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง นอกจากยำเกรง(ตักวา) การศรัทธาเท่านั้น

     อัลลอฮฺ ตรัสว่า

 

( إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِنْدَ اللَّهِ أَتْقَاكُمْ )

 

แท้จริงผู้ที่มีเกียรติที่สุดในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺ คือผู้ที่มีความยำเกรงมากที่สุด

(ซูเราะห์อัลหุญุร็อต อายะห์ที่ 13)

 

 

          แน่นอนการเรียนรู้หลักศรัทธาอากีดะห์ที่มีต่อพระเจ้า แน่นอนลูกหลานของเราจะดีด้วยความประสงค์ของอัลลอฮ์ จะทำให้เขามีความยำเกรงต่อพระเจ้า ไม่ว่าเขานั้นจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม เขาจะเป็นบ่าวของอัลลอฮฺอย่างแท้จริง เช่น ถ้าเขาเป็นแม่ค้าเขาจะไม่คดโกง... ถ้าเขาเป็นนักข่าวเขาจะไม่โกหก... และจะรู้จักเวลาละหมาด เป็นต้น แน่นอนหากเราทำได้เช่นนั้นเราจะไม่หลงผิด และจะทำให้เรามีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า

     ยกตัวอย่างของ บุคคลได้รับร่มเงาของอัลลอฮฺในวันกิยาะมะฮฺ ซึ่งมันคือ ผลพวงมาจากการเอาใส่ใจของพ่อแม่ ที่มีต่อบุตรหลานของท่านเอง

     จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบีได้กล่าวว่า :

 

" سَبْعَةٌ يُظِلُّهُمُ اللَّهُ فِي ظِلِّهِ يَوْمَ لَا ظِلَّ إِلَّا ظِلُّهُ : الْإِمَامُ الْعَادِلُ، وَشَابٌّ نَشَأَ فِي عِبَادَةِ رَبِّهِ، وَرَجُلٌ قَلْبُهُ مُعَلَّقٌ فِي الْمَسَاجِدِ، وَرَجُلَانِ تَحَابَّا فِي اللَّهِ ؛ اجْتَمَعَا عَلَيْهِ وَتَفَرَّقَا عَلَيْهِ، وَرَجُلٌ طَلَبَتْهُ امْرَأَةٌ ذَاتُ مَنْصِبٍ وَجَمَالٍ فَقَالَ : إِنِّي أَخَافُ اللَّهَ، وَرَجُلٌ تَصَدَّقَ أَخْفَى حَتَّى لَا تَعْلَمَ شِمَالُهُ مَا تُنْفِقُ يَمِينُهُ، وَرَجُلٌ ذَكَرَ اللَّهَ خَالِيًا فَفَاضَتْ عَيْنَاهُ ".

 

     “บุคคลเจ็ดจำพวกที่อัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของพระองค์ ในวันที่ไม่มีร่มเงาใดนอกจากร่มเงาของพระองค์ :

ผู้นำที่ทรงความยุติธรรม

คนหนุ่มที่เติบโตมากับการอิบาดะฮฺต่อพระเจ้าของเขา

ผู้ชายที่หัวใจของเขาผูกพันธ์อยู่กับมัสยิด

ชายสองคนที่รักกันเพื่ออัลลอฮฺ คบกันเเละเลิกกันเพื่อพระองค์

ชายที่มีผู้หญิงที่มีฐานะเเละหน้าตาสวยงามมาชวนเขาทำซินา เเล้วเขากล่าวว่า : แท้จริงฉันกลัวอัลลอฮฺ

ชายที่ทำการบริจาคทานอย่างลับ ๆ จนกระทั่งมือซ้ายของเขาไม่รู้สิ่งที่มือขวาบริจาค

ชายที่รำลึกถึงอัลลอฮฺเพียงลำพัง เเล้วน้ำตาของเขาก็เอ่อล้นออกมา

(บันทึกโดยบุคอรียฺ เเละมุสลิม )

 

          เมื่อใดก็ตามที่ลูกของเรารู้จักละหมาดเมื่อถึงเวลาละหมาด และปฎิบัติสิ่งที่เป็นข้อบังคับของศาสนาอย่างครบถ้วน ละทิ้งสิ่งที่เป็นบาปทั้งหลาย... เมื่อลูกสาวปกปิดร่างกายมิดชิดเวลาออกจากบ้านไม่พรมน้ำหอม เราจงภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะของคนที่พ่อเป็นแม่... บางครั้งมันอาจจะดูไร้ค่าธรรมดาในสายตาของคนทั่วไป แต่พระองค์ทรงยืนยันว่าคนที่มีเกียรติสำหรับพระองค์คือคนที่ยำเกรงเท่านั้น และเขาจะได้รับการคุ้มครองจากพระองค์อย่างแน่นอน

 

     รายงานจากท่าน อับดุลลอฮ์ บุตรของอับบาซ รอดิยัลลอฮู้อันฮู้มา กล่าวว่า ครั้งหนึ่งขณะฉันขี่สัตว์พาหนะ ซ้อนท้ายหลัง ท่านนบี มูฮัมมัด ท่านได้กล่าวว่า

 

((ياغُلامُ،إِنِّى أُعَلِّمُكَ كَلِمَاتٍ : إِحْفَظِ اللهَ يَحْفَظْكَ، آِحْفَظِ اللهَ تَجِدْهُ تُجَاهَكَ.إِذَاسَألْتَ فاسْألِ اللهَ،وإِذَاإسْتَعَنْتَ فَاسْتَعِنْ بِا للهِ،

 

" โอ้เด็กเอ๋ย ฉันจะสอนเจ้า ด้วยคำสอนบางประการ คือ

 เจ้าจงปกป้องรักษาอัลเลาะห์ แล้ว อัลเลาะห์ จะปกป้องและรักษาเจ้า

 จงปกป้องอัลเลาะห์ แล้วจะพบว่า พระองค์นั้นอยู่ต่อหน้าเจ้า

 เมื่อเจ้าจะขอจงขอต่อ อัลเลาะห์ เมื่อเจ้าจะขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือจากอัลเลาะห์

 (รายงานโดย ติรมีซีญ์ หะดิซฮาซันซอเฮียฮ์ )