
สองจุดยืนอันยิ่งใหญ่
เชค อับดุรเราะซาก บิน อับดุลมุหฺซิน อัล-อับบาด อัล-บัดรฺ
แปลโดย อับดุลวาเฮด สุคนธา
มีสองจุดยืนอันยิ่งใหญ่ ที่บ่าวจะต้องยืนต่อหน้าองค์อภิบาลของเขา จุดยืนแรกอยู่ในชีวิตโลกดุนยานี้ และอีกจุดยืนหนึ่งคือวันที่เขาจะได้พบกับอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่งในวันกิยามะฮ์ ความดีงามของจุดยืนแรกจะนำไปสู่ความสำเร็จและความผาสุกของบ่าวในจุดยืนที่สอง และความบกพร่องของจุดยืนแรก จะนำไปสู่ความพินาศและความเสียหายในจุดยืนที่สอง
จุดยืนแรก คือ การละหมาด
อัลลอฮ์ได้กำหนดให้เป็นภาคบังคับแก่บ่าวของพระองค์ วันละห้าครั้งทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้ใดที่รักษาละหมาด ให้ความสำคัญ เอาใจใส่ ปฏิบัติตามเวลา รักษาเงื่อนไข รุก่น (องค์ประกอบ) และวาญิบของมันได้ดีจุดยืนของเขาในวันกิยามะฮ์ก็จะง่ายดาย และเขาจะประสบความสำเร็จ
แต่หากผู้ใดมองข้ามจุดยืนนี้ ไม่ให้ความสำคัญและไม่ดูแล ไม่รักษาอย่างสม่ำเสมอ ไม่รักษารุก่น เงื่อนไข และวาญิบของละหมาดจุดยืนของเขาในวันกิยามะฮ์จะเป็นเรื่องหนักหนาและลำบาก
ได้รายงานจากท่านหุร็อยษ์ อิบนุ ก็อบีเศาะฮ์ กล่าวว่า:
ฉันได้เดินทางไปยังเมืองมะดีนะฮ์ และฉันได้ขอจากอัลลอฮ์ให้พระองค์ประทานเพื่อนที่ดีแก่ฉัน แล้วฉันก็นั่งกับท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ และกล่าวกับท่านว่าโอ้ท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ ฉันได้ขอจากอัลลอฮ์ให้ฉันได้พบเพื่อนที่ดี ดังนั้นขอท่านโปรดสอนฉันด้วยสักหนึ่งหะดีษหนึ่ง ที่ท่านได้ยินจากท่านร่อซูล ﷺ เผื่อว่าอัลลอฮ์จะให้ฉันได้รับประโยชน์จากมัน”
ท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านร่อซูล ﷺ กล่าวว่า:
إِنَّ أَوَّلَ مَا يُحَاسَبُ بِهِ العَبْدُ يَوْمَ القِيَامَةِ مِنْ عَمَلِهِ صَلَاتُهُ؛ فَإِنْ صَلحَتْ فَقَدْ أَفْلَحَ وَأَنْجَحَ، وَإِنْ فَسَدَتْ فَقَدْ خَابَ وَخَسِرَ
“แท้จริง สิ่งแรกที่บ่าวจะถูกสอบถามในวันกิยามะฮ์จากการงานของเขาคือ ละหมาด
หากมันดี เขาย่อมประสบความสำเร็จและชนะแต่หากมันเสียหาย เขาย่อมพ่ายแพ้และขาดทุน”
(บันทึกโดย: อัต-ติรมิซีย์ และ อัน-นะซาอี และ เชคอัล-อัลบานีย์ ได้ตัดสินว่าเป็นหะดีษ เศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ)
ดังนั้น จงพินิจให้ดีว่าความดีงามของจุดยืนที่สองนั้นต้องขึ้นอยู่กับความดีงามของจุดยืนแรก และความพ่ายแพ้ในจุดยืนที่สองก็เป็นผลจากความล้มเหลวในจุดยืนแรกเช่นกัน
แท้จริง ผู้ใดที่ละเลยต่อการละหมาด ดูหมิ่นมัน และปล่อยปละละเลยต่อการปฏิบัติและไม่รักษามัน ผู้นั้นได้ตัดสินให้ตัวเองไม่ว่าเขาจะเต็มใจหรือไม่ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างชัดแจ้งในจุดยืนที่สอง คือวันที่เขาจะได้พบกับอัลลอฮ์ และในวันนั้นเขาจะสำนึกและเสียใจ แต่ความเสียใจจะไม่ก่อประโยชน์ใดๆเลย
อิหม่ามอะหมัดได้รายงานไว้ในหนังสือมุสนัดของท่าน โดยสายรายงานจาก อับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ บิน อัลอาศ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ว่า ท่านนบี ﷺ ได้กล่าวถึงการละหมาดวันหนึ่ง แล้วกล่าวว่า :
مَنْ حَافَظَ عَلَيْهَا كَانَتْ لَهُ نُورًا، وَبُرْهَانًا، وَنَجَاةً يَوْمَ القِيَامَةِ، وَمَنْ لَمْ يُحَافِظْ عَلَيْهَا لَمْ يَكُنْ لَهُ نُورٌ، وَلَا بُرْهَانٌ، وَلَا نَجَاةٌ، وَكَانَ يَوْمَ القِيَامَةِ مَعَ قَارُونَ، وَفِرْعَوْنَ، وَهَامَانَ، وَأُبَيِّ بْنِ خَلَفٍ
“ผู้ใดรักษามัน (คือการละหมาด) มันจะเป็นรัศมีให้แก่เขา เป็นหลักฐาน และเป็นทางรอดให้แก่เขาในวันกิยามะฮ์
และผู้ใดไม่รักษามัน เขาจะไม่มีทั้งรัศมี ไม่มีหลักฐานยืนยัน และไม่มีทางรอด
และในวันกิยามะฮ์ เขาจะถูกให้รวมอยู่กับ กอรูน ฟิรอูน ฮามาน และอุบัยย์ บิน เคาะลัฟ”
ผู้ที่ละเลยต่อการละหมาด ย่อมตัดสินให้ตัวเขาเองถูกฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์เคียงข้างกับผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา เพราะในดุนยาเขาพอใจให้สิ่งที่เป็นความบันเทิง ความลุ่มหลง ความหลงผิด การทำชั่ว กามารมณ์ และการเดินตามผู้นำแห่งความชั่วร้าย มาทำให้เขาห่างไกลจากการละหมาด ดังนั้น ในวันกิยามะฮ์ เขาจะถูกรวมอยู่กับพวกเดียวกับเขา
ดังที่อัลลอฮ์ตรัสว่า:
احْشُرُوا الَّذِينَ ظَلَمُوا وَأَزْوَاجَهُمْ وَمَا كَانُوا يَعْبُدُونَ
“พวกเจ้าจงรวบรวมบรรดาผู้อธรรมและพรรคพวกของพวกเขา รวมทั้งสิ่งที่พวกเขาเคยเคารพสักการะ “
(อัศ-ศอฟฟาต: 22)
ทุกคนในวันนั้นจะถูกรวมให้อยู่กับพวกเดียวกับเขาในโลกนี้ หากเขาเป็นผู้รักษาละหมาดในมัสยิด เขาจะได้รับเกียรติให้อยู่พร้อมผู้ละหมาดพร้อมผู้เชื่อฟังอัลลอฮ์พร้อมบรรดานบี ผู้สัจจริง ผู้พลีชีพ และผู้ที่ดี ซึ่งพวกเขาคือสหายที่ประเสริฐยิ่ง แต่หากเขาปล่อยให้ตัวเองถูกความบาปและความหลงผิดพรากเขาจากละหมาด เขาก็จะถูกรวมพร้อมกับพวกเดียวกันของเขา
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:
كُلُّ أُمَّتِي يَدْخُلُونَ الجَنَّةَ إِلَّا مَنْ أَبَى» قالوا: يا رسولَ الله! ومن يأبَى؟ قال: «مَنْ أَطَاعَنِي دَخَلَ الجَنَّةَ، وَمَنْ عَصَانِي فَقَدْ أَبَى
“ประชาชาติของฉันทุกคนจะได้เข้าสวรรค์ นอกจากผู้ที่ปฏิเสธ
พวกเขาถามว่า: โอ้ท่านร่อซูล ใครกันที่ปฏิเสธ?
ท่านตอบว่า: ผู้ใดเชื่อฟังฉัน เขาย่อมเข้าสวรรค์ และผู้ใดฝ่าฝืนฉัน เขานั่นแหละคือผู้ปฏิเสธ”
แล้วจงใคร่ครวญเถิดถึงสภาพของวันกิยามะฮ์ วันที่ท่านจะต้องยืนอยู่ ณ ที่นั่นอย่างแน่นอน เป็นวันที่แสนหนักหนา วันอันน่าสะพรึงกลัว
ท่านทราบหรือไม่ว่าวันนั้นยาวนานเพียงใด?
“มันยาวนานเท่ากับห้าหมื่นปี” มนุษย์จะต้องยืนอยู่หนึ่งวัน ซึ่งยาวนานถึง 50,000 ปี
มันจะเอามาเปรียบกับชีวิตในดุนยาของท่านได้อย่างไร ? สมมติว่าท่านมีชีวิต 60 ปี 70 ปี หรือ 80 ปี หรือน้อยกว่านั้นหรือมากกว่านั้น ปีทั้งหมดนั้นจะนำมาเทียบอะไรกับวันที่ยาวนาน 50,000 ปีได้ ?
และหากท่านมีชีวิต 60 ปี ท่านได้ใช้เวลาหนึ่งในสามไปกับการนอนแล้ว คือราว 20 ปี โดยที่ในเวลานั้นปากกาไม่ถูกบันทึก และอีกประมาณ 15 ปีแรก ท่านก็ยังไม่ถูกบังคับใช้ศาสนบัญญัติ แล้วจะเหลือปีที่ท่านใช้ในชีวิตจริงๆ สักกี่ปี ?
ดังนั้น จงยำเกรงอัลลอฮ์ในเรื่องการละหมาดและจงรักษาจุดยืนของท่านต่อหน้าอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่งจงให้เกียรติและให้ความสำคัญกับการละหมาด แล้วสถานะของท่าน ณ อัลลอฮ์ก็จะสูงส่งขึ้นและจงระวังอย่าทำให้มันสูญหาย เพราะการสูญเสียมันคือความพ่ายแพ้อย่างแท้จริง
ได้มีบันทึกใน อัลมุสตัดร็อก ของอัล-หากิม จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ว่าท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:
يَوْمُ القِيَامَةِ عَلَى المُؤْمِنِينَ كَقَدْرِ مَا بَيْنَ الظُّهْرِ وَالعَصْرِ
“วันกิยามะฮ์สำหรับผู้ศรัทธาจะสั้นประหนึ่งระยะเวลาระหว่างละหมาดซุฮร์ถึงอัศร์”
การเปรียบเทียบกับช่วงระหว่างสองละหมาดนั้น มีนัยเตือนถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ของละหมาด และผลของมันที่จะทำให้วันนั้นเบาง่ายแก่ผู้ศรัทธา
จงเกรงกลัวอัลลอฮ์ในเรื่องการละหมาดของเรา
จงเกรงกลัวพระองค์ในฟัรฎูอันยิ่งใหญ่นี้ ที่คนจำนวนมากได้ละเลยและมองข้าม ละทิ้งทั้งเงื่อนไข รุก่น และวาญิบของมัน ในสภาพที่น่าเศร้าใจและเจ็บปวด
การสูญเสียการละหมาด คือการสูญเสียความดีทั้งดุนยาและอาคิเราะฮ์ ดังนั้น จงอย่าปล่อยให้ตัวเองเลือกอยู่ในความอัปยศและความพินาศ
เพราะผู้ที่ละเลยละหมาด คือผู้ที่ตัดสินใจให้ตัวเองอยู่ในความต่ำต้อยตั้งแต่ในดุนยาจะหวังความดีจากที่ไหน จะหวังความประเสริฐใด ๆ ได้อย่างไร หากละทิ้งสิ่งที่เป็นสายเชื่อมระหว่างบ่าวกับอัลลอฮ์ ?
มีชายคนหนึ่งตำหนินักคุตบะฮ์ว่า : ท่านเทศน์ให้พวกเรามาหลายปีแล้ว ท่านให้อะไรแก่เราบ้าง ?
นักคุตบะฮ์ตอบว่า : แล้วพวกท่านฟังมาหลายปีแล้ว พวกท่านได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ?
เมื่อมุสลิมได้ฟังคำตักเตือน เขาควรเก็บมันไว้ในหัวใจ และหันกลับไปหาอัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงประทานทางนำให้กับเขาได้ปฏิบัติ และอย่าปล่อยให้เขาถูกทิ้งไว้กับตัวเองแม้เพียงชั่วพริบตา ไม่เช่นนั้น มีผู้คนมากมายที่ได้ฟังคำเตือน แต่ยังคงอยู่ในความประมาท และ ณ อัลลอฮ์ คือที่รวมตัวของบ่าวทุกคน และวันนั้นคือวันแห่งการชำระบัญชี
ดังนั้น บ่าวควรรีบใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในการปรับปรุงตนเอง ชำระจิตใจ และทำความดีให้ดียิ่งขึ้นและทางนำนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ไม่มีภาคีใดคู่ควรกับพระองค์
โอ้อัลลอฮ์ เราขอวิงวอนต่อพระองค์ ด้วยพระองค์คืออัลลอฮ์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ด้วยพระนามอันงดงาม และคุณลักษณะอันสูงส่งของพระองค์
ขอพระองค์โปรดประทานให้พวกเราทั้งหมดเป็นผู้ดำรงละหมาด และจากลูกหลานของเราด้วยเถิด โอ้พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก