ความภาคภูมิใจในศาสนาอิสลาม
  จำนวนคนเข้าชม  38

ความภาคภูมิใจในศาสนาอิสลาม

 

เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก 

 

         อิสลามยืนยันว่าศักดิ์ศรีและเกียรติยศที่แท้จริงของมนุษย์มิได้เกิดจากอำนาจหรือทรัพย์สิน หากแต่อยู่ที่การยึดมั่นในศาสนาที่อัลลอฮฺทรงประทาน เรื่องความภาคภูมิใจในศาสนาอิสลาม และบทบาทของครอบครัวในการปลูกฝังศาสนาแก่บุตรหลาน โดยเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องบุคคลต้นแบบ ผ่านหลักฐานจากอัลกุรอาน ซุนนะฮฺ 

 

          คำกล่าวของท่านอุมัร อิบนุ อัลค็อฏฏ็อบ رضي الله عنه ชี้ให้เห็นว่า การให้ความสำคัญต่อการศึกษาศาสนาแก่ลูกหลานเป็นทั้งตัวชี้วัดศรัทธาของผู้ปกครอง และเป็นรากฐานของความมั่นคงทางศีลธรรมของสังคมมุสลิม

 

          ศาสนาอิสลามมิได้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นวิถีชีวิตที่กำหนดทิศทางความคิด จิตใจ และการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ความภาคภูมิใจในศาสนา จึงเป็นคุณลักษณะพื้นฐานของผู้ศรัทธา และต้องปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการจัดลำดับความสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะในระดับครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันแรกในการหล่อหลอมมนุษย์

 

 

ศักดิ์ศรีที่แท้จริงของมุสลิมในทัศนะอิสลาม

 

          อัลกุรอานยืนยันอย่างชัดเจนว่า ศักดิ์ศรี (العِزَّة) ทั้งหมดเป็นของอัลลอฮฺ ของร่อซูล และของบรรดาผู้ศรัทธา มิได้ขึ้นอยู่กับทรัพย์สินหรืออำนาจทางโลก¹ หลักการนี้ถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านคำกล่าวของ อุมัร อิบนุ อัลค็อฏฏ็อบ رضي الله عنه ที่กล่าวว่า

 

«نَحْنُ قَوْمٌ أَعَزَّنَا اللَّهُ بِالإِسْلَامِ، فَمَهْمَا ابْتَغَيْنَا الْعِزَّةَ بِغَيْرِهِ أَذَلَّنَا اللَّهُ»

“พวกเราเป็นชนชาติหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงให้เกียรติแก่เราด้วยอิสลาม 

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เรามุ่งแสวงหาเกียรติด้วยสิ่งอื่นนอกจากอิสลาม อัลลอฮฺจะทรงทำให้เราต่ำต้อย

     คำกล่าวนี้สะท้อนหลักการสำคัญว่า ความรุ่งเรืองของมุสลิมและประชาชาติอิสลามขึ้นอยู่กับการยึดมั่นในศาสนา มิใช่การพึ่งพาปัจจัยทางโลกเพียงอย่างเดียว

 

 

ครอบครัวกับภารกิจการปลูกฝังศาสนา

 

          อิสลามถือว่าครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่สุดในการถ่ายทอดศาสนา อัลกุรอานได้กำชับให้ผู้ศรัทธาปกป้องตนเองและครอบครัวจากไฟนรก³ ซึ่งนักวิชาการตัฟซีรอธิบายว่า หมายถึงการอบรม การสั่งสอน และการปลูกฝังอีหม่านและการปฏิบัติศาสนาแก่สมาชิกในครอบครัว

     ในประเด็นนี้ ท่านอุมัร رضي الله عنه ได้กล่าวไว้ว่า

«أَدِّبُوا أَوْلَادَكُمْ، فَإِنَّهُمْ مَخْلُوقُونَ لِزَمَانٍ غَيْرِ زَمَانِكُمْ»

“จงอบรมบุตรหลานของพวกท่านเถิด เพราะแท้จริงพวกเขาถูกสร้างมาเพื่อยุคสมัยที่แตกต่างจากยุคของพวกท่าน”

     คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่การปลูกฝังหลักการศาสนาอันเป็นรากฐานยังคงเป็นหน้าที่ที่ไม่อาจละเลยได้

 

 

การให้ลูกเรียนรู้ศาสนาในฐานะตัวชี้วัดศรัทธาของผู้ปกครอง

 

          การจัดลำดับความสำคัญของพ่อแม่สะท้อนศรัทธาที่อยู่ในหัวใจของพวกเขาอย่างชัดเจน หากผู้ปกครองให้ความสำคัญต่อความสำเร็จทางโลกของบุตรหลาน แต่ละเลยการศึกษาศาสนา ย่อมสะท้อนถึงการลดทอนบทบาทของอิสลามในชีวิตจริง

     ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้กล่าวว่า

“ทุกคนในพวกท่านคือผู้รับผิดชอบ และทุกคนจะถูกสอบถามเกี่ยวกับสิ่งที่ตนรับผิดชอบ”

     ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บิดามารดาจะต้องรับผิดชอบต่อการอบรมศาสนาของบุตรหลานต่ออัลลอฮฺในวันอาคิเราะฮฺ

 

 

บุคคลต้นแบบ กับการหล่อหลอมอัตลักษณ์

 

          มนุษย์ทุกคนล้วนมีบุคคลต้นแบบที่ตนยึดถือเป็นแบบอย่าง ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม บุคคลต้นแบบเหล่านี้มีอิทธิพลต่อความคิด ค่านิยม และพฤติกรรมของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในวัยเด็กและเยาวชน

          อิสลามมิได้ปล่อยให้มนุษย์เลือกแบบอย่างโดยไร้ทิศทาง หากแต่กำหนดแบบอย่างสูงสุดไว้อย่างชัดเจน คือ นบีมุฮัมมัด ﷺ ซึ่งอัลกุรอานระบุว่าเป็นแบบอย่างอันดีงามสำหรับผู้ศรัทธา การไม่ปลูกฝังแบบอย่างทางศาสนาให้แก่บุตรหลาน ย่อมเปิดช่องให้เยาวชนรับแบบอย่างจากสื่อหรือบุคคลที่อาจขัดแย้งกับคุณค่าของอิสลาม

 

 

     ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการศึกษาศาสนา จึงเป็นการกำหนดแบบอย่างชีวิตที่ถูกต้อง และเป็นการรักษาอัตลักษณ์อิสลามของเยาวชนในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง

 

     ความภาคภูมิใจในศาสนาอิสลามมิใช่เพียงถ้อยคำ หากแต่เป็นการแสดงออกผ่านการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการศึกษาศาสนาแก่บุตรหลาน 

 

     ดังที่ท่านอุมัร อิบนุ อัลค็อฏฏ็อบ رضي الله عنه ได้ย้ำว่า ศักดิ์ศรีของมุสลิมอยู่ที่อิสลาม มิใช่อำนาจหรือทรัพย์สิน การปลูกฝังศาสนาและแบบอย่างที่ถูกต้องในครอบครัวจึงเป็นทั้งการรักษาอามานะฮฺ และเป็นรากฐานของความมั่นคงของประชาชาติอิสลามในระยะยาว