ขจัดความอิจฉาริษยาออกไปจากหัวใจให้ได้
  จำนวนคนเข้าชม  302

ขจัดความอิจฉาริษยาออกไปจากหัวใจให้ได้

 

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

 

الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر ، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ขอให้เราได้ชุกูร ขอบคุณอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาที่ทรงให้เราได้มารวมตัวกัน ณ ที่นี้ ในวันนี้ วันที่ 1 เดือนเชาวาล เป็นวันอีดิ้ลฟิฏรฺ วันเฉลิมฉลองหลังจากที่เราได้ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน ซึ่งเป็นรุกุ่นสำคัญประการที่สี่ของหลักปฏิบัติอิสลาม ซึ่งมุสลิมทุกคนที่มีอายุครบศาสนภาวะจะต้องยึดมั่นปฏิบัติ และเรายังได้มีโอกาสทำอิบาดะฮฺต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการละหมาดกิยามุลลัยน์ การอ่านอัลกุรอาน การบริจาค การจ่ายซะกาต การทำความดีต่าง ๆ รวมถึงการจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮฺ ทั้งหมดเป็นอิบาดะฮฺที่จะช่วยลบล้างบาปต่าง ๆให้แก่เรา และยังเป็นการเพิ่มขั้นในสวรรค์ให้แก่เราอีกด้วย จึงขอให้เราได้สำนึกและชุกูร ขอบคุณอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาในเนี๊ยะอฺมะฮฺ ความเมตตานี้ ที่ทรงให้โอกาสเราได้ถือศีลอด และทำอิบาดะฮฺต่าง ๆอย่างมากมาย อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

 

          พร้อมกันนี้ ขอให้เราขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอยู่เสมอ ๆ ขอให้พระองค์ทรงรับการทำอิบาดะฮฺทั้งหมดของเรา และขอได้ทรงอภัยโทษในบาปทั้งหมดของเราและทรงลบล้างมันให้หมดสิ้นไป และขอให้การถือศีลอดที่ผ่านมาของเรา นำเราไปสู่การเป็นผู้ที่มีอัตตักวา ซึ่งเป็นเป้าหมายของการถือศีลอดที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงวางบทบัญญัติไว้

     ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 183 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ كُتِبَ عَلَيۡكُمُ ٱلصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِكُمۡ لَعَلَّكُمۡ تَتَّقُونَ

 

ผู้ศรัทธาทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกกำหนดเป็นฟัรฎู(คือเป็นข้อบังคับ)แก่พวกเจ้า 

ดั่งเช่นที่ได้ถูกกำหนดแก่ประชาชาติก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ تَتَّقُونَ ...จะได้ยำเกรงต่อพระองค์

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย เราผ่านการถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนมาแล้ว ขอให้พิจารณาตัวเราว่า เราได้ทำให้การถือศีลอดของเราบรรลุถึงหัวใจที่มีอัตตักวา มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาหรือยัง ? ...

          การมีหัวใจที่มีอัตตักวา มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาก็คือ การที่เรามีเนียต มีความตั้งใจที่จะพยายามดำเนินชีวิตประจำวันของเราให้มันอยู่ในขอบเขตบทบัญญัติศาสนา พยายามเรียนรู้เรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา แล้วนำมาสู่การที่เราปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยพยายามทำอย่างสุดความสามารถของเรา สิ่งใดที่เป็นคำสั่งใช้ ก็พยายามทำ .. สิ่งใดที่เป็นคำสั่งห้าม ก็พยายามหลีกเลี่ยง ออกห่างให้ไกล ๆ ..

          ในขณะเดียวกันก็ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมด้วย เพราะท่านเป็นนบีและเป็นร่อซูลของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ..การฝ่าฝืนต่อแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มันคือ การทำบิดอะฮฺ ซึ่งเป็นสิ่งท่านนบีได้สั่งห้ามเราทำบิดอะฮฺ เพราะอย่างน้อย ๆ การทำบิดอะฮฺจะทำให้การเตาบะฮฺ กลับเนื้อ กลับตัว กลับใจของเราไม่ได้รับการตอบรับจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อีกทั้งยังทำให้พระองค์ไม่ทรงตอบรับการทำอิบาดะฮฺของเรา และการทำบิดอะฮฺยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราออกห่างจากการยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอีกด้วย

 

الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر ، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย การที่เรามีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาจะทำให้เราเป็นผู้ที่มีหัวใจมัคมูม ..ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเรียกว่า مخمومُ القلبِ มัคมูมุลก็อลบ์ ...เป็นหัวใจของผู้ที่ไม่คิดทำบาป เป็นหัวใจที่คิดดีต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่กดขี่ข่มเหง ไม่อธรรมต่อผู้ใด เป็นหัวใจของผู้ที่ไม่อิจฉาริษยาใคร ๆ

          ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมสั่งสอนเราให้เราระวังเรื่องราวเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องของการอิจฉาริษยาไว้ให้ดี เพราะหากใครที่มีความอิจฉาริษยาอยู่ในหัวใจของเขาแล้วละก็ ความอิจฉาริษยานั้นมันจะกัดกินความดีของเขาจนหมดสิ้น

 

     อัลหะดีษ (เศาะหิหฺ) ในบันทึกของอิมามอะบูดาวูด รายงานจากท่านอะบูหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

 

إِيَّاكُمْ وَالْحَسَدَ، فَإِنَّ الْحَسَدَ يَأْكُلُ الْحَسَنَاتِ كَمَا تَأْكُلُ النَّارُ الْحَطَبَ .

 

พวกท่านจงระวังการอิจฉาริษยา เพราะแท้จริง

การอิจฉาริษยานั้นจะกัดกินความดี ทั้งหลาย เสมือนดั่งไฟที่กลืนกินไม้ฟืน (หรือหญ้าแห้ง )”

 

          ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้เปรียบเทียบให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อไม้ฟืนหรือหญ้าแห้งถูกจุดขึ้นด้วยไฟ ไฟมันก็จะทำให้ไม้ฟืนหรือหญ้าแห้งมอดไหม้จนหมดสิ้น ..ความอิจฉาริษยาก็ดั่งเช่นไฟ ที่เมื่อมันถูกจุดขึ้นมาในหัวใจของเรา มันก็จะกัดกินความดีในหัวใจ หรือทำให้ความดีต่าง ๆที่เราทำ สูญสิ้นจนหมดไปเช่นกัน หรือเป็นสาเหตุทำให้เราทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ทำสิ่งที่บาป อันเป็นผลร้ายต่อตัวเราเองและต่อสังคมส่วนรวม

 

          ดังนั้น ความอิจฉาริษยาจึงเป็นโรคร้ายของหัวใจ และเป็นโรคร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ทั้งตัวของผู้พูดเองตลอดจนท่านทั้งหลายทุกคน หรือแม้แต่อุละมาอ์ ผู้รู้ศาสนา นักวิชาการที่มีความรู้ต่าง ๆหลากหลาย หรือแม้กระทั่งคนเป็นพี่น้องกันก็สามารถเกิดความอิจฉาริษยาได้ด้วยกันทั้งสิ้นหากเราไม่ระงับมันไว้ ตัวอย่างดังเช่นที่ปรากฏเรื่องราวอยู่ในอัลกุรอาน

 

          ในซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 27 – 30 เรื่องราวของกอบีลและฮาบีล ซึ่งเป็นพี่น้องกัน เป็นลูกของท่านนบีอาดัม อะลัยฮิสสลาม ..เรื่องก็มีอยู่ว่า ในสมัยนั้น อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงให้ท่านนบีอาดัมมีลูกสองครั้ง โดยให้แต่ละครั้งนั้นเป็นชายหนึ่งคน และหญิงหนึ่งคน โดยพระองค์ได้ทรงวางบทบัญญัติแก่ท่านนบีอาดัมไว้ว่า ให้ลูกผู้หญิงจากท้องหนึ่งแต่งงานกับลูกผู้ชายของอีกท้องหนึ่ง โดยที่น้องสาวของฮาบีลนั้นไม่สวย ส่วนน้องสาวของกอบีลนั้นสวยงาม

         ด้วยเหตุนี้ กอบีลจึงบ่ายเบี่ยงไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่สวย จะขอแต่งงานกับคนที่สวยกว่า ซึ่งท่านนบีอาดัมไม่ยอมในเรื่องนี้ เพราะเป็นการขัดกับคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ท่านนบีอาดัมจึงเสนอให้ทั้งกอบีลและฮาบีลเสนอสิ่งพลีแด่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตอาลา ถ้าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงรับสิ่งพลีของคนใด ก็จะได้แต่งงานกับคนที่สวย ซึ่งในที่สุด อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาก็ทรงรับสิ่งพลีของฮาบีล โดยไม่รับของกอบีล ทำให้กอบีลเกิดความอิจฉาริษยา และนำไปสู่การฆ่าฮาบีล .. กอบีลจึงกลายเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ที่อธรรม และเป็นชาวนรก

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อีกเรื่องราวหนึ่งในอัลกุรอานซูเราะฮฺยูซุฟ ได้เล่าเรื่องราวว่า ท่านนบียูซุฟกับน้องชายของเขามีพี่น้องร่วมบิดาอีก 10 คน ซึ่งท่านนบียะกู๊บผู้เป็นพ่อได้มอบความยุติธรรมแก่ลูก ๆทุกคนเป็นอย่างดี แต่พี่น้องที่ร่วมบิดาต่างมีความรู้สึกนึกคิดเอาเองว่าพ่อของเขารักแต่ยูซุฟและน้องชายของยูซุฟ จึงเกิดความคิดที่จะลวงยูซุฟไปฆ่า หรือไปปล่อยให้ไกลๆจากบ้าน เกิดเป็นเรื่องราวที่ปรากฎอยู่ในซูเราะฮฺยูซุฟ

          ซึ่งเมื่อเราทราบเรื่องราว เราจะพบว่า สาเหตุที่พี่ๆร่วมบิดาของยูซุฟทำเช่นนี้เกิดจากความอิจฉาริษยาที่แอบแฝงอยู่ในหัวใจ ที่คิดเอาเองว่าพ่อรักยูซุฟมากกว่า จึงนำมาสู่การคิดไม่ดี คือคิดที่จะฆ่าท่านนบียูซุฟ และนำมาสู่การลงมือปฏิบัติจริง ๆ แต่ด้วยแผนการของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาเหนือชั้นกว่า ท่านนบียูซุฟจึงรอดพ้นจากการคิดร้ายและการลวงฆ่าของพี่ ๆ และได้รับความปลอดภัยในที่สุด

 

          ด้วยเหตุนี้ ความอิจฉาริษยาจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเราทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ทำสิ่งที่เป็นบาปต่าง ๆได้มากมาย ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮวะซัลลัมจึงได้สั่งสอนเรา ตักเตือนเราให้เราระมัดระวังตัว อย่าให้เราเกิดความอิจฉาริษยาต่อผู้ใด แต่ให้เราคิดดี ปฏิบัติดี มีความจริงใจต่อผู้อื่น ห้ามคิดไม่ดีต่อผู้อื่น ไม่คิดหลอกลวงผู้อื่น ไม่อธรรมต่อผู้อื่น

 

     อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอบูหุรอยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

 

»لَا تَحَاسَدوا وَلَا تَنَاجَشوا

 

ท่านทั้งหลายอย่าอิจฉาริษยากัน และอย่าหลอกลวงกัน...”

 

          แต่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมสอนให้เราคิดดี และปฏิบัติดีต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราชอบที่จะให้คนอื่นคิดดีและปฏิบัติดีต่อตัวเรา

 

     อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์และอิมามมุสลิม รายงานจากท่านอนัส บิน มาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลมได้กล่าวสอนว่า

 

: لاَ يُؤْمِنُ أَحَدُكُمْ، حَتَّى يُحِبَّ لِأَخِيهِ مَا يُحِبُّ لِنَفْسِهِ .

 

คนหนึ่งคนใดในบรรดาพวกท่านจะยังไม่ศรัทธา จนกว่า เขาจะรักจะชอบที่จะให้แก่พี่น้องของเขา

ดังเช่น ที่เขารักชอบที่จะให้สิ่งนั้นได้แก่ตัวของเขาเอง

 

          ดังนั้น หากเรามีหัวใจที่มัคมูม เราก็จะระมัดระวังตัวเราไม่ให้คิดอิจฉาริษยาใคร ๆ แต่กลับจะคิดดี หวังดีต่อผู้อื่น เพราะความอิจฉาริษยามันคือการไม่หวังดีต่อผู้อื่น ไม่อยากเห็นความไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นแก่ผู้อื่น ไม่อยากเห็นผู้อื่นได้ดี ซึ่งนั่นเท่ากับเขาไม่พอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงกำหนดความดีงามให้แก่ผู้อื่น เสมือนกับว่า เขาไม่พอใจต่อการกำหนดของพระองค์ หรือไม่พอใจต่อเกาะฎอเกาะฏัรของพระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่งต่อหลักอะกีดะฮฺของเรา ..

          ความอิจฉาริษยาจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่กลับเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังไม่ให้มันเกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ ..ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงคุ้มครองเราให้พ้นจากความอิจฉาริษยาด้วยเถิด

 

الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر ، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย การมีหัวใจที่มัคมูม ไม่คิดอิจฉาริษยาใคร ๆ ยังนำเราไปสู่การได้เป็นชาวสวรรค์อีกด้วย อัลหะดีษ ในบันทึกของอิมามอะหฺมัด รายงานจากท่านอนัส อิบนิ มาลิก ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า

     วันหนึ่ง เราได้นั่งร่วมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม 

     แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวขึ้นว่าอีกสักครู่หนึ่ง จะมีชายคนหนึ่งจากชาวสวรรค์มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกท่าน

     หลังจากนั้นก็มีชายชาวอันศ็อรคนหนึ่งเดินเข้ามา โดยยังคงมีหยดน้ำติดอยู่ที่เคราของเขา ซึ่งเป็นร่องรอยของการอาบน้ำละหมาด ในมือซ้ายถือรองเท้าอยู่

     ครั้นในวันรุ่งขึ้น ท่านนบีก็กล่าวเหมือนเช่นวันแรก ..ก็คือกล่าวว่าอีกสักครู่หนึ่ง จะมีชายคนหนึ่งจากชาวสวรรค์มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกท่าน 

     แล้วชายคนเดิมนั้นก็มาปรากฏตัวในสภาพเดียวกับวันก่อน

     ครั้นถึงวันที่สาม ท่านนบีก็กล่าวถ้อยคำเดิมอีก ก็คือกล่าวว่าอีกสักครู่หนึ่ง จะมีชายคนหนึ่งจากชาวสวรรค์มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกท่าน 

     แล้วชายคนเดิมคนดังกล่าวนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นในสภาพเช่นเดิมกับเมื่อวันก่อน

     ครั้งนี้ เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมลุกออกไป ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนฺ อัมร์ ก็ได้ลุกขึ้น แล้วตามชายคนนั้นไป และได้กล่าวกับชายคนนั้นว่า ..ผมผิดใจกับคุณพ่อของผม จึงตั้งใจจะไม่เข้าบ้านเป็นเวลาสามวัน ถ้าหากท่านจะกรุณาให้ที่พักพิงแก่ผมเป็นเวลาสามวัน ก็โปรดกรุณาด้วยเถิด..

     ชายคนนั้นจึงตอบว่า ..เชิญเลยครับ

     ท่านอนัส อิบนิมาลิก ผู้รายงานอัลหะดีษนี้ได้รายงานต่อไปว่า ..ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมร์ได้เล่าให้ฟังว่า ..ตัวเขานั้นได้พักพิงอยู่ที่บ้านของชายชาวอันศ็อรคนนั้นเป็นเวลาสามวัน แต่เขาไม่เคยเห็นชายชาวอันศ็อรคนนั้นทำอะไรเป็นพิเศษ ๆมากไปกว่าคนอื่นเลย เมื่อเขาตื่นนอน เขาก็กล่าวซิกรุลลอฮฺ กล่าวตักบีรไปตลอดจนถึงเวลาละหมาดศุบฮฺ

     ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมร์กล่าวว่า..ชายชาวอันศ็อรคนนั้นจะไม่พูดสิ่งใดเลย นอกจากจะเป็นคำพูดที่ดี ..ครั้นเวลาผ่านไปสามคืน ฉันเกือบที่จะดูแคลนในการกระทำของเขา เพราะไม่เห็นการกระทำใดที่เป็นพิเศษ ๆ

     ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมร์ก็ได้กล่าวกับชายชาวอันศ็อรคนนั้นว่า...โอ้ท่านผู้เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ แท้จริงแล้ว ผมกับคุณพ่อของผมไม่ได้ผิดใจอะไรกันหรอก เพียงแต่ผมได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวถึงท่านสามครั้งว่าจะมีชายคนหนึ่งจากชาวสวรรค์มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเรา และท่านก็มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราทั้งสามครั้งผมจึงต้องการจะไปพักพิงกับท่าน เพื่อที่จะได้เห็นการปฏิบัติตัวของท่าน และจะได้ปฏิบัติเหมือนกับท่านบ้าง แต่ทว่า ผมไม่เห็นท่านทำอะไรที่เป็นพิเศษ ๆ มากมายเลย ดังนั้น อะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ท่านได้เป็นชาวสวรรค์ตามที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวไว้

     ชายชาวอันศ็อรตอบว่า..ฉันไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากสิ่งที่ท่านเห็น..เมื่อท่านอับดุลลอฮิ อิบนิ อัมร์ ได้ยินคำตอบก็ผินหลังกลับ

     ขายชาวอันศ็อรคนนั้นก็ได้เรียกท่านอับดุลลอฮฺ แล้วกล่าวว่า ..แท้จริงแล้ว ฉันไม่ได้ปฏิบัติสิ่งใดนอกจากสิ่งที่ท่านเห็นฉันปฏิบัติอยู่ แต่ทว่าในหัวใจของฉันนั้น ไม่เคยคิดหลอกลวง ไม่เคยมีเล่ห์เพทุบายต่อใคร ๆ ไม่เคยฉ้อโกงต้มตุ๋นใคร ๆ ไม่เคยคิดอธรรมต่อพี่น้องมุสลิมคนใดเลย และไม่เคยอิจฉาริษยาพี่น้องมุสลิมคนใดในความดีงามที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ประทานให้แก่เขาเลย

     ฉัน(ท่านอับดุลลอฮฺ อิบน อัมร์)จึงได้กล่าวว่าหัวใจดังกล่าวนี้แหละที่ทำให้ท่านได้เป็นชาวสวรรค์

 

          ดังนั้น เมื่อการถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนปีนี้จากไปแล้ว ก็ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ประทานความยำเกรงต่อพระองค์ให้อยู่กับหัวใจของเราตลอดไป ขอให้เรามีหัวใจที่มัคมูม หัวใจที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมบอกว่า เป็นหัวใจที่ไม่คิดทำบาป เป็นหัวใจที่คิดดีต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อพี่น้องมุสลิม ไม่กดขี่ข่มเหง ไม่อธรรมต่อผู้ใด เป็นหัวใจของผู้ที่ไม่อิจฉาริษยาใคร ๆ ซึ่งเป็นหัวใจของผู้ที่มีอัตตักวา มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างแท้จริง

 

الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر ، الله أكبر، الله أكبر، الله أكبر

 

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย ในโอกาสวันอีดิ้ลฟิฏรฺนี้ ขอให้เราได้ร่วมกันกล่าวตักบีร ให้ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรแด่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ขอให้เรารำลึกถึงพระองค์อยู่เสมอ สำนึกถึงความโปรดปรานที่พระองค์ทรงมีต่อเรา ด้วยการกล่าวสรรเสริญพระองค์ และขอบคุณพระองค์ที่ทรงให้เรายังคงมีชีวิตอยู่จนถึงบัดนี้ และให้เราได้ทำอะมัลอิบาดะฮฺต่าง ๆอย่างเข้มแข็งต่อไป . ...

 

          ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงตอบรับการถือศีลอดของเรา ตอบรับการทำอะมัลศอลิฮฺตลอดจนอิบาดะฮฺ ความดีงามต่าง ๆของเราทั้งหมด และขอพระองค์โปรดให้เราได้มีชีวิตอยู่จนได้พบกับเดือนเราะมะฎอนอีกในปีหน้า...และเราอย่าลืมการถือศีลอดสุนัต 6 วันในเดือนเชาวาล คือเดือนนี้ เดือนถัดจากเดือนเราะมะฎอน โดยเราจะถือติดต่อกันทั้ง 6 วัน หรือจะไม่ติดต่อกันก็ได้ การถือศีลอดสุนัต 6 วันในเดือนเชาวาลหลังจากการถือศีลอดเดือนเราะมะฎอน จะได้รับผลบุญเสมือนกับการถือศีลอดตลอดทั้งปี และยังเป็นการปฏิบัติตามซุนนะฮฺของท่านนบีของเราอีกด้วย

 

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้โปรดให้เรา เป็นผู้ที่ใช้ความพยายามในอันที่จะดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ๆอย่างระมัดระวัง พยายามให้มันอยู่ในขอบเขตของบทบัญญัติศาสนา ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างเข้มแข็ง พร้อมทั้งเชื่อฟังและปฏิบัติบทบัญญัติศาสนาให้ตรงตามแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อแสดงออกถึงอัตตักวา ความยำเกรงที่เรามีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา 

 

          พึงระลึกอยู่เสมอว่า รากฐานการงานและอิบาดะฮฺทั้งหลายที่เราทำนั้น จะต้องตั้งอยู่บนหลัก 2 ประการ 

          ประการแรกคือ อัลอิคลาศ คือ ทำการงาน ทำอิบาดะฮฺทั้งหมดเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแต่เพียงพระองค์เดียว โดยเราต้องไม่ยอมให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือคนหนึ่งคนใดมามีภาคีร่วมกับพระองค์อย่างเด็ดขาด ต้องระมัดระวังเรื่องของการริยาอ์หรือการโอ้อวดที่มันอยู่ในหัวใจของเรา อย่าให้มันมาเจือปนในเนียตหรือเจตนาของเราอย่างเด็ดขาด

 

          ประการที่สองก็คือ ให้การงานอิบาดะฮฺของเราทั้งหมดนั้นตรงตามรูปแบบ ตรงตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เราอย่าไปคิดเอาเองว่า ทำแบบนี้ก็ดี ทำแบบนั้นก็ดี แล้วทำมันหมดเลย โดยไม่มีแบบอย่างมาจากท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

 

          ซึ่งรากฐานของการงานอิบาดะฮฺทั้งสองประการนี้ มันจะเป็นสาเหตุให้การงานอิบาดะฮฺต่าง ๆของเราที่เราลงทุนลงแรงทำไปตั้งมากมายได้รับการตอบรับจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และจะทำให้เราได้รับความสำเร็จทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ

 

     ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 27 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

«إِنَّمَا يَتَقَبَّلُ اللَّهُ مِنَ الْمُتَّقِينَ»

 

แท้จริง อัลลอฮฺจะทรงรับการงานของผู้ที่มีอัตตักวาเท่านั้น

 

تَقَبَّلَ اللهُ مِناَّ وَمِنْ كُمْ  كل عام وانتم بخير ...อามีน

 

( คุฏบะฮฺวันอีดิ้ลฟิฏรฺ ปี ฮ..1445 - เมษายน พ..2567 มัสญิดดารุ้ลอิหฺซาน บางอ้อ )