
บันทึกแห่ง ’สัจธรรม’ 42
แปลเรียบเรียง...เพจบันทึกฮัก
อิบนุล ก็อยยิม -ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ-
จงอดทนและอดทนให้มากขึ้น จนกว่าท่านจะได้ลิ้มรสความหอมหวานของอาคิเราะฮฺ
"ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ -ศุบฮานะฮูวะตะอาลา- พระองค์จะทรงให้เขาได้ดื่ม “ยารักษา” ซึ่งก็คือบททดสอบและการถูกทดสอบ
โดยบททดสอบนั้นจะเป็นไปตามสภาพของเขา (ไม่ทดสอบจนเกินกำลัง)เพื่อขจัดโรคร้ายต่างๆ ที่เป็นอันตรายและนำไปสู่ความพินาศ
จนกระทั่งเมื่อพระองค์ทรงขัดเกลาเขา ชำระเขาให้บริสุทธิ์ และทำให้เขาสะอาดผ่องใสแล้ว พระองค์ก็จะทำให้เขาคู่ควร กับฐานะอันสูงส่งที่สุดในดุนยา
ซึ่งก็คือ การเป็นบ่าวของพระองค์โดยสมบูรณ์ ด้วยหัวใจที่ยอมจำนน และได้รับรางวัลอันสูงส่งที่สุดในอาคิเราะฮฺ นั่นคือ การได้เห็นพระองค์และได้ใกล้ชิดกับพระองค์"
زاد المعاد
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิศ่อฮุลลอฮฺ-
เพื่อให้เราสามารถแยกแยะระหว่างผู้เผยแผ่สัจธรรมกับเผยแผ่ความหลงผิด มีเกณฑ์การพิจารณาดังนี้ :
ผู้ที่เผยแผ่สัจธรรมจะมีสัญญาณที่ชัดเจนในคำพูดของพวกเขา ดังนี้ :
1- ความชัดเจน : คำพูดของเขาจะมีความชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
2- ความกระชับ : เป็นคำพูดที่น้อยแต่มากด้วยบะรอกัต
3- การอ้างอิงหลักฐาน : เมื่อเขาตัดสินว่าสิ่งใด "อนุมัติ" หรือ "ไม่อนุมัติ" เขาจะอ้างอิงโดยตรงจากอัลกุรอานหรือซุนนะฮฺ แล้วจบการอธิบายเพียงเท่านั้นโดยไม่อ้อมค้อม
ลักษณะของผู้เผยแผ่ความหลงผิด
การใช้คำคลุมเครือ: พวกเขาจะใช้ถ้อยคำที่กำกวม เพื่อสร้างความสับสนและชี้นำไปในทางที่ผิด
อัลลอฮฺตรัสว่า:
"พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่เจ้า โดยที่ส่วนหนึ่งจากคัมภีร์นั้นมีบรรดาโองการที่มีข้อความรัดกุมชัดเจน
ซึ่งโองการเหล่านั้นคือรากฐานของคัมภีร์และมีโองการอื่นๆอีกที่มีข้อความเป็นนัย
ส่วนบรรดาผู้ที่ในหัวใจของพวกเขามีการเอนเอียงออกจากความจริงนั้น
เขาจะติดตามโองการที่มีข้อความเป็นนัยจากคัมภีร์ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาความวุ่นวาย
(อาละอิมรอน7)
อย่าเอาตัวเองไปแบกรับภาระที่เกินกำลังจนทำให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเกินจำเป็น
ท่านร่อซู้ลﷺ กล่าวว่า:"ผู้ศรัทธาจะต้องไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามตนเอง"
บรรดาศ่อฮาบะฮฺ ถามว่า: "เขาจะดูหมิ่นตนเองได้อย่างไร?"
ท่านตอบว่า: ด้วยการเอาตัวเองไปแบกรับบททดสอบ (หรือภาระ) ที่เขาไม่สามารถจะรับมือได้"
(บันทึกโดย อะฮฺหมัด )
การดูหมิ่นตนเอง : การขอดุอาให้ภัยพิบัติหรือเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง พฤติกรรมต่างๆที่นำไปสู่ความอัปยศ เช่น การพยายามยับยั้งความชั่วร้ายด้วยมือหรือวาจา ในสถานการณ์ที่รู้ดีว่าผลที่ตามมาจะทำให้ตัวเองได้รับอันตรายอย่างร้ายแรงจนเกินกว่าจะรับไหว
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อัลบัดรฺ -ฮะฟิซ่อฮุลลอฮฺ-
ความงดงามเล็กๆในการซื้อขาย
ท่าน อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร -ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา- เล่าว่า:
"ครั้งหนึ่งพวกเราอยู่กับท่านนบี ﷺ ในการเดินทาง และฉัน (หมายถึงท่าน อิบนุ อุมัร) ขี่อูฐหนุ่มตัวหนึ่งที่ดุและควบคุมยาก ซึ่งเป็นอูฐของอุมัร (บิดาของฉัน)มันมักจะเอาชนะฉัน คือควบคุมไม่ได้ จึงวิ่งนำหน้ากลุ่มอยู่เสมอ
ชัยคฺ อับดุรร็อซซ๊าก อธิบายว่า: คำว่า “อูฐดุ” หมายถึง อูฐที่คนขี่ไม่สามารถบังคับมันได้ดี มันจึงมักวิ่งแซงหน้าไปก่อน ทั้งที่ท่านอิบนุอุมัรไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะอูฐมันดื้อและควบคุมยาก
ท่านอุมัรจึงตะโกนดุและดึงมันกลับมา เพราะเขาไม่พอใจที่ลูกชายของตนแซงหน้าท่านนบี ﷺ รวมทั้งบรรดาศอฮาบะฮฺ และท่านอบูบักร
แต่แล้วอูฐก็จะวิ่งนำหน้าอีก ท่านอุมัรจึงดุมันและดึงมันกลับมาอีกครั้ง
จนกระทั่งท่านนบี ﷺ กล่าวว่าแก่ท่านอุมัรว่า: “ขายมันให้ฉันเถิด”
ท่านอุมัรจึงตอบว่า “มันเป็นของท่านแล้ว โอ้ร่อซูลุลลอฮฺ”
แต่ท่านนบีﷺก็ยังกล่าวว่า “ขายมันให้ฉันเถิด”ท่านอุมัรจึงขายอูฐตัวนั้นให้แก่ท่านนบี ﷺ
แล้วท่านนบีก็กล่าวกับท่านอับดุลลอฮฺ บิน อุมัรว่า:“และมันเป็นของเจ้า เจ้าจะทำกับมันอย่างไรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ”
(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์)
จงพิจารณาดูจริยธรรมอันงดงามของท่านนบีﷺ ท่านสังเกตเห็นความลำบากใจของท่านอุมัร (ที่ไม่อยากให้ลูกชายขี่อูฐแซงหน้าท่านนบีﷺ) และเห็นความเหน็ดเหนื่อยของเด็กหนุ่มที่คุมอูฐพยศไม่ได้ ท่านจึงแก้ปัญหาด้วยวิธีที่นุ่มนวลและมีเกียรติที่สุด
แม้จะเป็นเพียงเรื่อง การซื้อขาย แต่กลับมีความงดงามแฝงอยู่ในนั้น เพราะการซื้อขายบางอย่าง เราสามารถทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจ ซึ่งเกิดจาก มารยาทอันดีของผู้ขาย หรือ มารยาทอันงดงามของผู้ซื้อ
และสิ่งนี้เองคือกุญแจที่เปิดประตูความดีอันมากมายให้แก่บรรดาผู้ทำการค้า ว่าพวกเขาจะทำอย่างไร ให้สนามของการค้าของเขากลายเป็นสิ่งที่ หอมหวาน งดงาม และน่าประทับใจ ซึ่งย่อมมีผลต่อทุกคนที่มาซื้อขายกับพวกเขาไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้ที่กำลังเดือดร้อน หรือกรณีอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
ดังนั้น จึงมี แนวทางที่งดงามมากมาย ที่เราสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ จากแบบอย่างและแนวทางของท่านนบี ﷺ
•┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈••┈┈┈••✦✿✦••┈┈┈•