ถ้อยคำแห่งปวงปราชญ์ 161
  จำนวนคนเข้าชม  158

ถ้อยคำแห่งปวงปราชญ์ 161

 

แปลและเรียบเรียง....เพจวันละหนึ่งความคิด

 

- เชค อับดุรร็อซซ้าก อัลบัดร์ ฮะฟิศ่อฮุ้ลลอฮฺ -

 

     เจตนาของคนเรา (เหนียต) จำเป็นต้องต่อสู้และได้รับการเยียวยารักษาอย่างจริงจังอยู่เสมอ 

     เหมือนกับที่ท่านซุฟยาน อิบนิ อุยัยนะฮฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ เคยกล่าวว่า :

"ฉันไม่เคยเยียวยารักษาสิ่งใด ที่จะหนักหนาสำหรับฉัน ยิ่งไปกว่ารักษาเจตนาของฉันเลย"

     ดังนั้น เจตนาของเราจำเป็นต้องบำบัดรักษาไม่ว่าจะเป็น เจตนาในการแสวงหาความรู้ เจตนาในการทำอิบาดะฮฺ หรือแม้แต่ในเรื่องมารยาท

     ทั้งหมดนี้ ผู้เป็นบ่าวต้องกระทำด้วยความอิคล้าศ (บริสุทธิ์ใจ) เพื่อให้สิ่งนั้น คงอยู่ในการงานที่ดีของเขาในวันกิยามะฮฺ

     ส่วนการงานที่หลุดออกจากความอิคล้าศไป ถึงแม้จะมากมาย และทุ่มเทพยายามแค่ไหน การงานนั้นจะถูกตีกลับ เพราะอัลลอฮฺจะทรงตอบรับผลงานของบ่าว ที่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น

 

 

 

- อิมาม อิบนิ้ล ก็อยยิม ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

เหตุผล 10 ประการ ที่นำมาซึ่งความรักจากอัลลอฮฺได้แก่:

1. อ่านอัลกุรอานอย่างใคร่ครวญ

2. เข้าหาใกล้ชิดพระองค์ด้วยการทำการงานในภาคสมัครใจ (นะวาฟิล)

3. รำลึกถึงพระองค์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

4. เลือกสิ่งที่พระองค์ทรงรักทรงโปรดปรานเหนือกว่าสิ่งอื่น

5. พินิจพิจารณาใคร่ครวญถึงพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ด้วยหัวใจ

6. เห็นประจักษ์ถึงการทำดีของพระองค์ (ที่มีต่อปวงบ่าว)และพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ประทานให้

7. การที่หัวใจยอมสยบจำนนต่อหน้าพระองค์

8. ปลีกวิเวกอยู่ลำพังกับพระองค์ ด้วยการขออภัยโทษและสำนึกผิด

9. คบหาสมาคมกับผู้ที่รักอัลลอฮฺอย่างสัจจริง

10. ออกห่างจากทุกเหตุปัจจัยที่ขวางกั้นระหว่างหัวใจกับอัลลอฮฺ عز وجل

( มะดาริจญ์ อัซซาลิกีน 3/18-19)

 

 

 

รายงานจากท่านมุอ๊าศ อิบนิ ญบั้ล ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺ ว่า : 

 

     ท่านร่อซู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สั่งเสียกับฉันไว้ 10 เรื่องด้วยกัน ท่านกล่าวว่า : 

 

: " لا تشرك بالله شيئا ، وإن قتلت وحرقت ، ولا تعقن والديك وإن أمراك أن تخرج من أهلك ومالك ، ولا تتركن صلاة مكتوبة متعمدا ؛ فإن من ترك صلاة مكتوبة متعمدا فقد برئت منه ذمة الله ، ولا تشربن خمرا فإنه رأس كل فاحشة ، وإياك والمعصية ؛ فإن بالمعصية حل سخط الله ، وإياك والفرار من الزحف ، وإن هلك الناس ، وإذا أصاب الناس موت وأنت فيهم فاثبت ، ( أنفق على عيالك من طولك ، ولا ترفع عنهم عصاك أدبا وأخفهم في الله

 

     ♣- อย่าได้ตั้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีต่ออัลลอฮฺ แม้ว่าเจ้าจะถูกสังหาร หรือถูกเผามอดไหม้ก็ตาม

     ♣- อย่าได้เนรคุณ อกตัญญูต่อบิดามารดา แม้ว่าท่านทั้งสองจะบังคับเจ้า ให้ออกห่างจากครอบครัวและทรัพย์สินของเจ้าก็ตาม

     ♣- อย่าได้ทิ้งละหมาดฟัรฎูโดยเจตนา เพราะคนที่ทิ้งละหมาดฟัรฎูโดยเจตนานั้น ถือว่าเขาได้พ้น (หมดสถานภาพ) จากสิทธิความชอบธรรม (ฮุรมะฮฺ)ของอัลลอฮฺแล้ว

     ♣- อย่าได้ดื่มสุรา เพราะสุราคือต้นเหตุแห่งความชั่วช้าทั้งปวง

     ♣- อย่าได้ทำการฝ่าฝืน เพราะการฝ่าฝืนจะนำมาซึ่งความกริ้วโกรธของอัลลอฮฺ

     ♣- อย่าหนีทัพในวันประจัญบาน แม้ว่าผู้คนต่างพากันล้มตาย

     ♣- เมื่อผู้คนประสบกับโรคระบาด และเจ้าก็อยู่ในหมู่พวกเขา เจ้าก็จงอยู่ (อย่าได้หนี) 

     ♣- จงใช้จ่ายเพื่อครอบครัวของเจ้า ตามกำลังความสามารถของเจ้า

     ♣- อย่าได้ละไม้เรียวในการอบรมสั่งสอนลูกๆ ของเจ้า

     ♣- และจงเตือนพวกเขาให้ระวังให้ดีใน (เรื่องบทบัญญัติของ) อัลลอฮฺเถิด

(บันทึกโดย อิมาม อะฮฺมัด)

 

 

 

- อิมาม อัลฮาซัน อัลบัศรีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

     เคยมีชายคนหนึ่งที่รวบรวม (ท่องจำ) อัลกุรอานจนจบเล่ม แต่เพื่อนบ้านของเขากลับไม่เคยรู้

     และเคยมีชายคนหนึ่งที่รอบรู้ เรื่องฟิกฮฺอย่างแตกฉาน แต่ผู้คนก็ไม่เคยรู้เลยเช่นกัน 

     และเคยมีชายคนหนึ่ง ที่ละหมาดอย่างยาวนานในบ้านของเขา ขณะที่มีแขกเหรื่ออยู่กับเขา แต่แขกผู้มาเยือนเหล่านั้นกลับไม่รู้เลย

     ​และเราได้มีชีวิตอยู่ทันหลายกลุ่มชน ที่ไม่มีการงานใดๆ บนหน้าแผ่นดินนี้

     ที่พวกเขาสามารถทำได้ในที่ลับตาคน แล้วจะยอมให้มันเป็นที่เปิดเผย ต่อหน้าผู้คนเป็นอันขาด !

​     แท้จริง มุสลิมในอดีตนั้น พวกเขาจะอุตสาหะทุ่มเทในการขอดุอาอฺ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ ของพวกเขาที่ถูกได้ยิน

     นอกจากเสียงกระซิบอย่างแผ่วเบา ระหว่างพวกเขากับพระเจ้า ของพวกเขา ผู้ทรงเกรียติ ผู้ทรงเกรียงไกรเท่านั้น"

(​อัศศุฮด์  ลิอิบนิลมุบาร็อก 140)

 

 

 

 

✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿﹏✿