
รายละเอียดการละหมาด และกิจวัตรประจำวัน
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
ชัยคฺ ศอและฮฺ เฟาซาน -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
การละหมาดไม่ใช่แค่การทำให้ครบตามจำนวนแต่ต้องตรงต่อเวลา สงบนิ่งในท่วงท่า มีสมาธิจดจ่อ
ละหมาดของมุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) คืออะไร ?
มุนาฟิกนั้นละหมาด แต่เป็นการละหมาดที่ขาดองค์ประกอบที่ถูกต้องและสมบูรณ์ ดังนี้:
1. การประวิงเวลา
เขานั่งเฝ้าดูดวงอาทิตย์ยามเย็น หลังละหมาดอัสรี ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ ด้วยความละเลยและเกียจคร้าน จนกระทั่งดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า (ซึ่งเปรียบเปรยว่า) ดวงอาทิตย์อยู่ระหว่างเขาทั้งสองของชัยฏอน และเข้าสู่ช่วงเวลาที่ห้ามละหมาด เขาจึงค่อยลุกขึ้นมาละหมาด
2. การละหมาดแบบ "นกจิกอาหาร" (ขาดความสงบนิ่ง)
เมื่อลุกขึ้นละหมาดอัสรีสี่ร็อกอะฮฺ เขาจะรีบทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วเหมือน "นกจิกกินอาหาร" โดยละเลย 'ความสงบนิ่ง' ทั้งๆที่ความสงบนิ่งเป็นหนึ่งในรุกุ่นของการละหมาด
รุกัวะอฺและสุญูดอย่างลวกๆ ไม่ทำให้สมบูรณ์ รีบเร่ง ละหมาดสี่ร็อกอะฮฺอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการบกพร่องต่อรุ่กุ่นและวาญิบของการละหมาด
3. รำลึกถึงอัลลอฮฺเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในระหว่างการละหมาด เขาแทบไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮฺเลย หรือเพียงน้อยนิดเพื่อให้ผ่านๆ ไปเท่านั้น นี่แหละคือละหมาดของมุนาฟิก
-ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองเราด้วยเถิด-
ชัยคฺ มุฮัมมัด อัลมุคตาร อัชชันกีฏีย์ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
อิสติคอเราะฮฺการขอทางเลือกที่ดีที่สุดจากอัลลอฮฺ
"หากคุณได้ขอต่ออัลลอฮฺ (ได้อิสติคอเราะฮฺ) ในเรื่องใดก็ตาม จงมั่นใจเถิดว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ข้อดีของการอิสติคอเราะฮฺคือ การมอบหมายเรื่องราวทั้งหมดไว้กับอัลลอฮฺ ผู้ใดก็ตามละหมาดสองร็อกอะฮฺและขอต่อพระองค์ เขาผู้นั้นจะได้รับการดูแลในเรื่องดังกล่าวประหนึ่งว่าเขาได้ฝากเรื่องนั้นไว้กับอัลลอฮฺแล้ว
﴿وَكَفَىٰ بِاللَّهِ وَلِيًّا وَكَفَىٰ بِاللَّهِ نَصِيرًا﴾
“และอัลลอฮฺทรงเพียงพอแล้วในฐานะผู้คุ้มครอง และทรงเพียงพอแล้วในฐานะผู้ช่วยเหลือ”
(อันนิซาอฺ45)
แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดก็ตาม
บางคนอาจบอกว่า: 'ฉันได้อิสติคอเราะฮฺเรื่องแต่งงานแล้ว แต่กลับเจอแต่ปัญหาจนต้องลงเอยด้วยการหย่าร้าง'
เราขอตอบว่า: นั่นแหละคือสิ่งที่ดีสำหรับคุณ
เพราะบางครั้งชายหญิงคู่หนึ่งแต่งงานกันแล้วเกิดปัญหาในช่วงแรกจนต้องเลิกรากัน เพื่อให้ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้เรียนรู้บทบาทและขัดเกลาตัวเอง จากนั้นอัลลอฮฺจะทรงทดแทนให้ฝ่ายชายได้พบกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขา และทดแทนให้ฝ่ายหญิงได้พบกับผู้ชายที่คู่ควรกับเธอ และทั้งสองจะมีชีวิตที่มีความสุข ซึ่งพวกเขาอาจไม่มีวันได้พบ หากไม่ผ่านบททดสอบในชีวิตคู่ครั้งแรก
ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า: 'อัลลอฮฺทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้'
(อัลบะก่อเราะฮฺ216)
ดังนั้น ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์โต้แย้งการกำหนดของอัลลอฮฺ และอย่ากล่าวว่า "ฉันได้อิสติคอเราะฮฺแล้ว แต่เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
ใช่! เมื่อคุณได้อิสติคอเราะฮฺแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังคือความดีสำหรับคุณ ไม่ว่าคุณจะพอใจหรือไม่ก็ตาม
เพราะพระองค์ทรงทำให้เราพอเพียงด้วยการอิสติคอเราะฮฺแทนที่ความเชื่อในเรื่อง ลางบอกเหตุจากนก การดูลูกแก้ว หรือการพึ่งพาหมอดู ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รู้อะไรเลย แต่อัลลอฮฺทรงทำให้เราพอเพียงด้วย'เตาฮีด' อันบริสุทธิ์นี้"
ชัยคฺ อะฮฺหมัด บิน ยะฮฺยา อัลนัจญฺมีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันที่มุสลิมพึงปฏิบัติ
คำถาม : ชัยคฺครับ.. แบบอย่างการดำเนินชีวิตที่มุสลิมควรปฏิบัติในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้างครับ?
คำตอบโดย ชัยคฺ อะฮฺหมัด บิน ยะฮฺยา อัลนัจญฺมีย์ -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ- การใช้ชีวิตประจำวันที่ดี คือการเริ่มต้นวันด้วยการเคารพเชื่อฟังอัลลอฮฺ และปิดท้ายวันด้วยการเคารพเชื่อฟังต่อพระองค์เช่นกัน
เริ่มต้นวัน:
พยายามใช้เวลาในระหว่างวันไปด้วยการเคารพอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺโดยดำเนินตามแบบอย่างของท่านนบี ﷺ
ช่วงก่อนรุ่งสาง:
หากสามารถตื่นก่อนละหมาดฟะญัร เพื่อละหมาดตะฮัจญุดได้ก็เป็นสิ่งที่ดี
หากทำไม่ได้อย่างน้อยที่สุดก็ให้ละหมาดฟะญัรร่วมกับญะมาอะฮฺ และหลังละหมาดให้กล่าวอัซการตามที่มีแบบอย่างให้ปฏิบัติ
อ่านอัซการยามเช้าและอ่านอัลกุรอาน
หลังจากนั้นให้อ่านอัซการยามเช้าตามที่มีรายงานจากอัลกุรอ่านและซุนนะฮฺ ตามด้วยอ่านอัลกุรอานตามที่ตั้งใจไว้ในแต่ละวัน แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม หากไม่ได้อ่านในช่วงละหมาดตะฮัจญุด
ออกไปทำงาน:
เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วให้ออกไปทำงานประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรืองานอิสระ โดยให้ใจตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ลิ้นกล่าวซิกรุลลอฮฺ และมีสติสำนึกอยู่เสมอว่าพระองค์ทรงเฝ้ามองเราอยู่ตลอดเวลา
หลักในการทำงาน:
อย่าเพิ่งลงมือทำสิ่งใดจนกว่าจะรู้บทบัญญัติขอวอัลลอฮฺในเรื่องดังกล่าว
หากเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ให้ดำเนินต่อไป หากผิดก็ให้ละทิ้ง และหากไม่รู้ก็ให้หยุดไว้ก่อนจนกว่าจะได้ถามผู้รู้
ดังที่อัลลอฮฺทรงตรัสว่า: “ดังนั้นพวกเจ้าจงถามผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้” (อันนะฮฺล: 43)
เมื่อถึงเวลาละหมาด:
เมื่อได้ยินเสียงอาซาน ให้รีบเร่งไปสู่การละหมาด พร้อมทั้งละหมาดซุนนะฮฺร่อวาติบ (ซุนนะฮฺก่อนและหลังละหมาดฟัรฎู) และซิกรุลลอฮฺหลังละหมาด
ยามเย็นและก่อนนอน:
ให้อ่านอัซการยามเย็น และเมื่อละหมาดอิชาเสร็จแล้ว
ให้กลับเข้าบ้านและเตรียมตัวเข้านอนพร้อมกล่าวซิกรุลลอฮฺ
และเช่นนี้แหละ ที่มุสลิมควรดำเนินชีวิตประจำวันของเขา โดยยึดแบบอย่างจากท่านนบีﷺ
[فتح الرب الودود في الفتاوى والرسائل والردود للعلامة أحمد بن يحيى النجمي رحمه الله (1 / 103-104)
อิบนุ อุษัยมีน -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
คำถาม : อนุญาตให้ละหมาดวิเตรหนึ่งร็อกอะฮฺหรือไม่?
ชัยคฺครับ การละหมาด 1 ร็อกอะฮฺหลังละหมาดอิชา (หลังจากละหมาดซุนนะฮฺร่อวาติบ 2 ร็อกอะฮฺแล้ว) ถือเป็นละหมาดวิเตรหรือไม่ครับ?
และการละหมาดนี้ต้องอ่านเสียงดังหรืออ่านค่อยครับ?
เราควรอ่านซูเราะฮฺสั้นหรือซูเราะฮฺยาว?
และอนุญาตให้เราละหมาดวิเตรเพียง 1 ร็อกอะฮฺหลังละหมาดอิชาทันทีได้หรือไม่ครับ?
คำตอบ:
"อนุญาตให้ละหมาดวิเตรเพียง 1 ร็อกอะฮฺ หลังละหมาดอิชาและซุนนะฮฺร่อวาติบเสร็จสิ้นแล้ว หรือหากจะละหมาดวิเตรมากกว่านั้นก็ย่อมได้
เช่น ละหมาด 3 ร็อกอะฮฺติดต่อกัน: โดยอ่านตะชะฮฺฮุดในร็อกอะฮฺสุดท้ายเพียงครั้งเดียวแล้วให้สลาม
ละหมาด 3 ร็อกอะฮฺแบบแยก: โดยให้สลามหลังจบ 2 ร็อกอะฮฺแรก แล้วจึงละหมาดต่ออีก 1 ร็อกอะฮฺ (วิเตร)
ละหมาด 5 หรือ 7 ร็อกอะฮฺติดต่อกัน ให้สลามในร็อกอะฮฺสุดท้าย
ละหมาด 9 ร็อกอะฮฺติดต่อกัน: อ่านตะชะฮฺฮุดหลังร็อกอะฮฺที่ 8 (โดยยังไม่ต้องให้สลาม) แล้วลุกขึ้นละหมาดร็อกอะฮฺที่ 9 จากนั้นจึงอ่านตะชะฮฺฮุดและให้สลาม
ละหมาด 11 ร็อกอะฮฺ: โดยให้สลามทุกๆ 2 ร็อกอะฮฺ และปิดท้ายด้วยวิเตร 1 ร็อกอะฮฺ
ดังนั้น เรื่องนี้จึงสามารถกระทำได้หลายรูปแบบตามความสะดวก
ส่วนเรื่องการอ่านซูเราะฮฺ: ให้อ่านสิ่งที่ง่ายดายสำหรับท่าน ตามแต่จะท่องจำได้ ไม่ว่าจะละหมาดวิเตร 1, 3, 5, 7, 9 หรือ 11 ร็อกอะฮฺก็ตาม
แต่ถ้าหากละหมาดวิเตร 3 ร็อกอะฮฺ สิ่งที่ประเสริฐที่สุด คือ:
ร็อกอะฮฺที่หนึ่ง: ให้อ่านซูเราะฮฺ อัลอะอฺลา
(سَبِّحِ اسْمَ رَبِّكَ الْأَعْلَى)
ร็อกอะฮฺที่สอง: ให้อ่านซูราะฮฺ อัลกาฟิรูน
(قُلْ يَا أَيُّهَا الْكَافِرُونَ)
ร็อกอะฮฺที่สาม: ให้อ่านสูเราะฮฺ อัลอิคลาศ
(قُلْ هُوَ اللَّهُ أَحَدٌ)
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
การปฏิบัติที่ถูกต้องในการยืนจัดแถวละหมาด การปิดช่องว่างระหว่างแถว
❀ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกางเท้า
สิ่งที่ผู้ละหมาดบางคนทำโดยเข้าใจว่าเป็น "การปิดช่องว่างในแถวละหมาด" คือการกางเท้าออกกว้างจนเกินไป ซึ่งวิธีนี้ไม่มีหลักฐานรองรับ จุดประสงค์ของการยืนชิดกันไม่ใช่เพียงแค่ให้เท้าแตะกัน ในขณะที่ระหว่างลำตัวยังมีช่องว่าง การกระทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างตัวคุณ กับคนข้างๆทั้งซ้ายและขวาอยู่ดี ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการจัดแถวที่สมบูรณ์
❀ วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ในประเด็นนี้ หลายคนจึงสับสนว่า ควรทำอย่างไร?
สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้คือให้คุณขยับเข้าไปทางด้านที่ใกล้อิหม่ามที่สุด และขอให้คนที่อยู่ข้างคุณขยับเข้ามาอย่างนุ่มนวล อาจใช้มือสะกิดช่วยหรือดึงมาอย่างสุภาพ หรือหากมีคนจากแถวหลังเดินขึ้นมาปิดช่องว่างนั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน
แต่ไม่ควรให้คนหนึ่งคนใด ถ่างขาออกมากจนเกินไป จนทำให้ตนเองหรือผู้อื่นเดือดร้อนในการละหมาด
เพราะการกระทำเช่นนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการชิดแถวตามแนวทางซุนนะฮฺ เนื่องจากการชิดแถวที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงการกางเท้า
หากผู้ละหมาดที่อยู่ข้างคุณบอกคุณหรือจับมือคุณเพื่อประโยชน์ของการละหมาด ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่อนุญาต
และเมื่อเกิดความเห็นต่างในเรื่องนี้ สิ่งที่ควรยึดคือ ซุนนะฮฺ กล่าวคือ การชิดแถวควรเป็นไปในทิศทางเข้าหาอิหม่าม ไม่ใช่ขยับออกห่างจากอิหม่าม หรือบางคนอาจอยากยืนอยู่ที่เดิมแล้วให้ผู้อื่นขยับเข้าหาตน
ในกรณีนี้ให้พิจารณาว่า -ใครอยู่ใกล้อิหม่ามมากกว่า-หากเขาอยู่ใกล้อิหม่ามมากกว่า คุณต้องเป็นฝ่ายขยับเข้าไปหาเขา ไม่ใช่ขอให้เขาขยับออกจากตำแหน่งที่ใกล้อิหม่าม ไปยังจุดที่ไกลกว่า เพราะเขาอยู่ใกล้ตำแหน่งที่ถูกต้อง (ใกล้ทางอิหม่าม) มากกว่า
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•