
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง !
อุ ม มุ อั ฟ ว์ ...คัดมาแปล
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง..เรื่องการละมาดในยามค่ำคืนของเธอ
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง..เรื่องการอ่านอัลกุรอานของเธอ
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง..ว่าเธอท่องจำอัลกุรอานต่อวันได้แค่ไหน
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง..เรื่องการทำอิบาดะฮฺของเธอในแต่ละวัน
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง..ว่าเธอถือศีลอดซุนนะฮฺได้เท่าใด
อย่าบอกเล่าให้ใครฟัง..เรื่องจำนวนการซิกรุ้ลลอฮฺต่อวันของเธอ
เชื่อฉัน .... เพราะเธอจะไม่มีทางทำมันได้อีกเป็นครั้งที่สอง
(จะไม่มีใครเข้าใจคำพูดนี้ของฉันเลย นอกจากผู้ที่เคยประสบและผ่านมันมาด้วยตนเองเท่านั้น)
พยายามให้ลิ้นของเรา พัวพันอยู่กับการรำลึกถึงพระองค์ตลอดทั้งวัน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะมอง จะคิด จะตัดสินใจ เมื่อนึกขึ้นได้ตอนไหน อย่าปล่อยใจให้อยู่ลำพังกับความคิดของตัวเอง
เพราะผู้ศรัทธาคือ ผู้ที่ยึดโยงผูกพันอยู่กับพระเจ้าในทุกๆ อิริยาบท เมื่ออยู่ในบ้าน เมื่อออกนอกบ้าน เมื่อพบปะผู้คน กระทั่งเมื่ออยู่ตามลำพัง
ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า :
" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะรำลึกถึงอัลลอฮฺ ทุกช่วงเวลาของท่าน"
(บันทึกโดยอิมาม มุสลิม)
จึงไม่แปลกเลย ว่าลักษณะของบ่าวที่พระองค์ทรงรัก ทรงพอพระทัย คือบ่าวที่รำลึกถึงพระองค์ทุกจังหวะเวลา
จัดสรรให้พระองค์อยู่ในจิตใต้สำนึกที่เขาต้องคิดถึงก่อนใคร ไม่ใช่คิดถึงเฉพาะเวลาที่เดือดร้อน เจ็บไข้ หรือตกทุกข์ได้ยาก
تعرَّفْ إلى اللهِ في الرخاءِ يعرفُك في الشدَّةِ
"จงทำความรู้จักอัลลอฮฺในยามสบาย แล้วพระองค์จะทรงรู้จักท่านในยามยาก"
(อัลฮะดีส)
เพราะหากเราเคยชินกับถ้อยคำขออภัย เราจะไม่คิดว่าเราสูงส่งดีเด่นกว่าใคร เราจะอ่อนน้อม และรู้สถานะอันต่ำต้อยของตัวเองเสมอ ความผิดที่เคยพลาดไป จะประชิดติดอยู่ในใจ ย้ำเตือนให้ต้องขออภัย และหวังในความเมตตาอยู่ตลอดไป
เมื่อเราเคยชินกับถ้อยคำแห่งการขอบคุณ เราจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่มีอยู่แม้ไม่มากมาย
เราจะหวงแหนและดูแลสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้อย่างรู้ค่าและรู้เป้าหมาย
เราจะไม่อิจฉา อยากมีอย่างใคร เพราะ "พอใจ" และ "พอเพียง"จะติดอยู่ในความคิดและจิตใจของเรา
และเราจะรู้ว่า ขอบคุณพระองค์แค่ไหนก็ยังตอบแทนผู้ทรงประทานให้ ได้ไม่เพียงพอ
เมื่อเราเคยชินกับถ้อยคำแห่งการยกย่องสดุดีผู้ทรงประทานริสกี เราจะรู้ว่าพระองค์ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด
♦ ทรงเผื่อแผ่ไพศาล แม้แต่กับสิ่งที่ไม่รู้จักและไม่ยอมรับพระองค์
♦ ทรงใจบุญอย่างเหลือคณานับ อำนาจ การจัดการ การบริหาร อยู่ในการควบคุมดูแล ของผู้ทรงยุติธรรมและมีเหตุผล แต่เพียงผู้เดียว
♦ ทรงทราบดี ในเหตุผลที่เราไม่รู้ และทราบดี ในผลลัพท์ของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว กำลังเกิดขึ้นอยู่ และจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
♦ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ท่าน ผู้ซึ่งจะไม่ถูกซักถามในสิ่งที่พระองค์กระทำ แต่มนุษย์ต่างหากที่จะถูกสอบสวนในทุกการกระทำ
และเมื่อเราเคยชินกับถ้อยคำแห่งอัตเตาฮีด ( لا إله إلا الله )
เราจะตระหนักถึงเป้าหมายของการมีชีวิต ที่ไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่อเล่นสนุกและเสพสุขไปวัน ๆ
ชีวิตของเราจะเก็บเกี่ยวสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเอง ด้วยการเคารพภักดีต่อพระองค์ พึ่งพาพระองค์ และใกล้ชิดพระองค์ เพื่อการมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ในโลกหน้า
เราเพียงผ่านโลกนี้ ที่เหมือนเป็นเพียงเมืองจำลอง เพื่อครอบครองการมีชีวิตถาวรอย่างผู้กำชัย
ด้วยการอุตสาหะ ทุ่มเท อดทน และต่อสู้ ใช่ด้วยความสะดวกสบาย หละหลวม ผัดผ่อน เพ้อฝันและหวังอย่างเลื่อนลอยแต่อย่างใด
ปณิธานที่ควรจำให้ขึ้นใจและตระหนักไว้ทุกจังหวะชีวิตคือ
إِنَّ صَلَاتِي وَنُسُكِي وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِي لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ
"แท้จริง การละหมาดของฉัน การเคารพภักดีของฉัน การมีชีวิตอยู่ของฉัน และการตายของฉัน
เพื่ออัลลอฮฺผู้เป็นพระเจ้าแห่งโลกทั้งผองเท่านั้น"
(อัลอันอาม :162)
จงบากบั่นพากเพียรให้การภักดีของเรา การมีชีวิตอยู่ของเรา และการตายของเรา เป็นไปเพื่อพระเจ้าของเราอย่างแท้จริง
จงมานะฝึกฝนตนในการเป็นผู้รำลึกถึงพระองค์อย่างจริงจัง เพื่อหวังว่าเราจะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการระลึกถึงบนฟากฟ้า ท่ามกลางหมู่มวลมลาอิกะฮฺของพระองค์
ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า :
فاذكروني أذكركم
"ดังนั้น พวกเจ้าจงรำลึกถึง แล้วข้าจะรำลึกถึงพวกเจ้า"
(อัล-บะเกาะเราะฮ์: 152)
ขออัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงช่วยเหลือเราให้ได้รำลึกถึงพระองค์ ขอบคุณพระองค์ และทำอิบาดะฮฺอย่างดีต่อพระองค์
ขอพระองค์ทรงดลบันดาลให้เรา เป็นหนึ่งในผู้ที่ใกล้ชิดและเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ และได้เป็นผู้ที่พระองค์ทรงตระเตรียมการอภัย และรางวัลอันยิ่งใหญ่ไว้ให้ในฐานะผู้ศรัทธาที่รำลึกนึกถึงพระองค์ อย่างมากมาย ด้วยเถิด อามีน
๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖