การฟื้นฟูอีมาน (ศรัทธา)
  จำนวนคนเข้าชม  139

การฟื้นฟูอีมาน (ศรัทธา)

 

แปลโดย อับดุลวาเฮด สุคนธา 

 

     โดย ดร อับดุลบารี บิน อะวาด อัษษุบัยตี อิหม่ามและคอเต็บของมัสยิดนะบะวีย์ นครมาดียะฮฺ

          การสรรเสริญแด่อัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และทรงทำให้มีความมืดและความสว่าง ข้าพเจ้าสรรเสริญและขอบคุณพระองค์ ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะ นอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวไม่มีภาคีใดแก่พระองค์ ผู้ตรัสว่า

 

وَمَا يَسْتَوِي الْأَحْيَاءُ وَلَا الْأَمْوَاتُ إِنَّ اللَّهَ يُسْمِعُ مَنْ يَشَاءُ وَمَا أَنْتَ بِمُسْمِعٍ مَنْ فِي الْقُبُورِ

 

“และคนเป็นกับคนตายนั้น ย่อมไม่เหมือนกัน แท้จริง อัลลอฮฺทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้ยิน

และเจ้าไม่สามารถที่จะให้ผู้ที่อยู่ในหลุมฝังศพได้ยินได้”

 (ฟาฏิร: 22)

 

          และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ท่านนบีมุฮัมมัด เป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ท่านได้เตือนให้ระวังความหลงลืมและความเฉื่อยชา ขอความศานติและความจำเริญจงมีแด่ท่าน แด่ครอบครัวของท่าน และบรรดาสหายของท่าน ผู้ซึ่งได้รับความโปรดปรานและผลบุญอันยิ่งใหญ่ ต่อจากนี้ไป : ข้าพเจ้าขอแนะนำพวกท่านและตัวข้าพเจ้าเอง ให้ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ 

อัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ตรัสว่า

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلَا تَمُوتُنَّ إِلَّا وَأَنْتُمْ مُسْلِمُونَ

 

“โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงยำเกรงอัลลอฮฺอย่างแท้จริงเถิด

และพวกเจ้าจงอย่าตาย เป็นอันขาดนอกจากในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น”

(อาลอิมรอน: 102)

 

          การดูแลรักษาและตรวจสอบอีมาน (ศรัทธา) อยู่เสมอนั้นเป็นลักษณะเด่นของมุสลิม และเป็นแนวทางของผู้มีสติปัญญา จากอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ บิน อัลอาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า :

 

إِنَّ الْإِيمَانَ لَيَخْلَقُ فِي جَوْفِ أَحَدِكُمْ كَمَا يَخْلَقُ الثَّوْبُ الْخَلِقُ، فَاسْأَلُوا اللَّهَ أَنْ يُجَدِّدَ الْإِيمَانَ فِي قُلُوبِكُمْ

 

“แท้จริงความศรัทธาในหัวใจของคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้านั้นจะอ่อนล้าเหมือนเสื้อผ้าใหม่ที่เสื่อมสภาพ

ดังนั้นจงขอต่ออัลลอฮ์เพื่อให้ความศรัทธานั้นได้ใหม่อยู่เสมอในหัวใจของพวกเจ้า”

(หะดีษนี้ เศาะเฮี๊ยะฮ์ (ถูกต้อง)บันทึกโดย อัลหากิม และ อัฏเฏาะบะรอนี)

 

          คำว่า “เหมือนเสื้อผ้าที่สึกหรอ” หมายถึง เสื้อผ้าใหม่ที่เสื่อมไปเมื่อใช้เป็นเวลานาน และท่าน ﷺ ยังกล่าวอีกว่า หัวใจถูกเรียกว่า ‘กัลบ์’ ก็เพราะความผันผวนของมัน แท้จริงหัวใจนั้นเปรียบเสมือนขนนกที่ถูกแขวนอยู่กับโคนต้นไม้ ลมพัดพลิกมันไปมาหน้าหลัง

 

          ผู้ศรัทธาจึงต้องฟื้นฟูอีมานของตนอยู่เสมอ เพราะอีมานไม่ได้คงที่อยู่ในสภาพเดียว หากแต่สึกกร่อนและอ่อนแอลง เนื่องจากความเฉื่อยชาในการอิบาดะฮ์ หรือความหลงลืมต่ออัลลอฮ์ หรือการปล่อยใจให้จมอยู่กับกิเลสบางประการ มนุษย์นั้นเป็นสิ่งถูกสร้างที่มีขีดจำกัด มีความอ่อนแอโดยธรรมชาติ และอยู่ระหว่างความเฉื่อยชาและความบกพร่อง 

อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่งตรัสว่า

 

وَخُلِقَ الْإِنْسَانُ ضَعِيفًا    “และมนุษย์ถูกสร้างมาให้มีความอ่อนแอ”

 (อันนิสาอ์: 28)

           สิ่งที่มุสลิมประสบกับความเฉื่อยชาเป็นครั้งคราว หรือการพลาดพลั้งนั้น แต่เราจะต้อง การหวนกลับไปสู่อัลลอฮ์ด้วยการตื่นตัวของหัวใจ และอัลลอฮ์มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ทรงรักบรรดาผู้กลับใจ และทรงปีติยินดีต่อการเตาบะฮ์ของพวกเขา

รายงานจากท่าน  อบูฮุร็อยเราะฮฺ ท่าน ﷺ กล่าวว่า

 

وَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ، لوْ لَمْ تُذْنِبُوا لَذَهَبَ اللَّهُ بِكُمْ، وَلَجَاءَ بِقَوْمٍ يُذْنِبُونَ، فَيَسْتَغْفِرُونَ اللَّهَ، فَيَغْفِرُ لهمْ.

 

     “ขอสาบานต่อพระองค์ผู้ซึ่งชีวิตของข้าพเจ้าอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ หากพวกท่านไม่กระทำบาปเลย อัลลอฮ์ก็จะทรงให้พวกท่านหมดสิ้นไป

     และจะทรงนำชนกลุ่มหนึ่งมาแทน พวกเขากระทำบาป แล้วขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ พระองค์ก็ทรงอภัยให้แก่พวกเขา”

( บันทึกโดย มุสลิม)

 

          อีมานนั้นมีเพิ่มขึ้นและมีลดลง เพิ่มขึ้นด้วยกับการเชื่อฟัง และลดลงด้วยกับการฝ่าฝืน เมื่อหัวใจตื่นจากความหลงลืม และเริ่มปฏิบัติการงานที่เชื่อฟัง นั้นคือสาเหตุแห่งอีมาน อีมานของเขาก็จะเพิ่มพูน ความมั่นใจของเขาก็จะแข็งแกร่ง เขาจะเห็นความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา ดังนั้นก็จึงเพิ่มพูนความรักต่ออัลลอฮ์ การรำลึกถึงพระองค์ และรีบเร่งในการเตาบะฮ์และการทำความดี เพื่อชดเชยความบกพร่องและเวลาที่สูญเสียไปกับช่วงเวลาที่หลงลืม

 

         ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลอีมานอยู่เสมอ และการมุ่งพัฒนาตนเอง จึงเป็นคุณลักษณะของบ่าวผู้ทรงคุณธรรม 

อบูดัรดาอ์  กล่าวว่า

مِنْ فِقْهِ العبدِ أن يتعاهَد إيمانَه وما نقَص منه، ومِنْ فِقْهِ العبدِ أن يعلَم أيزدادُ هو أم ينتقص

 

ส่วนหนึ่งของความเข้าใจในศาสนาของบ่าว คือการดูแลอีมานของตนและสิ่งที่ขาดหายไปจากมัน 

และส่วนหนึ่งของความเข้าใจในศาสนา คือการรู้ว่าตนเองกำลังเพิ่มขึ้นหรือกำลังลดลง

 

ท่านอุมัร  เคยกล่าวกับสหายของท่านว่า

 

هَلُمُّوا نَزْدَدْ إيمانًا

“มาร่วมกันเถิด เพื่อเราจะได้เพิ่มพูนอีมานของเรา” 

แล้วพวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกรียงไกรและสูงส่ง 

 

     อิบนุมัสอูด กล่าวในดุอาของท่านว่า โอ้อัลลอฮ์ โปรดเพิ่มพูนอีมาน ความมั่นใจ และความเข้าใจในศาสนาแก่พวกเราด้วยเถิด

 

     มุอ๊าซ บิน ญะบัล  เคยกล่าวกับชายคนหนึ่งว่ามานั่งกับเราสิ เพื่อเราจะได้ศรัทธากันสักชั่วโมงหนึ่ง ไม่ว่าอีมานของผู้ศรัทธาจะยกระดับสูงเพียงใด เขาก็ไม่อาจวางใจต่อตนเองได้ หนทางของเขาในเรื่องนี้คือ การหันไปพึ่งพาอัลลอฮ์ ด้วยการวิงวอนขอความมั่นคง อัลลอฮ์  ผู้ทรงสูงส่ง ได้ถ่ายทอดคำกล่าวของบ่าวผู้ศรัทธาว่า

(رَبَّنَا لَا تُزِغْ قُلُوبَنَا بَعْدَ إِذْ هَدَيْتَنَا)

 

“โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าให้หัวใจของพวกเราเอนเอียงออกจากความจริงเลย

หลังจากที่พระองค์ได้ทรงแนะนำแก่พวกเราแล้ว”

(อาลอิมรอน: 8)

     และท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ มักกล่าวอยู่เสมอว่า

يا مقلِّبَ القلوبِ والأبصارِ ثبِّتْ قلبي على دِينِكَ

 

“โอ้ผู้ทรงพลิกผันหัวใจและสายตาทั้งหลาย โปรดทำให้หัวใจของข้าพเจ้ามั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด”

 

          เมื่อผู้ศรัทธารู้ว่า ชัยฏอนกำลังดักซุ่มคอยเขาอยู่ เขาย่อมต่อต้านการยั่วยุของมัน ปัดเป่าความกระซิบกระซาบของมัน ปิดทุกช่องทางของมัน ไม่ยอมจำนนและไม่พ่ายแพ้ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากพระเจ้าของเขา 

     อัลลอฮ์  ผู้ทรงสูงส่ง  ตรัสว่า

 

فَإِذَا قَرَأْتَ الْقُرْآنَ فَاسْتَعِذْ بِاللَّهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ  إِنَّهُ لَيْسَ لَهُ سُلْطَانٌ عَلَى الَّذِينَ آمَنُوا وَعَلَى رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُونَ

 

“ดังนั้น เมื่อเจ้าอ่านอัลกรุอาน ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง

แท้จริงมันไม่มีอำนาจใด ๆ เหนือบรรดาผู้ศรัทธา โดยที่พวกเขาได้มอบหมาย(การงาน) ต่อพระเจ้าของพวกเขา“

(อันนะห์ลฺ: 98–99)

 

          เสบียงที่ดีที่สุด และสหายที่ดีที่สุดบนหนทางแห่งความมั่นคง คือ การยึดมั่นในคัมภีร์ของอัลลอฮ์และปฏิบัติตามมัน ผู้ใดจับยึดมัน อัลลอฮ์จะทรงคุ้มครองเขา และผู้ใดดำเนินตามมัน อัลลอฮ์จะทรงช่วยให้เขารอดพ้น มุสลิมผู้ตื่นตัวจะรีบเร่งออกจากช่วงเวลาแห่งความหลงลืม และความเฉื่อยชา เพราะเขามีความสุขกับการเชื่อฟัง และปรารถนาความพอพระทัยของพระเจ้าของเขา

     ชายคนหนึ่งถามท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ ว่า   ما الإيمان؟ قال: إذا سرَّتْكَ حسنتُكَ وساءتكَ سيئتُكَ فأنتَ مؤمنٌ อีมานคืออะไร ?

     ท่านตอบว่า "เมื่อความดีของเจ้าทำให้เจ้าดีใจ และความชั่วของเจ้าทำให้เจ้าเสียใจ นั่นแหละคือผู้ศรัทธา"

     แล้วผู้ที่ในหัวใจของเขามีแสงสว่างแห่งอัลกุรอาน จะหลงลืมอัลลอฮ์และเฉื่อยชาต่อการอิบาดะฮ์ได้อย่างไร ?

     เขาลิ้มรสความหวานของอีมาน และตระหนักว่า เขามีพระเจ้าผู้ทรงเมตตา ที่ทรงอภัยความผิดพลาด และลบล้างบาปทั้งหลาย 

อัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ตรัสว่า

(وَمَنْ يَعْمَلْ سُوءًا أَوْ يَظْلِمْ نَفْسَهُ ثُمَّ يَسْتَغْفِرِ اللَّهَ يَجِدِ اللَّهَ غَفُورًا رَحِيمًا)

 

“และผู้ใดที่กระทำความชั่วหรืออธรรมแก่ตัวเอง แล้วเขาขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ เขาก็จะพบว่าอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงอภัยโทษเป็นผู้ทรงเมตตา”

(อันนิสาอ์: 110)

          การรำลึกถึงอัลลอฮ์ และการใคร่ครวญโองการของพระองค์ จะปลุกหัวใจ เพิ่มพูนอีมาน และขัดเกลาจิตวิญญาณ อัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ตรัสว่า

 

إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ الَّذِينَ إِذَا ذُكِرَ اللَّهُ وَجِلَتْ قُلُوبُهُمْ وَإِذَا تُلِيَتْ عَلَيْهِمْ آيَاتُهُ زَادَتْهُمْ إِيمَانًا وَعَلَى رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُونَ

 

“แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธานั้น คือ ผู้ที่เมื่ออัลลอฮฺถูกกล่าวขึ้นแล้ว หัวใจของพวกเขาก็หวั่นเกรง

และเมื่อบรรดาโองการของพระองค์ถูกอ่านแก่พวกเขา โองการเหล่านั้นก็เพิ่มพูนความศรัทธาแก่พวกเขา

และแด่พระเจ้าของพวกเขานั้น พวกเขามอบหมายกัน “

(อัลอันฟาล: 2)

 

         เป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับมุสลิม ที่จะรีบแก้ไขตนเองเมื่อเผลอหลงลืม และแก้ไขอวัยวะของตนเมื่อเกิดความเฉื่อยชา เพื่อป้องกันความกริ้วและความพิโรธของอัลลอฮ์ และหนึ่งในดุอาอ์ ของท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ คือ

اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ زَوَالِ نِعْمَتِكَ، وَتَحَوُّلِ عَافِيَتِكَ، وَفُجَاءَةِ نِقْمَتِكَ، وَجَمِيعِ سَخَطِكَ

 

“โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงข้าพเจ้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากการสูญสิ้นความโปรดปรานของพระองค์

จากการเปลี่ยนแปลงความผาสุก และจากการลงโทษอย่างฉับพลัน และจากความพิโรธทั้งมวลของพระองค์”

 

          จิตใจของมนุษย์บางครั้งเอนเอียงไปสู่โลกดุนยา และบางครั้งก็ไล่ตามวัตถุและสิ่งทางโลก ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮ์ จึงทรงสั่งให้เรารำลึกถึงพระองค์อย่างมาก เพื่อให้เกิดความสมดุลในจิตใจของเรา ระหว่างความต้องการของโลกนี้กับหน้าที่ของศาสนา

 อัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ตรัสว่า

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اذْكُرُوا اللَّهَ ذِكْرًا كَثِيرًا  وَسَبِّحُوهُ بُكْرَةً وَأَصِيلًا

 

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! จงรำลึกถึงอัลลอฮฺโดยการรำลึกอย่างมากมาย และแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ทั้งยามเช้าและยามเย็น”

(อัลอะห์ซาบ: 41–42)

     เช่นเดียวกัน การปล่อยตัวมากเกินไปในสิ่งที่อนุญาต และความฟุ่มเฟือยในเรื่องนิสัยส่วนเกิน ย่อมนำไปสู่ความเฉื่อยชา 

อัลลอฮ์  ผู้ทรงสูงส่ง ตรัสว่า

 

يَا بَنِي آدَمَ خُذُوا زِينَتَكُمْ عِنْدَ كُلِّ مَسْجِدٍ وَكُلُوا وَاشْرَبُوا وَلَا تُسْرِفُوا إِنَّهُ لَا يُحِبُّ الْمُسْرِفِينَ

 

“ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย ! จงเอา เครื่องประดับกาย ของพวกเจ้า ณ ทุกมัสยิด

และจงกินและจงดื่ม และจงอย่าฟุ่มเฟือย แท้จริงพระองค์ไม่ชอบบรรดาผู้ที่ฟุ่มเฟือย” 

(อัลอะอฺรอฟ: 31)

 

           เป็นที่ประจักษ์แก่บรรดาผู้มีปัญญาว่าการคบหากับผู้ที่มีความมุ่งมั่นต่ำ และมีเจตจำนงที่ไม่มั่นคง ย่อมนำไปสู่ความเฉื่อยชาและความหลงลืม และเมื่อมุสลิมละเลยการรีบแก้ไขความหลงลืม ปล่อยให้ความเฉื่อยชาครอบงำโดยไม่ต่อต้าน อาการของหัวใจที่แข็งกระด้างก็จะเข้าครอบงำเขา เขาจะรู้สึกหนักหน่วงในการประกอบอิบาดะฮ์ การเชื่อฟังก็กลายเป็นเรื่องยากลำบาก จิตใจก็เสื่อมโทรม และเปลวไฟแห่งอีมานก็มอดดับลง 

อัลลอฮ์  ผู้ทรงสูงส่ง  ตรัสว่า

 

فَوَيْلٌ لِلْقَاسِيَةِ قُلُوبُهُمْ مِنْ ذِكْرِ اللَّهِ أُولَئِكَ فِي ضَلَالٍ مُبِينٍ

 

“ดังนั้นความวิบัติจงประสบแด่ผู้ที่หัวใจของพวกเขาแข็งกระด้างต่อการรำลึกถึงอัลลอฮฺ ชนเหล่านี้อยู่ในการหลงผิดอันชัดแจ้ง”

(อัซซุมัร: 22)

          และหากมุสลิมไม่รีบเยียวยาหัวใจของตน เขาย่อมตกอยู่ในสภาพที่อัลลอฮ์  มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์  ได้ทรงกล่าวถึงว่า

 

ثُمَّ قَسَتْ قُلُوبُكُمْ مِنْ بَعْدِ ذَلِكَ فَهِيَ كَالْحِجَارَةِ أَوْ أَشَدُّ قَسْوَةً وَإِنَّ مِنَ الْحِجَارَةِ لَمَا يَتَفَجَّرُ مِنْهُ الْأَنْهَارُ وَإِنَّ مِنْهَا لَمَا يَشَّقَّقُ فَيَخْرُجُ مِنْهُ الْمَاءُ وَإِنَّ مِنْهَا لَمَا يَهْبِطُ مِنْ خَشْيَةِ اللَّهِ وَمَا اللَّهُ بِغَافِلٍ عَمَّا تَعْمَلُونَ

 

“แล้วหลังจากนั้น หัวใจของพวกเจ้าก็แข็งกระด้าง มันประดุจหิน หรือแข็งกระด้างยิ่งกว่า

และแท้จริงจากบรรดาหินนั้น มีส่วนที่บรรดาธารน้ำพวยพุ่งออกจากมัน

และแท้จริงจากบรรดาหินนั้น มีส่วนที่แตกแยกออก แล้วมีน้ำออกจากมัน

และแท้จริงจากบรรดาหินนั้นมีส่วนที่ทลายลง เนื่องจากความเกรงกลัวอัลลอฮ์

และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงเผลอต่อสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน“

(อัลบะเกาะเราะฮฺ: 74)